บทที่ 3: ค่ำคืนใต้แสงจันทร์
ทิมอาบน้ำเสร็จออกมาจากห้องก็พบกับกลิ่นหอมของอาหารลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัว เขาเดินเข้าไปในครัวก็พบว่ามีนได้จัดเตรียมอาหารเย็นไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว แกงเขียวหวานไก่ที่หอมฉุย พร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ ไข่เจียว และผักสดจัดวางไว้อย่างสวยงาม
“อ้าว! คุณมีนทำเสร็จแล้วเหรอครับ” ทิมถามด้วยความประหลาดใจ
“ค่ะ ทำเสร็จแล้วค่ะ ทานได้เลยนะคะ” มีนยิ้มให้ทิม
"ผมไม่ได้ช่วยอะไรเลย งั้นไว้วันหลังผมขอแสดงฝีมือให้คุณมีนได้ชิมบ้างนะครับ" ทิมรู้สึกเขินอายเล็กน้อยที่ไม่ได้ช่วยอย่างที่ได้ตั้งใจไว้
"ไม่ต้องคิดมากค่ะ ยังไงวันนี้มีนก็ทำไว้เยอะอยู่แล้ว กินคนเดียวก็คงไม่หมด ดีแล้วค่ะที่มีคุณทิมมาช่วยทาน" มีนพูดพร้อมด้วยรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า ที่มีเหงื่อและผมที่ปรกหน้า ทำให้มีนนั้นดูเป็ธรรมชาติ น่ามอง และมีเสน่ห์เป็อย่างมาก
"ขอโทษนะครับ" ทิมพูดพร้อมทั้งเอื้อมมือมาปัดผมที่ปรกหน้ามีน ดูเหมือนทิมจะโดนมนต์สะกดของความน่ารักและเป็ธรรมชาติของผู้หญิงคนนี้เสียแล้ว
ใบหน้าของมีนแดงระเรื่อและชะงักเล็กน้อย พร้อมทั้งชวนทิมมาทานอาหารแก้เก้อพลางคิดว่า 'ตาบ้านี่ถึงเนื้อถึงตัวจริงๆ' แต่ก็นึกได้ว่าเค้าไม่ใช่คนไทย คงคิดว่าเป็เื่ปกติ แต่ผู้หญิงไทยอย่างเรา การที่ผู้ชายเข้ามาใกล้ชิดขนาดนี้ก็ไม่เลยค่อยชินเท่าไหร่
ทั้งคู่นั่งทานอาหารเย็นด้วยกันอย่างมีความสุข ทิมชมเชยฝีมือการทำอาหารของมีนไม่ขาดปาก มีนก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้
“คุณมีนทำอาหารเก่งมากเลยครับ รสชาติเหมือนที่ผมกินที่ประเทศไทยเลย” ทิมพูดพลางตักแกงเขียวหวานใส่ปาก
“ขอบคุณค่ะ อร่อยเพราะพริกแกงที่แม่ทำส่งมาให้มั้งคะ แม่มีนชอบตำพริกแกงส่งมาให้” มีนตอบด้วยความภูมิใจ
"โอ้โห แสดงว่าคุณมีนได้ฝีมือทำอาหารจากคุณแม่แน่ๆ เลยครับ อร่อยมากๆ เหมือนทานในร้านอาหารไทยเลยครับ" ทิมยิ้มกว้าง
ทั้งสองคนทานอาหาร และพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
หลังจากทานอาหารเสร็จ ทั้งคู่ช่วยกันล้างจานและทำความสะอาดครัว
ทิมถามมีนว่า “คุณมีน ห้องฟิตเนสอยู่ตรงไหนเหรอครับ ผมอยากไปยิมพรุ่งนี้ตอนเช้า”
“อ้อ! อยู่บนดาดฟ้าค่ะ มีสระว่ายน้ำ และห้องเกมส์ด้วยนะคะ เดี๋ยวมีนพาไปดูค่ะ พรุ่งนี้คุณทิมจะได้ไม่หลง” มีนทำตัวเป็ไกด์พาทิมทัวร์คอนโดด้วยความเต็มใจ
เมื่อมีนพาทิมชมจนทั่วแล้ว ก็มาถึงที่สุดท้ายคือสระว่ายน้ำบนดาดฟ้าที่มองเห็นวิวเมืองที่สวยงามราวกับภาพวาด ผืนน้ำใสราวกระจกสะท้อนแสงไฟเมืองระยิบระยับ ขอบสระกั้นด้วยกระจกใส มองเห็นวิวเมืองและเทือกเขาเบื้องหน้าชัดเจน มีมุมพักผ่อนส่วนตัว พร้อมโต๊ะเก้าอี้จัดวางไว้เป็สัดส่วน เหมาะสำหรับนั่งจิบเครื่องดื่มชมวิวเมืองยามค่ำคืน
ทิมก็ตื่นตาตื่นใจกับวิวเมืองที่มองเห็นจากสระว่ายน้ำ “สวยมากเลยครับ ไม่น่าเชื่อว่าในเมืองหลวงจะมีวิวสวยๆ แบบนี้” ทิมพูดพลางเดินไปนั่งที่เก้าอี้ริมสระ
“ใช่ค่ะ ตอนกลางคืนวิวจะสวยมากเลย มีนชอบมานอนดูดาวที่นี่ค่ะ พอจะช่วยให้หายคิดถึงบ้านได้บ้าง” มีนตอบ
ทิมหยิบกระเป๋าเป้ของเขาขึ้นมา แล้วหยิบขวดไวน์ออกมาหนึ่งขวด พร้อมทำสีหน้าทะเล้น “ผมมีไวน์ติดมาจากคอนโดเก่า ลองชิมดูไหมครับ”
“หา? ค่ะๆ จะดีนะคะ ฮ่าๆๆ” มีนประหลาดใจนิดหน่อย 'คนอะไร พกขวดไวน์เดินไปเดินมา' แต่นึกในใจว่าอยากดื่มเหมือนกัน มีนเลยตอบตกลง
