ตอนที่ 2 (5)
หานิซิวแทบทรงตัวไม่อยู่ ทรุดนั่งลงกับพื้น ยังไม่ลืมกระชับกอดเด็กในอ้อมแขนอย่างทำตัวไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าเื่เป็แบบนี้ได้อย่างไร เด็กตรงหน้า คือลูกของเขาชัดๆ ไม่ต้องพูดถึงหน้าตาที่ละม้ายคล้ายคลึงราวกับถอดมาจากพิมพ์เดียวกัน ลำพังแค่เื่กลิ่นของเขาปลอบเด็กคนนี้ได้ ก็ชัดเจนมากพอแล้วว่าร่างกายของเด็กไม่ต่อต้านกลิ่นฟีโรโมนของเขา ถึงขั้นกระหายต่อมัน นี่เป็เื่ที่จะเกิดขึ้นได้เฉพาะสายเืตัวเอง หานิซิวยิ่งคิดยิ่งสับสน แต่ความรู้สึกหนึ่งที่เด่นชัดขึ้นทุกที
เขากลัว
เหมือนว่าเขาได้ทำเื่เลวร้ายจนไม่น่าให้อภัยลงไป เลวร้ายถึงขั้นที่ไม่คู่ควรที่จะพูดว่าขอโทษ
เหงื่อเริ่มตก
เขาหันกลับไปมองบุพการีที่ทำหน้าขึ้งโกรธตรงโซฟา “ผะ ผมจะไปตรวจ”
“ตรวจเหรอ คิดว่าฉันจะรอแกไปตรวจอีกงั้นเหรอ” ประธานหานคว้าซองหนังใส่เอกสารบนโต๊ะน้ำชาเขวี้ยงใส่หน้าหานิซิว “พ่ออีกคนของเด็กคือเซี่ยเหยี่ยสินะ ฉันจำได้ว่าตอนนั้นพวกแกรักกันมากขนาดไหน จนพากลับมาแนะนำให้เรารู้จักกันแล้ว แกกลับใจร้าย ปล่อยให้ชีวิตของเด็กคนนี้ต้องพินาศ เขาเป็เด็กเรียนเก่ง สอบได้อันดับหนึ่งของชั้น ได้ทุนการศึกษาทุกปี แต่กลับต้องลาออกจากมหาลัยตอนปีสี่เพราะแก” คุณพ่อหานยิ่งพูดยิ่งโกรธ อยากจะก่นด่าก็กลัวทำหลานใ ได้แต่ข่มเสียงต่ำ “แกรู้ไหมว่าตอนนั้นเขาเสี่ยงแค่ไหน โอเมก้าที่ไม่มีอัลฟ่าคอยดูแล ปลอบประโลมลูกในท้องไม่อยู่จนเกือบแท้งตายคาเตียงห้องคลอด”
หานิซิวมองพ่อตัวเองด้วยสีหน้าตื่นใ เซี่ยเหยี่ยเกือบตายเหรอ เขาก้มเก็บซองใส่เอกสารด้วยมืออันสั่นเทา แต่กลับไม่กล้าดึงเอกสารข้างในออกมาสักที
“เสี่ยวหลี หิวแล้ว” เด็กน้อยกระตุกแขนหานิซิว เสียงเล็กเสียงน้อยดึงสติเขากลับมา “ถึงปะป๊าจะบอกว่าห้ามกินของจากคนแปลกหน้า เมื่อกี้เสี่ยวหลีก็อดใจได้แล้ว แต่คุณลุงคนนี้หน้าตาคุ้นจังเลย น่าจะไม่ใช่คนแปลกหน้าใช่ไหมครับ” เด็กน้อยได้แต่พูดปลอบตัวเองเช่นนี้ เพราะเขาหิวมากจริงๆ
“มาๆๆ มาหาย่าเร็ว” คุณแม่หานรอเด็กน้อยยอมเอ่ยปากร้องหิวได้ในที่สุด รีบกวักมือเรียกเสี่ยวหลีอย่างดีอกดีใจ
“เดี๋ยวย่าจะพาหนูไปกินของอร่อยๆ นะ ชอบกินปลาหรือเปล่า คุณพ่อของหนูน่ะชอบกินปลามากที่สุดเลยละ!” คุณพ่อที่เธอว่าหมายถึงหานิซิว
แต่เด็กน้อยกลับส่ายหน้าเป็พัลวัน “เสี่ยวหลีชอบปลาน้อย ปะป๊าไม่ชอบ” เด็กน้อยตอบกลับคุณย่าที่นั่งข้างๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง “มีก้างแหลมๆ จะเจ็บ ปะป๊าสองยอบแย้ว” เสี่ยวหลีชูนิ้วสั้นป้อมออกมา เป็ท่าชูสองนิ้ว เรียกสีหน้างุนงงจากคุณแม่หานได้เป็อย่างดี “เอ๊ะ” หานิซิวกลับเข้าใจความหมายที่เขาจะสื่อ
ความจริงเซี่ยเหยี่ยชอบทานปลามากเช่นกัน แต่เขาไม่ชอบปลาก้างเยอะ ่ที่พวกเขาเพิ่งคบกันใหม่ๆ หานิซิวที่สังเกตเห็นเื่นี้ จะคอยเอาก้างปลาออกมาให้เขาอย่างละเอียดทุกครั้ง
