บทที่11
ความฝันของเด็กชาย
เช้าวันถัดมาหยางป๋อตื่นขึ้นั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างนาฬิกาในบ้านยังแสดงเวลาเพียงแค่ตีห้า เขาหยิบชุดธรรมดาที่ดูดีและเหมาะสมมาสวมใส่เลือกเสื้อผ้าสีเรียบแต่มีรสนิยมที่สะท้อนถึงความเรียบร้อยเมื่อลงมาจากบ้านก็คว้าเสื้อคลุมและหมวกอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเดินออกไปยังลานหน้าบ้าน
พ่อแม่และน้องสาวของเขายืนอยู่ที่หน้าบ้านเห็นเขากำลังเตรียมตัวออกจากบ้านใน่เวลาตรู่จึงหากันมองอย่างสงสัยในใจของพวกเขาก็เต็มไปด้วยคำถามว่าทำไมถึงต้องเร่งรีบออกจากบ้านแต่เช้าขนาดนี้
"ลูกชายของแม่จะไปไหนั้แ่เช้าตรู่แบบนี้"นางหลิวหู่ถามด้วยความสงสัยขณะยืนอยู่ที่หน้าบ้าน
หยางป๋อหันมาหาแม่และยิ้มอย่างอบอุ่น"ผมแค่จะเข้าไปในเมืองนิดหน่อยครับ ผม้าซื้อของบางอย่างและยังมีเื่ที่อยากทำ"
"พี่ชายจะไปซื้ออะไรเหรอคะ"หยางเสี่ยวเจียงน้องสาวของเขาถามขึ้น
"พี่ตั้งใจจะซื้ออาหารเช้าให้พวกเราน่ะพี่ชอบน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาก” หยางป๋อตอบ
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปเถอะเดี๋ยวแม่จะทำกับข้าวรอ ลูกกลับมาจะได้กินกันเลย” นางหลิวหู่กล่าว
“ครับผมจะรีบไปรีบกลับ” หยางป๋อพูดจบก็เดินตรงไปยังจุดขึ้นเกวียณของหมู่บ้านทันที
เมื่อมาถึงตลาดที่แรกที่เขามุ่งตรงไปก็คือร้านน้ำเต้าหู้ที่อยู่ในตรอกเล็กๆกลิ่นหอมกรุ่นของน้ำเต้าหู้ลอยออกมาจนถึงหน้าตรอกนั่นก็แสดงว่าน้ำเต้าหู้ต้มเสร็จและพร้อมที่จะขายแล้วเพียงแค่มองจากระยะไกลเขาก็เห็นเ้าของร้านแสนสวยกำลังยื่นคนหม้อน้ำเต้าหู้อย่างขะมักเขม้น
ขณะที่เดินเข้าไปในร้านก็พบว่าที่ร้านยังคงเป็เหมือนเดิมมีเด็กชายวัยห้าขวบยืนอยู่หน้าร้านกำลังช่วยแม่ของเขาปั้นแป้งและทอดปาท่องโก๋เด็กชายดูขยันขันแข็งและเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นนี่เป็ภาพที่ทำให้หยางป๋อรู้สึกประทับใจเป็อย่างมาก
จางเสวียอี้ที่พบหยางป๋อตอนที่เขามาซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋เมื่อวานดูเหมือนจะจำเขาได้อย่างดีแม้ว่าในวันนี้เขาจะไม่ได้สวมชุดทหารอย่างที่เห็นเมื่อวานก็ตามเด็กชายทำหน้าผิดหวังเล็กน้อยเมื่อเห็นหยางป๋อในชุดธรรมดาแต่มันก็ไม่ทำให้หยางป๋อรู้สึกแย่ เขายิ้มให้กับเด็กชายและกล่าวทักทาย
“สวัสดีน้องชายวันนี้มาซื้อของเหมือนเดิม” หยางป๋อพูดด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็มิตร
จางเสวียอี้มองไปที่หยางป๋อด้วยความผิดหวังเล็กน้อย“คุณลุงวันนี้ไม่ใส่ชุดทหารเหรอครับ เมื่อวานคุณลุงดูเท่มากเลย”
หยางป๋อหัวเราะเบา ๆก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจ “่นี้ลุงอยู่ใน่ลาพักไม่จำเป็ต้องใส่ชุดทหาร แต่ถ้าหลานชายอยากเห็นชุดทหารของลุงอีกครั้งลุงจะใส่มาให้ดูในวันที่เดินทางกลับค่ายนะ แบบนี้ดีไหม”
“จริงเหรอครับขอบคุณมากเลยครับคุณลุง” คำตอบของหยางป๋อทำให้จางเสวียอี้ดีใจและมีความสุขมากเขาพยักหน้าอย่างพอใจและยิ้มให้กับหยางป๋อ
ระหว่างที่เด็กชายพูดคุยกับหยางป๋อเว่ยเถียนเถียนก็ยุ่งอยู่กับการตักน้ำเต้าหู้ใส่ขวดเธอจัดการกับทุกขั้นตอนด้วยความชำนาญและรวดเร็วก่อนจะยิ้มให้กับหยางป๋อและกล่าวทักทาย
“สวัสดีค่ะวันนี้ก็มีน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋อร่อย ๆ เช่นเคยค่ะ”
