บริเวณด้านนอกโถงแต่ละโถงมีลานกว้างไว้สำหรับเดินผ่อนคลาย และนั่งพักด้วยเก้าอี้เหม่ยเริน[1] ส่วนพื้นทำจากหินูเาขัดให้เรียบแล้วนำมาปูสลับกับดินรอบข้างยังมีต้นไม้ดอกไม้หลายชนิด ที่บางส่วนใหญ่ยังไม่ผลิบาน
หลายวันมานี้หิมะได้ละลายไปเกือบจะหมดความเขียวของต้นไม้ใบหญ้าจึงค่อยๆ ปรากฏให้เห็นแก่สายตาหลินหลงอู่รู้สึกเหมือนได้อากาศหายใจกลับคืนมาเดินจูงมือหลินหลานหรูมานั่งพักบนเก้าอี้เหม่ยเรินทั้งยังกำชับนางเสียงเข้มไม่ให้ก่อเื่
"น้องเล็ก วันนี้คนเยอะเ้านั่งพักตรงนี้รอพี่ใหญ่ดีๆ อย่าได้ไปไหนไกลหากหลงทางขึ้นมาพี่ใหญ่จะตามหาเ้าอย่างไร ที่สำคัญเ้าห้ามก่อเื่"
หลินหลานหรูตวัดตาคมกริบมองค้อนพี่ชายนางหรือจะหลงทาง แล้วอะไรคือ 'ก่อเื่' "พี่ใหญ่ พี่พาข้าแอบหลบออกมาท่านพ่อไม่โกรธหรือเ้าคะ หากท่านพ่อถามแล้วตำหนิข้าขึ้นมาให้ข้าตอบว่าพี่ใหญ่บังคับ เช่นนั้นท่านก็ยอมใช่หรือไม่"
"น้องเล็ก! เ้า..."หลินหลงอู่ไร้คำจะเอ่ย เขาน่าจะรู้ว่าไม่ควรตอแยกับนางั้แ่ต้น แล้วอย่างไรเล่ามีน้องสาวน่ารักน่าเอ็นดูย่อมอยากแสดงความสามารถออกหน้าปกป้องนางสักหน่อยมีอย่างที่ไหน ไม่ว่าเื่ใดนางล้วนข่มพี่ชายอย่างเขาจมดิน"เช่นนั้นเ้าก็เดินเล่นแถวๆ นี้เดี๋ยวพี่ใหญ่กลับมาหากเจอเสี่ยวจิงพี่จะให้นางมาอยู่เป็เพื่อนเ้าแล้วกัน"
นี่จึงนับว่าดี"ได้เ้าค่ะ"
หลินหลงอู่เดินจากไปแล้วหลินหลานหรูจึงไม่เสียเวลานั่งอยู่ที่เดิมอีกต่อไป
ทว่าเพิ่งเดินห่างจากเก้าอี้แค่ห้าก้าวกลิ่นหอมประหลาดที่มีความพิเศษเฉพาะดึงนางให้หันหลังกลับ เป็เด็กสาวผู้หนึ่ง? เดินเรียบมาตามทางเดินพร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคนคอยประกบซ้ายขวา
เป็โอสถรวมิญญาหรือแล้วเหตุใดกลิ่นถึงแปลกไป หรือจะเป็...บุปผาหงส์หยก?
ดวงหน้าของเด็กสาวผู้นั้นงามเฉิดฉันราวกับเทพธิดาบุปผามาจุติงามกระทั่งบุรุษน้อยใหญ่มองตามจนเผลอไผลยิ่งใบหน้างดงามอาบไปด้วยร่องรอยความหม่นหมองไม่ว่าผู้ใดก็อยากจะวิ่งเข้าไปซักถามแล้วเอ่ยปลอบใจนางสักหลายประโยคหากไม่ติดที่บ่าวรับใช้สองคนด้านหลัง คอยคุมเข้มยิ่งกว่าองครักษ์
ช่างเป็หญิงงามล่มบ้านล่มเมืองอ้อ...นี่สิจึงเหมาะจะใช้ปั่นหัวปั่นหางมู่หวังจง
กระทั่งเด็กสาวผู้นั้นย่อกายลงนั่งบนเก้าอี้เหม่ยเรินตัวเดียวกับที่หลินหลานหรูเพิ่งลุกจากมา
เด็กสาวผู้นี้หาใช่ใครอื่นคุณหนูสกุลเจิน เจินชิ่วอี บุตรสาวคนโตแห่งจวนเ้าเมืองเจินแห่งหนานจิงนับว่าสูงส่งไม่เบา แม้แต่บ่าวรับใช้สองคนด้านหลังยังแอบน่ากลัวเื่นี้ไม่ว่าผู้ใดในเมืองต่างรู้ว่าเ้าเมืองเจินรักถนอมบุตรสาวทั้งสองคนมากเพียงใด
แน่นอนว่าหลินหลานหรูย่อมรู้จักพวกนางดีเมื่อกลางปีที่แล้วนางยังเคยก่อเื่ราวใหญ่โตถึงขั้นเป็เหตุให้สกุลหลินกับสกุลเจินประกาศเป็ศัตรูต่อกันกลางงานวันเกิดของคุณหนูเจินชิ่วอีผู้นี้เชียวละ
