"ฉินหยาง"ตื่นขึ้นมาลงไปหาไรกิน วันนี้เค้าจะออกไปล่าสัตว์เพื่อเอามาขาย เค้าต้องรออีกหนึ่งเดือนกว่าสำนักเมฆครามจะมา เค้ากินเสร็จก็รีบ ไปซื้อของจำเป็ และได้ซื้อดาบราคาถูกมาด้วย ออกไปนอกเมือง ป่าแบ่งออกเป็ ชั้นนอก ชั้นใน ชั้นกลาง ชั้นนอกนั้น ปลอดภัย เค้าต้องเข้าไปที่ชั้นใน มีสัตว์อสูรขั้นหนึ่งกับสอง สัตว์อสูรขั้นที่สามหาไม่เคยเจอ
"ข้าสามารถฆ่าสัตว์อสูรขั้นสองได้ แต่ขั้นสามน่าจะพอรับมือใหวแต่น่าจะสู้ได้แต่น่าจะฆ่ายาก "
คิดได้เช่นนั้นเค้าก็รีบวิ่งเข้าไปในป่า ตามทางที่ผ่านมาเต็มไปด้วยตัวไม้
เสียงสัตว์ป่าคำรามเป็ระยะ ขณะที่"ฉินหยาง"ได้ไปเห็นหมีดำตัวใหญ่
ที่เต็มไปด้วยาแ มันกำลังวิ่งหนีเสือตัวหนึ่ง ลำตัวเต็มไปด้วยกล้าม
กรงเล็บคบราวกับดาบ มีเขี้ยวที่แหลมคม เสือตัวนั้นพุ่งเข้าไปหาหมีอย่างรวดเร็ว กรงเล็บอันแหลมคมข่วนไปที่หลัง คมเขี้ยวกัดไปที่ลำคอ
แล้วค่อยหมดลมหายใจ"ฉินหยาง"ได้เดินเข้าไปใกล้ๆ เสือตัวนั้นหันกลับมามอง แยกเขี้ยวใส่เค้าแล้วพุ่งเข้าไปหมายจะกัดที่คอ "ฉินหยาง"ได้เตรียมใจไว้แล้ว เค้าชักดาบที่เข้าซื้อมาเมื่อเช้า พุ่งเข้าไปฟันที่ลำคออย่างแม่นยำ หัวเสือลอยกระเด็นไปติดกับต้นไม้ "ฉินหยาง"ได้ถอนหายใจ
"ถึงจะหน้ากลัวไปบ้างแต่เดี๋ยวก็ชินไปเอง วันนี้โชคดีได้เจอหมีดำล่ะเสือเขี้ยวขาว อุ้งเท้าหมีสามารถขายได้ยี่สิบสองเหรียญ หนังสามารถไปทำเสื้อเกราะได้ เขี้ยวเสือเป็ของหายากขายได้ห้าสิบเหรียญ หนังเนื้อพวกนี้สามารถขายได้หมด"
"โชคดีที่มีของเก็บตัว ไม่งั้นคงเอาไปไม่หมดแน่"
เค้าได้ชำแหละอย่างรวดเร็ว แล้วเดินต่อไปเค้าเดินเข้าไปเรื่อยไปเก็บสมุนไพรก็ไม่น้อย เดินไปที่ผาสูงชันมีต้นหญ้าชนิดหนึ่ง ลำตัวเต็มไปด้วยสีแดงชาด
"นั้นคือดอกเพลิงแดง เป็สมุนไพรขั้นสูงไม่คิดว่าจะมาเจอ ถ้าข้าหลอมรวมเข้าไปข้าน่าจะบรรลุได้ขั้นหนึ่ง"
แต่เค้าไม่รีบร้อนเข้าไปหยิบโดยตรง เค้าหลบอยู่หลังต้มไม้ค่อยดูสถานการณ์รอบๆ เค้าได้ยินเสียงนกร้องอยู่บนฟ้า เค้าก็เงยหน้าขึ้นมองเห็นนกอินทรีขนาดใหญ่ นั้นคือนกอินทรีปีกเหล็ก ปีกมันแข็งราวกับเหล็ก มันมีความเร็วเป็อย่างมาก มันลงมาเกาะที่หน้าผ่า มองไปรอบๆ ค่อยหาสัตว์ที่จะมาแย่งต้นหญ้าเพลิงแดง "ฉิงหยาง"เห็นเช่นนั้นก็กลืนน้ำลงคอ
"ถ้าฆ่านกตัวนี้ได้ ข้าคงรวยแน่ แต่ปีกข้างหนึ่งก็ขายได้มากกว่าเสือทั้งตัวอีก"
