หนึ่งคนหนึ่งสัตว์ยืนนิ่งสบตาคล้ายกับจะหยั่งความสามารถของอีกฝ่ายผ่านทางดวงตาปลุกปลอบสมาธิเข้าต่อสู้ เพิ่มแรงกดดันทางอารมณ์ให้ฝ่ายตรงข้าม
วินาทีนั้นเ้าหมาป่าเหมือนทราบได้ว่าส่วนที่อันตรายที่สุดของมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้ามันคือของแปลกประหลาดมันวาวที่อยู่ในมือขวาของเขามันกลอกตามองมีดในมือเขาแวบหนึ่ง และวิฬาร์ก็ไม่พลาดความเคลื่อนไหวชั่วกะพริบตานั้นมันพลันแยกเขี้ยวแล้วกระโจนพุ่งเข้ามาหมายจะกัดข้อมือขวาเขาเพื่อปลดอาวุธ
แต่วิฬาร์กลับมองเห็นภาพเบื้องหน้าได้อย่างชัดเจนเสี้ยววินาทีนั้นก็ดึงร่างตัวเองหลบฉากไปทางซ้าย พร้อมบิดข้อมือขวาจนใบมีดขนานไปกับพื้นโลกแล้วต่อยออกไปตรงๆทำให้ใบมีดที่คว่ำอยู่เฉือนอากาศหลบจากคมเขี้ยวที่พุ่งตรงเข้ามาอย่างหวุดหวิดก่อนถากเข้าที่สีข้างของหมาป่ากรีดหนังของมันออกเป็ทางยาวไปถึงสะโพกแต่น่าเสียดายที่าแไม่ลึกมากนัก
หมาป่าที่กระโจนลงมาถึงพื้นพลันหมุนตัวแล้วกระโจนขึ้นมาใหม่หมายจะปลิดชีวิตศัตรูให้ได้คราวนี้วิฬาร์หมุนตัวกลับมาไม่ทัน เพียงแค่เห็นคมเขี้ยวผ่านๆ จากหางตาแต่ทว่ากลับไม่ร้อนรน พึมพำถ้อยคำแห่งเวทมนตร์ขึ้นมาเบาๆในใจ
เวทมนตร์ธาตุไฟระดับล่างโล่เวท
ทักษะในเกมจะมีพลังมากขึ้นเมื่อถูกใช้ซ้ำบ่อยๆแต่เพราะทักษะนี้เขาเพิ่งรับมาเมื่อกี้บวกกับค่าสถานะสุดกากของวิฬาร์จึงทำให้มันอ่อนแอมาก โดยปกติไม่มีทางรับการโจมตีจากหมาป่าเลเวล15 ได้โดยตรง แต่วิฬาร์ไม่ได้เสกขึ้นมาขวางแบบทื่อด้านธรรมดาเขาตั้งใจเสกให้มันเอียงตัวทำมุมเล็กน้อย ส่งผลให้คมเขี้ยวหมาป่าที่พุ่งเข้ามาชนโล่เวทแล้วแฉลบเบี่ยงไปอีกด้านพร้อมกับโล่เวทที่แตกกระจายเป็เสี่ยงๆแล้วสลายหายไปพร้อมทั้งสร้างความเสียหายเวทมนตร์เล็กน้อยที่ผิวของหมาป่าตัวนั้นด้วย
เสี้ยววินาทีถัดมาที่มันเสียหลักก็มีเวลามากพอให้วิฬาร์ได้โอกาสฟันตรงเข้าไปที่ขาหลังของมัน และเพราะว่าเขาฉาบเวทมนตร์ไว้ที่คมมันเลยจมลงไปจนสุดด้าม
คมมีดอาบเวทมนตร์บาดลึกจนขาหลังเป็รอยยาวเืสีแดงสดทะลักออกมาพร้อมกับเสียงร้องเอ๋งของมัน
คมมีดที่หุ้มด้วยพลังเวทมนตร์มีอานุภาพสูงมากทำให้เกิดเป็แผลฉกรรจ์ทันที
