ซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที

    บทที่ 18. ตอนที่ 1. ดาบคู่พรหมเสก

    นางหยุดกริยา กราดสายตามองขุนนางคนสนิทที่หมอบอยู่เบื้องล่าง “หากปล่อยให้พญาพรหมเสกเกลี้ยกล่อมเจ้านางซอมพอได้สำเร็จ หรือนังเอื้องนั่นคาบข่าวเรื่องเวียงทุ่งหลวงไปบอกแก่ชู้รักของมัน สุวรรณโคมคำคงส่งกองทัพมาชิงตัวเจ้านางซอมพอไปเสียก่อนที่กูจักได้ประโยชน์อันใด”

    “เช่นนั้นแล้ว เจ้านางจักกระทำประการใดต่อพระเจ้าข้า?”

    “ตัดไฟเสียแต่ต้นลม!” เจ้านางเกสรเหยียดยิ้มอำมหิต “กูจักเร่งวันวิวาห์ให้เร็วขึ้น...มึงจงเร่งส่งหมายคำพูดกูนี้ไปกับนกสื่อสารถึงเวียงทุ่งหลวง แจ้งว่ากูพร้อมส่งตัวเจ้านางล้ำค่าไปให้ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า มิรอรั้งครบกำหนดไว้ทุกข์ บอกให้ทางนั้น จงเร่งจัดขบวนมารับตัวนางที่เวียงดงหวาย พ้นเขตเวียงนั้นข้ามฝั่งของไป ก็ถือว่าพ้นเขตแดนแผ่นดินเวียงสรวง พ้นเขตอาณัติของสุวรรณโคมคำ เอานางไปให้พ้นเวียง กูแลลูกจักได้เป็นใหญ่ไม่มีผู้ใดมาคานอำนาจได้อีก แลกูนี่แหละ ที่จะเป็นผู้ปลดแอกเวียงสรวงออกจากอำนาจแห่งสุวรรณโคมคำ”

     

    แผนร้ายกำลังถูกเร่งรัดในเงามืด พญาพรหมเสกกลับยังคงนิ่งอึ้งอยู่ท่ามกลางความเงียบของวัดสบปิน คำปฏิเสธของอีเอื้องดังก้องอยู่ในหัว ประดุจเสียงระฆังกังสดาลที่ต้องลมเหนือยอดวิหาร เสียงนั่นดั่งเตือนสติ แม้นพระองค์จักกล่าวสู่ขอมันไปแล้ว แต่ในใจกลับยังไม่ทิ้งความว้าวุ่นให้ร้อนรุ่มทรวง

    “เจ้าช่างใจแข็งนัก...เอื้องสาย” ทรงพึมพำเบา ๆ มองตามแผ่นหลังของมันที่เดินหายลับไปพร้อมผู้เป็นนาย

    พระองค์มิได้ทรงโกรธเคืองนางเอื้องสาย แต่มันกลับยิ่งทำให้พระองค์ทรงห่วงใยในตัวเจ้านางซอมพอ แลอีเอื้องหนักขึ้นไปกว่าเดิม เพราะสัญชาตญาณนักรบของพระองค์ เหมือนกำลังส่งสัญญาณเตือนว่า เวียงสรวงในยามนี้ที่ดูเงียบสงบ แต่ในความเป็นจริงกลับเหมือนเมฆมวลกำลังก่อตัว ตั้งเค้าก่อพายุใหญ่ ให้โหมพัดถล่มใจเมืองในอีกไม่ช้า

    “ขุนหลวง…พระองค์ทรงดูร้อนใจ มีเรื่องอันใดอยู่ในใจใช่หรือไม่ การที่เร่งร้อนเดินทางมาเวียงสรวง คงมิใช่แค่เพียงมาสู่ขอสาวดอกกระมัง มานี่เถิด วันนี้อาตมาไม่มีการงานยุ่งยากอันใด แลพญาเองก็คงไม่รีบร้อนเช่นกัน จะพอนั่งพูดคุยสนทนากับภิกษุสูงวัยเช่นข้าพระองค์จักได้หรือไม่” ครูบาเจ้ากล่าวจบ ก็หยิบหมากที่เณรน้อยห่อมวนคำหมากไว้ให้ ยัดเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ก่อนจะโบกมือให้เณรน้อยออกไปนอกวิหาร เมื่อเห็นพญาพรหมเสกคลานเข่าเข้ามานั่งเบื้องหน้าตน

