ตอน ล่วงเกิน
อากาศยามบ่ายของปลายเดือนเมษายนในกรุงเทพมหานครร้อนระอุราวกับซ้อมตกนรก แสงแดดแผดเผาลงมาบนถนนคอนกรีตหน้าร้านวัสดุก่อสร้างจนเกิดเป็ไอแดดเต้นระยิบระยับ ท้องฟ้าไร้ซึ่งก้อนเมฆและไม่มีแม้แต่สายลมพัดผ่าน พิมพ์เดินเข้าไปในห้องครัวด้านหลังร้านเพื่อเตรียมเครื่องดื่มเย็นๆ หวังจะคลายร้อนให้กับสามีและตัวเธอเอง หญิงสาวเปิดตู้เย็นสแตนเลสหยิบมะนาวลูกสีเขียวสดและใบสะระแหน่ที่ล้างทำความสะอาดไว้ออกมาวางบนเขียง
พิมพ์ใช้มีดเล่มเล็กฝานมะนาวออกเป็แว่นบางๆ กลิ่นหอมเปรี้ยวอมขมของผิวมะนาวที่ถูกหั่นลอยฟุ้งขึ้นมาเตะจมูกสร้างความสดชื่นได้ในทันที เธอหยิบเหยือกแก้วใบใสมาใส่น้ำเชื่อมที่เคี่ยวเองจนเหนียวข้นลงไป ตามด้วยน้ำชาดำที่ต้มทิ้งไว้จนเย็นจัด เสียงน้ำชาเทกระทบก้นเหยือกดังจ๊อกๆ พิมพ์บีบน้ำมะนาวสดลงไปผสม กลิ่นความเปรี้ยวอมหวานผสานกับกลิ่นชาดำหอมกรุ่นชวนให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า เธอตักน้ำแข็งหลอดก้อนใสใส่ลงไปจนพูนแก้ว เสียงน้ำแข็งกระทบกับขอบแก้วดังแก๊งๆ หยดน้ำเกาะพราวอยู่รอบแก้วใสดูเย็นฉ่ำ พิมพ์เด็ดใบสะระแหน่ตกแต่ง้าเพื่อเพิ่มอโรมาความหอมเย็น ก่อนจะยกแก้วชาดำเย็นรสเปรี้ยวหวานนั้นเดินออกไปที่โต๊ะทำงานของเสี่ยเม้ง
"พี่จ๊ะ ดื่มชามะนาวเย็นๆ ชื่นใจหน่อยนะจ๊ะ อากาศร้อนอบอ้าวเหลือเกิน หนูคั้นมะนาวสดๆ ใส่ให้พี่เลยนะจ๊ะ"
พิมพ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานพร้อมกับวางแก้วน้ำเย็นฉ่ำลงบนโต๊ะไม้ของสามี
เสี่ยเม้งละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เพียงเสี้ยววินาที เขายกแก้วชามะนาวขึ้นดื่มอึกใหญ่ รสชาติเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดและหวานกลมกล่อมไหลลงคอช่วยดับกระหายได้ดีเยี่ยม แต่แทนที่เขาจะเอ่ยปากชมฝีมือของภรรยา เสี่ยเม้งกลับวางแก้วลงกระแทกโต๊ะดังปึกแล้วบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิด
"ร้อนชะมัดยาด ร้อนจนปูนในโกดังจะแห้งกรอบหมดแล้วเนี่ย วันนี้ลูกค้าก็บ่นว่าส่งของช้า เธอก็ไปเดินดูพวกคนงานหลังร้านบ้างสิพิมพ์ อย่ามัวแต่อยู่ในห้องแอร์"
เสี่ยเม้งสั่งการด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างโดยไม่ได้สนใจรอยยิ้มที่เจื่อนลงของพิมพ์เลยสักนิด
พิมพ์พยักหน้ารับคำสั่งอย่างจำยอม เธอเดินกลับเข้าไปหยิบสมุดจดสต็อกสินค้าและปากกา ก่อนจะผลักประตูเหล็กเดินออกไปยังโกดังด้านหลังร้าน ทันทีที่ก้าวพ้นห้องแอร์ ความร้อนระอุก็ปะทะเข้ากับเรือนร่างอวบอัดของเธอ ท้องฟ้าที่เคยสว่างจ้าด้วยแสงแดดแผดเผาเมื่อครู่ จู่ๆ ก็เริ่มถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนสีดำทะมึนก้อนใหญ่ที่ลอยต่ำลงมาอย่างรวดเร็ว ลมกรรโชกแรงพัดเอาฝุ่นทรายและเศษใบไม้ริมถนนปลิวว่อน กลิ่นไอดินที่ถูกความร้อนอบอวลมาทั้งวันเริ่มโชยขึ้นมาเตะจมูกเมื่อปะทะกับความชื้นในอากาศ สัญญาณของพายุฤดูร้อนกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็วเกินคาด
"แย่แล้ว ปูนล็อตใหม่เพิ่งลงไว้ที่ลานท้ายโกดัง หลังคายังคลุมไม่มิดเลย ถ้าโดนฝนเสียหายหมดแน่" พิมพ์ร้องอุทานด้วยความตื่นตระหนก
