ซินเธียขอคุยส่วนตัวกับโรฮาน นายแม่สุชาดามองทั้งสองคนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกมือขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก “ไปคุยกันที่ระเบียงก็ได้ ฉันไม่ชอบฟังเื่หัวใจของคนอื่นนาน ๆ” เธอพูดเหมือนเป็เื่เล็ก แต่สายตาคมยังคงจับจ้องทั้งคู่ ไม่กี่นาทีต่อมา ซินเธียยืนอยู่ที่ระเบียงหินด้านนอก ลมกลางคืนพัดผ่านผ้าม่านบาง ๆ เสียงดนตรีจากห้องด้านล่างลอยขึ้นมาเบา ๆ โรฮานเดินออกมาตามเธอ ประตูปิดลงเสียงเพลงเบาลง ทั้งสองคนรอให้ใครเริ่มก่อน
ซินเธียหันกลับมาหาเขาทันที ดวงตาที่เมื่อครู่ยังสงบ ตอนนี้เต็มไปด้วยคำถาม “คุณทำแบบนี้ทำไมคะ” โรฮานไม่ตอบทันที เธอพูดต่ออย่างตรงไปตรงมา “คุณรู้ไหมว่าคำว่าแต่งงานมันไม่ใช่เื่เล่น ๆ สำหรับผู้หญิงอย่างฉัน” โรฮานพยักหน้าเบา ๆ “ฉันใช้เวลาหลายปีพยายามรักษาศักดิ์ศรีของตัวเองไว้ที่นี่” เธอพูดช้า ๆ “ฉันไม่ได้้าออกไปในฐานะผู้หญิงที่ถูกผู้ชายสงสาร” ลมเย็นพัดผ่านทำให้ปลายผมของเธอปลิวเล็กน้อย โรฮานมองเธอนิ่ง “ผมไม่ได้สงสารคุณ”
ซินเธียหัวเราะเบา ๆ เหมือนคนที่ไม่เชื่อ “งั้นคุณจะช่วยฉันทำไม” เธอจ้องเขาตรง ๆ “คุณเป็ใครก็ไม่รู้ เราเพิ่งเจอกันไม่กี่ชั่วโมง แล้วคุณจะเอาชีวิตของคุณมาเดิมพันกับผู้หญิงคนหนึ่งจากฮาเวลี?” คำถามนั้นตรงและเจ็บ โรฮานมองไปที่สวนด้านล่างครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบช้า ๆ “เพราะผมเองก็ไม่ได้มีอิสระเท่าที่คุณคิด” ซินเธียขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหันกลับมามองเธอ “ครอบครัวผมกำลังจะบังคับให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมไม่เคยรู้จัก และผมไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานกับญาติ” เธอนิ่งฟัง “ผมมีเวลาแค่สามวันก่อนที่เื่นั้นจะถูกประกาศ” ซินเธียเม้มริมฝีปากเล็กน้อย “แล้วคุณคิดว่าการแต่งงานกับฉันจะช่วยแก้ปัญหานั้น?”
