เตียงพยาบาลถูกเข็นเข้ามาด้วยความรีบร้อน ก่อนจะตรงเข้าไปในแผนกฉุกเฉิน ตฤณที่ตามมาด้วยถูกกันให้อยู่ข้างนอก เขานั่งรออยู่หน้าห้องผู้ป่วยด้วยใจที่ร้อนรน เสียงเท้าเดินผ่านไปมาปนกับเสียงร้องระงมจากการสูญเสีย ยิ่งทำให้เขารู้สึกใจไม่ดี
“คุณหมอครับ แฟนผมเป็อย่างไรบ้างครับ” เสียงเปิดประตูดังขึ้น พร้อมกับหมอที่เดินออกมา
“ไม่มีอะไรน่ากังวลครับ สมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือนอะไร แล้วก็ที่สลบไปเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอเท่านั้นครับ” เขายิ้มออกมาอย่างโล่งใจ มือทาบไปที่หน้าอกพร้อมกับพ่นลมหายใจยาว ๆ ออกมา “แล้วก็ยินดีด้วยนะครับ ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ได้5สัปดาห์แล้ว”
“อะไรนะครับ คุณหมอว่าอะไรนะครับ” เขาเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในคืนแรกที่เจอกัน
“ใช่ครับ ยังไงผมก็ต้องขอตัวก่อนนะครับ มีคนไข้คนอื่นที่ต้องดูแล ตอนนี้เธอกำลังพักผ่อนไม่ต้องเข้าไปรบกวนก็ได้ครับ”
“ขอบคุณครับหมอ” เขากล่าวลาหมอ ก่อนจะยืนแอบมองเธอผ่านประตูช่องกระจกเล็ก ๆ ที่สามารถมองทะลุเข้าไปข้างใน
“5สัปดาห์หรอ ถ้านับจากวันนั้นที่เจอกันก็ผ่านมา5สัปดาห์พอดี แถมวันนั้นเราก็ยังเป็คนแรกของเธอ เด็กในท้องต้องเป็ลูกของเราแน่” เขาคิดในใจ มุมปากกระตุกยิ้มอย่างพอใจ เมื่อได้รู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็พ่อคน
“พี่ครับ พี่สะใภ้เป็ยังไงบ้างครับ แฮ่ก ๆ” เสียงพูดปนหอบดังขึ้น ธีระที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาด้วยความร้อนรน
“เธอท้อง” เขาหันไปพูดเสียงนิ่ง ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ปลื้มอกปลื้มใจ
“ห้ะ!! อะไรนะ” คนที่กำลังเหนื่อยหัวใจแทบจะหยุดเต้น “พี่พูดจริงอ่อ” เขาถามย้ำอีกครั้ง
“ใช่นะสิ ฉันจะเป็พ่อคนแล้วธีระ” ตฤณใช้สองมือจับไหล่ของชายอีกคนแล้วเขย่าตัวเขาเบา ๆ
“พี่มั่นใจหรอว่าเป็ลูกของพี่” ธีระพูดเบรคจนคนที่ได้ฟังถึงกับหยุดการกระทำ
“ฉันมั่นใจ” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่น เขาเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่เพราะถ้าหากนับตามเวลาและเหตุการณ์ในคืนนั้นยังไงเด็กในท้องก็ต้องเป็ลูกของตัวเอง ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย
