รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในร่างของหลี่เหยา เยว่ซินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน พลัง "ปราณดารา" ไหลเวียนอยู่ในร่างของนางอย่างสงบเสงี่ยมราวกับเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายมาแต่ไหนแต่ไร คราบเหงื่อและสิ่งสกปรกที่ถูกขับออกมาจากร่างกาย
ระหว่างการหลอมรวมพลังเมื่อคืน ถูกชำระล้างออกไปจนหมดสิ้น ผิวพรรณของนางดูผุดผ่องมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่ดวงตาที่เคยดูอ่อนแอก็กลับเปล่งประกายสดใสและคมกล้าขึ้นหลายส่วน
"คุณหนู...ท่านดู...ดูงดงามขึ้นนะเ้าคะ"
เสี่ยวชุ่ยที่เข้ามาปรนนิบัติเอ่ยขึ้นอย่างตะกุกตะกัก นางรู้สึกว่าคุณหนูของนางในวันนี้มีบางอย่างที่ดึงดูดสายตาอย่างน่าประหลาดเยว่ซินเพียงยิ้มรับ นางรู้ดีว่านี่คือผลจากการที่ร่างกายถูกชำระล้างไขกระดูกด้วยพลังบริสุทธิ์ของโสมราชันย์และปราณดารา
"วันนี้ข้าจะออกไปข้างนอก เตรียมชุดที่ทะมัดทะแมงให้ข้าที"
"จะ...จะไปที่ไหนหรือเ้าคะ?"
เสี่ยวชุ่ยถามด้วยความสงสัย ปกติคุณหนูของนางแทบไม่เคยออกจากจวนเลย
"ไป 'ซื้อของ' นิดหน่อย"
เยว่ซินตอบด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์เป้าหมายของนางในวันนี้คือ
"หอประลองยุทธ์"
สถานที่ที่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์มาประลองฝีมือและแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชากันอย่างเปิดเผย มันเป็สถานที่ที่เหมาะที่สุดในการทดสอบพลังใหม่ของนาง และที่สำคัญกว่านั้น...คือการสร้าง "ชื่อเสียง" ในรูปแบบใหม่ให้กับตัวเองเยว่ซินในชุดบุรุษสีฟ้าอ่อนที่ดูทะมัดทะแมง รวบผมขึ้นสูงด้วยผ้าคาดศีรษะ เดินทางมาถึงหอประลองยุทธ์พร้อมกับเสี่ยวชุ่ยที่ปลอมตัวเป็เด็กรับใช้ชายร่างเล็ก
การปลอมตัวเป็บุรุษทำให้นางเคลื่อนไหวได้สะดวกและไม่เป็ที่จับตามองจนเกินไปบรรยากาศภายในหอประลองยุทธ์นั้นคึกคักและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการต่อสู้ เสียงะโโห่ร้องเชียร์ เสียงอาวุธกระทบกันดังอยู่เป็ระยะ บนลานประลองกลางมีผู้ฝึกยุทธ์สองคนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดเยว่ซินไม่ได้สนใจการประลองเ่าั้ สายตาของนางกวาดมองไปรอบๆ เพื่อหา "คู่มือ" ที่เหมาะสม ไม่นานนักสายตาของนางก็ไปสะดุดเข้ากับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังยืนหัวเราะเยาะเย้ยชายหนุ่มร่างผอมบางคนหนึ่งอยู่
"เ้าขยะแซ่จาง! กล้าดียังไงมายื่นใบสมัครเข้าร่วมการประลองคัดเลือกองครักษ์ของตระกูลเย่! คนที่พลังปราณอยู่แค่ระดับ 'ก่อเกิด' ขั้นต้นอย่างเ้าเนี่ยนะ? กลับไปดูดนมแม่เถอะไป!"
ชายร่างกำยำท่าทางเป็หัวโจกตะคอกใส่ชายหนุ่มคนนั้นชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าแซ่จางกำหมัดแน่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายแต่ก็ไม่กล้าตอบโต้เยว่ซินหรี่ตามอง...ตระกูลเย่? ตระกูลของเย่เฟิง สหายของเฟยหลงน่ะรึ? ช่างบังเอิญเสียจริงนางเดินตรงเข้าไปในวงล้อมนั้นทันที
"พวกท่านหลายคนรุมรังแกคนคนเดียว ไม่รู้สึกว่ามันน่าอายไปหน่อยหรือ?"
