เสิ่นเหล่าลิ่วพึมพำออกมาคำหนึ่งเขาคีบเนื้อขึ้นมาเป่าสองสามที แล้วรีบยัดเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย
พอมีเสิ่นเหล่าลิ่วเป็นคนเริ่มเปิดก่อนคนงานอีกหลายคนก็ทยอยควักเงินออกมาซื้อ
ไม่ต้องถามอะไรมากแค่พวกเขาเห็นสีหน้าเคลิบเคลิ้มของเสิ่นเหล่าลิ่วก็บอกได้แล้วว่าหม่าล่าทั่งอร่อยแค่ไหน
เสิ่นเหล่าลิ่วเป็นหัวหน้าฝ่ายในโรงงานปกติเป็นคนเรื่องมากเรื่องอาหารการกินอยู่แล้วแถมอาหารในโรงอาหารก็แข็งแถมยังไม่อร่อยเสิ่นเหล่าลิ่วถึงไม่ชอบกินอาหารที่โรงอาหารเท่าไหร่แต่พอถึงเวลาอาหารก็ต้องบ่นทุกที ยกเว้นช่วงที่โรงงานเร่งงานหนักมากจริง ๆเขาถึงจะยอมกินแค่พอประทังไปบ้าง
เสิ่นเหล่าลิ่วขึ้นชื่อในโรงงานว่าเป็นคนทั้งเลือกกินและเข้มงวดอาหารที่เขายอมรับว่าอร่อย แสดงว่ามันต้องอร่อยจริง!
แถมขายไม้ละแค่ไม่กี่เหมาชามหนึ่งก็แค่หนึ่งถึงสองหยวน ส่วนข้าวกล่องที่ขายข้างนอกก็ราคาสองหยวนแล้วกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน ข้าวก็เย็นชืด แถมยังมีกับข้าวให้เลือกไม่กี่อย่าง
ที่นี่เลือกของที่อยากกินเองได้แถมยังได้กินตอนร้อนๆ อีกต่างหาก อีกอย่างเสิ่นเหล่าลิ่วก็กินซะอร่อยขนาดนี้เห็นแบบนั้นใครเห็นใครจะไม่สนใจบ้างล่ะ?
จากที่ตอนแรกไม่มีใครสนใจตอนหลังแผงขายกลับแน่นไปด้วยผู้คน
พอต่งเสี่ยวเสี่ยวทำชามแรกเสร็จที่เหลือเธอก็ยกให้เหอเถาฮวาจัดการ สวีซิ่วคอยส่งตะกร้าให้ลูกค้าเพื่อให้พวกเขาเอาของที่อยากกินใส่ในตะกร้าได้เลย
เหอเถาฮวาคล่องแคล่วว่องไวเธอทำอาหารชามแล้วชามเล่า ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รับหน้าที่ห่ออาหารกลับบ้านและเก็บเงินส่วนฉินซู่ก็เสียบเนื้อที่ยังเสียบไม่เสร็จอยู่ข้างหลัง
เนื้อที่ยังไม่ได้เสียบไม้พวกนั้นเป็นของที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวเตรียมไว้ล่วงหน้า เผื่อฉุกเฉิน
ตอนนี้ธุรกิจกำลังไปได้สวยเลยทีเดียว
พวกที่ขายข้าวกล่องมาถึงช้ากว่าพวกเขามองดูแผงที่คนแน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง บรรยากาศคึกคักสุดๆแต่ละคนก็ทำหน้าเหมือนเคี้ยวขี้ผึ้ง หน้าจ๋อยไปตามๆ กัน
พวกเขามาช้าไปแค่ครึ่งชั่วโมงเองทำไมถึงมีคนมาตั้งแผงที่นี่ได้ล่ะ?
แค่ชั่วโมงเดียวของที่เสียบไว้ทั้งหมดก็ขายออกไปจดหมด แม้แต่พวกเธอเองก็ยังไม่ได้กิน
ทั้งสี่คนมองดูแผงขายของที่ขายหมดเกลี้ยงแล้วก็หันมายิ้มให้กัน
วันนี้ขายดีกว่าที่คิดไว้อีก!