คุณนายสาวรีบสับขาก้าวเดินแกมวิ่งฝ่าลมพายุที่เริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ ทะลุเข้าไปในความมืดสลัวของโกดัง ทันใดนั้นเสียงฟ้าร้องก็ดังกึกก้องะเืเลื่อนลั่นราวกับฟ้าจะถล่ม ตามมาด้วยห่าฝนเม็ดใหญ่ที่เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง
ซ่า! ๆ ๆ ๆ เสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสีโกดังดังสนั่นหวั่นไหวจนหูอื้อ พิมพ์วิ่งกระหืดกระหอบเข้าไปถึงท้ายโกดัง ลมพายุพัดเอาสาดฝนละอองใหญ่สาดกระเซ็นเข้ามาปะทะเรือนร่างของเธออย่างจัง
เพียงไม่กี่อึดใจ เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวตัวบางที่เธอสวมใส่ก็เปียกชุ่มลู่แนบไปกับผิวเนื้อขาวเนียน เผยให้เห็นบราเซียลูกไม้สีดำสนิทที่โอบอุ้มเต้าอวบใหญ่ขนาดสามสิบเก้านิ้วอย่างชัดเจนทะลุปรุโปร่ง ความเย็นเฉียบของน้ำฝนที่สาดซัดเข้ามาทำให้ยอดปทุมถันสีสดหดตัวและชูชันดันเนื้อผ้าออกมาจนเป็ตุ่มไต กางเกงสแล็คสีดำก็เปียกชื้นจนลู่รัดบั้นท้ายกลมกลึงและเรียวขา
ที่ลานกว้างท้ายโกดัง เคนและซอกำลังวิ่งวุ่นช่วยกันลากผ้าใบผืนหนาสีฟ้าขนาดใหญ่เพื่อมาคลุมกองกระสอบปูนซีเมนต์นับร้อยถุงที่เพิ่งเอามาลงใหม่
ชายหนุ่มทั้งสองคนถอดเสื้อทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง เผยให้เห็นท่อนบนที่เปลือยเปล่าเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำฝนและหยาดเหงื่อ กล้ามเนื้อหน้าท้องที่เป็ลอนสวยงามและแผงอกสีเข้มของพวกเขากระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ หยาดน้ำฝนไหลชะโลมผิวกายสีทองแดงจนมันปลาบดูดุดันและทรงพลัง
พิมพ์รีบวิ่งเข้าไปช่วยจับปลายผ้าใบอีกฝั่งเพื่อดึงคลุมให้มิดชิด ลมพายุพัดแรงจนผ้าใบผืนั์สะบัดตี ร่างกายของพิมพ์เซถลาเสียการทรงตัวไปตามแรงลมกระชาก เคนเห็นเถ้าแก่เนี้ยกำลังจะล้มจึงรีบกระโจนเข้ามาช่วยประคองร่างอวบอัดไว้ ท่อนแขนกำยำที่เต็มไปด้วยรอยสักรูปัตวัดโอบรอบเอวคอดของพิมพ์อย่างถือวิสาสะ ััหยาบกร้านและร้อนผ่าวของผิวเนื้อชายฉกรรจ์ปะทะเข้ากับสีข้างที่เย็นเฉียบและเปียกปอนของคุณนายสาวเข้าอย่างจัง
ความรู้สึกวาบหวาม แล่นแปล๊บไขสันหลังพิมพ์ทันที กลิ่นไอดินชื้นๆ ผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อเค็มๆ และกลิ่นกายชายชาตรีที่เปียกฝนลอยคลุ้งเตะจมูกอย่างจัง มันเป็กลิ่นที่ดิบเถื่อน เป็ธรรมชาติ และกระตุ้นสัญชาตญาณความ้าทางเพศได้อย่างรุนแรงจนพิมพ์ต้องเผลอสูดลมหายใจเข้าลึก
ซอที่วิ่งตามมาสมทบรีบออกแรงกระชากดึงผ้าใบคลุมทับกองปูนทั้งหมดและคลุมเลยมาถึงร่างของคนทั้งสามเพื่อหลบพายุฝนที่สาดซัดเข้ามาอย่างหนักหน่วง ภายใต้ร่มเงาของผ้าใบผืนหนาที่มืดสลัวและคับแคบราวกับเต็นท์หลบภัย พิมพ์ถูกประกบอยู่ตรงกลางระหว่างร่างกำยำของชายหนุ่มทั้งสอง แผ่นหลังบางของเธอเบียดชิดกับแผงอกกว้างที่ร้อนระอุของซอ ในขณะที่ด้านหน้ามีร่างของเคนยืนประชิดจนแทบจะสิงร่าง ลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งสามประสานกันในพื้นที่จำกัด
