ฮองเฮาเห็นข้ารับใช้คนสนิทถูกลากออกไปก็ร้อนใจ“หยุดนะ! พวกเจ้าทุกคนจงหยุด!”
ส่วนนางกำนัลผู้นั้นกรีดร้องไม่หยุดเพราะไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะบานปลายมาถึงเพียงนี้
นางอยากรู้ว่ากู้ชิงเฉิงทำได้อย่างไรถึงได้ใช้มือจับถ้วยชาที่ร้อนระอุเช่นนั้นได้?ในถ้วยนั้นคือน้ำเดือดอย่างไม่ต้องสงสัยนางยังนำถ้วยนั้นไปอังไฟอีกพักใหญ่มั่นใจว่าผู้ที่จับถ้วยจะได้รับความเจ็บปวดอย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้ผู้ที่ได้รับความเจ็บปวดกลับเป็นฮองเฮา ไม่เพียงแต่มือของนางจะถูกลวกจนพองหากแต่น้ำเดือดนั้นยังสาดไปทั่วร่างกายอีกด้วย คิดแล้วก็ยังรู้สึกเจ็บปวดแทน
“เสด็จแม่เพคะ หม่อมฉันทราบว่าเสด็จแม่ทรงมีพระทัยเมตตาประสงค์จะปกป้องบ่าวไพร่เหล่านี้” กู้ชิงเฉิงกระซิบเตือน“แต่เสด็จแม่ทรงปกป้องถึงเพียงนี้ มีแต่จะบั่นทอนบารมีทำให้บ่าวไพร่หลงระเริงคิดว่าเสด็จแม่ทรงโง่เขลาและหลอกง่ายเพคะ”
ฮองเฮาไม่ใช่ผู้ที่ใครจะหลอกล่อได้ง่ายๆในยามนี้นางมองกู้ชิงเฉิงด้วยสายตาเย็นชา มือของนางถูกลวกจนพุพองส่วนขาของนางก็เจ็บปวดแทบขาดใจ แต่ถึงกระนั้นนางกลับทรงมีสติอย่างยิ่ง
เห็นดังนั้นกู้ชิงเฉิงจึงหยุดไปชั่วครู่ แล้วกล่าวต่อ “เสด็จแม่เสด็จแม่ไม่ทรงทราบหรือเพคะ ว่าบ่าวไพร่ชั่วช้านี้ยังลอบวางยาพิษในชานี้ด้วยเพคะ”กู้ชิงเฉิงกล่าวเพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
ถ้วยชาที่ใส่น้ำร้อนเดือดนั้นตั้งใจจะทำให้กู้ชิงเฉิงเจ็บตัว แต่การวางยาพิษในน้ำชานั้นกลับมุ่งเป้าไปที่ฮองเฮาอย่างชัดเจน เพราะชานี้มีเพียงฮองเฮาเท่านั้นที่เสวยได้เสียงของกู้ชิงเฉิงดังกังวานไปทั่ว ทั้งในและนอกห้องโถงต่างได้ยินชัดเจน
เดิมทีเฟิงเจ๋อและเฟิงฮ่วนยังคงลังเลใจพวกเขาคิดว่าการที่คนจากตำหนักบูรพามาจัดการคนของฮองเฮาในวังหลวงนั้นดูจะเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมนัก แต่คำพูดของกู้ชิงเฉิงเมื่อครู่นี้ทำให้พวกเขามีเหตุผลเพียงพอแล้ว การกระทำของพวกเขาในครั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของฮองเฮานั่นเอง
เฟิงเจ๋อและเฟิงฮ่วนจึงลากนางกำนัลผู้ที่กำลังดิ้นรนไปโดยไม่ลังเลใจอีก
“พวกเจ้าทุกคนหยุดมือเดี๋ยวนี้!” ฮองเฮาเองก็คิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะบานปลายถึงเพียงนี้และอยู่นอกเหนือการควบคุมของนางโดยสิ้นเชิงความเจ็บปวดที่ขาทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้านไปทั้งตัวและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงนัก
แต่เมื่อได้ยินคำว่า‘วางยาพิษ’ หัวใจของนางก็ยังคงหวั่นไหวเล็กน้อย
นางกำนัลเฉาผู้นี้อยู่รับใช้นางมานานกว่าสามสิบปีพวกนางเติบโตมาด้วยกันราวกับพี่น้อง แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังเป็นฮองเฮาผู้สูงศักดิ์ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงการตำหนินางกำนัลเฉาในบางคราวหรือแม้แต่ระบายอารมณ์ใส่นางกำนัลเฉาในยามที่ไม่พอพระทัยจากฝ่าบาท ในช่วงที่ตระกูลเกอประสบภัยนางก็ทรมานนางกำนัลเฉาไม่น้อยฮองเฮาจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงความแค้นที่นางกำนัลเฉาอาจมีต่อนางได้
“หม่อมฉันทราบว่าเสด็จแม่ทรงสงสัย ชานี้ยังมีเหลืออยู่บ้างให้หมอหลวงผู้เชี่ยวชาญด้านพิษมาตรวจดู ก็จะทราบความจริงเพคะ” กู้ชิงเฉิงย่อมไม่แสดงความอ่อนข้อให้ ฮองเฮาต้องการชีวิตของนางนางก็ขอตัดแขนซ้ายแขนขวาของฮองเฮาทิ้งเสียก่อน พวกเขายังมีเวลาอีกมากที่จะค่อยๆ ต่อสู้กัน
คำกล่าวนี้ทำให้ฮองเฮาทรงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งในขณะนั้น ไม้พลองก็ฟาดลงบนร่างของนางกำนัลเฉาอย่างไม่ปรานี
เหล่าขันทีและนางกำนัลต่างพากันหวาดกลัวนางกำนัลเฉาเป็นคนเก่าคนแก่ข้างกายฮองเฮา เปรียบเสมือนนายหญิงของพวกตนครึ่งหนึ่งพวกเขาต่างพากันประจบสอพลอนางกำนัลเฉา แต่ในวันนี้กลับถูกโบย
“แม้ฮองเฮาจะทรงสง่างามไร้ผู้ใดเทียมมาหลายปี แต่ก็ทรงประทับอยู่เพียงลำพังนอกจากองค์รัชทายาทแล้ว ก็ไม่ได้มีพระโอรสธิดาอื่นอีกเลยอารมณ์ของพระองค์จึงยิ่งแปลกประหลาดขึ้นทุกวัน ไม่ต้องพูดถึงบ่าวรับใช้เลยแม้แต่พระสนมก็ไม่เคยได้รับการยกเว้น เช่นนี้จะไม่ให้คนอื่นเกลียดชังได้อย่างไรเพคะ?”กู้ชิงเฉิงยังคงกล่าวต่อ
วันนี้นางไม่เพียงแต่จะต้องทำให้ฮองเฮาเสียแขนซ้ายแขนขวาแต่ยังต้องถอนตัวออกมาได้อย่างปลอดภัย วันนี้เป็นเพียงการลงโทษเล็กน้อยเท่านั้นท้ายที่สุดแล้ว นางเพิ่งกลับมายังเมืองหลวง ยังไม่มีรากฐานที่มั่นคงจึงยังไม่อาจจัดการกับฮองเฮาได้โดยตรง
ฮองเฮาย่อมระแวงและรู้สึกผิดเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีผู้คนในวังหลังเสียชีวิตด้วยน้ำมือของนางนับไม่ถ้วนและนางกำนัลเฉาก็เป็นคนสนิทคู่ใจ ผู้ซื่อสัตย์ภักดีและกระทำความชั่วมามากมายสมควรตายไปนานแล้ว
เมื่อหมอหลวงผู้เชี่ยวชาญด้านพิษได้ตรวจสอบชาที่เหลืออยู่ในถ้วยก็ถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก และแสดงท่าทางที่ไม่น่าเชื่อก่อนจะคุกเข่าลงด้วยความตื่นตระหนก “ทูลฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะชานี้มีพิษร้ายแรง เพียงแค่จิบเดียวก็ถึงตายได้พ่ะย่ะค่ะ!”
