ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 52 แลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียม

            แต่ผู้ซื้อที่ไว้ใจได้หายากนักเธอรู้จักตลาดมืดไม่ดีพอ ทุกครั้งที่ไปมักจะอกสั่นขวัญแขวนอยู่เสมอกลัวว่าจะถูกคนฉวยโอกาสใส่ร้ายป้ายสี กล่าวหาเธอว่ากระทำผิดแล้วจับตัวส่งตำรวจ

            ด้วยเหตุนี้เธอจึงเอาทองคำไปขายแค่สองครั้งตอนนี้ยังมีทองคำอยู่อีกแปดแท่ง เธอซ่อนมันเอาไว้ในสถานที่ที่คิดว่าลึกลับมากพอ

            “ฉันลองคำนวณราคาคร่าวๆดูแล้ว ทองคำแท่งหนึ่งน่าจะราคาสี่สิบถึงห้าสิบหยวน ถ้าเธอเอาทองคำที่เหลือมาให้ฉันฉันจะซื้อมันในราคาแท่งละสี่สิบเอ็ดหยวน คิดว่าอย่างไร”

            ราคานี้สวีหว่านหนิงคิดคำนวณมาอย่างดีแล้ว

            โลกเดิมก่อนที่เธอจะทะลุเข้ามาในนิยายราคาทองคำสูงถึงกรัมละห้าร้อยกว่าหยวนทองคำแท่งน้ำหนักสองตำลึงเท่ากับทองคำหนักหนึ่งร้อยกรัม มูลค่าประมาณห้าหมื่นหยวน

            โลกในนิยายแม้จะเป็นโลกที่ผู้เขียนสร้างขึ้นมาแต่ทิศทางของสังคมและประวัติศาสตร์ใกล้เคียงกับโลกแห่งความเป็นจริงเงินห้าหมื่นหยวนในโลกอนาคต เทียบเท่ากับเงินสี่สิบถึงห้าสินหยวนในยุคสมัยนี้

            หากอ้างอิงจากสุราเหมาไถเธอเคยเห็นที่สหกรณ์ขายสุราเหมาไถขวดละแปดถึงสิบหยวน ราคาของมันขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลาแต่ก็อยู่ในช่วงราคานี้เสมอ

            อนาคตสุราเหมาไถหนึ่งขวดจะมีราคาตลาดอยู่ที่แปดร้อยถึงหนึ่งพันหยวนแน่นอนว่านี่คือราคาปกติที่ไม่ได้ผ่านการปั่นราคาจากนักเก็งกำไร

            ภัตตาคารของสวีหว่านหนิงก็เก็บสะสมสุราเหมาไถไว้เป็นจำนวนมากถึงอย่างไรลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่ร้านของเธอก็เป็นคนรวยทั้งนั้นพวกเขาเลือกสุราอย่างพิถีพิถัน เพราะฉะนั้นเธอจึงรู้ราคาสินค้าเหล่านี้เป็นอย่างดี

            เมื่อลองคิดคำนวณดูแล้วการซื้อทองคำแท่งในราคาแท่งละประมาณสี่สิบหยวน ทั้งเธอกับหยวนซินต่างก็ถือว่าไม่ขาดทุน

            “เธอมั่นใจหรือ” น้ำเสียงของหยวนซินดูเคลือบแคลงใจ

            มันเป็นตัวเลขที่ไม่ใช่น้อยๆ

            “มั่นใจสิ” สวีหว่านหนิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “นอกจากเงินฉันยังเอาอาหารที่มีมูลค่าเท่าเทียมกันแลกกับเธอได้ด้วย”

            หยวนซินเม้มปากพลางจ้องหน้าสวีหว่านหนิงเธอพยายามวิเคราะห์ท่าทีของอีกฝ่ายจากสีหน้าท่าทาง

            แต่นอกจากความจริงจังเธอไม่เห็นสิ่งอื่นอีกเลย

            ผ่านไปสักพักหยวนซินถึงกล่าวว่า “เธอบอกเหตุผลที่อยากแลกทองคำกับฉันได้ไหม”

            สวีหว่านหนิงไม่ถือสาเรื่องที่หยวนซินทำสีหน้าลังเลก่อนจะอธิบายอย่างใจเย็นว่า “พี่รองของฉันมาหมู่บ้านต้าเจียงคราวนี้พร้อมกับข่าวคราวของที่บ้านเขาบอกว่าพี่สะใภ้คนโตของฉันคลอดลูกแฝด ถือเป็นหลานชายคนโตของตระกูลสวีของพวกเราคนเป็นอาหญิงอย่างฉันควรเตรียมของขวัญแรกพบให้กับหลาน”

