อากาศที่หนาวเย็นจากภูมิภาคเหนือสุดของประเทศไร่ชาธันยราวางเรียงรายอยู่ตามทิวเขา คนงานนับร้อยที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งอยู่ร่วมกันเหมือนคนในครอบครัวธันยธรณ์ผู้เป็พ่อได้เข้ามาเริ่มทำธุรกิจในที่แห่งนี้ด้วยไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายได้พบรักกับสาวชาวเหนืออย่างศศิรา ทั้งคู่ได้ให้กำเนิดลูกสาวตัวน้อยอย่างธันยกานต์ตัวแทนความรักของคนทั้งสอง แต่กลับโชคร้ายหลังให้กำหนดธันยกานต์ได้ไม่นานศศิราก็มาด่วนจากไปเพราะโรคร้าย
ธันยกานต์ วัชรกิจหรือน้ำชา เธอเป็ลูกสาวเพียงคนเดียวของธันยธรณ์และศศิราหญิงสาวรับสืบทอด่ต่อไร่ชาจากผู้เป็พ่อ นอกจากนี้เธอยังเป็คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวของลูกชายฝาแฝดวัยห้าขวบคณินและคณิศร วัชรกิจ
“ไทม์!!! ไนท์!!! ได้เวลาไปโรงเรียนแล้วนะ รีบๆ ออกมาเลยนะลูกเดี๋ยวจะไม่ทัน”ธันยกานต์เรียกลูกชายฝาแฝด
“คร้าบ!!!” เด็กชายทั้งสองคนขานรับพร้อมกัน ก่อนจะเดินออกมาจากบ้าน เด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบหน้าตาน่ารักผิวขาวตาชั้นเดียวแต่กลมโตเหมือนพ่อของพวกเขาไม่มีผิด
“คุณหนูเ้ามาเถอะเ้าอี่แม่ก๊องอยู่เน้อ”
แม่ทิพย์พี่เลี้ยงของธันยกานต์ครั้งยังเด็กแม่ทิพย์คอยอยู่ดูแลเธอจนมาถึงลูกๆ ของเธอเป็เหมือนผู้มีพระคุณของเธอ่แรกที่คลอดลูกมันช่างเหนื่อยยากยิ่งมีลูกที่เดียวพร้อมกันถึงสองคนแม่ทิพย์คอยช่วยสอนเื่ต่างๆ ที่เธอยังไม่รู้เกี่ยวกับการเลี้ยงเด็ก
แม่ทิพย์จัดแจงให้เด็กๆนั่งประจำที่ ก่อนจะเอ่ยปากบอกลาเด็กๆเหมือนประจำทุกเช้าที่เด็กน้อยทั้งสองไปโรงเรียน
“ขอบคุณนะจ๊ะ แม่อุ้ยที่ชาดูแลลูก”
“บ่เป๋นหยั๋งเ้าคุณหนูทั้งสองเลี้ยงง่ายจะตายไป”
“งั้นชาไปก่อนนะจ๊ะแม่อุ้ย”ธันยกานต์ประจำที่นั่งคนขับ ก่อนจะเคลื่อนตัวรถไปยังโรงเรียนอนุบาลที่ลูกๆของเธอเรียนอยู่
บ้านหลังพอดีพอเหมาะของนายตำรวจใหญ่อย่างชยันต์และภรรยาดีกรีศัลยแพทย์ฝีมือดีอย่างสิริมาตั้งอยู่ใจกลางเมืองทั้งคู่มีลูกชายเป็โซ่ทองคล้องใจกันถึงสามคน หลังปลดเกษียณทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตอย่างคู่รักวัยชราตอนนี้ชีวิตของคู่รักวัยชราคงจะมีก็แต่รอวันที่จะได้เห็นลูกชายทั้งสามคนเป็ฝั่งเป็ฝา
ลูกชายคนแรก ชัชนันท์อินทรเกียรติ แฝดผู้พี่ เขาเป็คนค่อนข้างเ็าทั้งจากคนในครอบครัวหรือกับคนภายนอกชัชนันท์เป็ทนายความฝีมือดี
ลูกชายคนรอง นายแพทย์ชัชรัณอินทรเกียรติ แฝดคนน้องเพราะเป็ฝาแฝดไข่ใบเดียวกันหน้าตาของเขาจึงเหมือนพี่ชายทุกระเบียบนิ้วเขาเลือกจะสืบทอดเจตจำนงในการรักษาผู้คนต่อจากผู้เป็แม่ ดวงตาคู่สวยถูกบดบังด้วยแว่นสายตา
ลูกชายคนเล็ก ร.ต.ต.ชนัสถ์นันท์อินทรเกียรติ ลูกชายคนเล็กของบ้านอายุห่างกับพวกพี่ชายสี่ปีเขาเลือกที่จะสืบทอดเจตจำนงของผู้เป็พ่อรับราชการตำรวจเขาเห็นพ่อเป็เสมือนต้นแบบที่เขาอยากจะเป็ให้ได้เหมือนผู้เป็พ่อ
