“ศึกในวันนี้สนุกจริงๆ” เหล่าศิษย์ในสำนักต่างกล่าวเอ่ยส่งเสียงวิจารณ์คู่ต่างๆไปพร้อมกัน
รอบของจินเยว่ ไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะนางได้เลย นางเอาชนะทุกคนด้วยกระบวนท่าเดียว
มู่หรงเจี๋ย เขาเองก็ชนะศัตรูด้วยกระบวนท่าเดียวมาตลอด
ส่วนหานอวี่ไม่ต้องพูดถึง เขาชนะโดยไม่จำเป็ต้องชักกระบี่ด้วยซ้ำ
ด้านเพ่ยเหยาเองก็ชนะมาเรื่อยๆจนผู้คนใ
ศิษย์ลำดับสี่เฉินเฟิง และศิษย์ลำดับห้าไป๋เซวียนเองก็ชนะมาต่อเนื่องเช่นกัน
สงสัยครานี้สิบอันดับแรกอาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเสียแล้ว… ทุกคนคิด
และในที่สุดรอบต่อไปของเสี่ยวชวนก็มาถึง รอบนี้เขาเจอใครไม่เจอ ดันไปเจอเพ่ยเหยา นางอยู่ในขั้นสร้างแกนพลังขั้นกลาง นี่คือระดับจริงที่นางซ่อนไว้
จริงๆแล้วหากใช้พลังและไพ่ตายทั้งหมด เสี่ยวชวนสามารถเอาชนะเพ่ยเหยาได้ง่ายๆ แต่เขาจะไม่ทำเช่นนั้น เขาจะไม่ยอมเปิดเผยไพ่ตายของเขามากไปกว่านี้อีกแล้ว
“เอาล่ะ เสี่ยวชวน! เพ่ยเหยา! ขึ้นเวที!” ผู้าุโกระบี่กล่าวขึ้นเสียงเข้ม เขาตื่นเต้นกับศึกนี้มาก
ในสายตาผู้คนเพ่ยเหยาที่เอาชนะคู่ต่อสู้มาได้เรื่อยๆด้วยอายุสิบห้านั้นน่าประหลาดใจมากแล้ว นางเอาชนะศัตรูด้วยพลังขั้นสร้างแกนพลังขั้นต้น อาจารย์ของนางอนุญาตให้นางใช้พลังระดับนี้ได้ในการประลองจัดอันดับครั้งนี้ ไม่เช่นนั้นอันดับของนางคงต่ำทรามเป็แน่!
อาจารย์ของเพ่ยเหยาคิดจะให้นางได้เฉิดฉายในศึกนี้แหละ
“คริๆ พี่เสี่ยวชวน ท่านมาเจอกับข้ากลัวหรือไม่?” เพ่ยเหยาถามยิ้มๆ
“ฮ่าๆๆ เสี่ยวเหยา ข้ารึจะกลัวเ้า เห็นเ้าวิ่งหนีสัตว์อสูรป่าราบแบบนั้น…. เ้ามีอะไรน่ากลัว?”
“ชิ! ก็ใครใช้ให้สัตว์อสูรขั้นสร้างแกนพลังขั้นกลางนับสิบไล่พวกเราล่ะ ขนาดท่านยังหนีเลยแถมหนีไวกว่าข้าอีก” เพ่ยเหย่าบ่นอย่างน่ารัก
“ฮ่าๆๆ วิ่งช้าข้าก็ตายสิ เ้าดูพี่จินเยว่สิ นางไปเร็วสุดเลยนะ”
“ใช่ พี่หญิงจินเยว่ใจร้ายจริงๆทิ้งพวกเราแบบแทบไม่เห็นฝุ่น ยังดีนะว่าข้ากับท่านวิชาท่าร่างไล่เลี่ยกัน คริๆ”
“เอาล่ะเลิกคุยได้แล้ว ที่นี่คือสนามประลอง มัวแต่คุยเดี๋ยวคนอื่นเขาจะว่าพวกเราเอาได้” เสี่ยวชวนกล่าวยิ้มๆ
“อื้ม… เข้าใจแล้วเ้าค่ะ งั้นเข้ามาเลยพี่เสี่ยวชวน”
“โอ้… จะให้ข้าเปิดก่อนเลยรึ?”
