ฟางจื่อหานหันกลับมาเพื่อจะคุยเื่งานในกองทัพกับกู่ตงหยางแต่พอเขาเหลียวกลับไป ปรากฏว่าเจอแต่เก้าอี้ว่างเมื่อมองไปข้างหน้าก็เห็นว่ากู่ตงหยางเดินไปไกลแล้ว
“จะไปก็ไม่บอกไม่กล่าว ปล่อยให้ข้าพูดอยู่คนเดียว แล้วรีบไปไหนถึงขั้นใจลอยขนาดนี้”ฟางจื่อหานบ่นอุบอาการของกู่ตงหยางยิ่งแปลกๆ เข้าไปทุกที หลังจากที่ซูเม่ยปรากฏตัวเห็นทีเขาจะต้องหาทางกำจัดหญิงสาวออกไปจากจวนเร็วๆ เสียแล้วไม่อย่างนั้นต้าเจียงจวินของกองทัพ อาจจะกลายเป็คนไร้สติป้ำๆ เป๋อๆ
กู่ตงหยางเดินตามเสียงกระพรวนมาด้วยความแปลกใจระคนตื่นเต้นเขาอยากจะเห็นหน้าว่าคนที่แอบช่วยเขาในค่ำคืนนั้นที่กองกำลังของศัตรูเป็ใครและที่สำคัญที่สุดทำไมถึงได้ยื่นมือเข้ามาช่วย
ชายหนุ่มเมื่อก้าวผ่านเข้าไปในพุ่มไม้แห่งหนึ่งซึ่งเป็สถานที่ที่ค่อนข้างลับตาคนด้วยความที่พุ่มไม้หนาแน่นจนทำให้ไม่ได้คาดคิดว่าหลังพุ่มไม้เหล่านี้จะเป็ลานกว้างที่ลาดลงไปก่อนถึงที่ปากเหวด้านหลังเขาเองอยู่บริเวณนี้มานานหลายปี สนามฝึกรบก็ไม่ไกลจากจุดนี้ยังคิดว่าหลังพุ่มไม้เหล่านี้เป็เหวด้วยซ้ำ กู่ตงหยางแอบมองผ่านพุ่มไม้เขาก็เห็นบุคคลที่เขาเจอในวันนั้น การแต่งกายยังเหมือนกับในค่ำคืนนั้นทุกอย่างชุดดำรัดรูปั้แ่ศีรษะจรดเท้าจนมองไม่ออกว่าคนผู้นี้มีลักษณะหน้าตาเป็อย่างไรในเวลานี้กู่ตงหยางบอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเป็ผู้ชายหรือผู้หญิง แต่สิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มเห็นได้ชัดก็คือฝีมือของคนผู้นี้ยอดเยี่ยมมาก ท่วงท่ารวดเร็ว และดุดัน การเคลื่อนไหวแต่ละจุดคือประหัตปะาจนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะนึกไปถึงไป๋หลาน ภรรยาของจางฮุ่ยิที่เป็หวงตี้และเพื่อนรักของเขา ซึ่งไป๋หลานเคยเป็นักฆ่าหมื่นตำลึงทองแห่งวังกุหลาบมาก่อนหรือว่าบุคคลผู้นี้จะเป็หนึ่งในสี่ของนักฆ่าแห่งวังกุหลาบ?
“ไม่สิมีบางอย่างไม่เหมือนกัน”กู่ตงหยางส่ายหน้าเขาเคยเห็นฝีมือของชาวยุทธภพมาหลายคน พวกเขาล้วนมีกระบวนยุทธ์เป็ของตัวเองแต่มีวิธีการเรียกใช้พลังปราณคล้ายกัน แต่ทว่าสำหรับบุคคลผู้นี้ กู่ตงหยางคิดว่าวิธีการของเขาแปลกตาไปไม่เหมือนคนอื่นที่เขาเคยพบปะเจอะเจอ ไม่เหมือนวิธีการของตัวเขาเองด้วย
คนในชุดดำหันขวับเมื่อได้ยินเสียงใบไม้บางอย่างและพุ่งตรงไปที่จุดที่กู่ตงหยางยืนอยู่
กู่ตงหยางก้มลงมองที่พื้น เขาเพิ่งจะเห็นว่ามีงูอยู่ตัวหนึ่งกำลังเลื้อยผ่านเขาและลากเอาใบไม้หรืออะไรบางอย่างมาด้วย จนทำให้ใบไม้เสียดสีกันนี่คนผู้นี้ได้ยินแม้กระทั่งเสียงงูลากใบไม้อย่างนั้นเหรอ? มันจะหูทิพย์เกินไปไหมต้องฝึกถึงขั้นไหนกัน!