    “เป็นเช่นนั้นมิผิดเลย ข้าพเจ้าร้อนใจหลายประการ ทางสุวรรณโคมคำเองยังมีเรื่องให้ต้องจัดการสะสาง แลหัวใจก็ค้างคาอยู่ทางเวียงสรวง พี่ข้าหาได้หมางเมินเจ้านางซอมพอเช่นที่นางคิดไม่ เพียงแต่มิอาจละทิ้งหน้าที่บ้านเมืองมาได้ในยามนี้ ข้าเห็นว่าตนพอวางมือได้ จึงเร่งรีบมาเพื่อให้มั่นใจว่า สตรีทั้งสองนางยังปลอดภัยดี”

    ครูบาเจ้าเคี้ยวหมากพร้อมกับส่งยิ้มเมตตา “จักมีอันใดไม่ปลอดภัยกันเล่า เจ้านางเองแม้นเป็นแม่ญิง แต่ก็ถือได้ว่าเป็นราชธิดาองค์ใหญ่ ข้าราชบริพารน้อยใหญ่ ต่างยังคงก้มหัวนบนอบในตัวนาง แม้แต่เจ้าหาญที่เป็นราชบุตร ก็ยังให้ความเคารพในฐานะพี่นาง”

    “ภาพรวมต่อสายตาผู้คน เป็นเช่นที่พระคุณเจ้ากล่าวมา แต่ข้าพเจ้าก็ยังแอบหวั่นนัก ด้วยได้ยินข่าวลือหนาหูมาตั้งแต่ครั้งศึกเวียงชัย ว่าราชสำนักเวียงสรวงมีใจคิดไม่ซื่อ จักส่งตัวเจ้านางซอมพอไปวิวาห์ถึงเวียงทุ่งหลวง เจ้าพี่อินทร์ถวาย ทรงมีใจชอบพอเจ้านางซอมพอมากเหลือ แต่มาติดที่สุวรรณโคมคำเพิ่งผลัดเปลี่ยนแผ่นดินใหม่ งานราชการยังมิอาจละมือมาสู่ขอสาว ทำให้ทรงเป็นกังวลใจนัก ข้าเองพอรู้ข่าว ก็ให้ร้อนใจมิต่างกัน จนต้องเร่งมาสู่ขออีเอื้องไว้ แลเพื่อสืบข่าวคราว ว่าจักเป็นจริงเช่นที่คนร่ำลือประการใด”

    คำพูดของพญาพรหมเสก ทำเอาหมากในปากขมขื่นขึ้นมาจนต้องรีบยกกระโถนบ้วนทิ้ง “ว่ากระไรนะ…มีเหตุเลวร้ายถึงเพียงนี้ ทำไมกูหารู้ไม่ เจ้านางเปรียบเสมือนลูกกู แม่เจ้าเกสรจักให้นางแต่งไปเมืองไกล เหตุใดมิมีใครแจ้งต่อกู”

    ครูบาเจ้าสบปินโกรธจนกำหมัดแน่น จนมองเห็นกล้ามแขนเกร็งเปล่ง ด้วยภิกษุผู้นี้มีร่างกายที่กำยำแน่นหนามิต่างกับขุนศึกเจตทัพ

    “พระคุณเจ้ามิรู้ฤา เหตุใดเจ้านางซอมพอถึงมิได้เล่าให้ฟัง”

    ครูบาเจ้าสบปินจิบน้ำกลั้วปาก แล้วบ้วนทิ้งลงกระโถน “คงเห็นที่กูเป็นพระกระมัง เรื่องทางโลกจึงทรงเก็บไว้กับตัว มิได้การเสียแล้ว…ไอ้ผา! ไอ้ผา!” ท่านโกงคอตะโกนร้องเรียกคนชื่อผา ไม่นานชายผู้มีนามว่าผาก็รีบคลานเข่าเข้ามาหมอบกราบ ที่แท้มันก็คือนายช่างตีดาบ ที่พญาพรหมเสกเดินเข้าไปถามหาอีเอื้องเมื่อยามเช้า มันเองก็เหล่ตามองดูชายหนุ่มผู้งามสง่า ถามชื่อเสียงเรียงนามก็มิยอมบอกกล่าว แต่บัดนี้กลับมานั่งอยู่เบื้องหน้าครูบาเจ้า