ทุกคนหันมามองนางเป็ตาเดียว เมื่อเห็นว่าเป็เพียง "คุณชาย" หน้าขาวร่างบางคนหนึ่ง หัวโจกคนนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะ
"เ้าเป็ใคร? อย่ามายุ่งไม่เข้าเื่! หรืออยากจะเจ็บตัวแทนมัน?"
เยว่ซินไม่พูดพร่ำทำเพลง นางชี้ไปที่ลานประลองที่ว่างอยู่
"ข้าขอท้าประลองกับเ้า...หากข้าชนะ เ้าต้องคุกเข่าขอขมาคุณชายผู้นี้ และห้ามมาระรานเขาอีก แต่ถ้าข้าแพ้...ข้ายอมจ่ายให้เ้าหนึ่งพันตำลึงทอง!"
คำประกาศของนางทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นฮือฮา! หนึ่งพันตำลึงทอง! นั่นเป็เงินจำนวนมหาศาล!หัวโจกคนนั้นตาโตเท่าไข่ห่าน
"ฮ่าๆๆ! เ้าพูดเองนะ! ได้! ข้ารับคำท้า! อย่าหาว่าข้ารังแกเด็กก็แล้วกัน!"
ชายคนนั้นมีพลังปราณอยู่ระดับ "ก่อเกิด" ขั้นปลาย นับว่าไม่เลวสำหรับคนในวัยเดียวกัน และเมื่อเทียบกับ "คุณชาย" หน้าขาวที่ดูเหมือนจะไม่มีพลังปราณเลยในสายตาของทุกคน...ผลการประลองนี้ดูเหมือนจะถูกตัดสินั้แ่ยังไม่เริ่มข่าวการท้าประลองด้วยเงินเดิมพันสูงลิ่วแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
ผู้คนต่างแห่กันมามุงดูที่ลานประลองหมายเลขสาม แม้แต่ "เถี่ยซาน" หัวหน้าสำนักประลองผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมก็ยังเดินมาดูด้วยตนเองบนลานประลอง ชายร่างกำยำโคจรพลังปราณของตนเองจนเกิดเป็ไอสีเหลืองจางๆ ห่อหุ้มร่างกาย แสดงถึงพลังปราณธาตุดินที่เน้นพละกำลังและการป้องกัน
"เข้ามาเลย เ้าเด็กน้อย! ข้าจะให้เ้าลงมือก่อน!"
เขาะโอย่างผยองเยว่ซินยังคงยืนนิ่งด้วยท่าทีสบายๆ นางไม่ได้โคจรพลังปราณใดๆ ออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย ในสายตาของคนอื่น นางดูเหมือนบัณฑิตที่หลงเข้ามาในดงนักสู้
"แน่ใจนะว่าให้ข้าลงมือก่อน?"
เยว่ซินถามยิ้มๆ
"แน่นอน! เข้ามาเลย!"
"ก็ได้...ตามที่ขอ"
สิ้นคำพูด ร่างของเยว่ซินก็หายไปจากจุดเดิม!ไม่ใช่การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วธรรมดา แต่มันคือการ "หายตัว" ไปต่อหน้าต่อตา!ชายร่างกำยำเบิกตากว้างด้วยความใ เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็รู้สึกถึงลมหายใจเย็นเยียบที่รดอยู่ข้างใบหู!
"ช้าเกินไป"
เสียงของเยว่ซินดังขึ้นราวกับเสียงกระซิบของพญามัจจุราช!
"ผลัวะ!"
ฝ่ามือที่ดูบอบบางของเยว่ซินฟาดเข้าไปที่สีข้างของชายร่างกำยำอย่างแ่เบา ไม่ได้ใช้แรงมากมายอะไรเลย แต่ร่างที่ใหญ่โตของชายคนนั้นกลับลอยคว้างขึ้นไปในอากาศราวกับว่าวที่สายป่านขาด ก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นเวทีอย่างแรงจนหมดสติไปในทันที!