"เก็บของกลับบ้านกันเถอะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดด้วยรอยยิ้ม
วุ่นวายทำงานมาเป็นชั่วโมงเหนื่อยจนเมื่อยไปทั้งตัว หมดเรี่ยวหมดแรงไปหมด
พอกลับมาถึงหมู่บ้านต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เอาเงินที่ได้มาวันนี้ทั้งหมด ออกมานับดู
"เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะอย่างละห้าสิบไม้ ตอนหลังเพิ่มไปอีกอย่างละสิบไม้ รวมทั้งหมดเป็นร้อยแปดสิบไม้ไม้ละสามเหมา ก็ได้ห้าสิบสี่หยวน"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวดีดลูกคิดไปพลางจดตัวเลขลงในสมุด
"เครื่องในก็ไม้ละสามเหมาเหมือนกันรวมๆ แล้วก็ร้อยไม้ ได้สามสิบหยวน พวกผักไม้ละห้าเหมา ทั้งหมดร้อยห้าสิบไม้ได้ยี่สิบสองหยวนห้าสิบ แผ่นแป้งมีทั้งหมดห้าสิบแผ่น แผ่นละสามเหมา ได้สิบห้าหยวน"
สวีซิ่วกับเหอเถาฮวากลั้นหายใจส่วนฉินซู่ยืนมองอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ
เด็กน้อยทั้งสามคนก็รู้ว่าผู้ใหญ่กำลังปรึกษากันเรื่องสำคัญเลยไม่เข้าไปรบกวน
"หักต้นทุนออกแล้วกำไรทั้งหมดห้าสิบเอ็ดหยวนห้าเหมา!"
พอได้ยินแบบนั้นสวีซิ่วและเหอเถาฮวาก็ตกใจจนพูดไม่ออก
พวกเขาได้ยินว่าพวกคนงานที่ทำงานในโรงงานได้เงินเดือนเดือนละแค่ยี่สิบสามสิบหยวนบางคนได้แค่สิบกว่าหยวน วันนี้วันเดียวพอหักต้นทุนแล้วได้ตั้งห้าสิบเอ็ดหยวนห้าเหมา!
แค่วันเดียว!
เป็นเงินที่ได้มาในวันเดียว!
ทั้งสองคนไม่เคยคิดว่าจะได้เงินเยอะขนาดนี้แค่คิดว่าไม่ขาดทุนก็ดีถมไปแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มหน้าบาน"ทำได้ดีมาก พวกเธอสองคนช่วยกันดูแลแผงนี้กำลังเหมาะถ้าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแบบนี้ ฉันจะให้พี่สาวคนโตของฉินซู่เปิดแผงเพิ่มอีกแผงจะได้ไปขายที่อื่นด้วย"
พูดจบเธอก็ยัดเงินใส่มือสวีซิ่ว
"ซิ่วซิ่วนี่เป็นเงินก้อนแรกของเธอกับป้าเถาฮวาพวกเธอจะแบ่งกันยังไงฉันจะไม่เข้าไปยุ่งด้วยเลย"
สวีซิ่วกับเหอเถาฮวาทำงานได้คล่องแคล่วว่องไวแถมยังรักสะอาดอีกด้วย
จากตอนแรกที่ยังเขินๆ ไม่กล้าพูดจนตอนหลังที่พยายามอธิบายให้ลูกค้าฟัง ถึงจะยังติดขัดอยู่บ้างแต่แค่นี้ก็ถือว่าพัฒนาไปมากแล้ว
สวีซิ่วรีบส่งเงินคืนให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยสีหน้าร้อนรน "จะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะคะ?ถ้าไม่ใช่เพราะพี่เป็นคนเริ่มพวกฉันกับป้าเถาฮวาจะมีวิธีหาเงินแบบนี้ได้ยังไงกัน? เรื่องที่จะให้พี่สาวสามีของพี่มาเปิดแผงขายของฉันไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่เงินที่ได้มาเราต้องแบ่งสามส่วนเท่ากันสิคะ!"