“ผมมั่นใจว่าได้ครับ” โรฮานตอบตรง ๆ เธอถอนหายใจเบา ๆ “คุณก็แค่้าทางหนี” โรฮานไม่ปฏิเสธแต่เขาพูดต่อทันที “แต่ผมไม่ได้้าทำลายชีวิตคุณเพื่อหนีปัญหาของตัวเอง” ซินเธียเงยหน้ามองเขา โรฮานพูดช้า ๆ “ถ้าคุณไม่เห็นด้วย หรือ ไม่้า ผมจะเดินออกจากฮาเวลีคืนนี้ แล้วคุณจะไม่เห็นผมอีกเลย” คำพูดนั้นทำให้เธอนิ่งไป ลมกลางคืนพัดผ่านอีกครั้งแรงขึ้นกว่าเดิม “แต่ถ้าคุณ้าอิสรภาพจริง ๆ” เขาพูดต่อ “นี่อาจเป็โอกาสเดียวที่คุณจะได้เลือกชีวิตของตัวเอง” ซินเธียมองเขานานกว่าที่ผ่านมา “คุณพูดเหมือนมันง่าย” หญิงสาวมองวิวด้านซ้ายมือ “มันไม่ง่าย” โรฮานตอบทันที เธอส่ายหน้าเบา ๆ “คุณไม่เข้าใจหรอกค่ะ” เสียงเธอเริ่มสั่นเล็กน้อย “ผู้หญิงที่ออกจากฮาเวลีด้วยการแต่งงานกับผู้ชายรวย…ผู้คนจะพูดอะไรบ้าง คุณรู้ไหม”
โรฮานตอบช้า ๆ “ผมรู้” ซินเธียส่ายหน้า “แล้วคุณจะทนได้เหรอคะ” เธอมองเขาอย่างจริงจัง “เพราะคำพูดพวกนั้นมันจะไม่ทำร้ายคุณ…มันจะทำร้ายฉัน” โรฮานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เธอหยุดหายใจเล็กน้อย “ผมมีวิธีที่จะไม่ให้ใครมีสิทธิ์พูดแบบนั้น” ซินเธียขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงคะ” โรฮานสบตาเธอตรง ๆ “ถ้าเราจะแต่งงานกันจริง ๆ…มันจะไม่ใช่ข้อตกลงสามวัน” เขาหยุดเล็กน้อย “มันจะเป็การแต่งงานจริง” ความเงียบแทรกมาอีกครั้ง
ซินเธียมองเขาเหมือนกำลังพยายามอ่านว่าเขาพูดจริงหรือไม่ “คุณไม่รู้จักฉันเลย” โรฮานยิ้มบาง ๆ “ผมรู้พอแล้วว่าคุณเป็ผู้หญิงที่รักศักดิ์ศรีของตัวเองแม้จะไม่มีทางเลือก” เธอนิ่ง “และผมเชื่อว่าคุณไม่ทำชีวิตใครพังได้” เสียงเพลงดังขึ้นมาก ทำให้ทั้งคู่เดินหลบมาอีกทาง ซินเธียหลบสายตาเขาไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเบา ๆ “ฉันกลัวค่ะ” โรฮานไม่ได้หัวเราะ เขาพูดเพียงคำเดียว “ผมก็เหมือนกัน” คำตอบนั้นทำให้เธอเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาของทั้งสองคนสบกันอีกครั้ง และเป็ครั้งแรกั้แ่เริ่มบทสนทนา ซินเธียรู้สึกว่า ผู้ชายตรงหน้าไม่ได้ยื่นข้อเสนอเพราะความเมตตา แต่เพราะเขากำลังยืนอยู่ที่ทางแยกเดียวกับเธอ.
ซินเธียยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเหมือนกำลังรวบรวมความกล้า ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองโรฮานอีกครั้ง ดวงตาของเธอไม่ได้สั่นเหมือนก่อนหน้าอีกแล้ว แต่กลับสงบและชัดเจนราวกับคนที่ตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้ว “ถ้าฉันจะช่วยคุณ” เธอพูดช้า ๆ “คุณจะรับเงื่อนไขของฉันไหมคะ” โรฮานมองเธอนิ่ง “ผมกำลังฟังอยู่ครับ” ซินเธียสูดลมหายใจเบา ๆ ก่อนจะพูดออกมาทีละคำ “การแต่งงานนี้…จะเป็เพียงในนามเท่านั้น” เขาไม่ขัดจังหวะ “หนึ่งปี” เธอพูดต่อ “เราจะอยู่ในสถานะสามีภรรยาหนึ่งปีเท่านั้น หลังจากนั้นเราหย่ากันอย่างสงบ คุณอาจจะมีสัญญาระหว่างเรา”