“คริๆ แน่นอน ท่านเองก็รู้ระดับฝีมือข้าบ้างแล้วนี่ ในเทือกเขาหนึ่งเดือนตอนนั้นท่านอ่อนแอสุดเลยนะเ้าคะ”
“เอาล่ะ งั้นข้าไม่เกรงใจละนะ”
เสี่ยวชวนกล่าวจบเขาก็พุ่งเข้าไปฟันเพ่ยเหยาด้วยก้าวไร้เงาทันที
ก้าวไร้เงานั้นน่ากลัวเกินไป ต่อให้เป็ขั้นหลอมรวมิญญายังมองเห็นว่ารวดเร็วเลย แล้วขั้นสร้างแกนพลังจะเห็นเช่นไรลองคิดดู?
‘ระ… รวดเร็วนัก! หลังจากบรรลุขอบเขตสร้างแกนพลังขั้นต้นพี่เสี่ยวชวนเร็วขึ้นมาก’ เพ่ยเหยาตกตะลึง
นางไม่รอช้าะเิลมปราณขั้นสร้างแกนพลังขั้นกลางออกมาทันที!!
บรรยากาศสั่นไหว ลมปราณหนาแน่นวนกระจายไปรอบตัวเพ่ยเหยา ตอนนี้นางอยู่ในสภาวะสูงสุดแล้ว
เสี่ยวชวนใช้ก้าวไร้เงาพุ่งเข้าประชิดเพ่ยเหยาจากนั้นจึงใช้เขตมายาเงียบงันแยกร่างออกเป็สามร่าง
นี่ทำให้เพ่ยเหยาสับสนทันที
นางหมุนตัวตวัดกระบี่ฟันร่างทั้งสามพร้อมกัน
ร่างปลอมสองร่างหายไป
ร่างจริงเสี่ยวชวนรับกระบี่ด้วยพลังเต็มสิบส่วนของเพ่ยเหยาเต็มๆจนกระเด็นไปไกลโข
ขั้นสร้างแกนพลังขั้นกลางนั้นสามารถะเิบ้านได้หลายหลังเลยทีเดียว! ระดับพลังลมปราณนั้นไม่ใช่เื่ล้อเล่น!!
เสี่ยวชวนบีบให้เพ่ยเหยาต้องเผยไพ่ตายของตัวเองออกมาทันทีที่ปะทะ!!
พลังลมปราณอันมหาศาลในกระบี่ของเพ่ยเหยาส่งเสี่ยวชวนกระเด็นไปไกล ระดับพลังพวกเขาต่างกันราว 4-5 เท่าได้เลย! เสี่ยวชวนเืลมปั่นป่วนทันที!! เขากัดฟันแน่น!! พร้อมตั้งท่าเตรียมสู้และใช้วิชาดวงตาไร้หน้า สายตาอันคมกริบมองไปที่เพ่ยเหยามองเห็นการไหลของพลังและมองหาจุดอ่อนทันที
เพ่ยเหยาหลังจากโจมตีวิชาลวงตาทั้งหมดของเสี่ยวชวนเสร็จแล้วนางก็ใช้ท่าร่างพุ่งเข้าหาเสี่ยวชวน จากนั้นจึงใช้เพลงดาบอันแปลกประหลาดฟาดฟันเสี่ยวชวนจนเสี่ยวชวนตั้งรับแทบไม่ทัน เขาไม่เคยเห็นวิชาเพลงกระบี่นี้มาก่อนเลย! นี่มันเหนือกว่าวิชาพื้นฐานประจำสำนักกระบี่ฟ้าครามไปไกลเลย
เพ่ยเหยาระดมกระบวนท่ามากมายใส่เสี่ยวชวนด้วยระดับพลังที่เหนือกว่าอย่างไม่ออมมือ เพลงกระบี่ของนางร้ายกาจและดุดันเป็อย่างมาก
ทุกคนในลานประลองต่างนิ่งอึ้ง เงียบ… ไม่มีแม้แต่เสียงเดียวที่หลุดออกมาให้ได้ยิน
“เคร๊ง! เคร๊ง! เคร๊ง! เคร๊ง!”
