ตอนที่ 8: รากไม้ใต้ดินและหมากตัวต่อไป
แสงไฟนวลตาจากโคมไฟสไตล์โมเดิร์นภายในห้องทำงานกว้างขวางทอประกายสะท้อนกับกรอบกระจกใส กลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายท่ามกลางความเงียบสงบยามดึก กรณ์นั่งพักผ่อนอย่างสบายอารมณ์บนโซฟาหนังแท้เบื้องหน้าโต๊ะรับแขก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองเอกสารรายงานสรุปผลงานประจำสัปดาห์ที่วางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองครั้งก่อนที่ประตูจะเปิดออก พิมพ์ชนกและมือขวาคนสนิทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ากระตือรือร้น ทั้งคู่เพิ่งกลับจากการติดตามดูแลศูนย์พักพิงและโครงการพัฒนาเยาวชนรอบใหม่ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้น
"รายงานท่านประธานครับ โครงการบ้านพักพิงและศูนย์ฝึกทักษะอาชีพในเขตภาคเหนือและภาคใต้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่มีอุปสรรคใดๆ ครับ ส่วนน้องนาวิน ตอนนี้เดินทางถึงศูนย์วิจัยหลักและเข้ารับการดูแลจากทีมจิตแพทย์รวมถึงทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเรียบร้อยแล้ว เด็กน้อยปรับตัวได้เร็วมากและเริ่มแสดงความสนใจด้านการออกแบบกลไกใต้น้ำตามที่ตั้งใจไว้ครับ" มือขวารายงานด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ
กรณ์พยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ วางเอกสารลงบนโต๊ะ "ดีมาก นาวินเป็เด็กที่มีประกายในตัว การที่เราดึงเขาออกมาจากสภาพแวดล้อมที่มืดมนได้ทันเวลา ทำให้เราได้เมล็ดพันธุ์แห่งความดีงามที่จะเติบโตขึ้นเป็กำลังสำคัญของโลกในวันข้างหน้า"
พิมพ์ชนกเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับวางแท็บเล็ตแสดงผลข้อมูลชุดใหม่ลงบนโต๊ะ "และจากระบบสแกนข้อมูลและประเมินพฤติกรรมเยาวชนทั่วประเทศที่เราติดตั้งไว้เพื่อช่วยคัดกรองความผิดปกติ ล่าสุดระบบตรวจพบเคสที่น่าสนใจอีกหนึ่งเคสค่ะ เป็เด็กหนุ่มอายุสิบแปดปี อาศัยอยู่ในเมืองหลวงนี่เอง แต่มีเื่ราวชีวิตที่ซับซ้อนและน่าเห็นใจมาก"
กรณ์หันมาให้ความสนใจ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็เชิงถาม "เล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยซิ"
พิมพ์ชนกสไลด์หน้าจอแสดงประวัติและภาพถ่ายของเด็กหนุ่มคนดังกล่าว "เด็กคนนี้ชื่อ 'กวิน' ครับ พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุั้แ่เขายังเด็กมาก เขาอาศัยอยู่กับลุงและป้าที่ติดการพนันอย่างหนัก ทำให้เขาต้องปากกัดตีนถีบทำงานพาร์ตไทม์ส่งตัวเองเรียนหนังสือั้แ่ชั้นมัธยม แม้สภาพแวดล้อมจะย่ำแย่และเต็มไปด้วยความกดดัน แต่กวินมีความสามารถพิเศษด้านการเจรจาต่อรอง การวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ และมีความเป็ผู้นำสูงมากโดยธรรมชาติ"
เด็กสาวหยุดพักหายใจครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดหน้าจอแสดงผลข้อมูลเชิงลึกที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปเล็กน้อย "แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ จากข้อมูลเส้นทางอนาคตที่เราจำลองและวิเคราะห์จากความกดดันรอบตัว ในอีก1เดือนข้างหน้า เมื่อเ้าหนี้การพนันของลุงและป้าเข้ามารังแกและทำร้ายยายข้างบ้านที่คอยช่วยเหลือเขา กวินจะถูกผลักดันให้ลุกขึ้นมาใช้ความฉลาดแกมโกงและทักษะการเจรจาในการวางแผนตลบหลังกลุ่มแก๊งทวงหนี้ นำไปสู่การก่ออาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการฉ้อโกงระดับองค์กรเพื่อแก้แค้น แม้เขาจะรอดตัวและกลายเป็ผู้มีอิทธิพลใต้ดินที่ร่ำลือ แต่จิตใจของเขาจะแปรเปลี่ยนกลายเป็คนเ็า ไร้ความเมตตา และกลายเป็หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมรายใหญ่ที่ยากจะแก้ไข"