“แน่ใจนะที่จะขับรถไปเองแม่ว่าเรานั่งเครื่องไปไม่ดีกว่าเหรอ?” เสียงของผู้เป็แม่เอ่ยปากถาม
“ผมไม่เป็ไรหรอกครับแค่สิบชั่วโมงสบายๆครับแม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ” ชัชรัณเอ่ยบอกสิริมาผู้เป็แม่แม้ว่าปีว่าปีนี้ชายหนุ่มอายุเข้าเลขสามแล้วแต่ยังไงลูกก็ยังเป็ลูกเสมอ
“แม่ไม่ต้องไปห่วงพี่รัณหรอก พี่รัณเขาสามสิบเอ็ดแล้วนะแม่ไม่ใช่เด็กสามขวบ”เสียงของชนัสถ์นันท์เอ่ยปากแซวผู้เป็แม่ที่แสดงท่าทางเป็ห่วงพี่ชาย
“ก็ฉันห่วงลูกของฉันนี่แกจะทำไมตานัส”
“เปล่านี่ครับลูกชายแม่นี่ผมจะไปห้ามอะไรได้”
“พอเถอะคุณถ้าออกช้ากว่านี้ลูกจะไปถึงที่โน่นดึกนะ”ชยันต์เอ่ยปากบอกภรรยาที่ยังคงเอ่ยคำร่ำลาที่ยังไม่จบสิ้นของเธอ
“ผมไปก่อนครับแม่ พ่อฝากดูแลพ่อกับแม่ด้วยนะไอ้ชัช ไอ้นัส”
“รู้หรอกนะพี่รัณ” ชนัสถ์นันท์เอ่ยปากตอบรับคำส่วนชัชรัณทำเพียงแค่มองหน้าของเขาเท่านั้น
รถยนต์ของชัชนันท์ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านของพ่อแม่ที่เขาอยู่มาั้แ่เด็กมุ่งตรงสู่ภาคเหนือของประเทศ ชายหนุ่มได้รับมอบหมายให้มาประจำหน้าที่ที่โรงพยาบาลในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่
ั้แ่วันแรกที่ได้รับคำสั่งให้มาประจำการที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่เขาก็คิดถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ยังคงแอบซ่อนอยู่ภายในหัวใจของเขาเสมอมา
ครั้งแรกที่เขาได้เจอเธอคือวันเปิดเทอมวันแรกของมัธยมปลายปีแรกหญิงสาวร่างเล็กผมยาวสีดำสนิทถูกถักเป็เปียคู่เข้ากับใบหน้ารูปไข่ดวงตากลมโตปากนิดจมูกหน่อย ชายหนุ่มตกหลุมรักเธอั้แ่วินาทีแรกที่ได้เห็นใบหน้าหวานๆ ของเธอ
ตลอดปีแรกของมัธยมปลายเขาพยายามเข้าหาเธอในฐานะเพื่อนคนหนึ่งเธอค่อนข้างจะเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ค่อยพูดจากับเพื่อนร่วมห้องหากไม่จำเป็ เพื่อนๆในห้องตั้งฉายาให้เธอว่าเ้าหญิงน้ำแข็งเนื่องด้วยใบหน้าที่สะสวยแต่กลับรู้เย็นวาบเมื่อเข้าใกล้เธอ
จูบแรกของเขาเกิดในเย็นวันหนึ่งของมัธยมปลายปีที่สองเธอถูกเพื่อนๆ ไว้วานให้ช่วยทำความสะอาด ส่วนเขาเสนอตัวเข้ามาช่วยเธอทำความสะอาด แสงสีส้มจากพระอาทิตย์สอดส่องเข้ามาตามหน้าต่างที่ยังเปิดอ้าอยู่ใบหน้าของเธอในยามนี้ช่างชวนให้หลงใหลยิ่งกว่าเก่า
มือหนาของเขาดึงเธอเข้าให้มาใกล้ๆก่อนจะกดจูบลงบนริมฝีปากบางของเธอ แม้ว่าเธอจะมีอาการใอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ผลักออกเธอปล่อยให้เขาลิ้มรสจูบต่อไปเรื่อยๆลิ้นหนาสอดเข้ามาหาความหวานภายในโพรงปากของหญิงสาวเหมือนเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะด้วยความที่หญิงสาวมีรูปร่างค่อนข้างตัวเล็ก ชัชรัณค่อยๆอุ้มร่างของเธอขึ้นนั่งบนโต๊ะกดจูบลงย้ำอีกครั้ง