บุคคลดังกล่าวพุ่งตรงไปที่พุ่มไม้ แต่เมื่อเห็นว่าเป็งูก็ชะงักไม่ได้ลงมืออะไร ก่อนหยิบงูขึ้นมาและแกะใบไม้รากไม้ทั้งหลายที่เกี่ยวพันกับตัวงูออกให้ ก่อนปล่อยให้งูเป็อิสระ แต่หลังจากที่ก้าวออกไปสองสามก้าว คนผู้นั้นก็หยุดชะงักและเหลียวกลับไปมองที่พุ่มไม้แห่งนั้นอีกทีด้วยความฉงนแต่เมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไร ก็หันกลับไปก่อนจะเดินจากไป
กู่ตงหยางถอนหายใจออกมา และออกมาจากที่ซ่อนดีที่ว่าวิชาตัวเบาของเขาก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครในใต้หล้านี้แต่ก็เกือบไปแล้วที่จะทำให้คนผู้นั้นจับได้แสดงว่าหูของคนผู้นี้จะต้องฝึกพลังวิชาถึงขั้นหูทิพย์จริงๆ ว่าแต่แล้วเขาจะหลบทำไมในเมื่อก็มีความตั้งใจที่อยากจะเอ่ยปากขอบคุณ ถ้าทำแบบนี้ไม่ได้ขอบคุณไม่พอไม่ได้เจอหน้าด้วย และก็จะไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็ใคร
“เออทำไมอยู่ดีๆ ก็เขลาขึ้นมาเสียอย่างนั้นอย่าไปบอกใครนะว่าเป็ต้าเจียงจวิน!”กู่ตงหยางงงตัวเองเหมือนกันทำไมเขาถึงได้ดูไร้สติ จัดการกับเื่นี้ไม่ได้ดีอย่างที่ใจหวัง
กู่ตงหยางเดินทางกลับมาที่จวนเพราะเวลานี้ที่สนามฝึกหัดทุกคนกำลังพักผ่อนอยู่ ก่อนจะฝึกอีกที่บ่ายเขาจึงได้ย้อนกลับมาที่จวน เพื่อจะดูว่ามีหนังสือราชการ หรือฎีกาอะไรหรือไม่จะได้จัดการ แต่แล้วก็ต้องใเมื่ออยู่ดีๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งถลาเข้ามาหาเขา
“แม่นางเ้าเป็ใคร?”กู่ตงหยางเอ่ยถามด้วยความงุนงงและพยายามที่จะปัดป้องมือน้อยๆ ที่เกาะเกี่ยวแขนของเขาออก
“ข้าคือถังถังไง ท่านจำข้าไม่ได้ ข้าจะโกรธเอานะ ท่านไปหาข้าบ่อยๆไม่ใช่เหรอ ทำเป็จำไม่ได้”
กู่ตงหยางพอจะเดาได้ว่าแม่นางคนนี้มาจากสถานที่แบบไหนเพราะจากจริตกิริยา และการแต่งตัว ซึ่งยิ่งทำให้เขางงไปกว่าเดิมเพราะเขาไม่เคยไปสถานที่แบบนั้นนอกไปจากไปสืบข้อมูลอะไรบางอย่าง และที่สำคัญเขาไม่เคยให้ความหวังหญิงสาวคนใดในหอโคมเขียวเลยสักคนแต่เมื่อเห็นสายตาของฟางจื่อหานที่มองมา เขาก็พอเข้าใจแล้วว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไรเพียงแต่กู่ตงหยางไม่คิดว่าฟางจื่อหานจะทำแบบนี้ก็เท่านั้นเอง
“จำได้แล้วใช่มั้ยท่านขุนพล วันนี้ข้ามาปรนนิบัติท่านถึงที่เลยไปที่ห้องของท่านดีมั้ยเ้าคะ?”ถังถังใส่จริตยั่วยวนเต็มที่แต่นางก็ไม่ยักจะเห็นหญิงสาวที่ฟางจื่อหานพูดถึง แล้วนางควรจะทำอย่างไรดีให้สมบทบาทล่ะเนี่ย