หญิงสาวนอนนิ่งบนเตียงพยาบาล ศีรษะถูกโพกด้วยผ้าขาวจนรอบ มือถูกเจาะสายน้ำเกลือ เปลือกตาปิดสนิท มือหนาโอบอุ้มกุมมือลลินไว้แน่น
กริ๊ง กริ๊ง~
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นดึงความสนใจ หน้าจอเผยชื่อ ‘ที่รัก’ ตฤณเหลือบมองไปที่หน้าจอ หัวใจของเขาก็เหมือนโดนมีดกรีดออกเป็ชิ้น ๆ
“นี่ฉันเจ็บขนาดนี้เลยหรอ” มือกุมไปที่หัวใจที่ตอนนี้มันเต้นไม่ถูกจังหวะ เขาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเผลอมีใจให้เธอไปั้แ่ตอนไหน หรือเพราะผิดหวังที่คิดว่าเด็กในท้องเป็ลูกของตัวเอง
“สวัสดีครับ ขอโทษที่เสียมารยาทรับสายนะครับ พอดีตอนนี้แฟนของคุณอยู่ที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำว้าครับ”
[อ๊ะคุณ…] อีกฝ่ายที่กำลังจะตอบกลับ ก็ถูกฝั่งนั้นกดวางสายทิ้งทันที
ตฤณวางโทรศัพท์วางไว้ที่เดิมก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่คิดจะกลับมามอง แววตาสิ้นหวังหมดอาลัยตายอยาก เขาออกจากโรงพยาบาลตรงกลับเพนท์เฮาส์ของตัวเองทันที
อีกด้านหนึ่งปลายสายที่ได้รู้ว่าคนที่ตัวเองโทรหานอนไม่ได้สติอยู่ที่โรงพยาบาล ก็รีบมาที่โรงพยาบาลทันที
“ลลิน โอภาสเจริญ อยู่ที่ห้องไหนคะ” ผู้หญิงตากลมโต ใบหน้าจิ้มลิ้ม เอ่ยถามกับพยาบาลประจำวอร์ด
“ไม่ทราบว่าเป็อะไรกับคนไข้คะ”
“เพื่อนน่ะค่ะ พอดีพักอาศัยอยู่ด้วยกันน่ะค่ะ”
“ค่ะ ห้อง3405 ค่ะ” เธอตอบเสร็จก็หันไปทำงานของตัวเองต่อ
โถงทางเดินสีขาวซีดยิ่งชวนให้บรรยากาศรู้สึกหดหู่ เฌอแตมเดินไปตามทางอย่างร้อนใจ จนไปหยุดอยู่หน้าห้อง3405
“เพื่อนร้ากกกก แกเป็ยังไงบ้าง” เธอเปิดประตูะโเสียงดังโดยที่ลืมตัวไปว่าอยู่ที่โรงพยาบาล โชคดีที่ห้องพักส่วนตัวไม่ได้มีคนไข้คนอื่นอยู่ด้วย แต่สายตาของคนข้างนอกก็มองเข้ามาอย่างไม่สบอารมณ์
“อะ..อื้อ เฌอแตมหรอ” เสียงตอบอ้อแอ้ เปลือกตาเปิดออกช้า ๆ เธอกวาดสายตามองไปรอบห้อง สถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เตียงพยาบาลและสายน้ำเกลือที่ระโยงระยาง “ทำไมฉันมาอยู่ที่นี่” เธอพยุงตัวขึ้นมา ศีรษะรู้สึกเจ็บจนต้องเอื้อมมือไปจับ
“นอนเลย ๆ พักผ่อนไปก่อนเดี๋ยวฉันไปคุยกับหมอให้” เฌอแตมที่ไม่รู้จะตอบคำถามเพื่อนยังไง เพราะเธอเองก็ไม่รู้เื่ราวอะไร แค่รู้ว่ามีผู้ชายปริศนาบอกมาว่าเพื่อนอยู่ที่โรงพยาบาลเท่านั้น
“คนไข้ฟื้นแล้วหรอครับ” หมอประจำตัวเดินเข้ามาในห้อง เขามองไปที่หญิงสาวอีกคนในห้องด้วยความสงสัย “เอ่อ..”