ทั้งหอประลองตกอยู่ในความเงียบกริบ!ไม่มีใครมองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น! ทุกอย่างมันรวดเร็วเกินไป! พวกเขารู้แค่ว่า "คุณชาย" หน้าขาวคนนั้นเพียงแค่ขยับตัวครั้งเดียว คู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่าและมีระดับพลังสูงกว่าก็ลงไปนอนกองกับพื้นเสียแล้ว!เถี่ยซานที่ยืนดูอยู่ถึงกับหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด
เพลงฝีเท้าเมื่อครู่นี้...รวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ และฝ่ามือนั้น...ดูเหมือนไม่ได้ใช้พลังปราณ แต่กลับสามารถทะลวงการป้องกันของธาตุดินเข้าไปทำลายอวัยวะภายในได้ในพริบตา...เด็กคนนี้เป็ใครกันแน่!เยว่ซินเดินไปหยิบถุงเงินหนึ่งพันตำลึงทองที่วางเป็เดิมพันไว้ แล้วโยนไปให้ชายหนุ่มแซ่จางที่ยังยืนอึ้งอยู่
"เอาไปซะ ถือว่าเป็ค่าทำขวัญ"
จากนั้นนางก็หันไปพูดกับเพื่อนๆ ของหัวโจกที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่
"พาเพื่อนของพวกเ้าไปหาหมอซะ...แล้วจำไว้ อย่าได้มาระรานเขาอีก"
พูดจบ นางก็หันหลังเดินจากไปอย่างไม่ไยดี ท่ามกลางสายตาตกตะลึงและชื่นชมของผู้คนนับร้อยแต่เื่ยังไม่จบแค่นั้น…
"เดี๋ยวก่อน คุณชาย!"
เสียงทุ้มๆ ที่แฝงไว้ด้วยความขี้เล่นดังขึ้นจากชั้นสองของหอประลอง เยว่ซินหันกลับไปมอง ก็เห็นบุรุษหนุ่มรูปงามในอาภรณ์หรูหรากำลังยืนพิงราวระเบียงมองลงมาด้วยรอยยิ้มกวนๆ ข้างกายของเขามีองครักษ์ฝีมือดีหลายคนยืนคุมเชิงอยู่...เขาคือ "เย่เฟิง" คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเย่!
"ฝีเท้าและฝ่ามือของท่านเมื่อครู่นี้ช่างน่าสนใจนัก ไม่ทราบว่าพอจะมีเวลาว่างให้ข้าได้เลี้ยงสุราเพื่อทำความรู้จักหรือไม่?"
เย่เฟิงเอ่ยถามอย่างมีไมตรีเยว่ซินเลิกคิ้ว มาได้จังหวะพอดี
"เหตุใดข้าต้องดื่มสุรากับท่านด้วย?"
นางแกล้งถามกลับไปเย่เฟิงหัวเราะร่า
"เพราะคนที่เ้าเพิ่งช่วยไปเมื่อครู่ กำลังจะมาสมัครเป็องครักษ์ของตระกูลข้า และเพราะ...ข้ารู้สึกถูกชะตากับท่านอย่างไรเล่า!"
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่นั้นเอง องครักษ์คนหนึ่งของเย่เฟิงก็เข้ามากระซิบรายงานบางอย่างที่ข้างหูของเขา สีหน้าขี้เล่นของเย่เฟิงพลันเปลี่ยนเป็จริงจังขึ้นมาทันทีเขามองมาที่เยว่ซินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป...แววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจอย่างถึงขีดสุด!
"คุณชาย...หรือข้าควรจะเรียกว่า...คุณหนูใหญ่หลี่เหยาดี?"
คำพูดของเย่เฟิงทำให้ทั้งหอประลองต้องตกตะลึงเป็ครั้งที่สองของวัน! "คุณชาย" หน้าขาวผู้มีฝีมือลึกล้ำคนนี้...คือบุปผาไร้ค่าหลี่เหยาอย่างนั้นรึ!เยว่ซินถอนหายใจเบาๆ เครือข่ายข่าวสารของตระกูลเย่นี่มันรวดเร็วจริงๆ นางคงประเมินพวกเขาต่ำไป
"สายตาของคุณชายเย่ช่างเฉียบคมนัก"
นางยอมรับอย่างตรงไปตรงมาเย่เฟิงะโลงมาจากชั้นสองอย่างสง่างาม มาหยุดอยู่ตรงหน้านาง
"ข้าควรจะใเื่ที่ท่านปลอมตัวเป็ชาย หรือควรจะใเื่ที่ 'บุปผาไร้ค่า' มีวรยุทธ์สูงส่งขนาดนี้ดี?"
เขามองนางด้วยแววตาพราวระยับ
"คุณหนูหลี่...ท่า
นนี่มัน...น่าสนใจยิ่งกว่าที่ข้าคิดไว้อีกนะ!"
การเปิดเผยตัวตนอย่างไม่คาดฝันนี้ จะนำพาเื่ราวไปในทิศทางใด?