ทักษะกลินสวรรค์
เมื่อเห็นว่าฟางเฉินนั้นยังไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ความโลภก็ไม่ได้ตำหนิอีกฝ่ายเพราะฟางเฉินนั้นยังเป็นเพียงแค่เด็กน้อยอายุ 14 ปี้ท่านั้นเอง ความโลภยิ้มออกมาก่อนจะชี้ไปที่หว่างคิ้วของฟางเฉิน และทันใดนั้นเองข้อมูลจำนวนมากก็ปรากฎขึ้นมาในหัวของฟางเฉิน“นี่มันเรื่องจริงงั้นเหรอ เจ้าคือจิตวิญญาณที่สามารถเติบโตได้เรื่อย ๆผ่านการกลืนกินจิตวิญญาณของอีกฝ่าย” ฟางเฉินกล่าวเป็นตื่นตระหนก“ใช่แล้ว เพราะข้าคือความโลภ ข้าเลยต้องการที่จะช่วงชิงจิตวิญญาณของอีกฝ่ายมาทั้งหมดและกลืนกินมันซะ” ความโลภกล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย“ถ้างั้นก็แสดงว่าเจ้าในตอนนี้คือจิตวิญญาณของข้า” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น“ใช่แล้ว แต่เจ้าในตอนนี้ไม่สามารถใช้พลังของข้าได้จนกว่าเจ้าจะไปถึงระดับจิตวิญญาณ แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาเพราะข้าจะช่วยเหลือให้เจ้าไปถึงระดับจิตวิญญาณภายในเวลา 1 ปีให้ดู” ความโลภกล่าว“เจ้าสามารถทำให้ข้าไปถึงระดับจิตวิญญาณในเวลา 1 ปี งั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าวด้วยความตื่นเต้น“ใช่แล้ว แต่ก่อนอื่นเจ้าต้องเปิดจุดชีพจรทั้งหมดในร่างของเจ้าเสียก่อน และข้าจะช่วยเจ้าเอง” ความโลภกล่าว“ตกลง” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้นพริบตาในคืนนั้นร่างของฟางเฉินนั้นปล่อยกลิ่นอายความร้อนออกมาทำให้ฟางอี้ที่นอนอยู่ไม่ใกลต้องสะดุ้งตื่น จากนั้นชายชราก็มาตรวจสอบร่างของฟางเฉินด้วยความเร็ว“เป็นไปไม่ได้ ทำไมชีพจรของเฉินเอ๋อถึงเริ่มเปิดออกแล้ว นี่มัน 1 จุด 2 จุด 3 จุด ไม่น่าเชื่อชีพจรทั้งหมดกำลังเปิดออกอย่างช้า ๆ” ชายชรากลายเป็นตื่นตระหนกและในขณะเดียวกันก็ตื่นเต้นอย่างมาก“ท่านพี่ทำได้แล้ว” ฟางอี้กล่าวด้วยความตื่นเต้นหลังจากค่ำคืนผ่านไป ความโลภได้ใช้พลังของเพลิงแห่งความโลภทะลวงจุดชีพจรทั้งหมดในพริบตา และในคืนเดียวฟางเฉินกลับกลายมาถึงระดับชีพจรขั้นที่ 9 ได้อย่างง่ายดาย“เอาละ หลังจากนี้เจ้าก็สามาระเริ่มฝึกฝนได้แล้ว จากนี้ข้าจะถ่ายทอดทักษะที่เหมาะสมกับเจ้าให้ ทักษะนี้มีชื่อว่า กลืนสวรรค์ เป็นทักษะจากยุคบรรพกาลที่แม้แต่ทวยเทพยังต้องการ ด้วยทักษะนี้เจ้าจะต้องกายเป็นคนที่แข็งแกร่งได้อย่างไม่ยากเย็น” ความโลภกล่าว“ข้าจะพยายาม” ฟางเฉินกล่าวเมื่อรุ้งเช้ามาถึงฟางเฉินก็ตื่นขึ้นมาและเริ่มนั่งสมาธิทำความเข้าใจใจทักษะกลืนสวรรค์ทันที ชายชราและฟางอี้นั้นรู้ว่าวินาทีที่ลำแสงสีแดงพุ่งเข้าไปในร่างของฟางเฉิน ฟางเฉินก็เปลี่ยนไปแต่พวกเขาก็ไม่ได้กล่าวถามว่าเกิดอะไรขึ้น“ความโลภ เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าท่านปูนั้นป่วยด้วยโรคอะไร” ฟางเฉินกล่าว“ชายชราคนนั้นหนะเหรอ อืม จากที่ข้าสัมผัสได้ดูเหมือนว่าจะเป็นการบาดเจ็บจากภายในซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บที่มีมานานแล้ว ซึ่งถ้าให้ข้าเดาตาแก่นั่นคงจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมากก็อีก 2 ปี” ความโลภกล่าว“จริงงั้นเหรอ แล้วเจ้ามีวิธีรักษาหรือเปล่า” ฟางเฉินกล่าวด้วยความกังวล“เรื่องนั้นไม่ยาก ที่ตาแก่นั้นอ่อนแอลงทุกวันเพราะพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างของตาแก่เป็นต้นเหตุ แต่ถ้าเจ้าฝึกฝนทักษะกลืนสวรรค์ได้ถึงส่วนต้น เจ้าก็จะสามารถใช้ทักษะกลืนสวรรค์กลืนกินพิษที่อยู่ในตัวของตาแก่นั่นได้” ความโลภกล่าว“แล้วทักษะกลืนสวรรค์นั้นมีกี่ขั้น” ฟางเฉินกล่าว“ทุกทักษะล้วนมีขั้นต้น