ด้วยว่านายท่านทั้งสองสกุลต่างเป็พวกรักถนอมและเข้าข้างบุตรสาวตัวเองเป็ที่สุดถึงหลินหลานหรูจะทำผิด แต่มีหรือที่หลินหานฉีจะยอมทนเห็นบุตรสาวถูกผู้อื่นต่อว่าเ้าเมืองผู้นี้แต่เดิมแล้วหลินหานฉีเองก็ชังน้ำหน้า เป็ศัตรูกันแล้วอย่างไรยังดีกว่าต้องสวมหน้ากากเข้าหาดั่งที่ผ่านมา
ยามนั้นนับว่าหลินหลานหรูบรรลุแผนการของนางไปอีกขั้น
วันนี้ได้พบคุณหนูเจินคนพี่นับว่าเป็ความซวยของเจินชิ่วอีเสียแล้ว
หลินหลานหรูยืนมองอีกฝ่ายอย่างเปิดเผยกระทั่งเจินชิ่วอีเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยรับรู้ถึงสายตาของคนจ้องหลินหลานหรูจึงย่อกายคารวะ เอ่ยทักเสียงอ่อนหวาน "พี่ชิ่วอี"
กับเจินชิ่วอีแล้วหลินหลานหรูก็แค่เด็กน้อยผู้หนึ่งนางที่บิดาเลี้ยงดูมาอย่างดี จิตใจเมตตา กิริยางดงามยากหาผู้ใดเทียมแค่คุณหนูสกุลหลินมีสิ่งใดให้นางกลัว ในสายตานางก็แค่เด็กน้อยน่าสงสารคนหนึ่ง
"คุณหนูหลิน"ปีนี้เจินชิ่วอีอายุสิบหก งดงามทั้งภายในภายนอกทุกวันมีแม่สื่อมาเยือนถึงจวนสกุลเจินไม่ขาดสายแต่ไม่เคยมีใครผ่านด่านบิดาของนางไปได้สักคน
แล้วถ้าลองเป็มู่หวังจงดูหน่อยจะเป็อย่างไรหลินหลานหรูย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ เจินชิ่วอีเป็เช่นไรนางอ่านทะลุปรุโปร่งดังนั้นจึงเดินมานั่งข้างๆ เสียเลย แล้วค่อยเอ่ยถามทีหลัง "พี่ชิ่วอีข้านั่งเป็เพื่อนท่านตรงนี้ได้หรือไม่"
เจินชิ่วอียิ้มน้อยๆหากหลินหลานหรูจะนั่ง นางจะห้ามได้หรือไรถึงที่ผ่านมานางไม่ถือสาแต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่ระวัง ชื่อเสียงคุณหนูหลินโด่งดังนักนางเองก็เคยเห็นมาแล้วในงานวันเกิดของตน
"เ้านั่งเถิดข้าอยู่ตรงนี้ไม่นานอีกเดี๋ยวก็ขึ้นรถม้ากลับจวนแล้วรอแค่ท่านพ่อท่านแม่ของข้ามาสมทบเท่านั้น" ประโยคนี้เจินชิ่วอีตั้งใจบอกปัด
เพียงแต่หลินหลานหรูดื้อรั้นมากนางสังเกตเห็นแต่แรกแล้ว เ้าระแวงข้า? นับว่ามีไหวพริบ
ด้วยนิสัยชอบเอาชนะ "เอ๊ะ...พี่ชิ่วอี เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าท่านไม่อยากพูดคุยกับข้าข้าคงไม่ได้คิดไปเองอย่างแน่นอน ท่านรังเกียจข้าหรือเ้าคะ"
"ข้า!?" เจินชิ่วอีใจนเกือบลุกขึ้นยืน"ข้าจะรังเกียจเ้าได้อย่างไร คุณหนูหลิน เ้าดูถูกตัวเองเกินไปแล้วที่เ้ารู้สึกคงเป็เพราะข้ามีเื่ในใจให้คิด"
กับหลินหลานหรูหรือจะดูถูกตัวเองในสายตานางแล้ว เป็คุณหนูเจินผู้นี้ต่างหากที่กำลังจะกลายเป็มดให้นางบดขยี้
ก่อนอื่นคงต้องกำจัดผู้ติดตามของเจินชิ่วอีให้พ้นทางพวกเขาช่างมีตาไว้จับผิดผู้อื่นอย่างเดียวแท้กระทั่งเจินชิ่วอีพูดคุยกับผู้ใดยังระแวดระวังแทบจะเดินเข้าแทรกกลางระหว่างคนสองผู้ ต่อให้น้ำลายพ่นรดศีรษะก็จะขวางให้ได้...ปณิธานช่างสูงส่ง!
