การต่อสู้ระหว่างท่านโหวกู้กับรองแม่ทัพโจวสือตงใช้เวลาไม่นาน เพราะฝีมือของรองแม่ทัพโจวเป็รองท่านโหวกู้อยู่หลายขุม อีกทั้งท่านโหวกู้เห็นว่าลูกๆ นั่งรอกันนานแล้ว เขาจึงซัดฝ่ามือใส่หน้าอกรองแม่ทัพโจวด้วยกำลังเพียงครึ่งเดียว แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้รองแม่ทัพโจวกระอักเืออกมาได้แล้ว
“ท่านพ่อ!” โจวสือหยวนะโด้วยความใ ก่อนที่เขาจะหันไปสั่งผู้ติดตาม “เข้าไปดูท่านพ่อเร็วเข้า”
ท่านโหวกู้มองโจวสือตง “ครั้งนี้ถือเป็การสั่งสอน หากข้าได้ยินว่าเ้ากับลูกชายของเ้ามาพูดจาล่วงเกินคนในครอบครัวของอีก ครั้งหน้าเ้าต้องเจ็บตัวกว่านี้แน่”
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อขอรับ” กู้อันวิ่งเข้ามาหาบิดาอย่างดีใจ “ท่านพ่อเก่งที่สุด ต่อไปนี้ข้าจะตื่นมาเรียนวรยุทธ์กับท่านพ่อทุกวัน”
“ข้าก็จะเรียนด้วยขอรับ” กู้เจ๋อยิ่งเข้ามาแล้วกอดแขนท่านโหวกู้ กู้เจ๋อเป็คนที่เข้ากับคนง่าย ั้แ่ที่ท่านโหวกู้กับกู้ฮูหยินรับเขาเป็บุตรบุญธรรม เขาก็ไม่จำเป็ต้องระมัดระวังกิริยาเพื่ออยู่ต่อหน้าบิดาและมารดาบุญธรรมอีก ซึ่งการกระทำอันแสนเรียบง่ายของเขาก็ถูกใจท่านโหวกู้กับกู้ฮูหยินยิ่งนัก
“ได้ พ่อจะสอนวรยุทธ์ให้พวกเ้าทุกคนเลย” ท่านโหวกู้ใช้มือลูบศีรษะกู้เจ๋อ “เ้าต้องฝึกวรยุทธ์ทุกวันจะได้ตัวสูงใหญ่เหมือนพี่ๆ ห้ามี้เีเป็อันขาด”
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านพ่อ” กู้เจ๋อพยักหน้ารับ
“ท่านพ่อดื่มน้ำก่อนเ้าค่ะ” กู้หนิงยื่นขวดน้ำให้บิดา
ท่านโหวกู้รับมาดื่มอย่างเร็ว เมื่อเช้าลูกสาวเอาน้ำจากในมิติมาให้เขาดื่ม ร่างกายที่เคยเหนื่อยล้าก็กลับมากระปรี้กระเปร่า น้ำที่มีคุณสมบัติพิเศษ อีกทั้งลูกสาวยังเป็คนเอามาให้ เขาจะปฏิเสธได้อย่างไร “ขอบใจเ้ามากนะหนิงเอ๋อ”
“ท่านโหวกู้ ท่านลงมือกับท่านพ่อของข้าหนักเกินไปแล้วนะขอรับ ท่านไม่กลัวว่าข้าจะเขียนจดหมายร้องเรียนว่าท่านทำเกินกว่าเหตุหรือ” โจวสือหยวนะโขึ้นอย่างไม่พอใจ
“เ้าจะเขียนจดหมายร้องเรียนไปที่ใดก็ให้รีบเขียน เพราะข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น อีกอย่างเื่วันนี้ก็เป็เ้ากับบิดาของเ้าที่เริ่มก่อน ที่ข้าทำไปก็เพื่อปกป้องชื่อเสียงของลูกสาวข้าเท่านั้น” ท่านโหวกู้ตอบอย่างไม่สนใจ “ไปกันเถอะ พ่อจะพาพวกเ้าไปสำรวจให้รอบเมืองหลวง จากนั้นพ่อจะพาพวกเ้าไปที่สนามม้าของเรา”