    “ยั้งมือการงานมึงก่อน กลับบ้านไปอาบน้ำท่าเตรียมตัว แล้วกลับมารับสาสน์ที่กู นำไปส่งให้ท้าวพญาเวียงซัว บัดนี้เวียงสรวงกำลังเข้าสู่ทุรยศเสียแล้ว”

    พญาพรหมเสกได้แต่นั่งอึ้งมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วราวสายลมพัดผ่าน

    “นี่มัน…อย่างไรกันฤาพระคุณเจ้า”

    “การนี้เป็นเรื่องภายใน พระองค์รู้เรื่องนี้แล้ว ก็ขอจงช่วยกันปิดเป็นความลับไปก่อนเถิดหนา โชคชะตาเวียงสรวงจะมาถึงการวิบัติเพราะน้ำมือนางแม่ค้านั่งกาดมิได้เป็นอันขาด พระองค์เองอย่าได้เป็นห่วงเรื่องของแม่ญิงทั้งสองให้มากเกินไป ฝากแจ้งข่าวต่อสุวรรณโคมคำ ว่าเวียงสรวงหาได้มีใจคิดเป็นอื่น ยังคงเป็นเมืองเล็กใต้บาทเฉกเช่นเดิม เรื่องร้อนร้ายนี้ อาตมาจะขอจบมันเอง คืนนี้พระองค์ก็จงพักหลับนอนที่นี่เถิด”

    พญาพรหมเสกกราบพระคุณเจ้า “ข้าพเจ้าต้องการรบกวนเพียงคืนเดียวขอรับ รุ่งเช้าก็จักออกเดินทางแล้ว”

    “รีบร้อนถึงเพียงนั้นเชียว”

    “ขอรับ ข้าพเจ้าตั้งใจไปเวียงทุ่งหลวงสักครา หากแม้นต้องทำศึกต่อกัน จักได้รู้นอกออกใน เรื่องนี้ข้าพเจ้าคงแจ้งความต่อพระคุณเจ้าได้กระมัง”

    ครูบาเจ้ายิ้มแล้วพยักหน้า "ได้…มิใช่การที่กูจักแพร่งพราย รอบคอบไว้ย่อมดี สมแล้วที่พระองค์ได้ขึ้นเป็นขุนหลวงท้าวพญาเวียงชัย แทนพ่อพญาศรีศักดิ์ที่จากไป"

    “หาได้พระคุณเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้ครองเมืองเวียงชัย ปฐมเหตุเกิดจากความประมาทจนถูกเจ้าพี่อินทร์ถวายแขวนโทษ”

    “ต้องโทษฤา ต้องโทษเช่นไรถึงได้บ้านได้เมือง พี่ชายพระองค์ช่างแปลกชอบกลนัก หากเป็นกูคงสั่งกุดหัวเสีย จักมายกให้นั่งบัลลังก์เป็นพ่อเมืองไปไย”

    ขุนหลวงพรหมเสกฉุกคิด จริงเช่นที่ครูบากล่าว “ข้าพเจ้าเป็นขุนศึกคุมทัพช้าง ประมาทนักปล่อยให้มือสังหารกระเหรี่ยงปลอมตัวปะปนเข้ามาในกองทัพ จนเจ้าพี่อินทร์ถวายแลเจ้านางซอมพอต้องตกอยู่ในอันตราย แม้นข้าจักจับตัวมันมาสืบสาวท้าวความจนแจ้งกระจ่าง แต่ความผิดยังมี ขุนหลวงอินทร์ถวายจึงตั้งให้ข้าเป็นพญาเวียงชัย ดูแลหัวเมืองด่านเหนือทั้งหลาย แทนพี่ท่านพญาศรีศักดิ์ที่ตายตกไปกับเจ้ามหาอุปราชคำหลวง”