"คุณหนูท่านออกมาข้างนอกนานแล้วเ้าค่ะ เชิญท่านไปรอที่รถม้าเถอะ"
เจินชิ่วอีเหลือบมองบ่าวรับใช้อย่างไม่สบอารมณ์"ข้าแค่นั่งพักครู่เดียว พี่เฉียนจูอย่ากังวลเลยอีกอย่างคุณหนูหลินกำลังคุยเล่นเป็เพื่อนข้าท่านพ่อคงไม่ห้ามถึงขั้นไม่ให้ข้าคุยกับนางกระมัง"
คุณหนูเจินปรารถนาดีกับสาวใช้เกินไปเพราะอย่างนี้ถึงต้องเปลืองน้ำลายพูดจนเหมื่อยพวกเขาก็ยังไม่ฟังถ้าอย่างนั้นเื่นี้ก็ยกให้หลินหลานหรูจัดการเถิด
"ต่ำสิ้นดี! พี่ชิ่วอีเดินจนเมื่อยแม้แต่นั่งพักก็ยังไม่ยอมให้นางนั่ง เ้าช่างเป็สาวใช้ที่ประเสริฐยิ่งถือคำเ้าเป็ประกาศิตหรือไรนางถึงจะต้องทำตามหรือในใจเ้าเห็นตัวเองเป็มารดานางรึเช่นนั้นท่านเ้าเมืองก็เป็เพื่อนเล่นเ้าสิ!"
คำพูดเช่นนี้ช่างใส่ร้ายผู้อื่นให้ตายวันตายพรุ่งนักเจินชิ่วอีไร้คำพูด หลินหลานหรูเชิดหน้าไม่ใส่ใจเห็นสาวใช้ก้มคุกเข่าสำนึกผิดอย่างเร่งรีบเอ่ยขอร้องให้เจินชิ่วอีอย่าฟังคำพูดเหลวไหลพรรค์นั้น
จะอย่างไรในใจสาวใช้นางนี้ก็รู้สึกอับอายด้วยหลินหลานหรูพูดเสียงดังมาก ย่อมมีคนฟังออกถึงความหมายแฝงว่านางกับท่านเ้าเมืองมีสัมพันธ์กันแม้ประโยคสุดท้ายหลินหลานหรูจะยอมลงให้แล้วเอ่ยถึง 'เพื่อนเล่น' แทน แต่ต่อให้ไม่พูดตรงๆก็ยังมีเจตนาให้เป็แบบนั้นอยู่ดี
เจินชิ่วอีเองก็ทำอะไรไม่ถูกเสียงคุณหนูหลินเมื่อครู่ไม่เบาเลยสักนิด ถึงขั้นเอาบิดามารดานางมาล้อเล่นคุณหนูหลินช่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด ทั้งวาจาที่ใช้ ฟังอย่างไรก็ไม่เหมาะสม"คุณหนูหลิน เ้าพูดล้อเล่นแล้ว พี่เฉียนจูพี่ลุกขึ้นเถอะข้าขอนั่งพักสักครู่ ส่วนพี่ก็ยืนอยู่ห่างๆ หน่อยดีหรือไม่หากเกิดสิ่งใดขึ้นข้าก็ยังอยู่ในสายตาพวกพี่ คงไม่เลวร้ายถึงขั้นช่วยไม่ทันกระมัง"
เพิ่งเกิดเื่ผู้คนยังจับจ้องไม่วางตา สาวใช้ที่ชื่อเฉียนจูไม่อาจอยู่ตรงนี้ให้อับอายจึงถอยห่างออกไปหลายก้าวพร้อมกับบ่าวรับใช้อีกคน
หลินหลานหรูแววตาเย่อหยิ่งข่มผู้อื่นไม่เปลี่ยนจัดการบ่าวรับใช้ไปได้แล้ว
เวลานี้คุณหนูเจินผู้งดงามกังวลสายตาผู้อื่นมองมาจึงไล่กวาดยิ้มให้กับผู้คนโดยรอบ ให้รู้ว่าไม่ได้มีเื่ร้ายแรงใดเกิดขึ้นบางคนเห็นแล้วจากไป แต่บางคนเห็นแล้วกลับหลงใหลในรอยยิ้มของนางนานทีเดียวกว่าจะจากไปได้
"คุณหนูหลินเมื่อครู่เ้าพูดเล่นหรือเช่นนั้นข้าจะไม่ถือสาเพราะเห็นแก่เ้ายังเด็ก อีกทั้งยังถูกใต้เท้าหลินตามใจต่อไปอย่าได้เอ่ยวาจาไม่งามเช่นนี้ให้อับอายผู้อื่นดีหรือไม่"