กู่ตงหยางยอมให้ถังถังฉุดลากจูงเขาไปทั่วจวนดูจากอาการของนางก็พอจะรู้แล้วว่านางอยากให้ซูเม่ยมาเห็นเพียงแต่นางไม่รู้ว่าซูเม่ยตอนนี้อยู่ที่ไหนเขาเห็นอย่างนี้แล้วก็รู้สึกสงสารนางขึ้นมา ดูๆ ไปแล้วนางไม่ได้สนใจเขาด้วยซ้ำ นี่ก็คงจะตกปากรับคำฟางจื่อหานมาเพราะติดบุญคุณน้ำใจอะไรกันมาถึงได้มาทำแบบนี้
“นางอยู่ทางนั้น”กู่ตงหยางเอ่ยปากบอกถังถังเมื่อเห็นซูเม่ยแวบๆ อยู่อีกฟากหนึ่งของจวน
“ในที่สุด”ถังถังถอนหายใจออกมาและคว้าแขนลากกู่ตงหยางให้ไปด้วยกัน ด้วยความรีบร้อนกลัวว่าซูเม่ยจะหนีหายไปทำให้ถังถังเกือบจะหกล้มคว่ำเสียหลักมันตรงหน้าซูเม่ยแต่พอถังถังเห็นหน้าว่าเป็ใคร นางก็ปล่อยมือของกู่ตงหยางทันที และโผเข้ากอดซูเม่ยท่ามกลางความใของกู่ตงหยาง
“เ้าหายไปไหนมา ข้าเป็ห่วงเ้าแทบแย่ ไม่รู้เลยว่าเ้ามาอยู่ที่นี่!”ถังถังซักถามพร้อมทั้งสำรวจเนื้อตัวของซูเม่ย
“ต้าเจี่ย ข้ารีบร้อนไปหน่อยเลยไม่ได้บอกท่าน”ซูเม่ยยิ้มหวานรู้สึกดีใจที่ได้เจอกับหญิงสาวที่ช่วยนางเอาไว้ในตอนที่ลำบากอีกครั้งหนึ่งจนลืมไปเลยว่าตรงนั้นมีกู่ตงหยางยืนอยู่ด้วย
ชายหนุ่มมองตามหลังถังถังกับซูเม่ยที่เดินคุยกันไปทางอื่นปล่อยให้เขายืนงงอยู่ตรงนั้น เมื่อฟางจื่อหานปรากฏตัวขึ้น เขาก็หันไปพูดทันที
“แผนของเ้าล้มเหลว พวกนางสองคนรู้จักกัน”
“ไม่ใช่แค่รู้จักกันธรรมดา ต้องเรียกว่าสนิทกันมากแล้วละแบบนี้”ฟางจื่อหานเห็นด้วย เขาไม่เคยคิดเลยว่าซูเม่ยจะรู้จักกับถังถัง
ดังนั้นแผนการแรกของฟางจื่อหานจึงพังยับอย่างรวดเร็วเพราะว่าซูเม่ยกับถังถังรู้จักกัน แถมยังนับถือเป็พี่น้องกันด้วยแต่ยังโชคดีที่เขาวางแผนสองเอาไว้ ซึ่งก็จะปรากฏตัววันนี้เหมือนกัน
“แผนสองมาแล้ว”ฟางจื่อหานเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงที่ประตูหน้าจวน และกำลังจะมีพลทหารวิ่งเข้ามารายงานเขากับกู่ตงหยาง
กู่ตงหยางหันไปสบตากับฟางจื่อหานด้วยความสงสัยว่าแผนการที่สองของเขาคืออะไรก่อนที่จะรู้ว่าแผนที่ว่านั่นก็คือบุตรสาวของคหบดีคนดังในเมืองนี้อย่างเจียวจินนั่นเอง
“เ้าว่าอะไรนะนางจะมาเป็ฮูหยินของข้า?”กู่ตงหยางร้องเสียงหลงเดี๋ยวก่อนในเวลานี้เขายังไม่้ามีฮูหยินใดๆ ทั้งนั้นแล้ววิธีการของฟางจื่อหาน ไม่ทำให้เขามีฮูหยินพร้อมกันสองคนอย่างนั้นเหรอ?
