ตั้งสติตาลุนรีบเสก*มนต์ล่องหน กำบังไพร
เพื่อพาเอาตัวเองออกจากสถานที่อย่างเฉียดฉิว
ไม่ได้คาดไว้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้เข้า เลยวุ่นวาย
คำปงถูกองค์เลอสรวงจับตัว เพื่อหวังได้มีเวลาปรับความเข้าใจ
อยากสมน้ำหน้าในตรงเื่ของผัวเมียพลอยทำให้แผนล่ม
ตาลุนเดินคอตกเข้ามาสารภาพกับบักลายสือ
หลังจากกระเซอะกระเซิงกลับมาถึงแหล่งกบดาน
“ถ่าอีกมื้อกะบ่ได่ จังได๋พากันเฮ็ดก่อนข่อย”
สมควรโดนต่อว่า ทำอะไรไม่คิดเผื่อกระทั่งให้เด็กถอนหงอก
“ญ้อนแม่เจ่าเว้ากับข่อย ว่าขอคุยดี ๆ คึสิได่ พ่อเทวดาอย่าสูนเด้อ”
ทางตาลุน เอาน้ำเย็นเข้าลูบ
เพิงหมาแหงนที่พักชั่วคราว กำลังนั่งรุมสุมหัวแก้ไข
ประเด็นเกิดจากวิธีเจรจาระหว่างผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่ อันก่อปัญหาขึ้นก่อน
“เจ่าน้อ! อ้ายลุน บาดหนิพวกเฮาคึสิอยู่ยาก”เสือหาญเอ่ยเชิงตัดพ้อ
นิสัยบุ่มบ่ามยังไม่หายอายุปูนนี้ ตาลุนถูกวิจารณ์จนได้
“เบิ่งทรงพ่อหลวง บ่เฮ็ดหยังคำปงเพิ่นดอก”
เห็นกับตา แววอาลัย เยื่อใยที่มีต่อกันยังไม่ขาดสะบั้น ผ่านร้อนผ่านหนาวมากจึงดูออก
“ฮู้ได่จังได๋เฒ่าพ่อลุน ไสว่านำฆ่ากันอยู่”
ด้านจำปาชิงพูดขึ้น เพราะเื่ราวต่าง ๆ ย้อนอดีต
ถูกเล่าให้ฟังจนหมดเปลือก จากปากแม่บักลายสือ
บ่อเหตุโศกนาฏกรรม เริ่มต้นหลบหนีการปะามาได้
เร่ร่อนพ้นคมดาบ องค์หญิงคาระปงตั้งหลักปักฐานตามสภาพ
ใช้ชีวิตสามัญชนในนามคำปง คลอดบุตรชายชื่อลายสือ
พอพิสูจน์ได้อ้างอิงเป็นางอุไรกับนายผารง คู่ผัวเมียซึ่งมีส่วนรู้เห็นอยู่บ้าง
ทำให้ประวัติมีน้ำหนัก ว่าเป็เื่จริงชาติกำเนิดลายสือ คือโอรสกษัตริย์
เสียงแตกเป็สองฝักฝ่าย บักพองมองโลกในแง่ดีเป็ผู้ใหญ่ขึ้น
“ข่อยเชื่อ พ่อลุน”
แสดงความคิดเห็น“จังได๋ กะต้องคุยกันก่อน ฮั่นเถาะ”
สำหรับบักแปมันกังวล“ข่อยว่าจับเอาไว้ฆ่า ถ่อนั่นแหล่ว”โพล่งปากพูดชวนให้วิตก
“บ่ได่ ๆ ข่อยต้องฟ้าวแล้ว”
เดือดร้อนหนักกว่าทั้งหมด คงเป็บักลายสือ
“ป่ะ! เฒ่าพ่อลุน พาข่อยไปแหน่”
ขืนชักช้ามารดาอาจมีภัย ซึ่งไม่รู้จะร้ายหรือดี
เสือหาญขยับจะตามกลับโดนห้าม ตาลุนขอแก้ตัวงานนี้
“ซัมนี่กะพอแล้ว ขนกันไปหยังหลาย”
...รัดกุมพอ องค์เลอสรวงตรัสเรียกทหารเข้ามาช่วยควบคุมเหตุสุดวิสัย