หลินหลานหรูแค่นเสียงฮึในใจพลางคิดว่าเื่เช่นนี้ต้องให้คนอย่างเจินชิ่วอีสอนนางหรือคนอ่อนแอเช่นนี้สักวันต้องถูกผู้อื่นควบคุม กระทั่งสูญเสียอิสระของตนไปแน่อย่างไรเสียฉากหน้าหลินหลานหรูยังต้องแสดงให้เจินชิ่วอีเห็นอีกอย่าง"ขออภัยเ้าค่ะ ข้าไม่รู้ว่าคำพูดเช่นนี้ไม่ควรเอ่ยครั้งหน้าข้าไม่พูดให้อับอายผู้อื่นอย่างแน่นอน"
ได้ยินหลินหลานหรูตอบรับอย่างว่าง่ายเจินชิ่วอีรู้สึกเอ็นดูนางขึ้นมาหลายส่วน อีกทั้งความหม่นหมองในใจก่อนหน้ายังเบาบางลงไปไม่น้อย"เ้าช่างว่าง่ายนัก เสียดายที่น้องสาวข้าไม่ชอบเ้าไม่เช่นนั้นข้าคงได้คุยกับเ้าบ่อยๆ"
"พี่ชิ่วอี ท่านลืมไปแล้วหรือเ้าคะครอบครัวเราไม่ผูกมิตรกัน ไม่แน่ว่าข้าที่พูดคุยเล่นกับท่านเช่นนี้กลับถึงจวนเมื่อไรอาจถูกท่านพ่อตำหนิจนขายหน้า"
"ร้ายแรงถึงขั้นนั้นเชียว?"
ไม่... ไม่ได้ร้ายแรงเลยสักนิด
เจินชิ่วอีไม่ได้เอะใจแม้แต่น้อยว่าหลินหานฉีหรือจะกล้าตำหนิบุตรสาวแต่กลับสังเกตเห็นว่ารอบข้างนางไม่มีสาวใช้และคิดไปเองว่าที่คุณหนูหลินกล้าพูดคุยกับตนเพราะนางอยู่ตัวคนเดียวชั่วเวลานั้นเจินชิ่วอีพลันเกิดความไม่สบายใจขึ้นมา "คุณหนูหลินเหตุใดเ้ามาอยู่ที่นี่คนเดียวเล่า สาวใช้ของเ้าไม่มาหรือ"
หลินหลานหรูแสร้งชะงักเล็กน้อยให้เจินชิ่วอีรับรู้ว่านางเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นค่อยก้มหน้าลงต่ำปิดบังสายตา ซ่อนเร้นเขี้ยวเล็บไว้ส่วนลึกแล้วเอ่ยน้ำเสียงแหบแห้งคล้ายจะร้องไห้ว่า"ข้า...ข้าพลัดหลงกับสาวใช้เ้าค่ะยามนี้จึงไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ส่วนไหนของวัด ได้แต่มองหาไปทั่วเผื่อจะเจอคนรู้จักยังดีที่ข้าพบท่านเข้าก่อน ไม่อย่างนั้นคงหลงไปไกลกว่านี้"
นางเล่าความเท็จให้เป็จริงได้อย่างช่ำชองเจินชิ่วอีก็ยังเชื่อ
เด็กสาวพยักหน้าขึ้นลงเชื่องช้าพร้อมกับยิ้มบางๆให้หลินหลานหรู จากนั้นจึงเอ่ยบอกทาง อธิบายว่าบริเวณไหนอยู่ที่ใดบ้าง…
เดิมทีหลินหลานหรูอยากใช้โอกาสนี้ให้เจินชิ่วอีพานางไปหาบิดาซึ่งอยู่กับมู่หวังจงถึงเวลานั้นมู่หวังจงย่อมเกิดความสนใจในตัวหญิงงาม ทว่าหางตาของนางเหลือบเห็นเสี่ยวจิงกำลังเดินเข้ามาจึงยกมือเป็สัญญาณขึ้นห้ามโดยไม่ให้เจินชิ่วอีรู้ตัว
เสี่ยวจิงอยู่กับหลินหลานหรูมานานเห็นคุณหนูทำเช่นนี้บ่อยๆ ยามคุณหนูกำลังคิดบางอย่างไม่ตก อ่านตำราหรือคัดอักษรอยู่ เพื่อไม่ให้รบกวนเวลานี้นางจึงหยุดมองและสังเกตห่างๆ
หลินหลานหรูพึงพอใจยิ่งต่อมาจึงเปลี่ยนแผน ทั้งยังเปลี่ยนคำเรียกอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม "จริงสิพี่ชิ่วอี เมื่อครู่ข้าเห็นสีหน้าพี่ไม่ค่อยดีนัก ทั้งยังบอกว่ามีเื่ในใจเื่ใดหรือเ้าคะ ให้ข้าช่วยพี่ฟังดีหรือไม่"