เสียงกระบี่กับดาบปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว!!
เสี่ยวชวนรับเพลงกระบี่อันแปลกประหลาดของเพ่ยเหยาอย่างรัดกุม เขาพยายามมองหาจุดอ่อนด้วยดวงตาไร้หน้า และเคลื่อนที่หลบหลีกด้วยก้าวไร้เงาอยู่เสมอ นี่มันทำให้เพ่ยเหยาลำบากไม่น้อย
หลังจากปะทะ หนึ่งบุก หนึ่งรับและถอยอยู่นานนับครึ่งชั่วยาม เพ่ยเหยาก็เริ่มอ่อนแรง แต่ทว่า นางอยู่ในขั้นสร้างแกนพลังขั้นกลาง ระดับความอึด ความหนาแน่นและปริมาณลมปราณย่อมเหนือกว่าเสี่ยวชวนที่อยู่ขั้นต้นมหาศาล
เสี่ยวชวนในตอนนี้เหงื่อไหลไคลย้อย หอบหายใจอย่างหนักหน่วง
“แฮ่ก… แฮ่ก… เสี่ยวเหยา เ้าจะใจร้ายกับข้าเกินไปไหม?” เสี่ยวชวนกล่าวอย่างเหนื่อยหอบ
“แฮ่ก! แฮ่ก! หากข้าไม่เอาจริงข้าจะเอาชนะคนระดับท่านได้อย่างไร?” เพ่ยเหยาเองก็กล่าวอย่างเหนื่อยหอบ
“ตกลงพอแค่นี้เถอะ ข้าขอยอมแพ้ ข้าสู้เ้าไม่ได้ ตอนนี้แม้แต่แรงดูดนมมารดาข้ายังทำไม่ได้เลย ฮ่าๆ” เสี่ยวชวนกล่าวขึ้น
ประโยคนี้ทำให้ทั้งสนามะเิหัวเราะลั่น
“ฮ่าฮ่าฮ่า ศิษย์น้องเสี่ยวชวนนี่ตลกดีเหมือนกันว่ะ”
“ใช่ๆ ตอนแรกข้าคิดว่าเขาเป็คนเงียบขรึมจริงจังเสียอีก”
“กรี๊ดดดด ศิษย์พี่เสี่ยวชวนของข้าน่ารักที่สุดเลยเ้าค่ะ”
“เสี่ยวชวนยอมแพ้ เพ่ยเหยาชนะ!!” ผู้าุโกระบี่กล่าว และมองไปยังทั้งสองคนด้วยสายตาทึี่งๆ ไม่มีใครไม่ทึ่งให้กับการประลองรอบนี้
การประลองรอบนี้นั้น ดุเดือด เผ็ดมันส์ที่สุดในวันนี้แล้ว เสี่ยวชวนนั้นรวดเร็ว ว่องไว หลากหลาย แม่นยำและที่สำคัญเขาอึดยิ่งกว่าแมลงสาปเสียอีก
ส่วนเพ่ยเหยานั้นทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ ด้วยอายุสิบห้า แต่กลับใช้พลังอันมหาศาลบุกตะลุยพุ่งเข้าหาบุรุษผู้หนึ่ง นางนับได้ว่าเป็สตรีใจเด็ดอีกนาง ทุกคนต่างล้วนนับถือและไม่มีใครกล้าดูถูกที่เพ่ยเหยาอายุน้อยอีกต่อไป!