ท่านโหวกู้และลูกทั้งสี่คนใช้เวลา่เช้าในการสำรวจรอบๆ เมืองหลวง กู้หนิงใช้โอกาสนี้สอบถามถึงร้านค้าให้เช่า ท่านโหวกู้ไม่เคยจัดการเื่ทรัพย์สินในบ้านมาก่อน เขาจึงทำได้แค่บอกให้ลูกสาวกลับไปปรึกษากับมารดา หรือไม่ก็ถามกับพ่อบ้านกู้ได้โดยตรง
หลังเสร็จกิจกรรม่เช้า ท่านโหวกู้ก็พาลูกทั้งสี่คนไปที่สนามม้า แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เป็สถานที่ฝึกม้าและทหารม้าของกองทัพตระกูลกู้ แต่เวลานี้พวกเขาได้ย้ายม้าทั้งหมดไปอยู่ในค่ายทหารแล้ว
“ท่านพ่อพาเรามาที่นี่ทำไมหรือขอรับ” กู้อันมองสำรวจไปรอบๆ “ที่นี่ไม่มีม้าเหลืออยู่แล้วไม่ใช่หรือ”
“สถานที่แห่งนี้เคยเป็สถานที่ฝึกม้าของตระกูลเรา แต่เวลานี้...” ท่านโหวกู้ถอนหายใจ “เหตุที่สถานการณ์การเงินของจวนไม่ดีก็เพราะกองทัพของเราถูกตัดลดค่าใช้จ่าย พ่อตั้งใจว่าจะขายที่ดินผืนนี้เพื่อเอาเงินมาเป็ค่าใช้จ่ายในค่ายทหารของเรา”
“ท่านพ่อลืมไปแล้วหรือเ้าคะว่าข้ากับเสี่ยวอันมีมิติวิเศษ สิ่งของในนั้นข้ากับน้องชายจะเอาออกมาเท่าไหร่ก็ได้” กู้หนิงบอก
“ต่อไปนี้เื่เสบียงของกองทัพ ปล่อยให้เป็หน้าที่ของข้ากับพี่หญิงก็ได้ขอรับ” กู้อันเสนอ
“เื่นั้นพ่อรู้ แต่พ่อไม่อยากให้พวกเ้ากลายเป็จุดสนใจ เื่มิติวิเศษของพวกเ้าไม่ควรมีใครรู้”
“ข้าเห็นด้วยกับท่านพ่อ ความสามารถพิเศษของพวกเ้าไม่ควรมีคนรู้” กู้เยวี่ยนพูดขึ้น
“แต่เราจำเป็ต้องหาเงินเข้าจวนนะเ้าคะ” กู้หนิงทำท่าคิดแล้วหันไปถามน้องชาย “เสี่ยวอัน เ้าคิดเหมือนข้าหรือเปล่า”
กู้อันยิ้มอย่างเข้าใจ “พี่หญิง ท่านอยากสร้างสนามแข่งม้าหรือขอรับ”
“นอกจากสนามแข่งม้าไว้สำหรับเดิมพันแล้ว ข้ายังจะสร้างสนามแข่งเดรสสาจ[1] ขึ้นมาอีกด้วย” กู้หนิงบอกน้องชาย
“อย่างนั้นก็ดีเลย ข้าคิดถึงสนามแข่งแบบนั้นจะแย่อยู่แล้ว” กู้อันพูดขึ้น ชาติที่แล้วเขากับพี่สาวใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศอย่างเป็อิสระ และด้วยฐานะที่ร่ำรวย ไม่ว่าพวกเขาสองพี่น้องสนใจกิจกรรมประเภทไหน พวกเขาก็สามารถทำได้ทั้งหมด อย่างเช่นการแข่งขันเดรสสาจ สองพี่น้องก็ทำได้ดีจนถูกเรียกตัวให้ไปเป็นักกีฬาทีมชาติ แต่ติดที่คุณพ่อของพวกเขาไม่ยินยอม เพราะคุณพ่อไม่อยากให้ลูกทั้งสองคนเปิดเผยใบหน้าและกลายเป็จุดสนใจของคนทั่วโลก