แต่เมื่อเขาจ้องมองที่แววตามันก็รู้ได้ทันทีว่ามันยังไม่ยอมแพ้เ้าหมาป่ายืนโขยกเขยกด้วยขาหลังอีกข้างแบบไม่ถนัดนักก่อนจะเรียกใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ของมันเพื่อเพิ่มพลังโจมตี
ดวงตาทั้งคู่ของมันทอแสงสีแดงเรื่อขนบนร่างตั้งชันขึ้นจนคล้ายกับตัวเม่น ก่อนจะพุ่งเข้ามาโจมตีเขาอย่างอุกอาจ
หนึ่งมนุษย์หนึ่งสัตว์ต่อกรกันอยู่ครู่หนึ่ง แต่ด้วยความได้เปรียบจากอาการาเ็ของอีกฝ่ายในที่สุดวิฬาร์ก็สามารถสังหารมันได้สำเร็จ
“ผู้เล่นวิฬาร์สังหารหมาป่าขนสีน้ำตาลเลเวล 15 ได้รับค่าประสบการณ์ 1,083 หน่วย ได้รับหนังหมาป่าขนสีน้ำตาลระดับต่ำ 1ผืน เงิน 10 เหรียญเงิน
ผู้เล่นวิฬาร์เลื่อนระดับเป็เลเวล 4”
“ไม่ดรอป*กระดูกหรอเนี่ยน่าเสียดาย” หลังจากหมาป่าตาย ก็เหลือเพียงเนื้อกองหนึ่งอยู่กับพื้นเขาโกยมันเข้ากระเป๋าพร้อมกับไอเทมอื่นๆ ที่มันดรอปออกมา
[*ดรอป (Drop) : การที่สัตว์อสูรถูกสังหารและให้ไอเทมเป็ของรางวัลเนื่องจากการสังหารได้สำเร็จ]
แต่สำหรับครั้งนี้ถ้าจะเอาส่วนกระดูก เกรงว่าวิฬาร์จะต้องฟาดฟันกับมันอีกหลายตัว
………………..
หลังจากผ่านไปเกือบสองชั่วโมงในที่สุดวิฬาร์ก็ได้ของสามในห้าชิ้นที่้ามาครบ เพิ่มระดับจนถึงเลเวล 8 ตอนนี้จึงเดินทางมาถึงดันเจี้ยนเล็กๆแห่งหนึ่งในป่า บริเวณทางเข้าก็เจอผู้เล่นใหม่ยืนออกันอยู่หลายคนบ้างกำลังร้องหากลุ่มเข้าไปเก็บค่าประสบการณ์ด้านในบ้างก็ยืนรอเพื่อนที่กำลังเดินทางมาหรือบางทีก็มีกิลด์ที่พาเด็กใหม่มาฝึกทักษะรวมทั้งหาค่าประสบการณ์ด้วย
“เฮ้ นายคนนั้นสนใจร่วมปาร์ตี้เปิด**กับเรามั้ย?” เมื่อวิฬาร์เดินเข้ามาใกล้ทางเข้าดันเจี้ยนก็เจอกลุ่มเปิดกลุ่มนึงทักทายเขาพอมองไปก็เห็นผู้เล่นในชุดเริ่มต้นเหมือนตนยืนอยู่สามคน กับชายคนหนึ่งที่ใส่ชุดดูมีระดับกว่าเล็กน้อยทั้งสี่คนหน้าตาดูเจื่อนๆ คาดว่าคงโดนปฏิเสธไปหลายรอบแล้วดูราวกับนักเรียนยืนเข้าแถวรอเข้าห้องปกครองรอเชือดยังไงยังงั้น
[**ปาร์ตี้ คือ การตั้งกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรม/ภารกิจโดยของรางวัลที่ได้มักจะถูกบริหารโดยหัวหน้ากลุ่มและจับกลุ่มกันได้มากที่สุดไม่เกินสิบคน โดยปกติจะตั้งกลุ่มจากเพื่อนที่รู้จักกันแต่ถ้าจับกลุ่มกับใครก็ได้ จะเรียกว่าปาร์ตี้เปิดซึ่งมักจะต้องตกลงผลประโยชน์กันให้ลงตัวก่อนเข้ากลุ่ม]