โรฮานหรี่ตาลงเล็กน้อยเหมือนกำลังคิดตาม แต่ก็ยังไม่พูดอะไร ซินเธียพูดต่อทันทีเหมือนกลัวว่าจะเสียความกล้า “ภายในหนึ่งปีนั้น ฉันขอสอบชิงทุนไปเรียนต่อเมืองนอก” ดวงตากลมโตจ้องนัยต์ตาสีน้ำตาลเข้ม “ถ้าฉันได้ทุนไปเรียน ฉันจะออกไปใช้ชีวิตของตัวเอง และการแต่งงานของเราก็จะจบลงโดยไม่มีใครติดค้างใครค่ะ” โรฮานยังคงมองเธอเหมือนกำลังพยายามอ่านความคิดของเธอให้ลึกกว่าคำพูด ซินเธียเม้มริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะพูดเงื่อนไขต่อไป “อีกอย่างหนึ่งค่ะ” โรฮานยิ้มบางๆ “ต่อครับ”
“คุณห้ามเปิดเผยความจริงของฉัน” เธอพูดเสียงเบาแต่หนักแน่น “ไม่มีใครต้องรู้ว่าฉันมาจากฮาเวลี” โรฮานตอบทันทีโดยไม่ลังเล “ผมไม่เคยคิดจะเปิดเผยเื่นั้น” ซินเธียพยักหน้าเบา ๆ เหมือนคาดคำตอบนี้อยู่แล้ว เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามคำถามที่ยากที่สุด “และมีอีกเื่หนึ่งค่ะ”
โรฮานมองเธอรอ ซินเธียหลบสายตาเขาเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา “การแต่งงานครั้งนี้…มีค่าจ้างหรือไม่” คำถามนั้นทำให้บรรยากาศหยุดนิ่งทันที เธอรีบพูดต่อก่อนที่เขาจะเข้าใจผิด “ฉันไม่ได้ถามเพราะอยากได้เงิน” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย “แต่ถ้ามันเป็การจ้าง ฉันจะไม่ทำ” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง “ฉันจะไม่เปลี่ยนจากผู้หญิงในฮาเวลี ไปเป็ผู้หญิงที่ขายการแต่งงานของตัวเอง” โรฮานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ อย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “ดีแล้วที่คุณถาม” ซินเธียมองเขานิ่ง โรฮานตอบช้า ๆ “ไม่มีค่าจ้าง” เธอชะงักเล็กน้อย “เพราะผมไม่ได้กำลังจ้างภรรยา”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเธอสั่นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว โรฮานพูดต่อ “ผมกำลังขอความร่วมมือจากผู้หญิงคนหนึ่ง…ที่ผมเชื่อว่าจะรักษาคำพูดของตัวเองได้” ซินเธียเงียบ เขามองเธอจริงจัง “แต่ผมมีเงื่อนไขกลับเหมือนกัน” เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย “อะไรคะ” โรฮานตอบช้า ๆ “ถ้าเราจะแต่งงานกันในนามหนึ่งปี…คุณต้องเล่นบทนี้ให้สมบูรณ์”
“หมายความว่าอย่างไรคะ” โรฮานอมยิ้มเล็กน้อย “หมายความว่า” เขาพูดเรียบ ๆ “ต่อหน้าครอบครัวของผม ต่อหน้าสังคม และต่อหน้าคุณย่าของผม…คุณต้องเป็ภรรยาของผมจริง ๆ” ซินเธียมองเขานิ่ง “ไม่มีการแสดงครึ่ง ๆ กลาง ๆ” เวลาผ่านไปจวบ 30นาที ก่อนที่โรฮานจะถามคำถามสุดท้าย “หนึ่งปี…คุณแน่ใจหรือว่าพอสำหรับการสร้างชีวิตใหม่ของคุณ” ซินเธียมองไปที่ท้องฟ้ามืดด้านนอกระเบียง ก่อนจะตอบเบา ๆ