“พวกเ้ากำลังพูดอะไรกันอยู่ สนามแข่งม้าอะไร แล้วเดรสสาจที่พวกเ้าว่ามันคืออะไร” กู้เยวี่ยนถามอย่างสงสัย “พวกเ้าพูดภาษาคนอยู่หรือเปล่า ข้าฟังไม่เข้าใจเลยสักนิด”
“พวกท่านรอเราอยู่ที่นี่นะเ้าคะ” กู้หนิงจับมือกู้อันแล้วหายเข้าไปในมิติ ทั้งคู่ตรงไปที่ฟาร์มม้า จากนั้นกู้หนิงก็เลือกเอาม้าสีขาวมาหนึ่งตัว กู้อันเลือกม้าสีดำตัวโปรด และทั้งคู่เลือกม้าสีน้ำตาลแดงให้กับกู้เยวี่ยน และเลือกม้าสีน้ำตาลเข้มให้กับกู้เจ๋อ
สองแฝดไม่ลืมที่จะเอาม้าออกไปเป็ของขวัญให้ท่านพ่อ และม้าที่เหมาะกับท่านพ่อของพวกเขาก็คงไม่พ้นม้าพันธุ์หายากอย่างม้าเหงื่อโลหิต ก่อนที่กู้หนิงจะเสียชีวิตแล้วได้ทะลุมิติมาในยุคโบราณ นางโชคดีที่มีโอกาสได้เดินทางไปประเทศเติร์กเมนิสถาน ซึ่งเป็ถิ่นกำเนิดของม้าเหงื่อโลหิต และนางก็ซื้อม้าพันธุ์หายากนั้นมาได้หลายตัว
กู้หนิงกับกู้อันเปลี่ยนใส่ชุดขี่ม้าแบบเสื้อโปโล กางเกงขี่ม้าเข้ารูป และสวมรองเท้าบูททรงสูงถึงหัวเข่า ตามแบบชุดขี่ม้าในยุคที่พวกเขาจากมา ด้วยรูปร่างที่ดูดีของทั้งคู่ เมื่อพวกเขาควบม้าเข้ามาใกล้ ท่านโหวกู้ กู้เยวี่ยน และกู้เจ๋อก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้
“พี่หญิง พี่รอง พวกท่านแต่งกายเช่นนี้ช่างดูดียิ่งนัก” กู้เจ๋อเอ่ยชม “ข้าก็อยากใส่เสื้อผ้าแบบนี้เหมือนกัน”
“ได้สิ ข้าเอามันออกมาให้เ้าด้วย” กู้อันยื่นชุดขี่ม้าให้กู้เจ๋อ “รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วเข้า ข้ากับพี่หญิงยังเอาม้าออกมาให้เ้าด้วยนะ”
กู้เจ๋อได้ยินว่าตัวเองก็ได้รับมาพันธุ์ดีจากพี่ชายมาหนึ่งตัว เขารีบวิ่งเข้าไปในชายป่าเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยไม่ต้องให้กู้อันได้พูดซ้ำ
ส่วนท่านโหวกู้กับกู้เยวี่ยนมองม้าสามตัวที่เดินตามหลังกู้หนิงกับกู้อันมาด้วยตาเป็ประกาย
“ม้าสีน้ำตาลแดงตัวนี้คือม้าของท่านเ้าค่ะ” กู้หนิงบอกพี่ชาย “ม้าพันธุ์นี้คือม้าพันธุ์คอร์สเซอร์[2] มีต้นกำเนิดมาจากประเทศตะวันตก เป็ม้าที่มีความรวดเร็วเหมาะสำหรับการโจมตีและล่าสัตว์ ข้าคิดว่ามันเหมาะกับท่านที่สุดแล้วเ้าค่ะ”