กลาง ปราย ทั้งนั้นแหละเรื่องแค่นี้เจ้าก็ไม่รู้” ความโลภส่ายหัวแล้วกล่าวขึ้นเรื่องนั้นจะโทษฟางเฉินก็ไม่ได้เพราะชายชราไม่ได้สอนอะไรให้ฟางเฉินเลยเพราะชายชราตัดสินว่าจะรอให้ฟางเฉินเปิดชีพจรได้ก่อนจึงจะสอนความรู้เหล่านี้ให้กับฟางเฉินหลังจากรับรู้แล้วฟางเฉินก็ไม่รอช้ารีบทำความเข้าใจเนื้อหาเกี่ยวกับทักษะกลืนสวรรค์อย่างตั้งใจ พริบตาเวลาก็ผ่านไป 1 เดือน ฟางเฉินตั้งใจฝึกฝนพร้อมกับเข้าไปในเมืองเพื่อนำสมุนไพรที่เข้าหามาได้ไปขายเพื่อซื้ออาหารมาให้กับครอบครัว“เฮ้ยนั่นมันเจ้าเด็กยาจกท้ายเมืองไม่ใช่งั้นเหรอ” ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปยังฟางเฉินด้วยสายตาชั่วร้ายชายหนุ่มคนนี้คือบุตรชายของผู้อาวุโสตระกูลหวู่ที่เป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ในอานาจักรฉางลั่วแห่งนี้ และเวลาหลายปีมานี้ฟางเฉินมักจะถูกกลุ่มรุ่นเยาว์ของตระกูลหวู่รังแกอยู่ตลอด“พอดีเลยข้ากำลังหงุดหงิดอยู่พอดี ขอระบายอารมณ์กับเจ้านั่นก็แล้วกัน” หวู่หมาน เป็นชายหนุ่มอายุ 16 ปี มีระดับบ่มเพาะอยู่ที่ระดับ กระดูกขั้น 2กลุ่มรุ่นเยาว์ตระกูลหวู่ 4 คนเดินตรงไปหาฟางเฉินที่กำลังรัยเงินมาจากร้านขายยาทันที“เจ้าพวกนั้นเอาอีกแล้ว น่าสงสารเจ้าหนูฟางเฉินที่ต้องถูกพวกมันรังแก”“เฮ้อ เรื่องนี้มันช่วยไม่ได้ ภายในเมืองแห่งนี้ตระกูลหวู่นั้นยิ่งใหญ่ที่สุดเพราะงั้นเด็กพวกนี้จึงมักจะรังแกคนจากตระกูลอื่น ๆอยู่เป็นประจำ”พวกชาวเมืองที่เห็นว่าหวู่หมานเดินไปหาฟางเฉินก็พากันส่งสายสงสารไปให้กับฟางเฉิน“เจ้าขยะส่งเงินที่เจ้ามีทั้งหมดมาซะไม่อย่างงั้นเจ้าจะโดนอะไรคงจะรู้ใช่ใหม” หวู่หมานกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย“ทำไมข้าต้องส่งให้พวกเจ้า” ฟางเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ถ้าเป็นเมื่อก่อนฟางเฉินอาจจะไม่ใช่คู่มือของอีกฝ่าย แต่ครั้งนี้นั้นไม่ใช่ ถึงฟางเฉินจะยังไม่ถึงขั้นกระดูกแต่ฟางเฉินก็ฝึกฝนทักษะกลืนสวรรค์จนถึงขั้นต้นแล้วทำให้พลังปราณของฟางเฉินนั้นแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปในระดับเดียวกัน“ฮ่า ฮ่า วันนี้เจ้าขยะนี้กล้าขัดคำสั่งของข้างั้นเหรอ” หวู่หมานคำรามออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะปลดปล่อยจิตสังหารออกมา“ขยะอย่างเจ้าอยู่ไปก็รกสายตาของข้าเพราะงั้นก็ตายไปซะ” หวู่หมานคำรามและชกหมัดใส่ฟางเฉินฟางเฉินรู้สึกเหมือนมองเห็นการเคลื่อนใหวของอีกฝ่ายช้าลงและหลบเลี่ยงได้อย่างง่ายดายก่อนชะชกหมัดส่วนออกไป“ตูม!!!!!!!!” ร่างของหวู่หมานกระเด็นออกไปและนอนกองอยู่กับพื้นด้วยความเจ็บปวด“อะไรกัน!!!!!!!!” รุ่นเยาว์ของตระกูลหวู่ทั้งหมดต่างตื่นตระหนก“พวกเจ้าจะรออะไรอีกฆ่ามันซะ” หวู่หมานคำรามออกมาด้วยความโกรธเด็กหนุ่มทั้งสามระเบิดพลังระดับกระดูกขั้นที่หนึ่งและพุ่งเข้าหาฟางเฉิน ฟางเฉินตั้งสมาธิเอาไว้ที่ดวงตาและมองการเคลื่อนใหวของอีกฝ่ายพร้อมกับสวนกลับในเวลาเดียวกัน“เห น่าสนใจ เจ้าหนูนี่มีจิตวิญญาณทางสายเลือดอยู่ด้วยงั้นเหรอ แถมจิตวิญญาณนี้ยังเป็นของหายากเสียด้วย” ความโลภที่มองเห็นทุกอย่างกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าแปลกใจในพริบตาฟางเฉินก็ล้มเด็กหนุ่มจากตระกูลหวู่ลงทั้งหมด ชาวเมืองที่เห็นต่างพากันตกตะลึง พวกเขาไม่เข้าใจว่าเวลาไม่นานทำไมฟางเฉินถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ภายในกลุ่มคนที่มองดู มีหญิงสาวคนหนึ่งสวมหมวกไม้ไผ่ปกปิดตัวตนแล้วมองฟางเฉินด้วยสายตาที่แปลกใจ