“เ้ามีแผนอย่างอื่นอย่างนั้นเหรอผู้หญิงสิ่งที่ทนไม่ได้ที่สุดก็คือ สามีไปรักคนอื่น ไม่ว่าจะเป็อย่างไรผู้หญิงเหล่านี้ก็ขี้หึงและ้าเป็หนึ่งเดียวในใจของผู้เป็สามีเท่านั้นผู้หญิงในจวนก็ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงในวังหลังเมื่อเ้าลำเอียงให้ความใส่ใจกับเจียวจินมากกว่า เดี๋ยวซูเม่ยก็จะทนไม่ได้ไปเองแล้วก็ออกไปจากจวนแห่งนี้”ฟางจื่อหานอธิบายอย่างละเอียดแบบเร็วที่สุดเพราะไม่มีเวลาจะพูด เนื่องจากใกล้ตัวเข้ามาทุกที
“แล้วไม่ใช่กลายเป็ว่ากำจัดคนหนึ่งอีกคนหนึ่งก็จะอยู่นะ ข้าเองก็ไม่มีใจให้เจียวจิน ถ้านางก็ชอบข้าจะให้ทำอย่างไรเ้าคิดหรือเปล่า?”กู่ตงหยางชักจะไม่แน่ใจแล้วที่ให้ฟางจื่อหานหาวิธีการให้เพราะถึงเขาจะเป็กุนซือที่ดีในกองทัพแต่ดูเหมือนว่าเื่ชายหญิงจะไม่ได้เื่เลยสักอย่าง มีอย่างที่ไหนแก้เงื่อนหนึ่ง แต่เอาอีกเงื่อนหนึ่งมาผูกไว้!
ฟางจื่อหานทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่แล้วเขาก็เงียบเหมือนเดิมไปครู่หนึ่ง
“ทำไปก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน!”
กู่ตงหยางถอนหายใจกับแผนการของฟางจื่อหานที่เขามองอย่างไรก็เหมือนกับไม่เห็นทางออกเลยที่เห็นมีแต่ความยุ่งเหยิงรออยู่ข้างหน้า เมื่อวานนี้ก็ว่าหนักแล้วที่อยู่ดีๆเขาก็มีฮูหยินมาจากไหนไม่รู้อย่างซูเม่ย แต่วันนี้เขามีทั้งถังถังสาวงามอันดับหนึ่งของหอพิรุณทอง และเจียวจินคุณหนูของคหบดีคนดังของเมืองมาถึงที่บ้านมันจะครึกครื้นเกินไปไหมสำหรับจวนชายแดนของต้าเจียงจวิน!
กู่ตงหยางมองใบหน้าของเจียวจินอย่าเรียกว่ามองหน้าเลย เรียกว่าเสี้ยวหน้ายังไม่ค่อยจะได้เพราะนางก้มหน้าก้มตาไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองเขา ไม่แม้แต่จะคารวะประหนึ่งกลัวเขาเสียอย่างนั้น กู่ตงหยางพยายามจะเอ่ยทักทายตามมารยาทแต่ทว่าสิ่งที่เขาได้รับก็คือ เจียวจินถอยกรูดอย่างเร็ว จนอีกนิดหนึ่งเขาคิดว่าหญิงสาวจะเสียหลักตกลงไปในบ่อน้ำเสียอีกดีที่ว่าซูเม่ยเข้ามาประคองหลังของนางเอาไว้
“เหม่ยเม่ยขอบใจเ้ามาก”เจียวจินหันไปยิ้มให้กับซูเม่ย
“ไม่เป็ไรเจี่ยเจีย”ซูเม่ยยิ้มให้หญิงสาวอย่างเป็มิตร
กู่ตงหยางเอ่ยปากเรียกสาวรับใช้ให้พาเจียวจินไปที่เรือนพักผ่อนที่ฟางจื่อหานจัดเอาไว้แต่เรียกว่าเขายังพูดไม่ทันจบประโยคเลย นางก็เดินไปแล้วที่สำคัญที่สุดคือนางเดินไปกับซูเม่ยนั่นแหละ!