“ขอบใจนะหนิงเอ๋อ” กู้เยวี่ยนเริ่มทำความคุ้นเคยกับม้าโดยการลูบขนและลำตัวของมัน “ข้าทดลองขี่มันได้หรือไม่”
“ได้แน่นอนเ้าค่ะ”
“หนิงเอ๋อ อันเอ๋อ แล้วม้าของพ่อเล่า” ท่านโหวกู้ถาม
กู้อันจูงม้าเหงื่อโลหิตมาให้บิดา “จะมีม้าชนิดใดที่เหมาะสมกับท่านพ่อไปกว่าม้าเหงื่อโลหิตเล่าขอรับ”
ท่านโหวกู้มองดูม้าเหงื่อโลหิตที่มีขนเป็ประกายสีทองด้วยความตื่นเต้น ม้าเหงื่อโลหิตเป็ม้าหายากเพียงใดคงไม่ต้องบอก ยิ่งม้าที่มีขนสีทองสวยงามเช่นนี้ เขาเชื่อว่าทั่วทั้งแคว้นคงไม่มีใครมีม้าที่สง่างามเช่นม้าของเขาเป็แน่
“ท่านพ่อชอบหรือไม่เ้าคะ” กู้หนิงถาม
“ม้าเหงื่อโลหิตเชียวนะ พ่อจะไม่ชอบมันได้อย่างไร” ท่านโหวกู้ะโจากม้าของตัวเองแล้วไปขึ้นขี่ม้าตัวใหม่ทันที
จากนั้นท่านโหวกู้กับกู้เยวี่ยนก็ควบม้าของตัวเองออกไปทดสอบฝีเท้า ดีที่กู้หนิงกับกู้อันเป็คนรอบคอบ พวกเขาได้สวมอานม้าให้กับม้าทุกตัวเรียบร้อยแล้ว
กู้เจ๋อที่เปลี่ยนเป็ชุดขี่ม้าเสร็จก็รีบวิ่งมาขึ้นม้าของตัวเองแล้วควบออกไปเช่นกัน
ทำให้เวลานี้สนามฝึกม้าที่เคยเงียบเหงากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ห้าคนพ่อลูกควบม้าของตัวเองอยู่เป็เวลานาน กว่าจะกลับมารวมตัวกันได้ก็เป็เวลาบ่ายแก่แล้ว
“หนิงเอ๋อ อันเอ๋อ ม้าที่พวกเ้าเลี้ยงในมิติแข็งแรงกว่าม้าของพ่อที่เลี้ยงอยู่ในค่ายเสียอีก” ท่านโหวกู้พูดขึ้น
“เอาไว้วันหลังข้ากับเสี่ยวอันจะเข้าไปที่ค่ายแล้วจะเอาน้ำในมิติไปผสมกับบ่อน้ำให้ค่ายให้นะเ้าคะ รับรองว่าทั้งทหารทั้งม้าในค่ายต้องแข็งแรงขึ้นอย่างแน่นอน” กู้หนิงบอก
“ขอบใจเ้ามากหนิงเอ๋อ” ท่านโหวกู้มองลูกสาวอย่างซาบซึ้ง
“พี่หญิง พี่รอง แล้วสนามแข่งม้ากับสนามแข่งเดรสสาจที่พวกท่านพูดถึงก่อนหน้านี้คืออะไรหรือขอรับ” กู้เจ๋อถามอย่างนึกขึ้นได้
ท่านโหวกู้กับกู้เยวี่ยนก็หันไปมองกู้หนิงกับกู้อันเช่นกัน ก่อนหน้านี้พวกเขามัวแต่ตื่นเต้นกับม้าตัวใหม่จนลืมเื่สนามแข่งม้าไปเสียสนิท
กู้หนิงกับกู้อันควบม้าออกไปยืนในจุดที่ห่างออกไป เมื่อกู้อันโบกมือหนึ่งครั้งก็ปรากฏสนามแข่งม้าตามมาตรฐานสากล อีกทั้งยังปรากฏอัฒจันทร์สองชั้นสำหรับให้คนเข้ามานั่งชมการแข่งขันด้วย
ส่วนบริเวณที่กู้หนิงควบม้าออกไป เมื่อนางโบกมือหนึ่งครั้ง สนามแข่งเดรสสาจก็ปรากฏขึ้น เพื่อเป็การประหยัดพื้นที่และไม่ต้องสร้างอัฒจันทร์เพิ่มขึ้นมาอีก กู้หนิงจึงสร้างสนามแข่งเดรสสาจไว้ตรงกลาง โดยรอบนอกจะเป็ลู่สำหรับสนามแข่งม้า