            “ฉันลองคิดดูแล้วคงไม่มีอะไรเหมาะสมไปกว่าการให้ทอง”

            สวีหว่านหนิงไม่ได้โกหกเธอแค่สลับลำดับเหตุการณ์

            ครั้งก่อนที่หยวนซินให้ทองคำกับเธอมาสามแท่งเธอขอให้ตงจื่อช่วยหาช่างทำเครื่องประดับมาทำกุญแจอายุยืนให้

            ในเมื่อลูกชายของพี่ใหญ่ได้กุญแจอายุยืนแล้วเธอก็ควรเตรียมของขวัญเอาไว้ให้ทายาทของพี่ชายและน้องชายอีกสี่คนที่เหลือด้วยเช่นกัน

            พวกเขามอบความรักและความเอาใจใส่ให้ร่างเดิมอย่างเท่าเทียมเธอจะลำเอียงไม่ได้

            ของในช่องมิติของเธอมีไม่มากจึงอยากแลกเปลี่ยนทองคำกับหยวนซิน

            ถึงอย่างไรหยวนซินเก็บทองเอาไว้ก็คงระแวงตลอดเวลา

            หลังฟังคำอธิบายของสวีหว่านหนิงหยวนซินก็โล่งใจ “ได้ อีกเดี๋ยวฉันจะเอามาแลกกับเธอ แต่ฉันคิดเงินแค่สองร้อยหยวนเท่านั้นที่เหลืออีกหนึ่งร้อยยี่สิบหยวนเธอช่วยเปลี่ยนมันเป็นตั๋วเนื้อกับตั๋วธัญพืชได้ไหม”

            “เธออยากได้เนื้ออะไรฉันให้เนื้อกับเธอได้เลย จะเอาเนื้อหมู ไก่ หรือเป็ดล่ะ”

            “เนื้อหมูแล้วกัน” หยวนซินลองถามว่า “เธอช่วยแบ่งให้ฉันครั้งละนิดหน่อยได้ไหมฉันกินหมดแล้วค่อยมารับมันจากเธอ เธอคงรู้ว่าฉันพักอยู่ที่หน่วยจือชิงที่นั่นมีสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่ ถ้าฉันพกเนื้อกลับไปเป็นจำนวนมาก คงจะเกิดเรื่องขัดแย้งกับคนอื่นได้ง่ายๆ”

            “ไม่มีปัญหา!” สวีหว่านหนิงตอบรับอย่างไม่อิดออด

            หลายครั้งที่ได้พูดคุยกับหยวนซินอย่างใกล้ชิดทำให้สวีหว่านหนิงรับรู้ว่าเธอเป็นคนมีจุดยืนที่แน่วแน่ และเป็นคนมีคุณธรรม

            ก่อนหน้านี้เพราะไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของพระเอกกับนางเอกสวีหว่านหนิงจึงพยายามตีตัวออกหากหยวนซิน แต่เมื่อหยวนซินบอกว่าจะไม่ทำอะไรล้ำเส้นกับหลินอันเธอก็เริ่มเปิดใจให้กับอีกฝ่าย

            ถึงอย่างไรหยวนซินก็คือนางเอกของโลกนี้ตัวประกอบอย่างเธอคงไม่อาจเทียบกับอีกฝ่ายได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโอกาสในชีวิตหรือความก้าวหน้าในอนาคต

            เธอกับนางเอกไม่ได้ขัดแย้งกันเรื่องผลประโยชน์ในเมื่อผูกมิตรกันได้ แล้วทำไมจะไม่ทำล่ะ

            “หว่านหนิงขอบใจนะ” หยวนซินกล่าวจากใจจริงสวีหว่านหนิงรับรู้ได้ถึงความซาบซึ้งของหยวนซินจากดวงตาใสกระจ่างคู่นั้น

            มันทำให้สวีหว่านหนิงรู้สึกอับอายเล็กน้อย

            แม้เธอกับหยวนซินจะได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายแต่จุดเริ่มต้นของเธอเกิดจากการคิดถึงตัวเองคำขอบคุณของหยวนซินจึงมีน้ำหนักมากเกินกว่าที่เธอจะรับไว้

            “เอาอย่างนี้แล้วกันฉันจะให้น้ำตาลทรายขาวครึ่งกิโลกรัมกับเธอก่อนส่วนแป้งกับเนื้อสัตว์เธออยากได้เมื่อไรก็บอกฉันล่วงหน้า ฉันจะได้เตรียมไว้ให้”

            “ได้เงินค่าน้ำตาลทรายขาวหักจากเงินหนึ่งร้อยยี่สิบหยวนที่ตกลงกันไว้ตอนบ่ายฉันจะเอาทองคำมาให้!”