เขาก็รู้สึกงุนงงเช่นกันว่าเหตุใดในวังหลวงจึงมียาพิษร้ายแรงเช่นนี้และนำเข้ามาในตำหนักคุนหนิงได้อย่างไร
ภายในดวงตาของฮองเฮามีร่องรอยของความอาฆาตเยือกเย็นฉายวาบนางเงยหน้าขึ้นมองนางกำนัลเฉาที่กำลังถูกลงโทษด้านนอกดวงตาเต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่คืบคลานขึ้นมาทีละน้อยนางเชื่อแล้วว่านางกำนัลเฉาคิดจะเอาชีวิตนางช่างเป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่คิดกัดเจ้าของจริงๆ
นางรู้สึกปวดขาอย่างแสนสาหัสเมื่อนึกถึงการทรยศของนางกำนัลเฉา นางก็รู้สึกไม่เป็นสุขเลยแม้แต่น้อย นางจึงไม่มีอารมณ์ที่จะไปคิดจัดการกับกู้ชิงเฉิงอีกต่อไปยามนี้นางมองเห็นใครก็เหมือนคนทรยศ รู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างยิ่ง
--------
ท่านหญิงหลิงหยางได้ยินว่าฮองเฮาทรงเรียกกู้ชิงเฉิงเข้าวังจึงคิดว่าด้วยเล่ห์เหลี่ยมของท่านน้าจะต้องสามารถถลกหนังของกู้ชิงเฉิงออกมาได้สักชั้นเป็นแน่
เป็นโอกาสอันดีที่จะแก้แค้นในวันนั้นนางจึงมาถึงในช่วงเวลาที่เหมาะสม นางคิดว่าทันทีที่ก้าวเข้าสู่ตำหนักคุนหนิงจะต้องเห็นกู้ชิงเฉิงถูกโบยจนปางตายเป็นแน่
ทว่าเมื่อนางเข้ามากลับเห็นนางกำนัลเฉากำลังถูกกดและโบยจนแทบสิ้นใจแต่ทว่าการโบยกลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเพราะเมื่อครู่ฮองเฮาได้สั่งให้โบยจนกว่าจะตาย นางรู้สึกแค้นนางกำนัลเฉาอยู่ในใจจึงไม่ผ่อนปรนการลงโทษเลยแม้แต่น้อย
“ท่านน้า…” ท่านหญิงหลิงหยางตกตะลึงเล็กน้อยก้าวเข้าสู่โถงใหญ่ “เกิดอะไรขึ้นเพคะ?”
นางไม่คาดคิดว่ากู้ชิงเฉิงจะยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีรอยขีดข่วนตรงกันข้าม นางกำนัลเฉากลับใกล้จะสิ้นใจอยู่รอมร่อแล้ว
ฮองเฮาเห็นท่านหญิงหลิงหยางดวงตาก็แดงก่ำขึ้นทันใด เมื่อครั้งที่ตระกูลเกอทรยศต้าฉิน และถูกประหารทั้งตระกูลองค์รัชทายาทได้ทรงออกหน้าปกป้องเกอจวิ้นไว้ส่วนฮองเฮาได้ทรงออกหน้าปกป้องเกอหลิงหยาง และเลี้ยงดูนางมาด้วยพระองค์เอง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาฮองเฮามีเพียงองค์รัชทายาทเป็นโอรสเท่านั้น ไม่มีโอรสธิดาอื่นอีกพระนางจึงเลี้ยงดูเกอหลิงหยางราวกับธิดาของพระองค์เองความสัมพันธ์จึงลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่งเกอหลิงหยางเองก็มองฮองเฮาเป็นญาติเพียงคนเดียวเช่นกัน
“นางสารเลวนั่น ช่างกล้าทรยศข้าถึงเพียงนี้!” ฮองเฮาเห็นเกอหลิงหยางอารมณ์ก็ดีขึ้นมาเล็กน้อย เรื่องราวในวันนี้ที่ดำเนินมาถึงขั้นนี้ก็เป็นสิ่งที่เกินความคาดหมายของนางเช่นกัน
ขาที่ถูกน้ำร้อนลวกและการทรยศของนางกำนัลเฉา ทำให้นางรู้สึกเหน็ดเหนื่อยใจยิ่งนักยามนี้นางมองกู้ชิงเฉิงด้วยหางตา “กลับไปเสีย!”