ถ้าแบ่งกันสามคนพวกเธอกับเหอเถาฮวาก็ยังได้คนละสิบกว่าถึงยี่สิบหยวน เท่านี้เธอก็พอใจมากแล้วไม่กล้าหวังอะไรมากไปกว่านี้แล้ว
เหอเถาฮวาก็พยักหน้าเห็นด้วย"เสี่ยวเสี่ยว ซิ่วซิ่วพูดถูกแล้ว ถ้าไม่มีเธอพวกเราก็ไม่มีทางได้เงินเยอะขนาดนี้หรอก ยังไงก็ต้องแบ่งกันคนละส่วนฉันกับซิ่วซิ่วจะคุมแผงกันเอง พอกลับมาก็จะเอาเงินมาให้เธอให้เธอเป็นคนคอยคิดบัญชีแต่ละวันนะ"
เธอและสวีซิ่วอ่านหนังสือไม่ออกสักตัวแถมยังคิดเลขไม่เป็น คิดเลขได้แค่จำนวนน้อยๆ ถ้ามากกว่ายี่สิบสามสิบพวกเธอก็เริ่มสับสนแล้ว
ทั้งสองคนต่างคะยั้นคะยอต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่กล้าปฏิเสธ
"เอาอย่างนี้ดีไหม? ต่อไปเวลาพวกเธอไปซื้อของ จ่ายเงินไปเท่าไหร่ ก็ต้องจำเอาไว้แล้วฉันจะจดบันทึกไว้ให้ พอทำบัญชีรายรับรายจ่ายแต่ละวันก็จะรู้ว่าได้กำไรเท่าไหร่ ขาดทุนเท่าไหร่ จะได้ไม่สับสนแบบนี้อีก!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งใจเอาไว้ว่าจะหาเวลาสอนสวีซิ่วกับเหอเถาฮวาคิดเลข!
"ได้ แล้วแต่เธอเลยเธอว่ายังไงก็ว่าตาม"
ตอนนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวคือที่พึ่งของพวกเธอ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหักต้นทุนออกก่อนแล้วคืนเงินต้นทุนให้สวีซิ่ว เพราะค่าวัตถุดิบทั้งหมดเธอเป็นคนออกก่อนส่วนกำไรที่เหลือก็แบ่งกันสามส่วนเท่าๆ กัน
พรุ่งนี้ตอนที่ทั้งสองคนจะไปซื้อของก็ให้ออกเงินกันไปก่อน แล้วตอนคิดบัญชีค่อยหักคืน
หม่าล่าทั่งต้องสะอาด สดใหม่ ถูกสุขลักษณะต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งมาตรฐานพื้นฐานที่สุดไว้ให้ทั้งสองคน
"นี่ก็ดึกมากแล้วซิ่วซิ่วกับป้าเถาฮวาอยู่กินข้าวที่บ้านฉันก่อนไหม?"
"ฉันยังมีลูกอีกสามคนรออยู่ที่บ้านคงอยู่ไม่ได้หรอกค่ะ!"
"ฉันก็เหมือนกันลูกชายฉันออกไปทำงานแต่เช้ากลับมาก็เย็นมากแล้ว ป่านนี้คงหิวมากแน่ๆฉันก็ต้องรีบกลับไปทำข้าวให้เขากินเหมือนกัน"
ทั้งสองคนพูดคุยต่ออีกสักพักก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
พอสวีซิ่วกับเหอเถาฮวากลับไปแล้วฉินไห่เยว่ก็ก้าวขาเล็กๆ เข้ามา ดึงแขนเสื้อต่งเสี่ยวเสี่ยว แล้วพูดด้วยเสียงเล็กๆ
"แม่คะ พวกหนูหิวแล้ว!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวอุ้มฉินไห่เยว่ขึ้นมาเธอหยิบขนมออกมาจากห้อง แบ่งให้เด็กน้อยทั้งสามคน
"งั้นพวกลูกกินขนมถั่วเขียวกับขนมกุ้ยฮวารองท้องกันไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่ไปหุงข้าวให้กินดีไหม"
"ค่ะ!"
ฉินไห่เยว่ตอบอย่างเชื่อฟังเธอถือขนมถั่วเขียวไปนั่งกินกับพี่ชายทั้งสองคน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็แบ่งให้พี่สาวของฉินซู่ด้วยส่วนหนึ่งฉินฮุ่ยเจียวรู้สึกดีใจจนทำอะไรไม่ถูก
"ฉันไม่ชอบกินของหวานพวกนี้เก็บไว้ให้เด็กๆ กินเถอะ!"
แต่เธอเผลอกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัวที่บอกว่าไม่ชอบดูท่าแล้วคงจะเป็นเรื่องโกหก
น้องชายกับน้องสะใภ้ยอมให้อาศัยอยู่ด้วยให้บ้านกับเธอ ก็ถือว่าดีมากแล้ว เธอจะเอาเปรียบพวกเขาอีกไม่ได้
"พี่สาวรับไปเถอะในห้องฉันยังมีอีกเยอะแยะ ถ้าไม่กินทิ้งไว้นานๆ ก็เสีย เด็กๆ กินได้ไม่เยอะหรอก!