ฟังจบ กรณ์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาสีเข้มฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง เขารู้ดีว่าพลังพิเศษในการมองเห็นอดีตถึงอนาคตของเขาไม่ใช่มีไว้เพื่อลงโทษคนผิด แต่มีไว้เพื่อยื่นมือเข้าไปขัดขวางและเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตก่อนที่ความมืดจะกลืนกินมนุษย์คนหนึ่งไปตลอดกาล
"เด็กคนนี้ไม่ได้มีจิตใจใฝ่ชั่ว..." กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่หนักแน่น "ความฉลาดและความเป็ผู้นำของเขาเป็พร์ที่ยอดเยี่ยม เพียงแต่สภาพแวดล้อมรอบตัวเต็มไปด้วยความเน่าเฟะและความรุนแรง จนไม่มีใครชี้นำทางที่ถูกต้องให้ หากปล่อยให้เขาเผชิญหน้ากับวิกฤตินั้นตามลำพัง โลกจะสูญเสียผู้นำที่มีศักยภาพสูงไปคนหนึ่ง และได้อาชญากรเืเย็นเพิ่มขึ้นมาแทน"
"แล้วเราควรจะดำเนินการอย่างไรต่อดีครับท่าน?" มือขวาเอ่ยถาม
"เราจะรอให้ถึงวิกฤตินั้นไม่ได้..." กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบสูทขึ้นมาสวมเตรียมตัว "เราจะเข้าไปจัดการ 'สิ่งแวดล้อม' รอบตัวเขาก่อนที่ปัญหาจะปะทุขึ้น ชำระหนี้สินทั้งหมดของลุงและป้า จัดการส่งตัวทั้งคู่ไปบำบัดอาการติดการพนันในสถานฟื้นฟูของเครือข่ายเรา และดึงตัวกวินเข้ามาสู่ระบบทุนการศึกษาพร้อมเปิดโอกาสให้เขาได้ฝึกฝนทักษะการบริหารและการเจรจาในองค์กรธุรกิจบังหน้าของเรา"
พิมพ์ชนกพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มโล่งใจ "เป็ความคิดที่ยอดเยี่ยมมากค่ะ การตัดวงจรอุบาทว์จากต้นตอจะทำให้กวินหลุดพ้นจากความแค้น และเปลี่ยนพลังขับเคลื่อนนั้นให้กลายเป็ความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ แทน"
"คืนนี้ฉันจะเดินทางไปพบเขาด้วยตัวเอง" กรณ์กล่าวด้วยความเด็ดเดี่ยว
เวลาเที่ยงคืนตรง รถยนต์อเนกประสงค์สีดำเคลื่อนตัวเข้ามาจอดในตรอกซอกซอยเก่าแก่ย่านชุมชนแออัดใจกลางเมือง บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าริมทางที่กะพริบติดๆ ดับๆ กรณ์ก้าวลงจากรถเดินลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ จนถึงห้องเช่าคับแคบหลังหนึ่ง
ภายในห้องพักโทรมๆ กวินในชุดนักศึกษาพับแขนเสื้อขึ้นนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือเล็กๆ ใต้แสงไฟสีส้มสลัว บนโต๊ะเต็มไปด้วยกองหนังสือบัญชีและการบริหารธุรกิจ ดวงตาที่เหนื่อยล้าแต่ฉายแววเด็ดเดี่ยวและเฉียบแหลมกำลังกวาดมองตัวเลขคำนวณอย่างตั้งใจ แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวัน แต่แววตาของเด็กหนุ่มคนนี้ไม่มีความยอมแพ้ต่อโชคชะตาเลยแม้แต่น้อย
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นแ่เบากลางดึก กวินสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เพราะเวลานี้ไม่ควรมีใครมาหาเขา นอกเสียจากเ้าหนี้การพนันของลุงที่มักจะมาอาละวาดกลางดึกเป็ประจำ เด็กหนุ่มหยิบไม้ท่อนสั้นๆ ใต้โต๊ะขึ้นมาถือไว้ด้วยความระมัดระวัง เดินไปแง้มเปิดประตูห้องช้าๆ
เบื้องหน้าประตู ไม่ใช่กลุ่มนักเลงทวงหนี้หน้าตาถมึงทึง หากแต่เป็ชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐาน สวมแว่นสายตา และมีรอยยิ้มอบอุ่นน่าเกรงขามยืนสงบนิ่งอยู่
"สวัสดีดึกดื่นแบบนี้... กวินใช่ไหม?" กรณ์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็กันเอง
กวินขมวดคิ้วแน่นด้วยความงุนงงและความระแวดระวัง ถอยหลังกรูดหนึ่งก้าว "คุณเป็ใคร มาหาผมมีธุระอะไรดึกดื่นขนาดนี้?"