อากาศใต้ผ้าใบเริ่มร้อนอบอ้าวและเต็มไปด้วยไอระเหยจากความร้อนของร่างกาย พิมพ์พยายามขยับตัวออกห่างเพื่อรักษาระยะห่าง แต่พื้นที่ที่แคบเกินไปทำให้ยิ่งขยับก็ยิ่งเบียดเสียดถูไถ หน้าอกอวบใหญ่ที่สั่นกระเพื่อมของเธอเบียดชิดเข้ากับหน้าท้องแกร่งของเคนอย่างจัง ความนุ่มหยุ่นของปทุมถันปะทะกับความแข็งแกร่งของลอนกล้ามเนื้อสร้างกระแสไฟฟ้าสถิตที่ทำให้พิมพ์ต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงคราง
เคนก้มหน้าลงมามองเรือนร่างที่เปียกปอนของเถ้าแก่เนี้ยด้วยสายตาหื่นกระหาย เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกแนบเนื้อทำให้เขาเห็นทุกสัดส่วนโค้งเว้าและก้อนเนื้อคู่งามที่เย้ายวนใจได้อย่างชัดเจนราวกับไม่ได้สวมใส่อะไรเลย เขาแกล้งทำเป็ทรงตัวไม่อยู่ ขยับท่อนล่างเข้าหาพิมพ์อย่างเนียนๆ จนแก่นกายที่พองขยายตัวอยู่ใต้กางเกงยีนส์เก่าๆ ที่เปียกชุ่มดันเนื้อผ้าออกมาจน ตึงเปรี๊ยะ และเสียดสีเข้ากับหน้าขาขาวเนียนของพิมพ์อย่างจงใจ
พิมพ์สะดุ้งเฮือก ร่างกายร้อนผ่าวไปทุกอณูขุมขน ร่องกุหลาบของเธอเริ่มผลิตน้ำหล่อลื่นออกมาจนเปียกแฉะกางเกงใน ผสมผสานกับความชื้นของน้ำฝน ความ้าทางกายที่ถูกกักขังและอัดอั้นมานานนับปีกำลังรอการปะทุออกมาอย่างรุนแรง
ซอที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือ เขากดแผงอกกว้างแนบชิดกับแผ่นหลังบางของพิมพ์ ลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มชาวพม่าเป่ารดที่ซอกคอและใบหูของพิมพ์จนเธอขนลุกซู่ไปทั้งตัว มือหยาบกร้านที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นปูนของซอเลื่อนมาจับที่สะโพกผายนายหญิงอย่างจงใจ เขาบีบเค้นความนุ่มนิ่มนั้นอย่างถือสิทธิ์และบดเบียดเป้ากางเกงที่นูนเด่นของตนเองเข้ากับบั้นท้ายกลมกลึงของพิมพ์
ซ่า! ๆ ๆ พายุฝนด้านนอกยังคงโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้องและเสียงเม็ดฝนดังกึกก้องกลบเสียงทุกอย่างรอบตัว แต่พายุราคะที่กำลังก่อตัวขึ้นใต้ผ้าใบผืนนี้นั้นรุนแรงและร้อนระอุยิ่งกว่า
พิมพ์หลับตาลงแน่น ปล่อยให้ความสับสน ความตื่นเต้น และไฟตัณหาครอบงำจิตใจ เธอติดอยู่ในวงล้อมของชายกลัดมันสองคนที่เต็มไปด้วยความ้า ััที่สากกร้าน กลิ่นกายที่เย้ายวน และความแข็งแกร่งที่เบียดเสียดล้อมรอบตัวเธอ
เปรี๊ยง! จู่ๆฟ้าก็ผ่าลงมาไม่ไกลกับโกดัง
ว๊ายยยยย! คุณนายสาวกรี๊ดลั่นจนลูกจ้างวัยกลัดมันทั้งสองใและถอยออกห่างเพราะกลัวใครจะมาเห็นเข้า
"คุณนายครับ ผมอุ้มไปนะครับ" เคนรีบเสนอตัวขณะที่ซอชูผ้าใบเหนือหัวเพื่อบังน้ำฝนให้ทุกคน
"เร็วๆสิ รีบๆเลย เดี๋ยวฟ้าจะผ่าเอา" พิมพ์ตอบแล้วยืนเขย่งเท้ากางแขนออก รอจะให้อุ้มเหมือนผู้ใหญ่อุ้มเด็ก
หมับ! หนุ่มชาวไทยใหญ่สอดแขนลอดข้อพุบและแผ่นหลังนายหญิง อุ้มเธอวิ่งว่าสายฝนจากลานกว้างมาเกือบร้อยเมตรจนเข้ามาในโกดังที่ทึบและอับชื้น
"เมื่อกึ๊พวกผมขอโทษนะครับ มันเผลอไป คุณนายสวยจริงๆ" เคนวางพิมพ์ลงแล้วก้มหน้ามองเท้าของเธอด้วยความสำนึกผิด
"ก็ไม่ได้ว่าอะไร อย่าบอกใครล่ะ" พิมพ์ตอบขณะยืนกอดตัวเองที่กำลังหนาวจนสั่นเทา เนื้อตัวเปียกโชกไปเสียหมด สภาพเหมือนลูกหมาตกน้ำก็ไม่ปาน