“อ้อได้สิ แต่ว่าผมมาทำภารกิจ คงต้องเจาะจงขอรางวัลไอเทมบางอย่าง” ภายในดันเจี้ยนแห่งนี้เมื่อเข้าไปแล้วจะมีทางแยกสี่ทางแบ่งเป็ระดับ ต่ำ กลาง สูง สุดทางของแต่ละระดับจะมอบค่าประสบการณ์และไอเทมที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าคุณสามารถพิชิตดันเจี้ยนระดับไหนได้ส่วนทางที่สี่จะเป็เหมืองสำหรับขุดแร่ภาณุมาศที่ด้านในจะแบ่งเป็ชั้นย่อยๆลงไปอีก ซึ่งเหมืองแร่นี้ก็ทำให้ดันเจี้ยนนี้เป็ที่นิยมในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
“อ้อทำภารกิจสินะ พวกนี้ยังเลเวลต่ำกันอยู่ ผมเลยจะพาเพื่อนลงดันเจี้ยนเลเวลต่ำกันไอเทมนายต้องลงไปชั้นไหนล่ะ?”ผู้เล่นชายคนหนึ่งที่ใส่ชุดดูดีกว่าคนอื่นและเป็คนทักเขาเอ่ยถามขึ้น
“ชั้นเลเวลต่ำเหมือนกันแต่เสร็จแล้วก็ต้องไปขุดแร่ภาณุมาศด้วย” วิฬาร์ตอบ
“งั้นส่วนไอเทมในดันเจี้ยนถ้าได้อะไรมาก็หารห้า ถ้าเกิดของนายไม่ดรอป ก็ลงใหม่แล้วกัน ยังไงก็ลงได้หลายรอบส่วนแร่ภาณุมาศ พวกเราก็กะจะแวะไปขุดอยู่เหมือนกันถ้าได้ไอเทมจากดันเจี้ยนครบแล้วก็ไปด้วยกันเลยก็ได้”
“ตกลง”
จากนั้นเขาก็เข้าร่วมกลุ่มจึงได้รู้ว่าเพื่อนใหม่ตรงหน้าชื่อคมวายุ ส่วนเพื่อนอีกสามคนหนึ่งหญิงสองชายคือพิรุณกระหน่ำฟ้ากับเซย่า และ หมีขาวเหลียวหลังทั้งสี่คนเป็เพื่อนสนิทกัน สามคนหลังเพิ่งเล่นเกมได้ไม่นาน ตอนนี้เพิ่งจะเลเวลสิบสูงกว่าวิฬาร์อยู่สองเลเวล คมวายุที่เล่นมาได้่นึงจนเลเวลยี่สิบสอง เลยมาช่วยเพื่อนเล่นเกมแต่พอดี่เวลานี้มือใหม่ออนไลน์ไม่มากนัก ทำให้ขาดคนร่วมกลุ่มแม้ว่าความจริงตัวเขาที่เลเวลยี่สิบ จะพาเพื่อนอีกสามคนลงดันเจี้ยนได้แต่มากันสี่คนย่อมจะเหนื่อยมากกว่าห้าคนอยู่ดีรวมถึงย่อมจะเสียเวลาในดันเจี้ยนมากขึ้นด้วย เลยพยายามหาคนมาเข้ากลุ่มเพิ่มดีกว่าเสียเวลาเสียแรงกันสี่คน
ตัวคมวายุเองเมื่อเปิดหน้าต่างกลุ่มขึ้นมาเห็นเลเวลของวิฬาร์ก็อดเหลือบมองอย่างไม่มั่นใจมาที่เพื่อแปลกหน้าคนนี้หน่อยนึงไม่ได้เขาว่ากลุ่มเขาที่มีเลเวลคนละ 10 นั้นกระจอกแล้วนี่ยังมาเจอคนที่กระจอกกว่าพวกเขาอีกหรอเนี่ย?