ใบหน้าที่อัปลักษณ์นั้นยิ่งนางมองก็ยิ่งรู้สึกขยะแขยง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
“อ๊ะ!” ขณะนั้นท่านหญิงหลิงหยางก็มองไปยังใบหน้าของกู้ชิงเฉิง นางรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วทว่ายามนี้นางจงใจแกล้งส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจ ทำท่าเหมือนถูกทำให้ตกใจกลัว
กู้ชิงเฉิงสวมผ้าคลุมหน้าเรียบร้อยดวงตาเป็นประกายตามปกติ ก้มตัวคารวะ “เสด็จแม่โปรดรักษากายให้หายดีหม่อมฉันทูลลา” นางค่อนข้างพอใจอย่างน้อยก็ทำให้ฮองเฮาเสียหน้าไปบ้างแล้ว
“เดี๋ยวสิ!” เกอหลิงหยางกัดฟันพูด “ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า!”
กู้ชิงเฉิงไม่สนใจนางเลยแม้แต่น้อยกลับหมุนตัวจากไป คนอย่างเกอหลิงหยาง นางไม่เคยใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นกู้ชิงเฉิงดูถูกตนเองเช่นนั้นเกอหลิงหยางก็โมโหไม่น้อย นางจึงรีบวิ่งตามไปนางจงใจก้าวเท้าให้เร็วกว่าสองสามก้าว และเหยียบชายกระโปรงของกู้ชิงเฉิง
‘แคว่ก’ เสียงผ้าไหมขาดสะบั้นกระโปรงยาวสีแดงสดถูกดึงจนขาด!
ภายในตำหนักคุนหนิงมีทหารองครักษ์ยืนเรียงแถวสองข้างยามนี้ต่างพากันหลับตาลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ไม่ควรมองย่อมไม่ควรมองเพราะนางคือพระชายา ถึงแม้จะอัปลักษณ์เพียงใด ก็ไม่อาจมองได้ตามอำเภอใจ
กู้ชิงเฉิงยกมุมปากขึ้นยิ้มเย็นกลอุบายเล็กน้อยเพียงนี้เท่านั้น นางดึงชายกระโปรงกลับมาอย่างใจเย็นและสะสมกำลังภายในไว้บนชายกระโปรงนั้น เกอหลิงหยางที่เหยียบอยู่บนนั้น ไม่ทันระวังจึงยืนไม่มั่นคง ทันใดนั้นก็ล้มลงไป
กู้ชิงเฉิงที่พยายามทำตัวแสนดีจึงยกมือขึ้นจะช่วยพยุง แต่กลับช้าไปหนึ่งจังหวะพอดีคว้าได้เพียงชายเสื้อข้างหนึ่งของนาง
ทันใดนั้นนางก็ดึงชายเสื้อของเกอหลิงหยางจนขาดออกเผยให้เห็นผิวขาวเนียนของท่านหญิงหลิงหยางและไหล่ครึ่งหนึ่ง…ภาพที่ได้เห็นช่างน่ามองเป็นยิ่งนัก