“พอดีหนูเป็เพื่อนคนไข้น่ะค่ะ” เฌอแตมเหมือนจะรู้ตัวว่าควรจะแนะนำตัวออกไป
“อ่อ ๆ งั้นเดี๋ยวไปบอกสามีเขาหน่อยละกันว่าต่อไปนี้ต้องให้เขาระมัดระวังตัวมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเด็กในท้องอาจจะกระทบกระเทือนได้”
บรรยากาศในห้องเงียบสงบ ทั้งสองมองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ไม่คิดจะมีใครปริปากพูดอะไรออกมา
“เดี๋ยวยังไงก็ขอเชิญญาติคนไข้ออกไปก่อนครับ หมอขอตรวจดูอาการเพิ่มเติมอีกหน่อย” เฌอแตมเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้หมอได้เข้าไปดูอาการ
“เด็กในท้องอย่างงั้นหรอ” หลังจากที่ออกมาจากห้อง เธอคิดย้ำไปถึงคำพูดของหมอ “มันก็สรุปได้แค่ว่าเพื่อนฉันกำลังท้องกับทายาทเศรษฐีอย่างนั้นหรอ”
เธอรื้อหากระดาษใบเล็กที่เก็บไว้ในกระเป๋า ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดหมายเลขตามตัวเลขที่หน้ากระดาษ เธอรอสายเพียงครู่เดียวปลายทางก็กดรับ
[สวัสดีครับ ผมธีระพูดครับ]
“เอ่อ สวัสดีค่ะคุณธีระ หนูเฌอแตมเองนะคะ ที่เป็เพื่อนของลลิน”
[อ่อ…สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ] ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมา
“คุณธีระพอจะมีเวลาสักครู่ไหมคะ ฉันมีเื่อยากจะคุยด้วย”
[พอมีเวลาอยู่ครับ ตอนนี้ผมอยู่แถวสุขุมวิท]
“มีร้านกาแฟอยู่ตรงใกล้ ๆ ตรงซอยสุขุมวิท21 คุณธีระสะดวกไหมคะ”
[พอดีเลยครับ ผมอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นเท่าไหร่ แล้วเจอกันนะครับ]
หลังจากที่กดวางสายเธอก็ตรงไปที่ร้านกาแฟที่นัดหมาย ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลทันที คาเฟ่ถูกตกแต่งตามสไตล์ลอฟท์ ผนังปูนเปลือยถูกวาดทับไปด้วยลวดลายกราฟฟิตี้ บรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าจะเป็ร้านเหล้ามากกว่าร้านกาแฟเสียอีก
เฌอแตมนั่งรออยู่เพียงครู่เดียว ชายหนุ่มตาชั้นเดียว ผิวขาวซีดตามฉบับลูกคนจีน สูทสีน้ำเงินช่วยขับให้ผิวของเข้าดูสว่างมากขึ้นกว่าเดิม หน้าตาที่เหมือน์สร้างช่วยสะกดคนทั้งร้านให้มองมาที่คนคนเดียว
“สวัสดีครับคุณเฌอแตม” เขาโบกมือเรียกคนที่นั่งรออยู่ รอยยิ้มที่แสนสดใสยิ่งชวนให้คนข้างในตกหลุมรักเข้าได้อย่างง่ายดาย
“สวัสดีค่ะคุณธีระ ไม่ทราบว่าจะดื่มอะไรดีคะ เดี๋ยวฉันไปสั่งให้” เธอผายมือให้เขานั่งที่เก้าฝั่งตรงข้าม
“ไม่เป็อะไรครับ ไม่ทราบว่าคุณเฌอแตมมีธุระอะไรหรือครับ”
“ลลินท้องค่ะ”
“ครับ ทราบแล้วครับ” คำตอบของเขาทำเอาเธอแปลกใจมากกว่าเดิม ใบหน้าเหมือนมีเครื่องหมายคำถามแปะไว้บนกลางหน้าผาก “คุณตฤณเป็คนพาคุณลลินไปที่โรงพยาบาลเองครับ”
“แล้วเขาว่าอย่างไรบ้างคะ”
“ดีใจสิครับ เขาจะได้เป็พ่อคนเชียวนะ นี่แทบจะเป็ครั้งแรกเลยมั้งครับที่ผมเห็นเขายิ้มได้ขนาดนี้”
“งั้นก็ดีเลยสิคะ ถ้าเป็อย่างนี้ฉันเองก็ไม่มีอะไรให้กังวลแล้วค่ะ” เธอตอบกลับไปอย่างสบายใจ โดยลืมไปเลยว่าปลายสายที่โทรมามีความผิดปกติตรงไหน “ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ ไม่รบกวนแล้วค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ”
“ถ้ามีอะไรติดต่อผมได้ตลอดเลยนะครับ” เขากล่าวลาครั้งสุดท้ายก่อนจะออกจากร้านไป
เฌอแตมที่ได้ยินเื่ราวตามที่ธีระเล่าเธอก็โล่งใจ เพราะเธอรู้ดีว่าสังคมของพวกมีอันจะกินมันเน่าเฟะขนาดไหน หญิงสาวเป็ห่วงกลัวเหลือเกินว่าเพื่อนสาวจะถูกทอดทิ้ง หรือได้รับการชดเชยอย่างไม่เป็ธรรม