คนรักที่เขาเคยทะนุถนอมดั่งไข่ในหิน หลังจากแยกทางกันไป กระทั่งปลายังทานต่อไม่ได้ ฟังจากที่เสี่ยวหลีพูด อย่างน้อยเขาต้องเคยถูกก้างทิ่มคอถึงสองครั้ง
เสี่ยวหลี หานิซิวเรียกชื่อนี้ซ้ำในใจ กับหัวใจที่บีบรัดเป็ก้อน
การทอดทิ้งที่ไม่มีสัญญาณเตือนเมื่อสามปีก่อน แล้วยังซ้ำเติมด้วยคำลวงอันโหดร้ายที่มีชื่อว่าหมดรักแล้ว
สองครั้งที่พบกัน เขายิ่งโดนตนจงใจเหยียดหยาม
หานิซิวทั้งเจ็บทั้งกลัว
หานิซิวตบหลังเด็กน้อยไปมาเป็เชิงให้เขาไปทานมื้อเย็นกับคุณย่า ส่วนเขาก็หยิบเอกสารที่พ่อโยนใส่หน้าขึ้นห้องชั้นบนเพียงคนเดียว
เอกสารชุดนี้ บันทึกความผิดของเขาเอาไว้ เขาไม่อาจข่มสติให้สงบต่อหน้าทุกคนได้
ในรายงานถือว่าเขียนได้ละเอียดดี ทุกประโยคทิ่มแทงใจอย่างไม่น้อยหน้ากัน จี้ใจดำราวกับหานิซิวเป็เป้า สมควรที่จะโดนธนูนับหมื่นยิงทะลุ
เื่ราวเป็อย่างที่คุณพ่อหานว่าไว้ เซี่ยเหยี่ยลาหยุดเรียนในปีสี่ สองเดือนหลังจากวันที่ตนขอเลิก รายงานเขียนว่าตลอดสองเดือนนั้นสภาพจิตของเขาไม่สู้ดีนัก มักจะขอลาป่วย ครรภ์อายุห้าเดือนเริ่มนูนจนเห็นชัด ตามมาด้วยข่าวลือแพร่สนั่นไปทั่วรั้วมหาวิทยาลัย จากวันวานที่ต้องเห็นหานิซิวตัวติดกับเซี่ยเหยี่ยแทบไม่ห่าง ทว่าโอเมก้าที่กำลังตั้งครรภ์และอ่อนแอในขณะนี้กลับอยู่คนเดียว ข่าวลือมักทำร้ายคนแต่ก็เป็ความจริง ‘เซี่ยเหยี่ยถูกทิ้ง’
โอเมก้าที่ฐานะธรรมดาไม่คู่ควรกับตระกูลหานที่สูงส่ง อีกาที่เพ้อฝันอยากจะเป็หงส์ สุดท้ายก็เป็เพียงเื่ตลกให้ทุกคนพูดกันสนุกปาก
เซี่ยเหยี่ยทนอาการแพ้ท้องได้ แต่กลับทนกระแสข่าวลือไม่ไหว ข่าวลือทำร้ายจิตใจคน แต่ความลือนั้นไม่ผิดจากความจริง เหตุผลที่หานิซิวให้ไว้คือหมดรัก เซี่ยเหยี่ยหมดคำจะโต้แย้ง สุดท้ายก็ต้องออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างเงียบๆ
ไม่มีประวัติการศึกษา ไม่มีประสบการณ์ บวกกับตั้งครรภ์ร่างกายอ่อนแอ เซี่ยเหยี่ยไม่มีจุดเด่นมากพอจะหางานดีๆ ทำ ได้แต่อาศัยความสามารถด้านภาษาต่างประเทศรับงานแปลวิทยานิพนธ์อยู่ในบ้าน เขารับงานแปลวิทยานิพนธ์หลายต่อหลายเล่ม กลับไม่มีเล่มไหนที่เป็ของเขา เพราะเขาไม่มีโอกาสได้ร่ำเรียนจนจบปริญญา
คุณปู่ของเซี่ยเหยี่ยมาเยี่ยมเขา เดิมคิดว่าเป็การเซอร์ไพรส์อันน่าปีติยินดี กลับกลายเป็เซอร์ไพรส์ที่มีแต่เสียขวัญ เมื่อคนสูงวัยพบว่าเซี่ยเหยี่ยที่เด่นในทุกด้าน กลับหมกตัวอยู่แต่ในห้องเช่าเล็กๆ อย่างหมดอาลัยตายอยาก สภาพซูบโทรม แถมยังลาออกจากการเรียน
หนำซ้ำยังตั้งครรภ์อีกต่างหาก
คุณปู่เซี่ยที่โกรธถึงขีดสุดเลือกที่จะหันหลังจากไป จนเผลอสะดุดล้มขาหัก ทำให้คุณปู่เซี่ยที่สุขภาพย่ำแย่เป็ทุนเดิม ต้องอาการทรุดหนักลงราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม เขาไม่มีโอกาสหายอีกแล้ว จวบจนลาลับไปในหนึ่งเดือนต่อมา