ท่านโหวกู้ กู้เยวี่ยน และกู้เจ๋อควบม้าเข้ามาใกล้ฝาแฝด
“นี่คือสนามแข่งม้ากับสนามแข่งเดรสสาจที่พวกเ้าพูดถึงหรือ” ท่านโหวกู้ถาม “แล้วมันใช้แข่งขันอย่างไร”
“ท่านพ่อมองดูที่คอกปล่อยม้า บริเวณนั้นเราจะเตรียมม้าสำหรับแข่งขันไว้สิบตัว เมื่อได้สัญญาณเราจะปล่อยม้าออกมาพร้อมกันแล้วดูว่าม้าตัวไหนจะเข้าเส้นชัยเป็อันดับแรก...” กู้อันอธิบายถึงกฎกติกาและการเดิมพันในสนามม้าให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด
“คล้ายกับการพนันไก่ชนเลยนี่” กู้เยวี่ยนยิ้มอย่างพอใจ “แต่ข้าว่าการเดิมพันแข่งม้าที่พวกเ้าพูดถึงน่าสนใจกว่าเยอะเลย”
“แล้วการแข่งเดรสสาจเป็อย่างไร” ท่านโหวกู้ถาม
“ข้าจะสาธิตให้พวกท่านดูเ้าค่ะ” กู้หนิงควบม้าของตัวเองเข้าไปในสนามแล้วรอที่จุดเริ่ม รอจนกู้อันให้สัญญาณปล่อยตัว กู้หนิงก็เริ่มออกตัวไปตามจุดต่างๆ ทักษะการขี่ม้าผ่านสิ่งกีดขวางของนางทำให้ทุกคนมองด้วยสายตาชื่นชม ไม่เพียงแต่นางจะข้ามสิ่งกีดขวางได้อย่างชำนาญ แม้แต่ความเร็วนางก็ควบคุมได้ดีเช่นกัน
“พี่หญิงสุดยอด” กู้เจ๋อทั้งะโทั้งปรบมือชมพี่สาวไม่ขาดปาก “ข้ายังไม่เคยเห็นสตรีคนไหนเก่งเท่าพี่หญิงมาก่อนเลยขอรับ”
“หนิงเอ๋อ ทักษะการขี่ม้าของเ้ายอดเยี่ยมมาก” กู้เยวี่ยนก็ปรบมือให้น้องสาวเช่นกัน
ท่านโหวกู้มองลูกสาวที่นั่งอยู่บนหลังม้าด้วยท่าทางสง่างามก็น้ำตาซึม “สมแล้วที่เ้าเป็เืเนื้อเชื้อไขของตระกูลกู้”
จากนั้นห้าคนพ่อลูกก็ปรึกษากันเื่การเปิดสนามแข่งม้า ทั้งหมดตกลงว่าจะให้พ่อบ้านกู้มาช่วยดูแลในส่วนนี้ และกู้อันก็ไม่ลืมที่จะเขียนจดหมายไปเรียกตัวเป่าจงกับสี่พี่น้องแซ่หวังให้มาที่เมืองหลวง
____________________
[1] การแข่งขันเดรสสาจ (Dressage) คือ การแข่งขันขี่ม้าประเภทหนึ่งที่ผู้ขี่และม้าจะต้องแสดงท่าทางต่างๆ ที่ฝึกฝนมาอย่างเชี่ยวชาญตามระดับทักษะที่กำหนดไว้ การแข่งขันนี้เน้นการสื่อสารที่ละเอียดอ่อนและการประสานงานระหว่างผู้ขี่และม้า เพื่อให้ม้าแสดงออกถึงความสง่างาม ความคล่องแคล่ว และความเชื่อฟัง
[2] ม้าพันธุ์คอร์สเซอร์ มีต้นกำเนิดในสเปน ในอดีตนิยมใช้ในการบุกโจมตี ใช้ในการล่าสัตว์ และใช้ในการส่งสาส์น