"ฉันไม่ใช่เ้าหนี้ และไม่ใช่ศัตรู" กรณ์ยิ้มบางๆ กวาดสายตามองไปรอบห้องพักแคบๆ ที่สะอาดสะอ้านแม้อยู่ในสภาพจำกัด "ฉันเป็ประธานมูลนิธิพัฒนาเยาวชนโลก และฉันรู้เื่ปัญหาหนี้สินรวมถึงความกดดันทั้งหมดที่เธอต้องแบกรับอยู่คนเดียวมาตลอดหลายปีนี้"
ร่างของกวินแข็งทื่อราวกับถูกสาบ ดูกระจ่างแจ้งในความใ ดวงตาเบิกกว้าง "คุณ... รู้จักผมได้ยังไง? คุณแอบสืบเื่ผมเหรอ!"
"โลกนี้มีความลับไม่มากสำหรับคนที่มองเห็นคุณค่าของคน..." กรณ์ก้าวเข้ามาหยุดยืนห่างจากประตูพอเหมาะ ไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามแม้แต่น้อย "ความฉลาดในการบริหารและการเจรจาต่อรองของเธอ มีค่ามากเกินกว่าจะมานั่งจมปลักเครียดเื่หนี้สินที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ลุงกับป้าของเธอพรุ่งนี้เช้าจะถูกส่งตัวไปเข้ารับการบำบัดอาการติดการพนันอย่างถูกวิธีในสถานฟื้นฟูของมูลนิธิ ส่วนเธอ... สนใจมารับทุนการศึกษาเต็มจำนวน พร้อมตำแหน่งผู้ช่วยฝึกหัดด้านการบริหารกลยุทธ์ในบริษัทเครือข่ายของเราไหม?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเช่าแคบๆ ชั่วขณะ กวินอ้าปากค้าง สมองที่เฉียบแหลมรวดเร็วของเขากำลังประมวลผลข้อเสนอที่ราวกับปาฏิหาริย์ ไม่มีเงื่อนไขมืดบอด ไม่มีสัญญาเื มีแต่การยื่นมือเข้ามาฉุดดึงเขาขึ้นมาจากหลุมพรางแห่งความสิ้นหวังในวินาทีที่ชีวิตกำลังจะดิ่งลงเหว
"ทำไม... ทำไมคุณต้องมาช่วยคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างผมด้วย?" เสียงของกวินสั่นเครือเล็กน้อย ความเข้มแข็งที่สร้างกำแพงไว้เริ่มพังทลายลง
"เพราะคนที่มีมันสมองและหัวใจที่เข้มแข็งอย่างเธอ สมควรได้รับโอกาสไปยืนในจุดที่สามารถสร้างประโยชน์ให้สังคมได้มากกว่าการมาจมอยู่กับความแค้น" กรณ์เอื้อมมือไปตบไหล่เด็กหนุ่มเบาๆ อย่างให้กำลังใจ "จำไว้นะกวิน ชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกทางเดินในอนาคตได้เสมอ เธอยังมีเวลาตัดสินใจถึงเช้าวันพรุ่งนี้ รถของมูลนิธิจะมารอรับที่หน้าปากซอย"
พูดจบ กรณ์ก็หันหลังเดินกลับออกไปปล่อยให้เด็กหนุ่มจมอยู่กับความคิดของตัวเอง กวินยืนนิ่งงัดมองแผ่นหลังของชายผู้แปลกหน้าที่เดินหายไปในความมืด หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันและความอัดอั้นตันใจที่เก็บกดมานานหลายปีค่อยๆ ไหลรินอาบแก้มเงียบๆ
ในขณะเดียวกัน ที่สำนักงานใหญ่ของมูลนิธิ การเดินหมากบนกระดานโลกยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง การช่วยเหลือและวางหมากบุคคลากรที่มีศักยภาพสูงในทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ นักธุรกิจ หรือผู้นำในอนาคต ล้วนเป็ฟันเฟืองสำคัญในการถักทอโครงข่ายธรรมาภิบาลเพื่อปกป้องโลกใบนี้จากเงื้อมมือของความมืด
เกมกระดานพลิกโลกนี้ไม่มีวันสิ้นสุด ตราบใดที่กรณ์ยังคงก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อเปลี่ยนโศกนาฏกรรมให้กลายเป็อนาคตที่เปี่ยมด้วยความสุข และสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ดีงามให้มวลมนุษยชาติอย่างไม่ย่อท้อ