ร้ายซ่อนรัก

    ตอนที่ 31

            -CLUB-

            “มึงกลุ้มใจเรื่องไรวะอาร์ม” ฟิลม์เห็นเพื่อนเอาแต่ดื่มตั้งแต่มาถึง สายตาเหม่อมองเหมือนใช้ความคิด

            “นิดหน่อย  กูแม่งไม่เข้าใจผู้หญิงวะ” อาร์มเผลอระบายความในใจออกมา

            “ใครวะ ผู้หญิงที่ว่า กูรู้จักหรือเปล่า” ไอ้ฟิลม์มันถามผม แต่ผมก็ไม่ตอบ แต่ในใจก็กำลังคิดอยู่ว่าจะบอกเรื่องตาลให้พวกห่านี่รู้ดีไหม ครั้งนั้นจำได้ไม่ลืมว่าทำตาลเจ็บขนาดไหน เกือบโดนพี่ชายเธอยิงตาย เมื่อผมไม่ตอบคำถามไอ้ฟิลม์แม่งก็ถามต่ออีก

            “ไมวะ กูถามแม่งเอาแต่มองหน้ากู มีความลับ…”  ไอ้ฟิลม์มันส่งสายตาที่มีแต่ความสงสัยมาหาผม

            “ลับเชี่ย  กูเจอตาลแล้ว” ประโยคของผมคงเป็นอะไรที่อเมซิ่งมากๆไอ้เติ้ลถึงได้หยุดล้วงควักเด็กของมันที่มานั่งอยู่ด้วยในโต๊ะกระซิบอะไรกันกับเด็กไม่รู้แต่เห็นเธอเดินออกไป แล้วมันก็หันมาสนใจผมแทน

            “ที่มึงทำท่าจะเป็นจะตายเพราะตาลไม่เอามึงเหรอวะ”  ไอ้เติ้ลมันถามได้หยาบมาก

            “เชี่ย แม่งแช่งกู พูดเพราะๆแบบว่าให้กำลังใจกูนะเป็นไหม”  ผมแม่งอยากถีบไอ้เติ้ลชิบ พูดแต่ละคำหมาไม่แดก

            “สภาพมึงตอนนี้มันเหมือนคนจะตายจริงนี่หว่า จะให้กูบอกว่าไง คุณอาร์มครับดูคุณร่าเริงมีความสุขแบบนั้นเหรอ ควาย”

            “ไอ้เติ้ลมึงเงียบไปเลย จะตอกย้ำไอ้อาร์มมันทำไมนักหนาวะ ไอ้อาร์มมึงก็เถอะ อยากเล่าอยากบอกอะไร พูด” ไอ้ห่าฟิลม์มันบังคับผมกลายๆ ผมจะบอกอย่างไร บอกว่าผมหึงตาล ไม่อยากให้ตาลไปกินข้าวกับเพื่อนพี่ชายอย่างนี้เหรอ แล้วกูมีสิทธิอะไรหรือวะ คิดแล้วเซ็ง

            “ผู้หญิงแม่งซับซ้อนวะ เข้าใจยาก กูแค่ไม่อยากให้หมาตัวไหนมันเข้าใกล้เมียกูมันผิดเหรอวะ”

            “ผิด” ไอ้เติ้ลกับฟิลม์พูดพร้อมกัน ทำผมตาขวางแทบอยากโดดถีบหน้าทั้งคู่ให้รู้แล้วรู้รอด แล้วลูกตาที่มันมองกูเหมือนน่าสงสารนี้อีก แม่งอยากควักออกมาขยี้เล่น

            “ผิดที่มึงใช้อารมณ์มากเกินไป มึงเพิ่งเจอเขา สถานะระหว่างมึงกับเขายังไม่มี แล้วมึงไปหึงทำเชี่ยไร ทำแบบนี้ผู้หญิงเค้าก็หาว่างี่เง่าดิวะ”

            “ก็คนมันหวง กูต้องรอให้หมามันคาบไปแดกก่อนหรือไงถึงจะแสดงตัวได้”

            “ควาย พูดไปก็ไม่เข้าหู งั้นก็แดกเหล้าของมึงไปเงียบๆแล้วก็ใช้สมองอันน้อยนิดของมึงคิดให้นานๆ  กูขี้เกียจบอกมันแล้ววะ ไปก่อนนะโว้ย ขอให้คิดออกแล้วกัน”

            “ไอ้เชี่ยนี่ ทำมาเป็นพูดดี กูรู้หรอกมึงบอกให้น้องเค้ารออยู่ข้างนอกนั่น คงได้เวลาผสมพันธ์ของมึงแล้วสิ”

            “สัส ทำเป็นรู้ดี กูไปก่อน มึงดูปากกูนี่ ใจเย็นๆ”  เติ้ลตบบ่าอาร์มแล้วเดินตัวปลิวไปหาแม่สาวร่างอวบที่ยืนรออยู่ข้างนอก

            “มึงเจอเค้าแล้วก็ใจเย็นๆเหมือนไอ้เติ้ลบอกดิวะ เอาจริงๆนะถ้าครั้งนี้มึงยังพิสูจน์ตัวเองไม่ได้ มึงได้เสียเขาไปตลอดกาลแน่ ”

            -สยามกรุ๊ป-

            “คุณตาลส่งโปรแกรมทัวร์ทางอีเมลล์ เธอฝากบอกว่าจะไม่เข้ามาถ้าคุณอาร์มสงสัยให้โทรหาเธอทุกเวลา” เลขาผมรายงานทันทีเมื่อผมถึงที่ทำงาน เออดีจริง รู้ว่าผมรอตาลอยู่แม่งเล่นตัวชิบ จะอะไรนักหนาวะ ไหนว่าเป็นมืออาชีพ

            “บอกเธอเลย ถ้าไม่เข้ามาหาผมภายในเที่ยงนี้ ผมจะแคนเซิลงานทั้งหมด” เลขาพยักหน้า สายตามีแววสงสัยแต่เมื่อเห็นสายตาของผมเธอจึงเงียบ

            ไม่ทันถึงสิบนาที โทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นมา เบอร์ตาลโชว์ขึ้นมา ผมปล่อยให้มันดังและสักพักมันก็ดับไปเอง เธอโทรหาผมหลายครั้ง ทั้งส่งข้อความทุกช่องทาง แต่ผมก็ไม่ได้อ่าน รำคาญมากเข้าผมเลยปิดเครื่องทันที สักพักเลขาต่อสายตรงมาหาผมบอกว่าตาลโทรมา

            “ผมไม่รับ คุณบอกไปเลย ถ้าอยากคุยก็ให้เข้ามาหา” ผมนั่งทำงานเพลินๆจนเกือบชั่วโมง มองดูเวลาและประตูอยู่บ่อยครั้ง

            “พลั่ก” เสียงประตูเปิดโดยที่ไม่มีการเคาะ จะเป็นใครไม่ได้ถ้าไม่ใช่ตาล หน้าตาเธอตอนนี้พร้อมเอาเรื่องมาก แต่ผมสนที่ไหน

            “มาแล้วเหรอจ๊ะที่รัก”  อาร์มทำหน้ายิ้มๆและเดินมาหาเธอที่โซฟายาว และวางแขนตรงพนักพิงเลยดูเหมือนว่าโอบเธอกลายๆ

            “ทำไรนะอาร์ม นึกว่าเล่นขายของอยู่หรือไง ” น้ำเสียงที่ตาลส่งมาตามอารมณ์ที่ขุ่นเคือง

            “ก็ใครบอกว่าฉันเล่นละ เธอแม่งไม่เข้าใจกติกาเองช่วยไม่ได้” อาร์มลอยหน้าลอยตายั่วโมโหอาร์มจนหน้าดำหน้าแดง

            “รู้ปะ ฉันเสียหายแค่ไหน ไหนจะเครดิตที่ต้องเสียไปเพราะความไม่เป็นมืออาชีพของนายอีก นี่ยังไม่รวมที่ฉันโดนหุ้นส่วนต่อว่ามา เพราะความสนุกของนายคนเดียว ”

            “แล้วเธอง้องแง้งใส่ฉันทำไมอะตาล แค่เจอฉันนี่มันจะตายเลยหรือไง”

            “ทำไมต้องคุยอีก  เมื่อวันก่อนก็คุยกันแล้วนิ อย่าเยอะได้ไหม”

            “เธอนี่แม่ง..ไม่เคยรู้อะไรเลย”  เขามองจ้องตาเธอใกล้ๆห่างกันไม่เกินศอก และเหลือบมองริมฝีปากแดงสดอย่างหงุดหงิด

            “อย่ามานอกเรื่องได้ไหม  ไหนๆฉันก็มาแล้วอยากถามเรื่องไรเพิ่ม ก็ถามมาดิ”  ตาลเบี่ยงตัวให้ห่างจากอาร์ม นึกกลัวกับอารมณ์ดิบของอาร์ม คนมันบ้าทำไรไม่ค่อยคิดหรอก

            “เธอหวั่นไหวกับฉันบ้างไหมตาล”  อาร์มยื่นหน้าเข้าใกล้ตาลอีกครั้ง มองปากเล็กๆของเธอแล้วทาบทับริมฝีปากหนาลงไป ลากไล้ริมฝีปากไปทั่วแนวปาก ดันลิ้นร้อนเข้าไปเก็บเกี่ยวความหวานในโพรงปาก ดูดดื่มอย่างพอใจจึงปล่อยริมฝีปากบางให้เป็นอิสระ

            “ในขณะที่เธอกำลังจูบฉันแบบนี้ ความรู้สึกของเธออยู่ที่ฉันไหม” เขากระซิบข้างหูตาลใบหน้าคมเข้มแนบชิดลำคอระหงจนเธอขนลุกซู่ทั้งตัว สัมผัสของอาร์มก่อให้เกิดความลึกซึ้งในหัวใจ ยอมรับว่ารู้สึกดีแต่หัวใจส่วนหนึ่งยังคอยผลักเขาให้ออกไป

            “เอ่อ อาร์ม นี่รายละเอียดของทัวร์”  ตาลแก้เขินด้วยการหยิบแฟ้มงานออกจากกระเป๋าเอกสาร  หน้าตาเธอแดงลามไปถึงหู

            “นายดูหน่อยสิอาร์ม” เธอยื่นเอกสารให้อาร์มแต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจ ยังคงจ้องใบหน้างามอยู่แบบนั้น

            “เขินหรือไงตาล” เขายกยิ้มอย่างพอใจ ตาลก็คือตาลอายได้ตลอด ทุกส่วนในร่างกายของเธอมีตรงไหนที่เขาไม่เคยได้แตะต้องสัมผัส แต่ทุกครั้งเธอก็ยังเป็นอยู่แบบนี้ นั่นละเสน่ห์ของเธอที่ทำให้เขาไปไหนไม่รอด

            “ถ้านายไม่คุยเรื่องงาน ฉันจะกลับแล้วนะ” ตาลลุกยืน ก็อาร์มเอาแต่มอง  เธอก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน

            “ฉันยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลย กินเป็นเพื่อนหน่อยได้ไหม” เขาคว้าแขนเธอมากุมไว้ถึงเธอสะบัดมือก็ไม่สามารถหลุดพ้นไปได้  จึงต้องยอมให้เขากุมมือเดินออกไปนอกห้องด้วยกัน

            พนักงานทุกคนต่างแอบมองคนทั้งคู่ เพราะท่านรองกุมมือตาลไว้แน่นไม่ยอมปล่อย พวกเขาไม่เคยเห็นอาร์มแสดงความเป็นเจ้าของใครแบบนี้มาก่อน

            “ปล่อยสิอาร์ม ลูกน้องนายมองอยู่นะ” ตาลกระซิบเสียงเบาใส่หูอาร์ม ชายหนุ่มยิ่งแกล้งเธอโดยการโอบเธอไว้ไม่ยอมปล่อย

            “เขาคงเห็นว่าแฟนเจ้านายสวยมาก”ชายหนุ่มพูดยิ้มๆใบหน้าดูภูมิใจ

            “ฉันไม่ได้เป็นแฟนนาย”เธอแหวใส่เขาแต่ก็ไม่กล้าเสียงดังมาก

            “เธอเป็นเมียฉันต่างหาก  ถ้าเธอไม่หยุดดิ้นฉันจะหอมเธอแม่งตรงนี้แหละ”เขาจำเป็นต้องขู่เธอ โน้มตัวลงใกล้ใบหน้างามเรื่อยๆ จนตาลยอมอ่อนลงเขาจึงยกยิ้มอย่างพอใจ

            “ไอ้บ้า”ตาลบ่นขมุบขมิบ

            “ฉันบ้ากับเธอแค่คนเดียว รู้ไว้ซะด้วยยัยโง่”

            อาร์มลากตาลมานั่งกินข้าวเป็นเพื่อนที่ห้องอาหารบริษัท เขากินข้าวอย่างสบายใจ มีเพียงตาลที่ทำเสียงฮึดฮัดใส่เขา

            “อร่อยนะ กินไหมฉันป้อนเอง”

            “กินไปเถอะ อิ่มแล้วจะได้รีบกลับ”

            “ถ้าอยากให้อิ่มเร็วๆก็ป้อนให้หน่อยไม่ได้เหรอไง”

            “เป็นง่อยหรือไงอาร์มถามจริง นายทำตัวเหมือนเด็กเลยหว่า”

            “ก็เธอไม่ยอมสนใจฉันไง ฉันก็เลยต้องเล่นใหญ่”

            “มันใช่เวลาไหม”

            “ฉันอยากอยู่ข้างๆเธอจริงนะตาล ฉันจริงใจและอยากมีเธอแค่คนเดียว เผื่อเธอยังไม่รู้”   ไอ้คำพูดที่อาร์มพูดบ่อยๆ หลายครั้งเข้าก็ทำให้ตาลเริ่มชินและแอบรู้สึกดี เธอเสไปทางอื่นและอมยิ้มอยู่คนเดียว  อาร์มกินข้าวเสร็จเขาก็พาตาลมาคุยเรื่องงานต่อ

            “อาร์มนายช่วยดูรายการอาหารหน่อยได้ไหม  นายว่าลูกค้าต่างชาติจะชอบไหม” ตาลยื่นเอกสารไปให้อาร์มดู

            “มีไรบ้างละ ต้มยำ ผัดเม็ดมะม่วง แกงพะแนง  อาหารไทยขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยอยู่แล้ว ร้านที่เธอเลือกก็มีชื่อเสียง รวมๆแล้วก็โอเค”

            “แล้วเลือกของที่ระลึกหรือยังตาล”

            “ยังเลย”

            “มีร้านแนะนำ พรุ่งนี้ไปรับเธอ ออกเช้าหน่อยนะ” ตาลพยักหน้าตอบรับ

            “พลั่ก”

            เสียงเปิดประตูเข้ามาพร้อมหญิงสาวที่มาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมฟุ้ง เสื้อผ้าหน้าผมเธอดูโดดเด่นทั้งตัว โดยมีเลขาวิ่งตามมาทำหน้าตกใจ

            “ขอโทษคะคุณอาร์ม คือว่านิภาแจ้งคุณพราวแล้วคะว่าคุณมีแขก”  อาร์มโบกมือให้เลขาออกไปก่อน

            “มีไรพราว เสียมารยาทมากเลยรู้ไหม เข้าห้องคนอื่นโดยไม่เคาะแบบนี้ ” อาร์มต่อว่าไม่เต็มเสียงนัก ส่งผลให้สาวสวยงอแงทันที เธอเดินเข้ามานั่งเบียดกับอาร์มอย่างไม่สนใจแขกอย่างตาล

            “ทำไมต้องเคาะด้วยคะ พี่อาร์มกับพราวไม่ใช่คนอื่นคนไกลต่อกัน” เธอเอาหน้าคลอเคลียกับแขนของอาร์ม ทั้งหน้าอกหน้าใจจงใจเบียดชิดกับแขนแกร่ง

            “พราว อย่าทำแบบนี้ดิ พี่มีแขกไม่เห็นหรือไง”

            “พราวก็ทำแบบนี้กับพี่อาร์มบ่อยๆ ไม่เห็นจะต้องดุเลย ”

            “ไปกันใหญ่แล้วพราว  กลับไปก่อนได้ไหม ค่อยคุยกันวันหลัง”

            “ไม่เอา พราวจะให้พี่อาร์มพาไปทานข้าวหน่อย พราวหิ๊ว หิว” พราวไม่ฟังที่อาร์มพูดแต่ซบลงบนไหล่ชายหนุ่มทันที หญิงสาวจงใจแสดงความเป็นเจ้าของ

            “เรากลับก่อนดีกว่าเนอะอาร์ม” ตาลคว้ากระเป๋ามาคล้องแขน ไม่อยากเป็นก้างของใคร

            “เดี๋ยวไปส่ง” อาร์มลุกขึ้นยืนแทบทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ มองหน้าตาลก็ไม่เห็นความผิดปกติ แต่น้ำเสียงของเธอดูมึนตึงนิดๆ

            “พราวไม่ให้ไป พี่อาร์มต้องไปกับพราว” เธอคว้าแขนอาร์มไว้ไม่ให้ไป “นายดูแลคนของนายเถอะ”  ตาลไม่รอฟังเขาพูด เธอก้าวเดินฉับๆออกไปจากห้อง

            ​