ทรงกำชับเวรยาม ปิดปากไว้ให้เงียบที่สุดกับความวุ่นวายอันเกิดขึ้น
เกรงในอาญาจึงไม่กล้าแพร่พราย ต่างแยกย้ายเมื่อทุกอย่างสงบ
ขณะอยู่สองต่อสอง คำปงถูกขังในห้องส่วนพระองค์
เพื่อทำข้อตกลงกันใหม่ระหว่างนางกับพ่อหลวงผู้เคยเป็สวามี
“บ่มีทาง”
ยังยืนยันหนักแน่นไม่คิดคืนดี จากปากหญิงที่ถูกผัวสั่งปลิดชีพ ให้ตกตายพร้อมกับลูกในท้อง
“ขอน้องนางลืมควมหลังสา มาเริ่มต้นใหม่เนาะ”
ตรงข้ามอีกฝั่ง ยังดึงดันหวังกลับมาเหมือนเดิม
“เคยสำนึกบ่ พ่อหลวงเฮ็ดหยังไว้”
เจ็บแค้นจนฝังใจ คำปงตวาดหมดรัก ทั้งพยายามไม่พูดถึงบุตรนาง
เพื่อสำหรับป้องกันอันตรายให้ไม่ถึงตัวลายสือ
“อ้ายขอโทษ”
ทรงลดพระเกียรติคุกเข่าลงต่อหน้า กอดขาแข้งอ้อนวอน
“คั่นเซาฆ่าเด็กน้อย ข่อยกะสิคึดเบิ่งก่อน”เห็นทางเสนอนางยื่นคำให้เลือก
ประการทำให้เลอสรวงฉงนพระทัย ใยคาระปงรู้เบื้องลึกขนาดนั้น
“ไผน้อ ซาหาเว้าไป”
หยั่งเชิงกับสิ่งนางพูด เอามาจากไหน
สะบัดออกคำปงไม่ไว้ใจอีกแล้ว
“สิฆ่าสิแกง กะฟ้าวสา”ชักรำคาญความยืดเยื้อ
รู้สึกถูกกดดันให้ตัดลูกตัดเมีย เนื่องคำทำนายภายภาคหน้า ขั้นเป็ภัยพิบัติ
ก่อเสียหายระบบปกครอง อันวางรากฐานสืบเนื่องนานนับทศวรรษ
ในนามผู้นำอย่างตน ต้องเสียสละเพื่อบ้านเมือง เลอสรวงตรัสแล้วไม่คืนคำ
นำอัครมเหสีที่ตั้งครรภ์ มอบแก่เพชฌฆาตด้วยหยาดน้ำตา
มาหนนี้ แน่ชัดแล้วว่าหลอกตัวเองไม่ลง องค์าาคงตระบัดสัตย์
ขอโอกาสอีกสักครั้ง ลุกขึ้นมาแต่งตั้ง
“คาระปง นางสิ้นหลายปีแล้ว”
ทรงพลิกลิ้นปรุงแต่งแปลงเื่ใหม่ชุบชีวิตให้
“บาดหนิ มีแต่คำปงสนมเอก คอยฮับใช้ข้าง ๆ ตลอดยาม”
คงได้ยินจากคราวเรียกชื่อกันของผู้บุกรุก องค์าาตรัสประกาศอย่างเป็ทางการ
ยิ่งเพิ่มความเกลียดชัง แววปลิ้นปล้อนในชายผู้นี้
“เกินไปแล้ว! บักผัวซัว”ลั่นกิริยาหยาบใส่ คำปงไม่กลัวตาย
“เอ้า คึเว้าจังซั่น ซัมเฮายังเป็ผัวเป็เมียกันตั๊วหนิ”
ท่าทีกลับชอบพระทัยประโยคเรียกผัว ถึงจะเติมคำว่าชั่วพ่วงท้าย
ยอมรับไว้ไม่ถือโกรธใด เพราะเคยทำไม่ดีกับนางมาก่อน
อีกอย่างนึกเข้าข้างตัวเอง ที่คาระปงเผลอด่าทอ ยังติดคิดว่าตนเป็สวามี
“ฟ้าว ๆ ปาดคอ กูโลด”
ในเมื่อสัมพันธ์มีรอยร้าว ยากเกินประสาน คำปงสุดจะทน
“เฮ็ดจังซั่น กะสิเสียดายถิ่มซือ ๆ”
เลอสรวงไม่ซ่อนอาการมองกระหยิ่ม กวาดสายตาทั่วร่าง
“บักสันดานมึง!”