    ครูบาเจ้าถึงกับหัวเราะออกมา “ชำระผิดโดยให้เป็นเจ้าเมืองเช่นนี้ฤา ขุนหลวงอินทร์ถวายผู้นี้ช่างน่าสนใจนัก เห็นทีพระองค์คงเมตตาน้องชายเช่นพระองค์หนักหนา”

    “พี่ข้ามีเมตตาต่อมิตรสหายทั้งปวงขอรับ”

    เจ้าหาญวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในวิหาร มันยิ้มหน้าระรื่นเช่นที่เคยเป็น “เจ้าพี่พรหม มาถึงบ้านข้าเหตุไดจึงมิบอกกัน ดูฤาข้าดีใจนัก ร้อนรนรีบมาถึงนี่” เจ้าหาญวางไม้คอน[25]ที่กำลังแกะสลักคามือลงข้างกาย ก้มกราบครูบาเจ้า แล้วหันไปกราบพญาเวียงชัย

    “ดูฤา นั่นพระองค์กำลังทำสิ่งใดคามืออยู่ รีบร้อนเอามันติดมือมาด้วย”

    “ไม้คอนชนกว่างขอรับพระคุณเจ้า ประเดี๋ยวเข้าฝนก็จะถึงฤดูมันแล้ว”

    “ปีนี้คิดคว้าชัยเมืองใดอีกเล่า”

    “ยังมิรู้ได้ขอรับ ทำไว้ก่อน ส่วนเรื่องลงประลอง ข้านั้นยังมิได้คิดไว้เลย”

    “ข้าเพิ่งรู้ ว่าราชบุตรเวียงสรวงว่างงาน จนถึงขั้นลงประลองขันต่อชนกว่าง[26]เยี่ยงชาวบ้านสามัญ”


     

    [25] ไม้คอนกว่าง คืออุปกรณ์พื้นบ้านสำหรับเลี้ยง กว่าง (ด้วงกว่างหรือด้วงคีม โดยเฉพาะสกุล Prosopocoilusและ Dorcus) ที่ชาวล้านนาและชาวไทลื้อใช้กันมาแต่โบราณ ทั้งเพื่อการเลี้ยงดูและเตรียมกว่างสำหรับการชน

    ลักษณะของไม้คอน

    ทำจากกิ่งไม้เนื้อแข็งขนาดพอดีมือ ยาวประมาณ 20–40 เซนติเมตรเส้นผ่านศูนย์กลางราว  2–5 เซนติเมตรผิวค่อนข้างหยาบ ให้กว่างใช้ขาและเล็บเกาะได้มั่นคงบางครั้งปลายทั้งสองด้านจะเจาะรูสำหรับผูกเชือกแขวน

    ไม้คอนที่ดีไม่ควรมียางหรือกลิ่นฉุน เพราะอาจรบกวนกว่าง และไม่ควรลื่นเกินไป

    ในเชิงวัฒนธรรมล้านนา

    การเลี้ยงกว่างไม่ใช่แค่การเล่นของเด็ก แต่เป็นกิจกรรมของชายหนุ่มและผู้ใหญ่ในช่วงต้นฤดูฝน เมื่อกว่างออกจากดิน การมีกว่างตัวใหญ่เขางามถือเป็นความภาคภูมิใจ คล้ายการเลี้ยงไก่ชนหรือปลากัด

     

    [26]ชนกว่าง คือการละเล่นพื้นบ้านของชาวไทยวน ไทลื้อ และกลุ่มชนไทในภาคเหนือและลุ่มแม่น้ำโขง โดยนำด้วงกว่างเพศผู้ซึ่งมีเขาขนาดใหญ่ (วงศ์ Lucanidae) มาปล่อยให้ต่อสู้กันบนท่อนไม้หรือไม้คอน เจ้าของจะใช้น้ำอ้อยหรือน้ำหวานล่อให้กว่างเดินเข้าหากันและใช้เขาขบเกี่ยวผลักคู่ต่อสู้จนตกจากคอน การละเล่นดังกล่าวนิยมในช่วงต้นฤดูฝน อันเป็นฤดูที่กว่างโตเต็มวัยออกจากดิน


    แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :

    เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh

    เล่ม 2   https://shorturl.asia/BxnNW

    เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH

    คล้ายกับเรื่องซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730