“หนึ่งปี…มากกว่าที่ฉันเคยมีมาตลอดชีวิตแล้วค่ะ” หลังจากความเงียบยาวนาน ซินเธียค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองโรฮานอีกครั้ง ดวงตากลมโตของเธอยังเต็มไปด้วยความลังเล แต่ไม่มีความกลัวเหมือนตอนแรกอีกแล้ว “หนึ่งปี” เธอพูดเบา ๆ “การแต่งงานในนาม หนึ่งปีเต็ม คุณรักษาสัญญาเื่อิสรภาพของฉัน และฉันจะทำหน้าที่ภรรยาของคุณต่อหน้าทุกคน” โรฮานพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาของเขานิ่งและจริงจัง “และผมจะไม่เปิดเผยอดีตของคุณ ไม่ว่ากับใคร” เขาตอบ ซินเธียสูดลมหายใจลึก ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ตกลงค่ะ” คำพูดสั้น ๆ นั้นเหมือนปิดข้อตกลงทั้งหมด โรฮานยื่นมือออกไปโดยไม่ลังเล ซินเธียมองมือของเขาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะวางมือของตัวเองลงไปในนั้น การจับมือครั้งนั้นไม่ใช่ความโรแมนติก แต่มันคือสัญญา
ทั้งคู่เดินกลับเข้าไปในห้องรับรองที่นายแม่สุชาดานั่งรออยู่ เธอเงยหน้าขึ้นทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของทั้งสองคน “ตกลงกันได้แล้วหรือ” น้ำเสียงของเธอเรียบแต่แฝงความระแวง โรฮานตอบตรง ๆ “ครับ เราจะแต่งงานกัน” ประโยคนั้นทำให้สุชาดาชะงักไปชั่วขณะ แม้เธอจะเป็คนเสนอเงื่อนไขนี้เองก็ตาม ดวงตาคมของเธอหันไปมองซินเธียทันที “เธอตัดสินใจดีแล้วหรือ” ซินเธียพยักหน้าเบา ๆ “ค่ะนายแม่”
ยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรต่อ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมห้อง “ถ้าอย่างนั้น เขาต้องจ่ายค่าน้ำนมก่อน” ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน ปาริกา แม่นมที่เลี้ยงดูซินเธียมาั้แ่เธอมาถึงฮาเวลี ยืนกอดอกอยู่ สีหน้าของเธอจริงจัง “ฉันเลี้ยงเด็กคนนี้มาเหมือนลูก” ปาริกาพูดตรง ๆ “ผู้ชายจะพาเธอออกไปแต่งงานทั้งที ต้องจ่ายค่าน้ำนมก่อน”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเงียบไปทันที โรฮานกำลังจะอ้าปากตอบ แต่นายแม่สุชาดายกมือห้ามก่อน “พอเถอะ ปาริกา” น้ำเสียงของนายแม่ไม่ดัง แต่เด็ดขาด ปาริกามองเธออย่างไม่พอใจ “แต่นายแม่—” นายแม่ส่งสายดุ “ฉันบอกว่าพอ” เธอพูดซ้ำช้า ๆ ก่อนจะหันมามองโรฮาน “ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เป็สินค้า” คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบลงอีกครั้ง สุชาดาวางแก้วชาลงก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “ถ้าพวกเธอตัดสินใจกันแล้ว ฉันก็จะไม่ขวาง” เธอมองซินเธียด้วยสายตาที่อ่านยาก “แต่อย่าทำให้ชื่อของตัวเองต้องมัวหมอง” โรฮานตอบทันที “จะไม่เกิดขึ้นครับ”
นายแม่สุชาดานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูด “งานแต่งต้องเรียบง่าย ไม่มีข่าว ไม่มีสื่อ ไม่มีคนรู้” เธอมองไปที่ผู้ช่วยของเธอ “พรุ่งนี้เช้า” เธอพูดชัด ๆ “ที่อารามวัดเก่า ห่างจากฮาเวลีไปยี่สิบกิโลเมตร” ซินเธียชะงักเล็กน้อย “พรุ่งนี้…เลยหรือคะ” สุชาดามองเธอนิ่ง “ถ้าจะออกจากที่นี่อย่างมีศักดิ์ศรี ก็ต้องทำให้ถูกต้องั้แ่ต้น” เธอหันไปมองโรฮานอีกครั้ง “คุณกลัวหรือเปล่า คุณโรฮาน” ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ อย่างสงบ “ไม่เลยครับ” นายแม่สุชาดาพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“ดีมากเพราะพรุ่งนี้เช้า…เธอจะกลายเป็ภรรยาของเขาอย่างถูกต้องตามประเพณี” คำพูดนั้นทำให้ซินเธียยืนนิ่งอยู่กับที่ หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน อีกไม่ถึงสิบสองชั่วโมง ชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล.คืนนั้น ภายในห้องนอนส่วนตัวของนายแม่สุชาดา แสงไฟสีอำพันจากโคมระย้าสะท้อนประกายจากเครื่องเพชรที่ถูกนำมาวางเรียงอยู่บนโต๊ะเตี้ยกลางห้อง กล่องกำมะหยี่สีเข้มถูกเปิดออก เผยให้เห็นชุดเครื่องเพชรสองชุดที่ส่องประกายระยิบระยับ ปาริกาวางกำไลทองคำหนักสองวงลงข้าง ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองนายแม่อย่างไม่เข้าใจ “ทำไมนายแม่ยอมปล่อยเธอไปคะ”
คำถามนั้นทำให้สุชาดาหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะของเธอไม่ได้แสดงความเสียดายแม้แต่น้อย เธอหยิบสร้อยเพชรขึ้นมาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมันลงอย่างแ่เบา “สิ่งที่ฉันตัดสินใจในคืนนี้” เธอพูดช้า ๆ “มันจะทำให้ความหวังของฉัน…เป็จริงในที่สุด” ปาริกาขมวดคิ้ว มองไปที่เตียงด้านข้างซึ่งมีชุดแต่งงานสีแดงสดวางพาดอยู่ ผ้าเนื้อดีราคาแพงปักลายด้วยด้ายทองอย่างประณีต
“นายแม่คิดอะไรอยู่กันแน่คะ” เธอถามอย่างระวัง “ทำไมถึงดูดีใจกับเื่นี้นัก” สุชาดาไม่ได้ตอบทันที เธอลุกขึ้นช้า ๆ แล้วเดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกส่องตัวบานใหญ่ เงาของเธอสะท้อนอยู่ในนั้นอย่างสง่างาม เธอมองตัวเองครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ฉันรู้ว่าพวกเขาจะยอมแต่งงานกัน” ปาริกาหันมามองทันที “ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนที่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ และซินเธียก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมเดินออกไปโดยไม่มีเงื่อนไข” นายแม่สุชาดายิ้มบาง ๆ “การแต่งงานครั้งนี้…ต้องมีเงื่อนไขแน่นอน” เธอเอื้อมมือไปแตะกรอบกระจกเบา ๆ “และเมื่อคนสองคนที่แทบไม่รู้จักกัน ต้องมาใช้ชีวิตใกล้ชิดกันแบบนั้น” เสียงของเธอนิ่งและลึกขึ้น “ความจริงของพวกเขาจะค่อย ๆ เปิดออก” ปาริกาฟังเงียบ ๆ นายแม่สุชาดาหันกลับมา มองไปที่ชุดเ้าสาวสีแดงบนเตียง “ไม่นานนัก พวกเขาจะเจอกับปัญหาที่ใหญ่เกินกว่าจะรับมือได้” เธอพูดอย่างมั่นใจ “และเมื่อถึงวันนั้น…” นายแม่สุชาดาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มอย่างคนที่มองเห็นอนาคตล่วงหน้า “ซินเธียจะต้องกลับมาที่นี่”
ปาริกานิ่งไป “กลับมา…ที่ฮาเวลี” นายแม่สุชาดาเดินกลับมาที่โต๊ะ หยิบกำไลทองขึ้นมาหมุนเล่นเบา ๆ “แต่ในวันนั้น เธอจะไม่ได้กลับมาในฐานะเด็กสาวที่อยากหนีออกไปอีกแล้ว” เธอวางกำไลลงช้า ๆ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความตั้งใจ “เธอจะกลับมา…เพื่อรับ่ดูแลฮาเวลีแห่งนี้แทนฉัน” ในห้องเงียบลงอีกครั้ง แต่รอยยิ้มของนายแม่สุชาดายังคงอยู่ เหมือนคนที่เพิ่งวางหมากตัวสำคัญลงบนกระดานเรียบร้อยแล้ว.