หลุดจากกรอบเ้ายศเ้าอย่าง คำปงกระด้างประจานไม่ยั้ง
ถึงจะศักดิ์ใหญ่กว่าก็ตาม ถ้าเป้าหมายต่างกัน
กรณีหาข้อยุติไม่ได้ ย่อมทะเลาะเบาะแว้งเกิดปากเสียง
บานประตู กุญชรทุกช่องถูกปิดงับสนิทแ่า นางถูกขังให้สงบสติอารมณ์
ทั้งนี้องค์เลอสรวง ขอเวลาตั้งตัวกับเหตุการณ์ฉุกละหุก
...ไม่ทันข้ามวัน บักลายสือทิ้งให้มารดาต้องเผชิญลำพังไม่ไหว
ขอตาลุนใช้วิชาเสกพรางกาย เพื่อช่วยแม่ออกจากปราสาท
มืดค่ำ หลบเล็ดรอดคณะเวรยามเฝ้าตามหน้าที่
“ทางพี้ ๆ”
ค่อยๆย่องถึงหน้าบานประตู ตรงจุดเกิดเหตุ
“สิเข้าไปได่จังได๋? หล่ะหนิ”
มองซ้ายแลขวา ลายสือถามขึ้นกับผู้มีประสบการณ์
“บ่ยากดอก ข่อยมีคาถาถอดสลัก”
ตาลุนกระซิบกระซาบกลวิธี ชำนาญจำพวกเล่นแร่แปรธาตุ
นำไสยศาสตร์ประยุกต์ เลยสะดวกทางโล่ง
สองคนใช้มนต์บังตา ลักลอบย่องสืบเท้าจนถึงนางคำปง
ซึ่งนั่งกุมขมับสีหน้าอมทุกข์ ซุกตัวลีบในมุมห้อง
อีกฟากมือมีเพียงริ้วม่านกั้น เลอสรวงบรรทมบนแท่นนอน
โดยสั่งการไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ให้บุคคลอื่นเข้ามารบกวนเขตส่วนพระองค์
“แม่ ๆ”บักลายสือเอ่ยเรียกเบาเสียง
รู้สึกหูแว่ว“ไผนั่น?”
คำปงส่ายมองรอบบริเวณ ผ่านแสงเทียนพอสลัว
“ข่อยเอง ลายสือลูกของแม่”ด้านบุตรชายขานรับ
ส่งสัญญาณโต้ตอบกัน พลันคำปงตื่นตระหนก
“เจ่าฮิพาลูกข่อยหนีสา เฒ่าพ่อลุน”
ััได้ทันทีตาลุนย้อนกลับมาอีกรอบพร้อมลูกชาย นางจึงรีบผลักไส
“เฮาไปนำกันเหมิดหนิหละ คำปง”
ผิดที่ประมาทเกินคาดไว้นอกแผน กระตือรือร้นตาลุนเร่งชวนเผ่นหนี
“ป่ะ ๆ ซั่นหน่ะ”
กำลังจะก้าวทันใดเหมือนมีผู้รู้เห็น เลอสรวงลุกมาขวาง
“คึดว่าสิม้ม ซัมเบาะ”
อุทานในอก ตาลุนใ
“ฮ่วย! พ่อหลวง”จึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
กะจะเป่ามนต์ข่มให้หลับกลางอากาศ
“สะสิ มิระ”ท่องบทสวดเริ่มต้น
สิ่งอัศจรรย์ต่อต้าน วงแหวนจากดัชนีทรงสวม
เปล่งประกายน้ำเงิน มวลเดชมนต์ไม่มีผลต่อองค์เลอสรวงสักน้อย
จังหวะโดนแสงสาดเข้าตา บักลายสือยกมือป้อง
แหวนอีกวง ปล่อยรัศมีสีแดงกระทบสว่างไสว
ธำมรงค์สองวงก่อพลัง บังเกิดมิติเรืองรองช่างงดงาม