หยางป๋อรับน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ด้วยมือทั้งสองข้างและเมื่อเขาหันไปเห็นว่าจางเสวียอี้ยังยืนอยู่ข้าง ๆ เขาก็พูดกับเด็กชายอีกครั้ง“ที่อยากเห็นลุงใส่ชุดทหารก็เพราะว่าอยากเป็ทหารใช่ไหม”
“ใช่ครับผมเคยได้ยินคนในหมู่บ้านพูดกันว่าทหารเป็อาชีพที่มีเกียรติมาก” จางเสวียอี้ตอบ
เว่ยเถียนเถียนได้ยินบทสนทนาและเห็นลูกชายของเธอยิ้มแย้มจึงรู้สึกดีใจเธอกล่าวขอโทษหยางป๋อที่ลูกชายของเธอพูดมากไป “ขอโทษค่ะลูกชายของฉันพูดมากไปหน่อยนะคะ ฉันหวังว่าคุณจะไม่ถือสา”
“ไม่เป็ไรเลยครับ เด็กๆ ทุกคนมักจะมีความฝันของตัวเอง ถ้าเขาอยากเป็ทหารก็เป็เื่ที่ดีครับ” ชายหนุ่มตอบพลางหันมายิ้มให้เด็กน้อยอีกครั้ง
คำพูดของหยางป๋อทำให้เว่ยเถียนเถียนรู้สึกโล่งใจเธอพยักหน้าและยิ้มให้กับเขา “ขอบคุณมากค่ะ”
ในขณะที่สายตาของทั้งคู่สบกันหญิงสาวก็รู้สึกถึงความอบอุ่นและห่วงใยที่สะท้อนจากดวงตาของเขาความรู้สึกนี้เป็สิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเธอไม่เข้าใจว่าเหตุใดสายตาของเขาถึงสามารถทำให้เธอรู้สึกไว้ใจได้อย่างแปลกประหลาดราวกับว่ามันมีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยและสบายใจ
หยางป๋อเองก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรู้สึกที่เพิ่มขึ้นในใจของเขาได้เขายิ่งได้ใกล้ชิดกับเธอมากขึ้นเท่าไรความรู้สึกของเขาก็ยิ่งลึกซึ้งและชัดเจนมากขึ้นเท่านั้นเขาไม่เคยเลยที่จะคิดรังเกียจว่าเธอเป็หม้ายหย่าสามีและยิ่งไปกว่านั้นยังเอ็นดูลูกชายของเธอเป็อย่างมาก
หลังจากที่หยางป๋อเดินออกจากร้านไปแล้วจางเสวียอี้ก็ไม่สามารถหยุดพูดถึงเขาได้เขาหันไปหาแม่ด้วยดวงตาที่เปล่งประกายความตื่นเต้น
"แม่ครับผมอยากเป็ทหารเหมือนคุณลุง" เขาพูดอย่างมีความหวัง
เว่ยเถียนเถียนมองลูกชายด้วยความอ่อนโยนและรู้สึกอบอุ่นในใจเธอรู้ดีว่าเด้กน้อยมีความฝันและความปรารถนาอย่างแท้จริงเมื่อจางเสวียอี้พูดถึงหยางป๋อนั้นก็ไม่ได้เพียงแค่ชื่นชมเพราะเห็นเขาเป็ทหารแต่เพราะเขารู้สึกว่าลุงคนนั้นเป็แบบอย่างที่ดีและเป็คนที่มีจิตใจดี
"แม่คับคุณลุงเท่มากเลยนะครับ เขาทั้งใจดีและน่าเคารพต่อให้ไม่ได้ใส่ชุดทหารในวันนี้แต่ก็ยังดูดีมาก และที่สำคัญเขาพูดกับเราดีมากๆด้วย" เสวียอี้กล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างร่าเริง
"เสวียอี้ถ้าลูก้าที่จะเป็ทหารจริงๆ แม่จะสนับสนุนลูกอย่างเต็มที่"เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและเอาใจใส่
"ขอบคุณครับแม่ผมจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ได้เป็ทหารอย่างคุณลุง" เขาพูดด้วยความตื่นเต้น
“ว่าแต่...ผมต้องทำยังไงหรอครับ”จางเสวียอี้ถามอย่างสงสัย
เว่ยเถียนเถียนได้ยินคำถามแล้วก็หัวเราะให้กับความไร้เดียงสาของลูกชายเบาๆ ก่อนจะตอบไปว่า “สิ่งแรกเลยก็คืออีกไม่กี่ปีเสวียอี้ของแม่ก็จะถึงเวลาที่ต้องเข้าโรงเรียนแล้วดังนั้นแม่จะพาไปสมัครเรียนก่อน เสวียอี้ต้องตั้งใจเรียนรู้ไหมส่วนเื่การเป็ทหารหากว่าพวกเราพบกับคุณลุงอีกครั้งก็ค่อยถามคุณลุงนะ”
“ครับแม่”จางเสวียอี้รับคำ
เว่ยเถียนเถียนยิ้มให้กับลูกชายและััได้ถึงความมุ่งมั่นที่เขามีเธอรู้ดีว่าการที่จะสนับสนุนและส่งเสริมลูกชายในทุกๆ ความฝันของเขาเป็สิ่งสำคัญเธอหวังว่าการที่ลูกชายได้รับแรงบันดาลใจจากคุณลุงคนที่เขาชื่นชมจะทำให้เขามีความมุ่งมั่นตั้งใจและความพยายามในการทำตามความฝันของตัวเอง