"เ้าคงฟังผิดแล้ว"เจินชิ่วอีปฏิเสธ หางตาเหลือบมองบ่าวรับใช้สองคนแวบหนึ่ง พลางกัดริมฝีปากล่างคล้ายอยากพูดแต่ไม่กล้า จมอยู่กับความคิดของตัวเองโดยไม่รู้ตัว
ถึงปฏิเสธไปก็เท่านั้นต่อให้หลินหลานหรูไม่พูดซักไซ้ เพียงนางเงียบสักหน่อยให้เจินชิ่วอีต่อสู้กับตัวเองในความคิด นางก็แค่รอให้อีกฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยอมเอ่ยออกมาเองในที่สุดมีผู้ใดในโลกที่ไม่หวังให้ผู้อื่นฟังตน มีแต่ทุกคนอยากจะเป็ผู้พูดให้ผู้อื่นฟังยากนักจะหาคนรู้ใจนั่งฟังเื่ราวน่าเบื่อในใจของตนได้
"หากเป็เวลาอื่นเช่นนี้คงดีไม่น้อย" เจินชิ่วอีเริ่มแล้วกระทั่งก่อนหน้าได้พูดสิ่งใดไว้ยังไม่รู้ตัว "ได้คนฟังเื่ในใจที่ไม่อาจแก้ไขได้ข้าย่อมอยากเล่าให้ฟัง เพียงแต่เื่นี้ ข้าเล่าไปแล้วจะมีประโยชน์อันใดนอกจากเ้าจะช่วยไม่ได้ ข้าเองก็ยังทุกข์ใจเช่นเดิม"
หลินหลานหรูชักอยากรู้ขึ้นมาอะไรที่ทำให้คุณหนูเจินผู้เพียบพร้อมทุกข์ใจถึงเพียงนี้ "พี่ชิ่วอี พี่ไม่เชื่อใจข้าหรือ"
"ข้าไม่ได้หมายความว่าเช่นนั้นเพียงแต่..." เจินชิ่วอีเหลือบมองผู้ติดตามอีกแล้ว น้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาเรื่อยๆ"ช่างเถอะ ช่างมันเสียเถิด ...ช่างมัน" น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะหากบุรุษใดได้เห็น เป็ต้องยื่นมือช่วยปาดน้ำตาหญิงงามอย่างนุ่มนวล เสียดายที่น้ำตาหยดนี้เป็หลินหลานหรูซึ่งไม่รู้วิธีปลอบคนด้วยวิธีอ่อนโยนเจินชิ่วอีถือว่าโชคร้ายแล้ว
หลินหลานหรูไม่ได้มีเจตนาจะซ้ำเติมใครจะคาดคิดว่าเจินชิ่วอีจะเสียน้ำตาง่ายดายเช่นนี้นางยังหวังหลอกใช้คุณหนูเจินอยู่ จึงขยับเข้าไปใกล้ สองมือแตะแขนเจินชิ่วอีเบาๆเพียงแต่หลินหลานหรูจนปัญญากับน้ำตาผู้อื่นนัก หากไม่ฆ่าทิ้งให้หมดเื่มีหรือนางจะมานั่งช่วยผู้อื่นเช็ด
นางหันมองซ้ายขวาก็ไม่มีสิ่งใดที่พอจะช่วยได้จึงลอบถอนหายใจแล้วเอ่ย "พี่ชิ่วอี พี่อย่าร้องเลยเ้าค่ะน้ำตาไม่ช่วยให้ปัญหาของพี่หายไปนะเ้าคะ"
...ถึงจะรู้ว่าน้ำตาช่วยให้คนระบายความรู้สึกโศกเศร้าในใจลงได้แม้ร้องแล้วจะดูอ่อนแอ ขอแค่นับจากนี้จะต้องเข้มแข็งขึ้นการร้องไห้ก็ไม่ถือเป็เื่น่าอายหากแต่หลินหลานหรูปลอบผู้อื่นเป็ที่ไหนกันเล่านางมีแต่จะทำให้คนผู้นั้นหยุดร้องโดยเร็ว ถึงได้กล่าวต่ออีกประโยค "พี่ชิ่วอีพี่ร้องไห้แล้ว หน้าพี่ดูไม่ได้เลยเ้าค่ะ" น้ำเสียงนางก็นุ่มนวลดีอยู่หรอกแต่...
