เสียงของครามถูกตะเบงออกมาจนก้องกังวาลไปทั่วห้องโถง แม้แต่สุวรรณ และสุวาน รวมถึงนายนิรยบาลอื่น ที่อยู่แถวๆ นั้น ต้องหันควับ!!! พุ่งสายตาไปที่เด็กหนุ่ม
เ้าแห่งนรกถลึงตาอย่างพิศวง เขาบริหารงานในนรกมานานนับหลายพันปี ั้แ่โลกยุคก่อน จนถึงโลกยุคใหม่ ยังไม่เคยมีแม้กระทั่งสัตว์นรก ิญญา นักสิทธิ์ คนธรรม์ เทวดา มาขอเป็ลูกศิษย์
นี่มันอะไรกันเ้าหมอนี่!!! กล้าขอเรียนวิชาความรู้ที่ข้าเก็บสะสมมานาน ใครให้ความกล้ากับเ้ากันนะ
กระนั้นก็ยังทำให้พญายมราชเผยรอยยิ้มออกมา
“ถ้าเ้ากล้าขอ ข้าก็กล้าให้ ถ้าอย่างนั้น นับั้แ่นี้เ้าเป็ศิษย์ข้า แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าจะสอนอะไรเ้านะ ภูมิปัญญาของข้ามีมากเหลือเกิน เกินกว่าชีวิตอันสั้นของเ้าจะเรียนรู้” พญายมราชตบไหล่เขาเบาๆ “แต่เอาเถอะ ข้ามีวิธี เช่นนั้นต่อไปเ้าคือลูกศิษย์รุ่นแรกของข้าพญายมราช” เ้าแห่งนรกเอ่ยพลางยิ้ม และนี่น่าจะเป็ยิ้มแรกในรอบหลายพันปี หลังจากการทำงานคร่ำเคร่งในนรกภูมิ
ครู่หนึ่งสุวรรณและสุวาน ที่เหมือนเป็เลขานุการของพญายมราช รีบเข้ามาช่วยจัดการเื่พิธีการบูชามหาบรมครูให้เสร็จสรรพ ห้องโถงในนรกถูกเนรมิตใหม่ จากห้องที่ว่างเปล่า บัดนี้ดูเหมือนจะมีการประดับประดาด้วยดวงจิดสีต่างๆ ลอยอยู่บนเพดานโถง
การโคจรของระบบสุริยะจักรวาลถูกจำลองขึ้น ด้วยดวงจิตดวงเล็กๆ อันมหาศาล
สุวานกระซิบข้างหูพญายมว่า “วิญาณพวกนี้ใกล้ใช้หนี้สินหมดแล้ว ข้าให้พวกเขามาช่วย เพื่อจะได้ไปเกิดเร็วขึ้นนิดหน่อย หวังว่าท่านคงไม่ว่ากระไร”
“ข้าไม่ว่าหรอก ิญญาพวกนี้รู้สำนักแล้ว การทรมานในขุมนรก ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดต่อไป ข้าก็ว่าจะปล่อยให้ไปเกิดอยู่เหมือนกัน
เมื่อทั้งห้องโถงถูกเนรมิตเสร็จ พญายมราช และคราม ดูเหมือนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางจักรวาลอันมืดมิด มีแสงดวงิญญาทั้งหลายที่ไม่ต่างอะไรกับแขกร่วมงานพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้
ไมนานนัก สุวรรณ และสุวาน ก็จัดการงานพิธีจนลุล่วง
เมื่อเสร็จพิธีเ้าแห่งนรกโบกมือข้างหน้ารอบหนึ่ง อากาศตรงหน้าพลันบิดเบี้ยวเกิดประตูขนาดใหญ่ ทั้งสองเดินเข้าไปข้างในซึ่งดูคล้ายกับว่าทั้งสองกำลังยืนอยู่บนทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตาก็มีแต่ทุ่งหญ้า
ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ราวกับจอมอนิเตอร์นับล้านๆ จอ ผุดขึ้นที่นี่ สลับไปมา อยู่รายล้อมรอบตัว
ที่นี่เรียกว่า ‘ห้วงคนึง’
ความทรงจำหลากหลายของผู้คนจะถูกเก็บมาไว้ที่นี่ตลอดกาล เพื่อที่ชาติหน้าพวกเขาจะได้เริ่มต้นใหม่โดยไม่มีความแค้น หรือบ่อเกิดแห่งทุกข์ต่างๆ ให้จิตใจต้องทรมานอีก
“แล้วที่นี่มีความทรงจำของเ้าในแต่ละภพชาติในอดีตอันไกลโพ้นเกินกว่าที่เ้าจะจำได้ เ้า้ามันคืนไหม” พญายมราชใช้มือตวัดความทรงจำหลายดวงมาข้างหน้าของคราม
ครามครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ไม่ดีกว่าครับอาจารย์ ข้าว่ามันอาจทำให้ยุ่งยากได้ในอนาคต”
“นั่นเป็เื่จริงแท้ และอันตรายต่อตัวเ้ามาก เช่น คนที่เ้าไว้ใจในชาติหนึ่ง อาจเป็คนที่ทำร้ายเ้าในชาติต่อไป หรือคนที่ทำร้ายเ้าในชาติหนึ่ง อาจเป็คนที่ช่วยเหลือเ้าในชาติต่อไป หรือคนที่เคยเป็ศัตรูเ้า แล้วมาเป็พ่อแม่เ้าอีกชาติหนึ่ง นั่นอาจส่งผลให้เ้ากลายเป็คนอกตัญญู ดังนั้นสิ่งจึงกลายเป็กฎธรรมชาติ การที่มนุษย์ไม่สามารถจดจำได้ถึงเหตุการณ์ในแต่ละภพชาติ จะทำให้หลุดพ้นต่อบ่วงกรรมง่ายขึ้น ไม่ก่อกรรมข้ามชาติ ลำพังแค่พียงชาติเดียวก็เป็มูลเหตุให้ก่อความแค้นกันมากมายอยู่แล้ว”
หลังจากนั้นพญายมราชได้เล่าประสบการณ์หลากหลายเื่ให้ครามฟัง เมื่อเขาได้ฟังทำให้เขารู้สึกได้ในทันทีว่าชายที่เป็อาจารย์ของเขานั้น เป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่ น่าเคารพนับถือ และเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมเป็ที่สุด
นี่กระมังที่เรียกว่า ผู้ยิ่งใหญ่ มักมาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง การพิพากษาดวงิญญานับล้านๆ ดวงมาเป็พันๆ ปี ถ้าไม่ให้เรียกว่าความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง แล้วจะเรียกว่าอะไร