นานหลายนาทีกว่าที่เขาจะถอนจูบออกใช้จมูกถูไถบริเวณแก้มนุ่มก่อนจะขยับมาที่ซอกคอขาวๆ ของเธอ กดจูบจนเป็รอยแดงหญิงสาวมีอาการใจนรีบหดคอหนีไม่ให้เขาทำมันอีกครั้ง ชัชรัณชอบท่าทางเขินอายของเธอตามปกติเธอไม่ค่อยแสดงอารมณ์ออกมามากนัก
“เขินงั้นเหรอ?” ชัชรัณยืนค้ำโต๊ะมองใบหน้าของเธอที่ถูกแสงจากพระอาทิตย์ย้อมจนดูไม่ออกว่าแก้มนุ่มของเธอนั้นแดงหรือเปล่า
หญิงสาวมองหน้าของชัชรัณโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรออกมาก่อนที่เธอจะหลบสายตาของเขาก้มมองมือของตัวเองชัชนันท์เชยคางของเธอให้มองใบหน้าของเขา
“เธอชอบฉันใช่ไหม?ถึงได้ยอมให้ฉันจูบเธอ”
“ฉันชอบเธอนะชอบมาั้แ่วันเปิดเทอมวันแรกครั้งแรกที่ฉันเห็นเธอมันทำให้หัวใจของฉันเต้นผิดจังหวะ ฉันพยายามเข้าหาเธอมาตลอด แต่เธอก็เอาแต่เ็าเฉยเมยจนฉันเริ่มท้อใจ”
“ฉันไม่ได้เ็าและเฉยเมยสักหน่อย!!!” หญิงสาวปฏิเสธเื่ที่เขาพูด
“ฉัน...แค่เข้ากับคนอื่นได้ยาก”
“ถ้างั้นก็เริ่มจากมาสนิทกับฉันซิฉันอยากเป็เพื่อนของเธอนะ หรือจะมากกว่าเพื่อนฉันก็ยินดี” ชัชรัณเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
“นายกำลังขอฉันเป็แฟนงั้นเหรอ?”
“คงประมาณนั้นมั้งแล้วเธอว่ายังไง?”
หญิงสาวนั่งคิดชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของชายหนุ่มดึงรั้งใบหน้าของเขาให้ขยับเข้าใกล้กดจูบลงบนริมฝีปากหนาเหมือนกับที่เขาทำกับเธอแต่นุ่มนวลกว่าแค่เพียงไม่กี่วินาทีก็ผละออก
“นั่นคือคำตอบของเธอหรือเปล่า?”หญิงสาวพยักหน้ารับกับคำพูดของเขา
“งั้นวันนี้ก็เป็วันแรกที่เราคบกันและยังเป็ครั้งแรกที่เราจูบกัน”
“กลับกันเถอะตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว”
ชัชรัณเดินตรงไปหยิบกระเป๋าเป้ของเขาและกระเป๋าถือของเธอ
“นายจะเอากระเป๋าของฉันไปไหน” หญิงสาวมองตามด้วยความไม่เข้าใจ
“เดี๋ยวฉันไปส่งตอนนี้เราเป็แฟนกันแล้วการที่ฉันจะไปรับไปส่งเธอที่บ้านก็เป็เื่ปกติของคนที่เป็แฟนกันอยู่แล้วมาเถอะ” ชายหนุ่มผายมือให้เธอจับเอาไว้เขากุมมือของเธอเดินไปตลอดทางจนถึงคอนโดที่หญิงสาวใช้เป็ที่พักอาศัย
หญิงสาวอาศัยอยู่เพียงลำพังเดิมที่พื้นฐานเธอเป็คนเชียงใหม่แต่เพราะผู้เป็พ่ออยากให้เธอได้มาพบเจอกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆเลยส่งเธอมาเรียนที่นี่
หลังจากที่เริ่มคบหากันเป็แฟนชัชรัณทำหน้าแฟนอย่างดีเท่าที่เขาจะทำได้หญิงสาวเองก็พยายามที่จะเป็แฟนที่ดีของชัชรัณเธอไม่อยากเป็ฝ่ายรับอยู่เพียงฝ่ายเดียว หลังจากที่คบหากันได้ไม่นานชัชรัณก็พาหญิงสาวไปพบพ่อแม่ของเขา
ชัชรัณเป็คนเรียนเก่งเขาเลยเป็ฝ่ายที่คอยติวหนังสือให้หญิงสาวเสมอชัชนันท์ไม่ชอบไปห้องสมุดหรือพวกคาเฟ่ ชัชรัณเลือกที่จะมาอ่านหนังสือที่ห้องของเธอเสมอเพราะความใกล้ชิดทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่พัฒนาอย่างรวดเร็วจนข้ามเส้นที่ไม่ควรข้าม