อืม...หยุดเถอะ
นางเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าทักษะการปลอบโยนผู้อื่นของนางเข้าขั้นติดลบหลักร้อยเลยทีเดียวใช่ว่านางพูดจาเอาใจผู้อื่นไม่เป็แต่หากได้เห็นน้ำตาแล้วสมองของนางจะต้องรวนกะทันหันจะพูดปลอบผู้อื่นทีไรเป็ต้องล้มเหลวทุกที
เช่นนั้นก็อย่าปลอบให้เสียเวลาเลยเดิมทีข้าก็ไม่ควรเสียเวลากับเ้านานถึงเพียงนี้อยู่แล้ว
ดังนั้นแผนการรบทางใจเมื่อครู่ของนางจึงต้องจบลงพูดได้เพียงสามคำว่า...พังยับเยิน!
ทว่าหลินหลานหรูยังมีแผนสำรอง...นางจะหว่านแหจับปลาอย่างไรเล่า
"พี่ชิ่วอีข้าไม่รู้ว่าในใจพี่มีเื่ใดให้กังวลอยู่ ข้าจะคิดว่าเป็เพราะบ่าวรับใช้สองคนนั้นกำลังบังคับพี่จะโทษก็ต้องโทษพวกเขา ไม่เห็นเกี่ยวอันใดกับพี่หรือข้า จริงหรือไม่ในเมื่อพี่พูดไม่ได้ก็ให้ข้าพูดแทน ส่วนพี่ก็แค่ฟังยังจะต้องกลัวบ่าวรับใช้ไปอีกทำไม"
น้ำตาเจินชิ่วอีหยุดไหลเงยหน้ามองหลินหลานหรูในที่สุด
เจินชิ่วอีเข้าใจประโยคที่คุณหนูหลินพูดเมื่อครู่ดีเป็บิดาของนางสั่งบ่าวรับใช้ไว้ให้คอยจับตาดูนางทุกฝีก้าว หากพบเจอผู้ใดพูดคุยสิ่งใดต้องรายงานให้บิดานางทราบทั้งหมด
เนื่องจากหลายวันก่อนนางเพิ่งร้องห่มร้องไห้ขอร้องบิดาให้ช่วยชายคนรักแต่กลับไร้ผล ชายที่นางรักเองก็เ็าต่อนางนักทั้งยังพาหญิงอื่นมาทำร้ายจิตใจนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงจะเจ็บแค้นเพียงใดแต่พอเห็นเขาและครอบครัวกำลังเดือดร้อนใจนางก็ร้อนรนอยากจะช่วยเหลือ น่าผิดหวังที่นางไม่อาจทำอะไรได้สักอย่าง
พอนึกถึงเื่ชายคนรักเจินชิ่วอีก็แอบชิงชังหลินหลานหรูลึกๆ ในใจ ก่อนหน้าว่าไม่อยากพูดเวลานี้เริ่มห้ามตัวเองไม่ได้แล้ว "คุณหนูหลินเ้ายังเด็กแม้แต่ชายคนรักก็คงไม่มี จะพูดอะไรแทนข้าได้ท่านพ่อของเ้ารับผิดชอบคดีทุจริตภาษีไม่ใช่หรือข้าได้ยินว่าจับตัวผู้บงการเื้ัได้แล้วครอบครัวเ้าคงเลี้ยงฉลองกันอย่างยินดี ขณะที่ผู้คนอีกจำนวนหนึ่งต้องร้องไห้เสียใจ"
เกี่ยวอันใดกับคดีทุจริตภาษีเล่า!คิ้วเล็กๆ ของเด็กหญิงเริ่มขมวดเป็ปม
หลินหลานหรูฟังเจินชิ่วอีพูดจาแดกดันแม้แปลกใจที่คุณเจินเอ่ยถึงเื่คดีทุจริต ทว่าเพียงเสี้ยวเวลาหากตรึกตรองคำพูดประโยคเมื่อครู่ของเจินชิ่วอีดีๆ ไม่ใช่เื่ยากสำหรับนางสักนิด"ผู้คนอีกจำนวนหนึ่ง? พี่ชิ่วอีหมายถึงครอบครัวบัณฑิตที่ตกเป็ผู้ต้องหาในคดีทุจริตภาษีใช่หรือไม่เ้าคะ"
เจินชิ่วอีถูกความสิ้นหวังในใจผลักให้ตวัดสายตาชิงชังมองหลินหลานหรูโดยไม่ปิดบังความรู้สึกใดๆ ทั้งยังไม่ระแคะระคายว่าหลินหลานหรูทราบเื่ได้อย่างไร"ใช่แล้วอย่างไรเล่า เ้าพูดมาตั้งนาน สุดท้ายแล้วจะช่วยข้าได้หรือ"