            เมื่อถึงช่วงบ่ายหยวนซินก็เอาทองคำมาให้ตามสัญญา

            หลังตรวจสอบของเรียบร้อยแล้วสวีหว่านหนิงก็ยื่นธนบัตรสิบหยวนยี่สิบใบให้กับหยวนซิน

            ยุคนี้ยังไม่มีธนบัตรปลอมจึงไม่ต้องตรวจดูว่าเป็นธนบัตรแท้หรือไม่

            หยวนซินหยิบธนบัตรออกมาสองใบแล้วผลักธนบัตรที่เหลือไปให้สวีหว่านหนิง “เหตุผลเดียวกับช่วงเช้าที่เราคุยกันฉันขอรับเงินไปยี่สิบหยวนก่อน ที่เหลือเก็บไว้กับเธอฉันต้องการเพิ่มเมื่อไรจะมาหาเธอ”

            “ได้” สวีหว่านหนิงเก็บเงินที่เหลือเอาไว้ในลิ้นชักที่มีกุญแจล็อกต่อหน้าหยวนซินจากนั้นก็หยิบสมุดเล่มใหม่ออกมาจดบันทึกข้อตกลงในวันนี้

            “ฉันจะบันทึกรายละเอียดการแลกเปลี่ยนของพวกเราทุกครั้งลงในสมุดไม่ว่าจะเป็นตั๋วแลกของ เงินที่จ่ายไป จำนวนเงินคงเหลือต่างๆ ก็จะเขียนอย่างชัดเจนลองอ่านดู ถ้าไม่มีปัญหาก็ลงนามตรงนี้การทำแบบนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในอนาคต”

            หยวนซินรับสมุดมาตรวจสอบรายละเอียดเมื่อมั่นใจว่าไม่มีปัญหา เธอก็เขียนชื่อตัวเองไว้ด้านบนสุดของหน้ากระดาษ

            เธอไม่กลัวสวีหว่านหนิงจะตุกติกกับรายการบัญชี

            หนึ่ง เพราะสวีหว่านหนิงมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยที่บ้านส่งเงินมาให้หลายสิบหยวนทุกเดือน ไม่จำเป็นต้องอยากได้เงินของเธอ

            สอง หลังจากได้พูดคุยกับสวีหว่านหนิงหลายครั้งทำให้เธอสัมผัสได้ว่าผู้หญิงคนนี้คบได้

            เมื่อคืนสมุดให้สวีหว่านหนิงแล้วหยวนซินก็ถามว่า “ต่อไปฉันมาหาเธอบ่อยๆ ได้หรือเปล่า”

            “ได้สิแต่ฉันมีงานต้องทำค่อนข้างมาก รับปากไม่ได้ว่าทุกครั้งที่เธอมาหาฉันจะอยู่ที่บ้านถ้าฉันไม่อยู่เธอบอกกับต้าชุนหรือเยาเม่ยเอาไว้ฉันกลับมาแล้วจะตัดสินใจอีกทีว่าจะไปหาเธอหรือเปล่า”

            หยวนซินมองสีหน้าจริงจังของสวีหว่านหนิงแล้วกลั้นขำไม่อยู่“สวีหว่านหนิง ฉันค้นพบว่าเธอเป็นคนน่าสนใจมากทำไมเมื่อก่อนถึงทำตัวเหมือนท่อนไม้ล่ะ”

            “อาจเพราะเมื่อก่อนพวกเราไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกันมั้ง” สวีหว่านหนิงตอบผ่านๆ

            เพราะจิตวิญญาณเปลี่ยนไปนิสัยย่อมเปลี่ยนแปลงยังไงล่ะ!

            หยวนซินครุ่นคิด“ก็จริง มนุษย์เราต้องทำความรู้จักกันอย่างลึกซึ้งก่อนจึงจะเข้าใจนิสัยของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง”

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808