ทั้งคู่นั่งดื่มไวน์ริมสระน้ำพลางชมวิวเมืองยามค่ำคืน บรรยากาศเงียบสงบและโรแมนติก ทำให้ทั้งสองรู้สึกผ่อนคลาย
“คุณมีน ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ครับ” ทิมถามขึ้น
“ก็อยากจะลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้างค่ะ” มีนตอบ “ที่ไทยรู้สึกว่าชีวิตมันวนลูปไปมา” มีนตอบแบบพื้นๆ ไม่ได้ลงรายละเอียด แต่หากสังเกตุดีๆ จะรู้ว่ามันไม่ใช่มีแค่เหตุผลนี้
“ผมเข้าใจครับ” ทิมพยักหน้า “ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน” ทิมพูดเปรยๆ แต่ในใจดูเหมือนมีอะไรมากกว่านี้
ทั้งคู่เงียบ และดื่มด่ำกับบรรยากาศสักพัก ก็เริ่มคุยกันถึงเื่ราวต่างๆ ในชีวิต ทั้งเื่งาน ความฝัน และความรัก มีนรู้สึกว่าเธอสามารถเปิดใจคุยกับทิมได้ทุกเื่ ทิมก็เช่นกัน เขารู้สึกว่าได้พบกับคนที่เข้าใจเขามากที่สุด
หลังจากดื่มไวน์จะหมดขวด ทิมก็หันไปหามีนพร้อมรอยยิ้ม "คุณมีน อยากลองไปเล่นเกมส์ปาเป้าไหมครับ? ผมเห็นมีในห้องเกมส์"
มีนทำหน้าสงสัยเล็กน้อย "ปาเป้าเหรอคะ? ไม่เคยเล่นเลย"
"งั้นเดี๋ยวผมสอนให้ครับ มันสนุกมากเลยนะ" ทิมพูดพร้อมลุกขึ้นยืนและเดินนำไปที่ห้องเกมส์
ห้องเกมส์ตกแต่งด้วยแสงสีสวยงาม มีตู้เกมส์และเครื่องเล่นต่างๆ มากมาย เป็ครั้งแรกที่มีนได้เข้ามาในห้องนี้ อยู่คอนโดนี้มา 3 ปี มีนยังไม่เคยเข้ามาเล่นเกมส์เลย
"อันนี้คือเป้าปาเป้าครับ" ทิมชี้ไปยังตู้เกมส์ปาเป้า "กติกาก็ง่ายมากเลยครับ แค่ปาลูกดอกให้โดนเป้าให้ได้คะแนนมากที่สุด เครื่องจะคำนวนคะแนนให้เราเอง ว่าใครจะเป็ผู้ชนะ"
ทิมหยิบลูกดอกมาให้มีนหนึ่งอัน แล้วสอนวิธีการจับและการโยนให้มีนทีละขั้นตอน มีนลองปาไปครั้งแรก ลูกดอกก็ปลิวไปตกข้างๆ เป้า ทำให้ทั้งคู่หัวเราะออกมา
"ไม่เป็ไรครับ ลองใหม่ ขออนุญาตินะครับ" ทิมให้กำลังใจมีน พร้อมทั้งขออนุญาติจับมือเธอและสอนวิธีปาเป้าที่ถูกต้อง
"ให้คุณมีนจับลูกดอกแบบนี้ แล้วเหวี่ยงแขนไปข้างหลัง แล้วก็ปล่อย..." ทิมพูดพร้อมกับจับมือมีนเบาๆ เพื่อสาธิตวิธีการปาเป้า มือของทั้งคู่ัักันเพียงเสี้ยววินาที แต่สำหรับทั้งคู่แล้ว รู้สึกเหมือนเวลาหยุดนิ่ง
มีนรู้สึกใจเต้นแรง มือของเธอรู้สึกอบอุ่นเมื่อัักับมือของทิม เธอหลบสายตาเขาไปเล็กน้อย เพราะรู้สึกเขินอายกับัันี้
ทิมเองก็รู้สึกถึงความอ่อนนุ่มของมือมีน และหัวใจของเขาก็เต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย เขาพยายามที่จะทำตัวเป็ธรรมชาติ แต่ก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้
มีนพยายามอีกหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ค่อยแม่นนัก แต่ทิมก็คอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือเธออยู่ตลอดเวลา จนในที่สุดมีนก็สามารถปาโดนเป้าได้สำเร็จ ทำให้เธอรู้สึกดีใจมาก
"เย้! ฉันทำได้แล้ว!" มีนร้องออกมาด้วยความดีใจ
"เก่งมากเลยครับ" ทิมชมเชยพร้อมปรบมือ
ทั้งคู่เล่นเกมส์ปาเป้ากันอย่างสนุกสนาน จนลืมเวลาไปเลย มีนหัวเราะเสียงดังเมื่อลูกดอกของเธอไปโดนเป้าตรงกลาง และทิมก็หัวเราะตามเมื่อลูกดอกของเขาปลิวไปตกข้างๆ เป้า
กว่าจะรู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไปจนเ้าหน้าที่มาเตือนว่าห้องเกมส์กำลังจะปิดแล้ว ทั้งคู่จึงตกลงกันว่าไว้วันหยุดจะมาเล่นเกมส์ด้วยกันใหม่
ระหว่างทางเดินกลับห้อง ทั้งคู่ได้พูดคุยกันถึงเื่ต่างๆ มากมาย ทั้งคู่เริ่มมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน โดยที่ก็ยังไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึกแบบไหน