“อืม…” ผมค่อยๆเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งอย่างช้าๆรู้สึกอ่อนแรงจังเลย นี่คือคำแรกที่ผมคิดได้ ผมค่อยๆปรับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างตรงหน้าของผม เป็เพดานไม้เก่าๆ ผุๆ จากนั้นก็พยายามลุกขึ้นนั่ง ก็เห็นสภาพรอบๆ
ตอนนี้ ผมอยู่ในห้องๆหนึ่ง สภาพโทรมใช้ได้ ผนังบ้านทำด้วยไม้และเหมือนจะผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานจนผุพังไปเป็ช่องเล็กๆหลายช่องที่ผมนั่งอยู่นี้เป็เตียงไม้ขนาดเล็กนอนได้คนเดียว เตียงถูกปูด้วยผ้าห่มบางๆ และมีผ้าห่มเก่าๆผืนหนึ่งอยู่ตรง่ล่าง ตอนนี้ ผม…อยู่ที่ไหน?
ผมลองขยับร่างกายดูก็รู้สึกว่าติดๆขัดๆและแล้วก็เจอสาเหตุ ว่าสิ่งที่ทำให้ร่างกายของผมติดขัดก็คือ ผ้าที่พันรอบตัวผมกับคราบเืที่ติดและซึมออกมาจากผ้า
แต่มันแห้งแล้วนั่นเองผมจึงนั่งทบทวนเื่ทั้งหมดทันที
ได้ความว่า ผมถูกเล่นงานตอนที่ออกมาจากประตูโดยพวกนั้น(คนปริศนา)แล้วร่างกายของจริงกับอวตาร์ก็ถูกพวกนั้นใช้วิชาหลอมรวมกันอีก แถมยังใช้วิชาคงสภาพกาย ซึ่งเป็วิชาที่เหนือกฎเกณฑ์ ถามว่าทำไมถึงไม่ฆ่าผมนะเหรอ ก็ถ้ามันฆ่าผมิญญาของผมก็ยังอยู่และเมื่อผมกลับไปยังฐานก็จะเริ่มภารกิจทันที กวาดล้างและทำลาย อีกอย่างพวกนั้นจะผนึกิญญาของผมก็ยังได้แต่เพราะพวกนั้นเคยทำมาหลายครั้ง และไม่ประสบผลสำเร็จนะสิ
ผมจำได้ว่าก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ ผมถูกต่อย เอ่ออย่างแรงด้วยพลังของพวกนั้น จนหมดสติ แล้วก็มาอยู่ที่นี่ ซึ่งผมไม่รู้ว่าที่ไหนนะสิผมทบทวนได้สักพัก
“อ้าว…ตื่นแล้วเหรอคะ” เสียงๆหนึ่งเอ่ยออกมาเป็ภาษาอะไรไม่รู้แต่สมองผมมันแปลได้ แถมยังส่งคำตอบเป็ภาษานั้นออกมาด้วยสิ ก็ถือว่าโชคดีแหละนะที่พรข้อนี้ไม่ได้หายไป(ถามว่าผมมีพรด้วยเหรอ ความลับครับ)
“ครับ ไม่ทราบว่าที่นี่ที่ไหนเหรอ” ผมพูดเป็ภาษาของเขาออกไปถึงแม้ว่าจะไม่คอยชัดเจนก็เถอะ เขาได้ยินก็ยิ้ม
“ที่นี่คือ หมู่บ้านเรดิค่ะ อาการคุณดีขึ้นแล้วเหรอคะ” เธอถาม
ผู้หญิงที่ผมกำลังคุยอยู่นี้ เอ่อ ส่วนสูง 170 กว่าๆ ผิวออกขาวนวล ผมสีดำ นัยย์ตาสีตำ รูปร่างก็สมส่วนอยู่นะครับ น่ารักใช้ได้แต่ชุดที่เธอใส่ช่างขัดกับบุคลิกเธอเหลือเกิน ก็ชุดที่เธอใส่เป็ชุดผ้าขาดๆนี่สิแถมแววตาเธอยังเศร้าๆอีกด้วย
“ผม มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ จำอะไรไม่ได้เลย” ก็แหงสิครับ คุณเมิงสลบเหมือดขนาดนั้นนี่
“เมื่อ 7 วันก่อน คุณพ่อฉันเจอคุณนอนจมกองเืไม่ได้สติอยู่หน้าหมู่บ้านตอนที่กำลังลัดเลาะเก็บฟืนตามชายป่าหน้าหมู่บ้าน จึงนำคุณมารักษาที่นี่ค่ะ”เธอตอบ
“ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยชีวิตผมไว้ แล้วคุณชื่อ…”
“มาเรียค่ะ แล้วชื่อของคุณล่ะคะ”
“ออฟครับ ว่าแต่คุณมาเรียครับ”
“มีอะไรเหรอคะ” แต่ไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรออกไปก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
จ๊อก! ! !
เอ่อแบบว่า เสียงท้องผมร้องเองครับ เหมือนมันคงหิว มั้ง
“อ๊ะ! จริงสิคุณหลับไปตั้ง 7 วันนี่นา รอฉันสักครู่นะคะ จะนำอาหารมาให้เดี๋ยวนี้แหละค่ะ” แล้วเธอก็กุลีกุจอออกจากห้องไป
ส่วนผมนะเหรอ ก็ได้แต่ยิ้มเหยยๆนะสิ น่าอายชะมัด
ระหว่างที่มาเรียไปเอาอาหาร ผมก็ได้ตรวจสอบสภาพร่างกายของผมก็ไม่รู้สึกว่าาเ็ตรงไหนนี่ คงเป็เพราะพลังฟื้นฟูใช้งานได้แล้วจากนั้นก็ตรวจสอบของที่ติดมากับผม ซึ่งก็คือ กำไลผู้เล่นกับเหวนเก็บสัตว์เลี้ยงก็อยู่ด้วย อีกอย่าง เฟิร์ส มินเนส มาซาร์ ก็ยังอยู่ดียังสามารถติดต่อได้อยู่
ผมสอบถามข้อมูลนี้กับเฟิร์ส เธอบอกว่า กำไลผู้เล่นของผม มันมีวงจรและการทำงานเป็ของมันเอง สามารถวัดระดับต่างๆและใช้งานในหลายๆส่วนได้อยู่ไม่มีบกพร่องยกเว้นส่วนที่ต้องเชื่อมกับระบบเท่านั้นที่ไม่สามารถใช้งานได้ เช่น สกิลของระบบ ทักษะที่อยู่ในการอำนวยของระบบ เป็ต้นส่วนทักษะที่มีในตัวผมอยู่แล้วก็ยังอยู่ เช่น เืที่สามารถสลายพิษและคำสาปยังคงอยู่และก็ได้ยกระดับขึ้นอย่างมาก ส่วนทักษะต่างๆที่ผมใช้เองโดยไม่พึ่งระบบนั้นก็ใช้ได้ไม่มีบกพร่องเธอยังบอกอีกว่าตอนนี้พลังของผมส่วนใหญ่ถูกผนึกไว้โดยอะไรไม่รู้ที่เธอไม่สามารถหาสาเหตุได้ผมถามถึงเื่ที่เกิดขึ้นวันนั้น(วันที่ผมถูกเล่นงาน)เธอบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยเฮ้อ คิดไปยิ่งปวดหัว
ผมทำการเช็คไอเทมของผมที่อยู่ในกำไลปรากฏว่าช่องไอเทมยังใช้ได้ไม่บกพร่อง ส่วนรายการต่างๆ ที่เป็วัตถุดิบ อาวุธหรือสิ่งที่เป็รูปธรรมยังคงอยู่ แต่พวกป้ายกิลด์ กล่องสุ่มสัตว์เลี้ยงกล่องสุ่มไอเทมระดับ X ทีเหลืออยู่ กลายเป็รูปคำถาม ???ไปแล้ว แถมเปิดก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ไอเทมหลายส่วนก็เช่นกันผมเช็คเงินของผมก็ยังอยู่ดีมีสุข ถึงแม้จะใช้ในโลกนี้ไม่ได้ก็เถอะแต่หากนำมาสกัดเอาแร่ก็ว่าไปอย่าง พอผมเช็คเสร็จสักพัก คุณมาเรียก็เดินถือถาดอาหารมา
“ขอโทษนะคะ รอนานมั้ยคะ นี่ค่ะอาหาร” เธอนำถาดมาวางตรงตักผมในถาดมีของอยู่สองอย่าง คือ ขนมปัง?(น่าจะนะ) กับน้ำชุปใสๆไม่มีเครื่องอะไรเลยถ้วยหนึ่ง
“ขอบคุณครับ” ไม่ว่าจะเป็อะไรก็ต้องทานสินะหิวนี่ครับ
“นี่เป็ของที่ดีที่สุดที่ฉันสามารถหาให้คุณได้แล้วค่ะต้องขออภัยด้วยนะคะ” เธอก้มหัวทำหน้าเศร้าผมเห็นอย่างนั้นก็ใทันที นี่คืออาหารที่ดีที่สุดอย่างนั้นเหรอ แสดงว่าครอบครัวเธอคงขัดสนสินะครับไม่ต้องห่วง(ผมคิดในใจ)ไว้ผมจะหาทางตอบแทนเอง
“มะ ไม่เป็ไรครับ แค่มีให้ทานก็ถือว่าวิเศษแล้วครับ” ไม่รอช้าครับ ผมจัดการอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็วแต่ถึงแม้จะทานหมดก็ยังไม่รู้สึกอิ่มสักนิด เอาไงดี(ผมคิดในใจ)แต่เฟิร์สก็รู้ได้ในสิ่งที่ผมคิด
[ข้าวกล่องไงค่ะนายท่าน]
[ห๊ะ อะไรนะครับ ข้าวกล่องเหรอ]
[ค่ะ ข้าวกล่องที่ท่านได้รับตอนเริ่มเกมไงคะ ตอนนี้ก็ยังคงอยู่ค่ะอีกอย่างยังไม่บูดค่ะ ทานได้ อ้อยังมีอาหารกระป๋องที่ซื้อตุนไว้อีกนะคะ]
[เอ้อ จริงด้วยสิครับงั้นผมขอข้าวกล่องสี่กล่องนะ]
[รับทราบค่ะ]
เมื่อผมบอกเฟิร์สไปแล้วก็กดตรงกำไลจากนั้นก็มีช่องมิติเล็กๆเปิดออกมา ผมก็ล้วงเข้าไปในช่องที่เฟิร์สเลือกให้ก็ได้ข้าวกล่องมาสี่กล่อง มาเรียที่เห็นอย่างนั้นก็แสดงสีหน้าใออกมา
“คะ คุณออฟค่ะ เมื่อกี้มันเวทย์มนต์ใช่ไหมคะ” เธอถามด้วยเสียงที่ตื่นเต้น
“อ๋อ ครับ มันเป็เวทย์มนต์ที่ติดมากับอุปกรณ์นะครับ เอาไว้เก็บของครับและของที่อยู่ในนี้จะถูกย่อขนาดให้เล็กลงเพื่อความสะดวกในการเดินทางครับ” ผมตอบออกไป
“งั้นก็คล้ายๆกับกระเป๋าย่อส่วนนะสิคะ “เธอตอบมา
ห๊ะ ผมไม่รู้ว่าได้ยินผิดหรือเปล่า เธอบอกว่าเวทมนต์กับกระเป๋าย่อส่วน นี่แสดงว่าโลกนี้มันเป็โลกยุคคล้ายๆแฟนตาซีสินะ
จากนั้นผมก็เนียนถามเื่ต่างๆจากเธอ โดยไม่ลืมยื่นขาวกล่องที่ทำมาจากกล่องไม้ให้เธอสามกล่อง ผมทาน 1 กล่อง เราคุยกันไปเรื่อยๆ ผมก็ได้ความว่า
โลกนี้มันโลกแฟนตาซีชัดๆ คนส่วนใหญ่มีพลังเวทย์มนต์เป็หลักมีการกำจัดสัตว์อสูร ปีศาจ และสัตว์จิปาถะต่างๆ เพียงแต่ว่าเมื่อสัตว์ตัวนั้นๆตาย เราต้องทำการแล่เนื้อเองอาวุธก็ต้องทำเองทั้งหมด โลกนี้ มีการแบ่งระดับเป็ชนชั้น ระดับชั้น จำนวนดาว และเลเวลซึ่งการที่จะมีระดับเหล่านี้ได้ ต้องรอให้อายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์ก่อนแล้วไปลงทะเบียนรับแฟลกที่เมืองหลวง แล้วเราจะได้รับพรจากพระเ้า คือ
การฟื้นคืนชีพเมื่อตายแล้วจะฟื้นคืนชีพในสี่ปี และจะสูญเสียระดับทั้งหมด ต้องนับหนึ่งใหม่
สองคือเวทย์มนต์เราจะได้รับเวทย์มนต์จากพระเ้าให้มีมากขึ้น
สามการเพิ่มขีดจำกัดของร่างกายจะเพิ่มตามระดับชั้น ดาว และเลเวล
สี่นามสกุล ซึ่งเราจะได้รับตอนลงทะเบียนโดยการสุ่มจากค่าต่างๆของเรา และนามสกุลเป็สิ่งบ่งบอกถึงระดับพลังอีกด้วย(ซึ่งอันนี้ผมก็งงว่ามันบอกยังไง)
อีกอันหนึ่งที่ผมรู้จากมามาเรียคือวันพรุ่งนี้เป็วันที่ทหารจากเมืองหลวงจะเชื่อมวงเวทย์ มารับชาวบ้านอายุ 17ปีขึ้นไปที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนไปลงทะเบียนกับเมืองหลวง
ซึ่งเธอก็อายุครบ 17 ปีเมื่อเดือนที่แล้วจึงต้องไปด้วย เธอบอกว่าเธอรอมานานมากเมื่อเธอได้รับพรแล้วเธอจะพัฒนาตัวเองละกลับมาช่วยหมู่บ้านของเธอ ส่วนผมนะเหรอ เมื่อเธอรู้ว่าผมอายุ ย่างเข้า 21 แล้วแต่ยังไม่ได้ลงทะเบียนก็ใ แล้วกำชับให้ผมไปกับเธอในวันพรุ่งนี้เพราะการที่ไม่ได้ลงทะเบียน เมื่อเราตายแล้วก็จะตายเลยนั่นเอง
มาเรีย อยู่กับพ่อและน้องสาวกันสามคนคุณแม่ของเธอเสียชีวิตเมื่อสองปีที่แล้ว ตอนนี้รอการฟื้นคืนชีพอยู่ เธอได้เล่าว่าหมู่บ้านของเธอแต่ก่อนก็อยู่ดีมีสุข อาหาร ข้าวของก็หาได้สะดวกจากในป่าแต่สองปีมานี้ มีสัตว์อสูร หมูป่าฝูงใหญ่ได้เข้ามายึดพื้นที่ป่าของหมู่บ้าน เมื่อชาวบ้านออกไปหาของป่าก็ถูกฆ่าถูกทำร้ายจนเสียชีวิตไปหลายร้อยคนแล้วและเคยมี่หนึ่งที่หมู่บ้านเกณฑ์คนไปปราบหมูป่า แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้สูญเสียชาวบ้านไปหลายคน รวมถึงแม่ของเธอด้วย ทำให้ตอนนี้การที่จะเข้าไปหาอาหารแต่ละครั้ง ก็เป็ไปด้วยความยากลำบาก การเกษตรของชาวบ้านก็ไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตหลายร้อยคน สภาพดินก็ย่ำแย่ลงทุกที
(อย่าสงสัยเลยครับ เธอพูดว่าหมูป่าไม่ผิดแน่นอน หมูป่าเนี่ยนะ อะไรมันจะปานนี้ ผมได้แต่ยิ้มเหยยๆ)
คุยกันได้สักพักเธอก็ขอตัวไปทำงานบ้านต่อ ผมจึงออกจากบ้านมาเพื่อสำรวจหมู่บ้านทันที
สภาพของหมู่บ้านตอนนี้ เรียกได้ว่าโทรม บ้านไม้แต่มีแต่รู มีแต่รอย ผ่านการซ่อมแซมมาหลายรอบ สภาพดินก็ไม่ค่อยดีจิตใจของชาวบ้านก็หมองหม่น อะไรจะปานนี้เนี่ย แต่ละคนกำลังช่วยกันเก็บผักเหี่ยวๆ ที่อยู่ในแปลงขนาดเล็กผมเดินสำรวจได้สักพักก็ได้ยินเสียงระฆังดังขึ้น ชาวบ้านก็แห่กันมารวม ณ จุดๆหนึ่งซึ่งน่าจะเป็ทางเข้าหมู่บ้าน แล้วก็มีชาวบ้านชายสมอม(เพราะมอมแมมและมีแต่แผลเหวอะหวะ) กันเกือบทุกคน กำลังพยุงกันมาอย่างทุลักทุเลแล้วชาวบ้านก็แห่กันไปช่วย ผมได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นจากปากผู้าเ็
“ขอโทษ พวกเรานำกลับมาได้แค่นี้แหละ”พูดจบเขาก็เทกระเป๋าใบหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยผลไม้ กะแล้วประมาณ1ตะกร้าเล็ก แล้วคนอื่นๆก็เทกันออกมา ก็ปรากฏผลไม้ ผัก สมุนไพรเนื้อเล็กๆน้อยๆอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งรวมกันแล้วได้ประมาณ 1 กะละมัง
“เราตายไป 20 คน รอดมาเท่าที่เห็นนี่แหละ ข้าขอโทษ” ชายคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด
“คุณพ่อ !!! คุณพ่อ!!!” เสียงๆหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของผม มันคือเสียงของมาเรียนั้นเองเธอวิ่งมาด้วยท่าทีที่แตกตื่น
“ลุงอาร์คคะ คุณพ่อของหนูอยู่ไหน”มาเรียถามด้วยใบหน้าที่มีน้ำตา
“ลุงขอโทษ บ๊อปพ่อของเธอล่อพวกหมูป่าไปอีกทางเพื่อให้เราหนีมาได้ตอนนี้ไม่รู้จะเป็ยังไงบ้าง ข้า ข้า” ลุงอาร์คพูดแค่นี้ก็ก้มหน้าที่มีน้ำตาหยดลงพื้นเรื่อยๆ
มาเรียได้ยินอย่างนั้นเธอก็ทรุดกับพื้นทันที เธอร้องให้โฮออกมาเสียงประสานกับคนที่รู้ว่าครอบครัวของตัวเองสิ้นชีวิต
ผมได้ยินอย่างนั้นก็เดินไปยังประตูของหมู่บ้านทันทีขณะที่ผมกำลังจะเดินออกไป
“ไอ้หนูจะไปไหน” เสียงชายคนหนึ่งเรียกผมแต่ผมไม่ตอบ ยังเดินไปเรื่อยๆ
มาเรียเมื่อเห็นผมเดินออกไปทางประตูหมู่บ้านก็ะโเรียกทันที
“คุณออฟ อย่าออกไปนอกหมู่บ้านนะคะ มันอันตราย”ผมหยุดเดิน แล้วหันมาสบตากับเธอ
“ไม่เป็ไรหรอกครับ เดี๋ยวผมก็กลับมา กลับมาพร้อมกับพ่อของคุณ” ผมพูดแค่นี้ก็เดินออกไปทันทีโดยไม่หันหลังกลับ ส่วนมาเรียเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ลุกขึ้นหมายจะตามผมออกไปแต่ก็ถูกผู้หญิงหลายคนรั้งเอาไว้ ทิ้งไว้ให้เธอสับสนอยู่อย่างงั้น
“ได้โปรดอย่าทิ้งให้ฉันอยู่กับน้องสาวเพียงลำพัง คุณออฟ”
............................................................
เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆรอตอนหน้ากันเลยฮ่ะ//