หลินหลินลืมตาขึ้นมา พยุงตัวลุกขึ้น แล้วมองไปรอบๆ อย่างงงงวย จำได้ว่าตัวเองโดนรถเมล์ชนเข้าอย่างจัง ไม่คิดว่าจะรอดตายได้
ที่หลินหลินไม่ตาย แปลว่าทำบุญมาดีอย่างน้อยสิบชาติ
ก่อนที่จะเอ่ยคำว่าโชคดีออกมา หลินหลินก็รู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าจะเป็ตัวเองหรือบรรยากาศโดยรอบ
ตอนนี้เธอนอนกองอยู่บนพื้นถนน ด้านข้างเป็บ้านเล็กๆ ลักษณะคล้ายกระท่อมตามชนบท รอบด้านก็เป็ทุ่งนากว้างโล่ง ทุกอย่างดูแปลกประหลาดไปเสียหมด
ที่นี่ที่ไหน!?
หลินหลินกะพริบตาปริบๆ ด้วยความสับสน
ถูกรถชนก็ควรฟื้นตื่นที่โรงพยาบาลสิ หรือคนเราจะใจร้าย ถึงขนาดเอาคนเกิดอุบัติเหตุไปทิ้งที่ไกล มันจะป่าเถื่อนเกินไปไหม
พอก้มมองร่างกายตัวเองยิ่งใเข้าไปกันใหญ่ ร่างอวบอัดในชุดเสื้อผ้าเนื้อหยาบคาดเอวแบบโบราณ นิ้วมือกลมเป็ปล้อง ท้องใหญ่จนพับเป็ชั้น เท้าอ้วนสั้นจนเหมือนกีบหมู…
นี่มันใครวะ!
“นี่มันอะไรเนี่ย” เสียงที่เปล่งออกมาค่อนข้างแหบห้าวไม่มีความไพเราะน่าฟังเสียเลย
หลินหลินเริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นเรื่อยๆ กับความแปลกประหลาดที่เผชิญอยู่ นางตัดสินใจพยุงร่างที่หนักอึ้งลุกขึ้นยืนมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตระหนก
หลินหลินเห็นแผ่นทองเหลืองหยาบๆ อันหนึ่งส่องแสงแวววาวอยู่ไม่ไกล จึงตัดสินใจเดินไปดูด้วยใจที่สั่นระรัว
หลินหลินใช้มือสั่นเทาลูบแก้มตนเองเบาๆ นางลูบแก้ม คนในกระจกก็ลูบแก้ม นางชูสองนิ้ว คนในกระจกก็ชูสองนิ้วตาม
ยิ่งเพ่งมองยิ่งพูดไม่ออก เมื่อเห็นว่าคนในกระจก อย่างไรก็ไม่ใช่ตัวเอง ต่อให้อ้วนฉุขึ้น ผมยาวขึ้นแต่ คนเราก็ไม่สามารถเปลี่ยนกรรมพันธุ์ จากหน้ามือเป็หลังเท้าได้หรอก!
หลินหลินทรุดฮวบนั่งลงกับพื้นด้วยความสับสนในใจ ไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน ตนเองเป็ใครอยู่ที่ไหนอย่างไร ไม่รู้อะไรสักอย่าง และไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป
ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ลมเย็นเริ่มปะทะผิวเป็ระยะ หลินหลินมัวจมปลักกับสถานการณ์ตรงหน้าต่อไม่ได้ ตอนนี้ต้องหาสถานที่เพื่อซุกหัวนอนวันนี้เสียก่อน แล้วค่อยใช้เวลาคิดพิจารณาอีกที
นางมองกระท่อมตรงหน้าแล้วตัดสินใจผลักเข้าไปสำรวจ
ที่นี่ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ ด้านในมีแคร่ไม้ไผ่อันหนึ่งกับผ้าห่มเก่าๆ บางๆ ตรงมุมห้องมีกล่องใส่เสื้อผ้าอันหนึ่ง และอุปกรณ์ทำอาหารสองสามอย่าง นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรเลย
หลินหลินตัดสินใจล้มตัวลงนอนบนแคร่นั้น แล้วข่มตานอนหลับ หวังให้เื่นี้เป็เพียงแค่ฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น...