แต่ในเมื่อรับเข้ามาแล้วก็คงจะต้องทำใจสุดท้ายจึงแอบบ่นกับตัวเองในใจว่าทำไมเมื่อกี้ก่อนรับเข้ากลุ่ม ถึงไม่ถามเลเวลเขาสักหน่อยนะรู้สึกเหมือนถูกท่าทีดูมีความมั่นใจนั่นหลอกให้หลงเชื่อไปโดยไม่เต็มใจ
“แล้วนี่นายเล่นสายไหนพวกเราจะได้จัดตำแหน่งกันถูก” เพื่อนทั้งสี่เปลี่ยนจากแววตาตื่นเต้นเป็มองหน้าวิฬาร์ด้วยความจนใจเปลี่ยนท่าทีกระตือรือร้นเมื่อครู่ไปเป็หลังมือ แสดงว่าคงเห็นเลเวลของเขาจากหน้าต่างกลุ่มกันแล้วดูท่าทางเื่เลเวลต่ำจะทำให้คนพวกนี้ไม่ไว้วางใจตัวเขามากสักเท่าไหร่ถ้าเกิดขอเสนอตัวไปอยู่แนวหน้า คงจะยิ่งทำให้พวกเขาอึดอัดมากยิ่งขึ้น
“ผมเล่นสายธาตุเวทแสงกับไฟเดี๋ยวจะช่วยใช้เวทมนตร์สนับสนุนให้ที่แนวหลังแล้วกัน” ตัวเขาเองที่ไม่อยากจะมีปัญหากับผู้เล่นธรรมดาจึงคิดหลีกทางให้พวกนั้นแสดงฝีมือได้เต็มที่
“งั้นก็ได้อย่าหลุดออกจากแถวล่ะ พวกเราอาจจะช่วยนายไว้ไม่ทัน อย่าทำอะไรแปลกๆ ด้วย โอเคทุกคนลุย!” คมวายุหันมาเตือนวิฬาร์ก่อนเอ่ยประโยคสุดท้ายกับทุกคนท่าทีที่มองเขาเหมือนนู้บ***คนนึงนั้นทำเอาวิฬาร์แทบร้องไห้ในใจ เมื่อก่อนตนเป็ผู้ใช้เวทมนตร์ระดับแนวหน้าของเกมผู้เล่นหลายต่อหลายคนถึงกับต้องแย่งตัวเขาให้ไปช่วยเวลาทำภารกิจต่างๆแต่มาตอนนี้กลับโดนสั่งให้อย่าทำอะไรเกินตัวซะงั้น จึงพานทำให้รู้สึกไม่ค่อยชินขึ้นมา
[***นู้บ = Noob คำที่หมายถึงผู้เล่นมือใหม่ หรือผู้เล่นที่ไม่เก่งแต่อวดเก่ง]
แต่เขาเพียงแค่มาหาของเพื่อทำภารกิจแล้วจะรีบไปวิฬาร์จึงไม่คิดจะถือสาเอาความให้ปวดหัว จึงพยักหน้ารับๆ แล้วเดินตามทุกคนเข้าไป
ทั้งห้าเดินเข้าไปในประตูดันเจี้ยนระดับต่ำและหลังจากผ่านเข้าไปได้ไม่กี่เมตร ต่างก็รู้สึกเหมือนเข้ามาในสถานที่ใหม่อากาศเพิ่มความอับชื้น เพี้ยนไปจากภายนอกที่ค่อนข้างสดใส รอบๆคือถ้ำมืดที่พอมีแสงสว่างรางๆ จากคบไฟขนาดเล็กที่ปักอยู่เป็ระยะมีหินงอกหินย้อยห้อยตัวดูลึกลับ เพิ่มบรรยากาศน่ากลัวขึ้นไม่น้อย
แต่ยังไม่ทันไรจู่ๆ ภูตตัวเล็กหน้าตาอัปลักษณ์คล้ายหมูป่าทว่ายืนสองขา ตัวสูงแค่หัวเข่าตัวหนึ่งโผล่พรวดออกมาจากซอกหลืบของถ้ำกระโจนใส่ทันทีที่พวกเขาเริ่มออกเดินเข้ามาในดันเจี้ยนมันแสยะปากแยกเขี้ยวยิงฟันแล้วโถมเข้าใส่คมวายุที่ยืนอยู่ข้างหน้าสุดแต่ด้วยระดับเลเวลที่ต่างกันถึงสิบเลเวลบวกกับความมั่นใจในตัวเองก็ทำให้คมวายุไม่แตกตื่น ตวัดดาบในมือขวาขึ้นตั้งรับส่วนเพื่อนอีกสามคนที่เดินตามมาไม่ไกล ก็รีบฮือเข้าไปช่วยทันที