มนต์บังกายทานกระแสไม่อยู่ เผยให้เห็นซึ่งกันและกัน
ทางลายสือเหมือนคับคล้ายคับคลา ดั่งเคยเจอที่ไหนสักแห่ง
ใช่แล้วในความฝันนั่นเอง ที่มันวิ่งถลาตามคว้าเงาจนเหนื่อยล้า
“ลูกแม่!”สัญชาตญาณคำปงโผเข้าปกป้อง
ดุจเกล็ดดาวระยิบระยับ ล้อมรอบสายเืขัตติยวงศ์ ผู้ซึ่งบิดาระแวงปรากฏตัว
“นี่แม่นบ่? โอรสของเฮา คาระปง”
ตะลึงนึกถึงความเป็ไปได้ องค์เลอสรวงทรงตรัสถาม
“บ่แม่น ๆ”นางปฏิเสธลุกลน
จนถูกแย่งคว้าแขนมายืนดูอยู่ใกล้ ๆ บักลายสือทำอะไรไม่ถูก
“แถนฟ้า ส่งลงมาหงำกูซัด ๆ”
เกิดเป็การเข้าพระทัยผิด ด้วยเพราะต่างมีธำมรงค์ประจำตัวคนละวง
แสดงว่าอิทธิฤทธิ์สามารถเทียบกันเห็น ๆ จึงคิดไปในทิศทางตามลิขิตไว้ในพยากรณ์
“พ่อหลวง ท่านโปรดเกล้า”
นั่งลงหมอบกราบแทบเท้า บักลายสือขอเมตตา
“ควมมา ล้วนคึดนำแม่เพิ่น”
มันแจ้งเจตนา“บ่ได่เอาสิ่งฮ้าย ๆ มานำพา สร้างเดือดฮ้อนดอก”
ความรู้สึกจากภายใน ไม่รู้จะดีใจที่พบหน่อเนื้อเชื้อไข
หรือเกรงกับอาเพศอันจะอุบัติขึ้น ดั่งคำของมังคลาโหราศาสตร์ได้ทำนายทายทัก
อาการเลอสรวงหวั่นไหวลังเล สับสน นิ่งตรอง
“เอาเถิด ซั่นหน่ะ”
ปลดวางความหนักซึ่งภาระแบกบนบ่า ลงสักพัก
ก่อนอื่นรับขวัญโอรส บุตรที่พลัดพราก
“ให้พ่อเจ่าได่หอม ฮักแหน่ลูกเอ้ย”เนื้อแท้ จิตใจใช่โเี้
แต่ภาวะผู้นำประการนี้ เลอสรวงจึงจำยอมเป็ผู้ร้าย แม้ฝืนความรู้สึก
ยืนเหม่อนึกว่าความฝันเป็จริง วิ่งตามทัน จับต้องได้
ตื้นตันบักลายสือเก็บห้วงเวลามีค่ารำลึก ในทรงจำ
น้ำตาเอ่อล้น คำปงมองภาพแห่งความสุข่สั้น ๆ
จากนั้นนางสะอื้นเอ่ย“พวกเฮา อยู่นำกันบ่ได่ดอก”
ประโยคเตือนใจ หากถูกลิขิตไว้แล้ว
“ตราบยังมี เฮืองดวงทับเส้น”
ััแรกบิดากอดมอบความอบอุ่น ลายสือตัดสินใจแน่วแน่ ผละพูดก่อน
“เคราะห์ซ้ำกรรมซัดปานนั่น โตข่อยลายสือกะสิซ้วนเอง”
ความหมายคือทิ้งทุกอย่าง จัดแจงถล่มกำแพงอคติที่กั้น
ด้วยตัวของมันให้สิ้นเื่ ในเมื่อวัตถุมงคลส่งเสริมจนมาถึงขั้นนี้
ตัดใจสละถอดยื่นแก่องค์เลอสรวง ผู้บิดา
“คั่นบ่มีของดีแล้ว พ่อหลวงคึสิเหมิดกังวล”
กล้าหาญเกินวัยในสายเื ซึ่งผู้ใหญ่อย่างตนแท้ ๆ ยังทำขนาดนั้นไม่ได้
“โอ้ ลูกพ่อ”