-------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมาในยามเช้า หลินหลินก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา พอมองไปรอบๆ ทุกอย่างก็ยังเป็ความจริงไม่ใช่ความฝัน จึงต้องยอมรับความจริง
ตอนนี้หลินหลินเริ่มทำใจแล้วว่า ตัวเองคงตายแล้วกลับชาติมาเกิดที่ไหนสักแห่ง โดยสวมร่างคนอื่น และยังมีความทรงจำในภพเดิมติดอยู่ แบบนิยายพล็อตยอดฮิตที่อ่านตามเว็บ
หากคิดตามความเป็จริงแล้ว ในวันนั้นที่หลินหลินถูกรถเมล์ชน ไม่ว่าอย่างไรไม่ตายก็ต้องเลี้ยงไม่โต ไม่มีทางกลับมาครบสามสิบสองอย่างแน่นอน
เกิดใหม่ทั้งทีเหตุใดจึงโชคร้ายจัด ์กลั่นแกล้งหรือไร? ...ดันเกิดใหม่เป็หญิงอัปลักษณ์เต็มขั้นแบบไม่คิดไม่ฝันเช่นนี้ได้!
‘เห็นไหมอีหลินเอ๊ย! ช่วยคนทีไรได้เื่ทุกที ต่อไปจำใส่กะโหลกไว้ว่าดวงแกมันทำคุณกับคนไม่ขึ้น อย่าคิดช่วยเหลือใครอีกเลย’
หลินหลินได้แต่ด่าตัวเองในใจ
หลินหลินเริ่มสำรวจตัวเองและรอบข้าง เพื่อทำความเข้าใจให้มากที่สุด หลังเปลื้องผ้าแล้วสำรวจร่างกายใหม่ก็แทบจะร้องไห้
ถึงปกติเธอจะไม่ใช่คนที่จัดว่าหน้าตาดี แต่ก็ผิวเรียบเนียน หน้าตากลางๆ ไม่ดีไม่แย่ พอกลมกลืนกับคนในสังคม
แต่คนในกระจกเรียกได้ว่า จัดอยู่ในหมวดหมู่คนขี้เหร่ ตามอุดมคติความงามแบบเอเชีย
หญิงผู้นี้หน้าบี้แบน กรามหนา ผิวดำคล้ำ ปากหนาดำคล้ำ ผิวขรุขระและมันเลื่อม เส้นผมหนาหยักฟู ฟันสีเหลืองเข้มตามธรรมชาติ เรียงไม่เป็ประเพียบ รอยยิ้มเหมือนแสยะยิ้มตลอดเวลา รูปร่างของเธออ้วนใหญ่ หนังหนาหยาบกร้าน ไขมันเป็ชั้นๆ หาที่ดูดีไม่ได้ ส่วนที่ดูสวยงามที่สุดคงจะเป็ใบหูกระมัง
ไม่มีอะไรดีเลย!
เกิดใหม่ทั้งที ทำไมถึงต้นทุนชีวิตติดลบอีกแล้ว ชาติก่อนการเงินติดลบ ครอบครัวติดลบ เพื่อนติดลบ ความรักติดลบ ชาตินี้ดูเหมือนร่างนี้จะยากจนแล้ว ต้นทุนรูปร่างหน้าตายังติดลบอีกด้วย
อะไรมันจะซวยขนาดนี้!
อันคุณสมบัติสตรีคือความงาม ร่างนี้ขาดไปหมดจนน่าอนาถใจ ต้นทุนชีวิตใหม่ชาตินี้ต่อให้ไปอยู่ในชาติก่อนหมอศัลยกรรมยังส่ายหน้า หอบเงินหลักล้านไปหาหมอที่คลินิกหมอก็ยังขอคืนเงิน
ทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอดันเกิดใหม่อยู่ในร่างนี้ ไม่อยากยอมรับแต่ก็อะไรไม่ได้
สายตาของหลินหลินยังสำรวจไล่เรียงไปตามร่างกาย นางสะดุดมองลายสักเล็กๆ รูปดอกไม้ที่ปรากฏบนข้อมือ ลวดลายประณีตอ่อนช้อยละเอียดสวยงาม ดูผิดแผกจนไม่เหมาะที่จะประดับบนร่างกายที่อัปลักษณ์นี้สักนิด
หลินหลินลูบไล้ชื่นชมเบา จู่ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองถูกดูดเข้าไปในที่ไหนสักแห่ง เป็สถานที่แปลกประหลาด ไม่มีแสงแต่ก็มองเห็นรอบข้างชัดเจน ไม่มีพื้นไม่มีเพดาน ไม่มีผนังกำแพง ตอนนี้เหมือนกับตนเองลอยอยู่ในอวกาศ
“ที่นี่มันที่ไหนเนี่ย” หลินหลินเอ่ยพึมพำกับตัวเอง
คราวนี้นางไม่ได้ใอะไรอีกแล้ว ผ่านเหตุการณ์ประหลาดมาก แล้วยังจะต้องใอะไรกับที่แปลกๆ เพิ่ม
ต่อให้มีหมา 6 ขา ม้า 2 หัว กาน้ำชาพูดได้โผล่มาตรงหน้า ก็ไม่ทำให้ใมากไปกว่านี้หรอก