คมวายุเล่นสายยุทธเวทเขาใช้โล่กับดาบสำหรับการทำดาเมจและป้องกันนับเป็หนึ่งในอาวุธคู่กายที่สายนี้นิยมเล่นกัน
ส่วนอีกสามคนที่เหลือเซย่าและพิรุณฯ เล่นสายมายาเวทกับธาตุเวทคนหนึ่งพยายามยิงศรเวทน้ำใส่มันเพื่อทำให้เสียหลัก ส่วนพิรุณฯก็วาร์ปตัวเองไปด้านหลังภูตอัปลักษณ์ตัวนั้นเพื่อโจมตีทีเผลอ ส่วนหมีขาวฯเล่นสายดาราเวท เขาเองก็พยายามร่ายเวทบัฟเพื่อช่วยคุมสถานการณ์ตามหน้าที่
ในสายตาทั้งสี่คนนั้นอาจมองว่าเป็การช่วยเหลือกันตีสัตว์อสูรแต่เมื่อมองจากสายตาของคนข้างหลังแล้ว ควรใช้คำว่ารุมรังแกมากกว่า
แถมยังรังแกแบบศัตรูเจ็บหนึ่งพันตัวเองสูญเสียแปดร้อยอีกต่างหาก
ภูตนี่ตัวเล็กเท่าเด็กแปดเก้าขวบแถมไวยังกับปรอท การโจมตีของมันรวดเร็วมาก คมวายุนั้นยังพอใช้ได้ แต่คนที่เหลือไม่มีใครสักคนโจมตีโดนมันเลย
แต่ละคนพยายามใช้เวทมนตร์อย่างเอาเป็เอาตายทว่าเดี๋ยวเฉี่ยวซ้ายเฉี่ยวขวา วาร์ปไปด้านหลังแล้วง้างมีดฟันก็ไม่โดนครอบวงเวทเพื่อตรึงมันอยู่กับที่ก็พาลไปโดนพวกตัวเองยังดีที่เวทมนตร์แยกแยะมิตรศัตรูได้ ไม่งั้นคนที่จะโดนเล่นงานอาจเป็คมวายุแทนสัตว์อสูร
ทั้งสี่คนฟันสัตว์อสูรคนละทีก็โดนสัตว์อสูรสวนกลับมาสองที ภูตร่างเขียวตัวว่องไวปานวอกหลบซ้ายป่ายขวาจนกองหน้ารุมตีเป็พัลวันมีดดาบทั้งหมดที่ฟันใส่มันก็ทำได้เพียงกรีดเืบางๆ จากตัวมันไม่เท่าไหร่
คมวายุนั้นยังดีหน่อยเพราะว่าใช้อาวุธที่มีระดับสูงกว่าเพื่อน แต่สามคนที่เหลือใช้แค่มีดสั้นเริ่มต้นเกรดF ทำให้ดาเมจที่เกิดขึ้นเป็เพียงแค่เลขหลักสิบเท่านั้นจากนั้นพอโดนภูตนั่นแว้งกัดกลับมา ก็แตกกระเจิงไปคนละทาง
ยิ่งทั้งสี่คนไม่รู้จักวิธีผนึกเวทมนตร์ลงบนอาวุธก็ยิ่งทำให้สู้สัตว์อสูรได้ยากขึ้นอีก
วิฬาร์มองอย่างละเหี่ยใจคนทั้งสี่โจมตีไร้แบบแผน ถูกสัตว์อสูรจูงจมูกอย่างงี่เง่าไล่ฟันตามหลังคล้ายกำลังวิ่งไล่จับกันอยู่ดูไม่ต่างจากตำรวจผู้ร้ายในหนังที่ยิงปืนใส่ต้นไม้ดังเฟี้ยวฟ้าวแต่ะุไม่โดนใครตายสักคน พวกเขามองแค่เพียงว่าฟันได้ตรงไหนก็ฟันลงดาบได้ตรงไหนก็ลง ไม่ได้มองถึงจุดอ่อนของสัตว์อสูรแล้วโจมตีแบบที่คนดีๆเขาจะทำกัน เวทมนตร์ก็ใช้พร่ำเพรื่อ ทำเอาวิฬาร์มองแล้วรู้สึกเสียดายแทน
ถึงแม้เป็สัตว์อสูรระดับต่ำแต่ที่ร่างกายมันก็มีส่วนหนาส่วนบางคล้ายสัตว์ชนิดต่างๆ ในธรรมชาติและสำหรับภูตตัวนี้ จุดอ่อนของมันอยู่ที่ส่วนขาทั้งสองข้างแต่เนื่องด้วยความที่มันตัวเล็กเท่าเด็กคนนึงทำให้ผู้เล่นส่วนมากที่ตัวสูงยากที่จะก้มลงไปฟันถึง ดังนั้นจึงเอาแต่ฟันส่วนบนของมันไปรัวๆอย่างบ้าคลั่ง
ธาตุเวทระดับล่างศรเวทเพลิง