เจินชิ่วอีตกหลุมพรางของหลินหลานหรูเข้าเต็มๆ
ยามนี้หลินหลานหรูะโโลดเต้นในใจอย่างเพลิดเพลินไปแล้วช่างบังเอิญนัก บังเอิญอะไรเช่นนี้ นางคิดอยากลุกขึ้นมาหัวเราะดังๆ
เดิมทีหลินหลานหรูยังกังวลเื่ครอบครัวที่ตกเป็แพะครอบครัวนี้อยู่เกรงว่าบุตรชายของครอบครัวนี้คงเป็ชายหนุ่มที่เจินชิ่วอีมีใจให้นางได้ยินจากเฉิงอิ้นว่าชายผู้นี้ไม่ชื่นชอบคุณหนูสกุลเจินเลยสักนิดเพราะเหตุนี้หรือเจินชิ่วอีถึงได้กินบุปผาหงส์หยกเข้าไป กระทั่งรูปโฉมงดงามราวตกมาจากฟากฟ้า
แต่ถึงจะงดงามเพียงใดหลินหลานหรูสืบดูแล้ว บุตรชายครอบครัวบัณฑิตผู้นี้มั่นในรักเดียวนักคงไม่ชายตาแลเจินชิ่วอีอย่างแน่นอน "ขออภัยเ้าค่ะเื่นี้คงเกิดความสามารถของข้า แต่ว่า..."
หลินหลานหรู้าใช้ครอบครัวบัณฑิตผู้เป็แพะในคดีทุจริตภาษีเป็เหยื่อล่อผู้อยู่เื้ัตัวจริงให้ลงมืออีกครั้งเช่นนั้นก็ยืมมือเจินชิ่วอีพร้อมกับดึงให้มู่หวังจงเข้ามาร่วมด้วยแผนการครั้งนี้ก็ให้เจินชิ่วอีพบมู่หวังจงสักครั้ง
โดยยืมมือมู่หวังจงช่วยแพะในคดีทุจริตภาษีและยืมมือมู่หวังจงกำจัดตระกูลผู้อยู่เื้ัคดีนี้ก่อนที่คนพวกนั้นจะหันมาเล่นงานตระกูลของนางขณะเดียวกันก็ใช้โอกาสนี้ดูความสามารถของมู่หวังจงไปพลาง เช่นนี้นางมีแต่กำไร
"...แต่ว่า พี่ชิ่วอีเ้าคะเห็นพี่โกรธเช่นนี้พี่คงมีเหตุผลใช่หรือไม่เื่นี้ถึงข้าช่วยพี่ด้วยตัวเองไม่ได้ ก็ใช่ว่าผู้อื่นจะช่วยพี่ไม่ได้"
ผู้อื่นหรือแน่นอนว่าหลินหลานหรูได้สะกิดต่อมสนใจของเจินชิ่วอีขึ้นมาแล้ว
"เ้ารู้หรือ"เคยได้ยินอยู่บ้างว่าคุณหนูสกุลหลินเฉลียวฉลาดไม่เบา เสียแต่นิสัยไม่ดี
"เื่นี้ถึงท่านพ่อของข้าจะรับผิดชอบแต่ก็ไม่อาจแทรกแซงการพิจารณาคดีได้ ดังนั้นคงมีแต่คนที่รับผิดชอบการพิจารณาคดีนี้เท่านั้นถึงจะช่วยพี่ได้เื่กลับดำเป็ขาวในราชสำนักมีถมไป หากเื่นี้เป็แพะก็ยิ่งดีใหญ่จากนี้ก็อยู่ที่พี่ชิ่วอีแล้วเ้าค่ะ ใจพี่อยากช่วยคนเหล่านี้มากพอหรือไม่ได้ยินว่าอีกไม่กี่วันก็จะปะาพวกเขาทั้งตระกูล"
"ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตข้าก็ยอม"ความหวังเล็กๆ นี้กระตุ้นให้เจินชิ่วอีเกิดความกล้าพอรู้ว่ามีทางออกก็พร้อมจะพุ่งไปข้างหน้าสุดกำลัง โดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น
คำตอบนี้ของเจินชิ่วอีหลินหลานหรูพอใจอย่างมากจึงเอ่ยต่ออีกว่า "ข้าได้ยินพี่พูดเช่นนี้ปัญหาของพี่ย่อมคลี่คลายได้อย่างแน่นอน"จากนั้นหลินหลานหรูก็ส่งสายตาเป็นัยให้เจินชิ่วอีเหลือบมองผู้ติดตามสองคนนั้นแวบหนึ่ง ก่อนกระซิบเบาๆ ข้างหูเด็กสาวไปหลายประโยค