“จื่อหานเ้าหาคนมาจัดการปัญหาให้ข้า หรือเ้าหาคนมาอยู่เป็เพื่อนฮูหยินของข้ากันแน่!”กู่ตงหยางกัดฟันกรอดๆ เดินไปอีกทาง
ในตอนเย็นของวันนั้นกู่ตงหยางย้อนกลับไปดูเหล่าทหารฝึกรบอีกครั้งที่สนามฝึกเขาชะเง้อมองเป็ระยะๆ นึกว่าซูเม่ยจะมาที่นี่ แต่นางกลับไม่มาทำให้เขารู้สึกระสับกระส่ายไม่รู้ว่านางไปไหน และทำอะไรอยู่
“ท่านเป็อะไรของท่านทำไมถึงได้อยู่ไม่นิ่งนักวันนี้”ฟางจื่อหานคิดว่าตอนเช้าก็ใจลอยอยู่ดีๆก็ลุกออกไป พอมาตอนเย็นก็นั่งไม่อยู่กับที่ขยับอยู่นั่นจนเขาไม่มีสมาธิที่จะดูค่ายกลเลย นี่มันอะไรกันแน่ ถึงทำให้กู่ตงหยางเป็เช่นนี้จะว่าเขาฝึกยุทธ์มากไปจนลมปราณแตกซ่านก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเห็นว่าร่างกายก็ยังปกติ
“เ้าเห็นซูเม่ยมั้ยนางหายไปไหน?”กู่ตงหยางพลั้งปากหลุดออกมา
“ท่านตามหานางตกลงแล้วยังอยากกำจัดนางอยู่มั้ย?”ฟางจื่อหานมองหาน้ำชา
“จะเอาอะไรจอกน้ำชาเ้าอยู่นี่ จะกินทั้งกาเหรอ?”กู่ตงหยางดันจอกชาไปตรงหน้าฟางจื่อหานแต่กลับเห็นว่าฟางจื่อหานไม่สนใจ คว้าชาขึ้นมาทั้งกา
“ข้าจะราดหัวท่านเผื่อว่าจะได้สติขึ้นมาบ้าง ไหนบอกข้าสิว่าต้าเจียงจวิน ท่านขุนพลท่าน้าอะไรกันแน่ จะให้นางอยู่ หรือจะให้นางไป เอาอย่างไร บอกมา”ฟางจื่อหานย้ำชัดๆ อีกครั้งหนึ่ง
“ข้า...เอ่อ...คือข้าก็แค่สงสัยว่านางไปไหน แล้วข้าก็ไม่เห็นทั้งถังถัง ทั้งเจียวจินพวกนางไม่ต้องมาอยู่ใกล้ๆ ข้าให้ซูเม่ยไม่ชอบใจเหรอแต่นี่ข้าไม่เห็นมีใครเข้ามาหาข้าสักคน”กู่ตงหยางย้อนถาม เขาถามผิดที่ตรงไหนกัน
“ก็ถ้าข้าหาคนที่ชอบท่านมาเวลาจะให้พวกนางไปหลังจากแผนเสร็จ พวกนางจะไปมั้ย?”ฟางจื่อหานย้อนถามตาใส
“ก็จริงของเ้าแต่ตอนนี้คือ ไม่มีใครสนใจข้าสักคน”
หลังจากฝึกกองทัพเสร็จแล้วกู่ตงหยางจึงเดินกลับไปที่จวนพร้อมกับฟางจื่อหานทั้งสองคนเดินคุยกันไปเรื่อยๆ ถึงเื่ต่างๆ ในกองทัพแต่พอไปถึงสิ่งที่ทำให้กู่ตงหยางหันไปมองฟางจื่อหานก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าในขณะที่ฟางจื่อหานกุมขมับ
“ข้าจนปัญญาท่านจัดการเองแล้วกัน ข้าจะไปแช่น้ำอุ่น!”
“เดี๋ยว! จื่อหานจื่อหาน!”กู่ตงหยางเรียก แต่ฟางจื่อหานเดินไปเลยไม่มีวี่แววว่าจะหันกลับมาหาเขาชายหนุ่มหันไปมองด้านหน้าอีกครั้งหนึ่งสิ่งที่เขาเห็นก็คือ ซูเม่ย ถังถังและเจียวจินกำลังพูดคุยกันอยู่อย่างสนุกสนาน กลายเป็ว่าแผนการปั่นป่วนยั่วให้หึงและทนไม่ได้ของฟางจื่อหานใช้ไม่ได้เลย เพราะตอนนี้ทั้งถังถังและเจียวจินต่างก็ปฏิบัติกับซูเม่ยเป็อย่างดีพวกนางดูรักใคร่กลมเกลียวราวกับเป็พี่น้องท้องเดียวกัน คลานตามกันมายิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ซูเม่ย นางกลายเป็น้องเล็กที่น่ารักของทุกคนไปแล้ว!