ก่อนับถือความเหนือกว่าตรงนี้ เลอสรวงซ่อนละอาย
“พ่อหลวงทรงประทาน อย่าสิมีเด็กน้อยต้องถืกฆ่าตายอีกเลย”
คำขอข้อเดียวกับรอยยิ้มเศร้าเจือรันทด ลายสือทำตามที่พูดไว้ ต่อบรรดาผองเพื่อน
ต่างรบเร้าพร้อมยกโขยงมาทั้งฝูง ถ้าสหายมีอันเป็ไปสักคน
คราวคงต้องจากลากันให้ไกล ไม่เช่นนั้นการมาถึงที่นี่ อาจไม่มีประโยชน์
รวบรวมแข็งใจ คำปงแทรกกล่าวตัดบท
“บ่มีหยังเกี่ยวข้อง ติดค้างแล้วเด้อ”
เป็นางเข้าจับจูงลูกชายถอยห่าง“อโหสิต่อกัน จบถ่อนี่เถาะ ”
เหมือนรู้รับ่ ตาลุนรีบเสกมนต์พาทั้งสามคนหายตัว
“คาระปง ลายสือ กลับมาก่อน!”
เหลือให้องค์เลอสรวงคร่ำครวญ จมในความเ็ปพระทัยลำพังผู้เดียว
...“มึงเป็จังได๋?”
บักแปเห็นก่อนวิ่งเข้าหา ตามด้วยจำนวนกรูเข้ามารุมล้อม
“กูว่า แม่นสิบ่ได่พ้อมึงอีกแมะ”จำปาอีกคนโล่งใจ
เสือหาญลากตาลุนมาซักรายละเอียด ตรงลานกว้าง
“เว้าให้ฟังดู๊หละ”อยากรู้เหมือนกัน
ส่วนคำปงมีนางอุไรและนายผารง คอยฟังข่าวอยู่
ความในถูกถ่ายทอดเล่าตามสิ่งประสบมา โดยไม่ปิดบัง
“บาดหนิ ข่อยกะซำบายใจแล้ว”ทั้งอุไรกับผัวนางยิ้มออก
“สิได่เมือบ้านกันหละเนาะ พวกเฮา”
พอคลี่คลายได้คำปงเอ่ยขึ้น
ถูกเสือหาญถามจนกระจ่าง จากนั้นตาลุนเดินมาสมทบพอดี
“ถ่าให้ฮู้ก่อน พ่อหลวงสิฮับเอาคำเว้าบ่”ลักษณะยังต้องติดตามผลลัพธ์
“อือ แม่นควมเจ่า”คำปงคิดได้คล้อยตาม
“อยู่ต่ออีก กะบ่เป็หยังเด้หละ”ด้านนายผารงเห็นด้วย
...ตอนเช้าอีกวันจึงมีการประชุมในกลุ่ม ฝ่ายเสียงข้างมาก ลงมติให้อยู่อีกสักระยะ
เพื่อความแน่ใจในข้อคำขอ ที่อุทิศแลกกับแหวนวิเศษ
สื่อถึงหมดอำนาจวาสนาของบักลายสือมันก็ยอม หากจุดหมายปลายทางสำเร็จ.
*มนต์ล่องหน กำบังไพร คือวิชาที่เกิดจากความ้าทดลองด้วยตนเอง
ลักษณะครูพักลักจำ เป็วิชาที่นักรบในสมัยโบราณเขาใช้กันในเวลาศึกา
สำหรับหลบหนีข้าศึก ในเมื่อสู้รบกันแล้วมีกำลังน้อยกว่า
ไม่สามารถจะเอาชัยชนะได้ และเมื่อจวนตัวไม่มีช่องทางหลบหนีทัน
จากวิธีธรรมดาทั่วไป เขาจะใช้วิชานี้โดยจะเสกใบไม้มาเหน็บตามลำตัว
เพื่อให้ข้าศึกศัตรูนั้น มองไม่เห็นและมหัศจรรย์เดินผ่านได้อย่างอยู่รอดปลอดภัย
(อ้างอิงจากวิกิพีเดีย)