ไม่นานก็ได้ยินเจินชิ่วอีพูดขึ้น"คนผู้นี้จะช่วยได้หรือ"
ได้หรือไม่หลินหลานหรูมั่นใจว่าเจินชิ่วอีไม่มีทางปล่อยโอกาสให้หลุดมือ
เสียแต่เจินชิ่วอีจิตใจอ่อนแอเกินไป"คุณหนูหลิน ขอบใจเ้ามาก เพียงแต่ข้าไม่อาจทำอะไรได้ตามอำเภอใจ"
หากเจินชิ่วอีกล้าเหมือนอย่างที่พูดไว้ก่อนหน้าก็แค่สาวใช้ไม่กี่คนติดตามจะสลัดให้หลุดไม่ได้เชียวหรือบางทีเจินชิ่วอีอาจกำลังกังวลเื่นิสัยมักมากของมู่หวังจงที่ได้ฟังจากนางเมื่อครูเช่นนั้นก็นับว่าเจินชิ่วอียังรักตัวเองมากกว่าชายที่ตนแอบมีใจ
ถึงตอนนี้หลินหลานหรูไม่อาจก้าวก่ายการตัดสินใจของเจินชิ่วอีได้ยิ่งสนับสนุนมากเกินไปจะยิ่งมีพิรุธ สุดท้ายแล้วหากมีสิ่งใดพลาดขึ้นมาตัวนางเองอาจได้รับผลกระทบไปด้วย
ครู่ต่อมาเสี่ยวจิงก็เอ่ยเรียกหลินหลานหรูทั้งนางและคุณหนูเจินจึงหันมอง
"คุณหนูหลิน สาวใช้ของเ้ามาแล้วเช่นนั้นเ้าก็คงไม่ต้องกลัวหลงทางอีกหากสาวใช้ของเ้าไม่รู้ทางก็ให้ไปตามทางที่ข้าบอกเ้าย่อมหาทางออกจากวัดได้แน่นอน"
หลินหลานหรูแอบกลอกตาในใจนางหรือจะหาทางออกจากวัดไม่เจอ ทุกซอกทุกมุมภายในวัดต้าินางเคยสำรวจมาอย่างละเอียดถี่ยิบ ไม่อย่างนั้นคงไม่เดินไปเจอเข้ากับชายแก่ขาพิการ"ขอบใจพี่ชิ่วอีมากเ้าค่ะ แต่ข้ายังไม่อยากรีบออกไป ขอเดินดูภายในวัดสักรอบเกรงว่าถึงเวลานั้นท่านพ่อของข้ากับใต้เท้ามู่คงกลับออกมาจากโถงใหญ่ทางทิศเหนือแล้วจะได้ไม่ต้องนั่งรอในรถม้าให้รู้สึกเบื่อ"
นับว่าหลินหลานหรูไม่ปล่อยโอกาสให้เสียเปล่าจะจากกันอยู่แล้วนางยังหาทางให้เจินชิ่วอีพบมู่หวังจงให้ได้
เอาเถิดแม้ไม่เคยพบมู่หวังจงแต่ถ้าเจอผู้ใดอยู่กับหลินหานฉีผู้นั้นก็คือมู่หวังจงไม่ผิดแม้วันข้างหน้าไม่มีโอกาสออกมาข้างนอก วันนี้ก็นับว่าไม่เลวหลินหานฉีกับมู่หวังจงอยู่ที่ใดเมื่อครู่หลินหลานหรูก็บอกไปแล้วว่าโถงใหญ่ทางทิศเหนือหากเจินชิ่วอีไม่มี่ให้เอ่ยปากร้องขอมู่หวังจงด้วยผลของฤทธิ์ยาที่เจินชิ่วอีกิน ระดับงามล่มเมืองล่มแคว้น แค่เดินผ่านสายตาคนมักมากเช่นนั้นรับรองว่ามู่หวังจงเดินมาหาถึงเรือนเป็แน่
ช่วยไม่ได้...ช่วยไม่ได้หลินหลานหรูนางเองก็อยากรู้ว่ามู่หวังจงทำสิ่งใดได้บ้าง รู้เขารู้เรารบร้อยชนะร้อย
...คล้อยหลังหลินหลานหรูเจินชิ่วอีมีสีหน้าเร่งรีบ สาวเท้าเดินนำบ่าวรับใช้ มุ่งหน้าไปยังโถงใหญ่ทางทิศเหนือ
_____________________________
[1] เก้าอี้เหม่ยเรินเก้าอี้ที่สร้างยาวไปกับระเบียงทางเดิน มีความสูงในระดับที่ใช้พิงเอวและหลังได้มีไว้สำหรับนั่งพักระหว่างทาง