เสียงลมหายใจของชายหญิงสอดประสานชายหนุ่มส่งแรงกระแทกเข้าเชยชมดอกไม้ช่องามของหญิงสาวจนทั้งคู่ถึงจุดหมายปลายทางชายหนุ่มยังคงป้วนเปี้ยนอยู่กับอกตูมลงรอยประทับจนแทบไม่เหลือที่ว่าง
“พะ...พอแล้ว ระ...รัณเราไม่ไหวแล้ว พอได้แล้วนายทำมาทั้งวันแล้วนะ ไหนว่าจะอ่านหนังสือไง”หญิงสาวพยายามใช้แรงผลักไหล่ของชายหนุ่มให้ออกห่างจากอกตูม
“เธอต่างหากที่เมื่อไรจะหยุดสักทีหยุดทำให้ฉันหลงเธอจนหัวปักหัวปำสักที” ชัชนันท์พูดก่อนที่จะเม็ดยอดอกเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
“พะ...พูดอะไรของนายนี่มันเย็นมากแล้วปล่อยเราได้แล้วนายต้องกลับบ้านไม่งั้นคุณลุงคุณป้าจะเป็ห่วงนะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกฉันบอกแม่แล้วว่าจะติวให้เธอแล้วที่ห้องของเธอเลยถ้างั้นเราก็มาต่อกันอีกรอบดีกว่านะ ฉันยังไม่อิ่มเลย”
“นี่หยุดเลยนะจะติวให้อะไรกันดูสิ่งที่นายกำลังทำสิ แล้วยังจะถุงยางพวกนั้นอีกเสาร์อาทิตย์นี้กะจะไม่ให้ฉันลงจากเตียงเลยหรือไง” คำพูดของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มหัวเราะออกมา
“โอเค โอเคค่อยต่อคืนนี้ก่อนนอนก็ได้”
คำพูดของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวหน้าแดงเป็ลูกตำลึงสุกหยิบหมอนหนุนขว้างใส่แผ่นหลังของชายหนุ่มที่เพิ่งลุกออกไปจากเตียงนอน
จวบจนเรียนจบมหาลัยความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ยังคงดำเนินมาด้วยดีจนกระทั่งเข้าปีที่สิบความบาดหมางก็เกิดขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ ชัชรัณเริ่มทำงานในโรงพยาบาลเวลาว่างของคนทั้งคู่ก็เริ่มไม่ตรงกัน ความสัมพันธ์ที่เคยแเีก็เริ่มเบาบางลง
ชัชรัณได้รับภาพถ่ายจากบุคคลนิรนามภาพของแฟนสาวที่อยู่ในลักษณะไม่ควรกับชายอื่น ชัชรัณพยายามคิดว่ามันอาจจะเป็เื่เข้าใจผิดแต่บุคคลนิรนามนั้นยังคงส่งรูปของเธอกับชายอื่นมาเรื่อยๆ จนเขาเริ่มสงสัยในตัวของแฟนสาว
ในที่สุดความอดทนที่มีก็หมดลง ชัชรัณเอ่ยปากไถ่ถามถึงเื่ที่เกิดขึ้นแต่หญิงสาวก็เอาแต่บอกว่ามันเป็เื่เข้าใจผิด ทำไมต้องมาถามเื่แบบนี้
“เราเลิกกันเธอเถอะ” ไม่รู้ด้วยอะไรดลใจให้ชายหนุ่มพูดคำบอกเลิก
“เธอว่าไงนะ” หญิงสาวมองใบหน้าของชัชรัณอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“เราไม่อยากอยู่กับความหวาดระแวง เราไม่อยากต้องมานั่งระแวงว่าวันนี้จะมีใครส่งรูปของเธอกับผู้ชายคนอื่นมาอีกหรือว่าวันไหนมันจะกลายเป็คลิปวิดีโอ”
“เธอเชื่อคนอื่นมากกว่าเรางั้นเหรอ?เราเป็แฟนเธอนะ”
“ถ้าเธอเชื่อคนอื่นมากกว่าเราเราว่าเราทั้งสองคนคงไปต่อกันไม่ได้แล้วละ” หญิงสาวพูดออกทั้งน้ำตาเหมือนเวลาสิบปีที่ผ่านมามันไร้ค่าไปเลย ชายหนุ่มเลือกที่จะเชื่อคนอื่นมากกว่าตัวเธอเอง
ชัชรัณมองใบหน้าหวานที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาแต่น้ำตาของเธอก็ไม่สามารถลบล้างทิฐิภายในของเขาได้เลย ชายหนุ่มเลือกที่จะเดินออกไปจากห้องที่เคยเป็รังรักแต่ตอนนี้มันคงกลายเป็รังร้างไปแล้ว