หลังจากพ่ายแพ้แก่เพ่ยเหยา เสี่ยวชวนก็นั่งดูคนอื่นเขาประลองกันจนเสร็จสิ้น การต่อสู้มีทั้งน่าเบื่อ มีทั้งน่าสนุกตื่นเต้น รอบที่มันส์ที่สุดที่เสี่ยวชวนได้ดูในวันนี้คือรอบของ ศิษย์ลำดับหนึ่งหานอวี่และศิษย์ลำดับสองมู่หรงเจี๋ย
แม้มู่หรงเจี๋ยจะอยู่เพียงขั้นสร้างแกนพลังขั้นกลางเช่นเดียวกับจินเยว่ แต่เขาก็มาถึงสุดยอดของขั้นกลางแล้ว อีกเพียงนิดเดียวก็จะทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างแกนพลังขั้นสูงเทียบเท่าหานอวี่แล้ว
การต่อสู้ของพวกเขานั้นเริ่มต้นโดยที่หานอวี่ยืนตั้งรับมู่หรงเจี๋ยที่บุกเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว การต่อสู้ครั้งนี้วัดฝีมือกันนานนับสองชั่วยาม เป็การเปรียบวัดฝีมือที่ยาวนานมาก นี่มันทำให้ได้รู้เลยว่า ศิษย์ลำดับสองมู่หรงเจี๋ยเองก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน!!
และในที่สุดก็มาถึงการประกาศผลการจัดอันดับสิบอันดับแรกของสำนักรอบใหม่
อันดับหนึ่ง หานอวี่
อันดับสอง มู่หรงเจี๋ย
อันดับสาม จินเยว่
อันดับสี่ เพ่ยเหยา
อันดับห้าเฉินเฟิง
อันดับหก ไป๋เซวียน
อันดับเจ็ด เสี่ยวชวน
อันดับแปด จางหลง
อันดับเก้า หลิวเซิ่ง
อันดับสิบ หลันเย่
การจัดอันดับครั้งนี้มีหน้าใหม่ถึงห้าคน นั่นคือ เสี่ยวชวน เพ่ยเหยา จางหลง หลิวเซิ่ง หลันเย่ ส่วนพวกที่อยู่มาก่อนหน้าโดนหน้าใหม่ดีดออกทั้งหมด
หลังประกาศอันดับ
“ผู้ที่ได้สิบลำดับแรกจะได้เข้าร่วมการประลองชุมนุมเยาวชนห้าสำนักใหญ่ในอีกสามเดือนข้างหน้า!!” ซ่งเทียนอวิ๋นกล่าวเสียงต่ำ…
“เสี่ยวชวนขึ้นมาบนเวทีซะ….”
ซ่งเทียนอวิ๋นเรียกเสี่ยวชวนขึ้นไปบนแท่นเวทีประลองกระบี่เมฆาคราม ทั้งลานเงียบสนิท
“เ้าสนใจเป็ศิษย์ของข้าหรือไม่?”
เสี่ยวชวนชะงัก
อาจารย์เหอ ผู้าุโกระบี่เมิ่งหรูซาน และผู้าุโใหญ่หลี่ชางเฟิงตกตะลึง ศิษย์ทั้งสำนักอิจฉา ผู้าุโคนอื่นๆก็ตกตะลึงจนนิ่งเงียบกันหมด ในสายตาพวกเขาเสี่ยวชวนแม้เก่งกาจ แต่ยังไม่สุดยอดเหมือนหานอวี่
เพ่ยเหยามุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
เสี่ยวชวนคุกเข่าทันที!!
“ศิษย์คารวะอาจารย์!”
นับจากวันนี้…
ชื่อของ “หลินเสี่ยวชวน” จะไม่ใช่ชื่อที่ผู้ใดกล้าดูแคลนอีกต่อไป!!