"ฉินหยาง"ตาเป็ประกายวิบวับ เค้าเริ่มวางแผน เค้ากระต่ายมาหนึ่งตัวมา บ่อยให้มันวิ่งเพื่อให้ล่อให้มันลงมา เมื่อนกอินทรีปีกเหล็กเห็นก็พุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว เค้าเห็นเช่นนั้นก็ได้ค่อยๆ เดินไปไกล้เพื่อจะฟันในกระบวนท่าเดียว เมื่อนกบินลงมาเรื่อยๆ "ฉินหยาง"เห็นจังหวะพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว คมดาบเฉือนไปที่ลำคอ"ฉินหยาง"ทุ่มสุดตัวใส่พลังไปที่ดาบ คมดาบผ่านลำคอไปอย่างง่ายดาย หัวตกไปที่พื้น สีหน้ายังไม่เปลี่ยนราวกับไม่รู้ว่าตัวเองได้ตายแล้ว "ฉินหยาง"นั่งหอบหายใจอย่างแรงเพราะเค้าพึ่งได้สัตว์อสูรที่เกือบจะเลื่อนขั้นเป็ขั้นที่สาม เค้าปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว "ฉินหยาง"ได้รีบปีนผาเก็บดอกเพลิงแดง เค้าะโลงมาเก็บซากศพใส่มิติ แล้ววิ่งไปอย่างไว้ เมื่อเค้าจากไปได้ไม่นานมีสัตว์อสูรเข้ามามากมาย "ฉินหยาง"วิ่งมาหลายชั่วยามกว่าจะหยุด เค้าได้เห็นถ้ำเค้าได้เข้าไปหลบก่อนจะตรวจดูของที่ได้มา
"ฮ่าๆๆ ข้ารวยแน่ถ้าขายนกอินทรีปีกเหล็กน่าจะได้หลายร้อยเหรียญ"
"ฉินหยาง"หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่จะหันไปมองดอกเพลิงแดง
"ถ้าหลอมรวมแล้วน่าจะเพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น"
เค้ายังไม่รีบหลอมรวมทั้งที่ เค้าออกไปข้างนอกหากิ่งไม้มาก่อกองไฟ
เพื่อย่างเนื้อ ถึงจะไม่มีเครื่องปรุงมาก แต่เค้าได้เก็บสมุนไพรมาจำนวนมาก สมุนไพรบางชนิดมีรสชาติเหมือนเครื่องปรุงจากโลกเดิน เค้ารีบปรุง เนื้อสัตว์อสูรก็สามารถเสริมกายได้ เนื้อสัตว์อสูรมีพลังงานอยู่มาก ถ้ากินเข้าไปจะเสริมร่างกายเป็อย่างมาก ถ้าได้กินสัตว์อสูรทที่มีสายเืบริสุทธิ์ ไม่ใช่แค่เสริมร่างกายอย่างเดียวสามารถเพิ่มพลังิญญาได้เป็อย่างดี "ฉินหยาง"ได้เสียบเนื้อแล้วลงไปย่างไฟอ่อนๆ
เมื่อเวลาผ่านไป กลิ่นหอมก็ลอยออกมา เค้าถึงกลับน้ำลายใหล เมื่อเนื้อสุก เค้าได้รีบเอาเข้าปาก กลิ่นหอมไฟอ่อนๆ เนื้อนุ่มฉ่ำ รสชาติเค็มอ่อนๆ
กำลังพอดี เนื้อมีความหวานจากน้ำมันที่แทรกออก "ฉินหยาง"ตาเป็ประกาย รีบยัดเนื้อทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เค้านั่งพิงผนังถ้ำ ด้วยความพอใจ
"เฮ้อ.. นี้คือรสชาติที่ข้า้า ถึงอาหารที่โรงเตี๊ยมจะดีแต่ก็ไม่เท่าที่ข้าปรุงเอง"
"ฉินหยาง"ถอนหายใจอย่างคิดถึง
"นี่ท่านจักพรรดินิเยเหยาถ้าข้าได้เจอข้าจะย่างเนื้อให้ท่าน แล้วท่านจะติดใจแน่นอน"
เค้าพูดกับกระจกที่อยู่ข้างใน แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา เค้าก็ไม่สนใจเค้าแค่พูดไปเพราะมีใครให้พูดด้วย "ฉินหยาง"ได้หยิบดอกเพลิงแดงออกมา
เค้านั่งสมาธิหลอมรวม ดอกเพลิงแดงมีพลังิญญามาก เค้าค่อยไปบีบอัดแล้วหลอมรวมเข้าไปในร่างกาย "ฉินหยาง"รู้สึกเ็ปตามที่พลังิญญาแทรกซึมเข้าไป แม้เค้าจะฝึกหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยชิน
"ฉินหยาง"ใช้เวลาฝึกทั้งคืน เค้าลืมตาขึ้นมาพลังิญญากระจายไปทั่ว
ทิ้งรอยคมดาบไวตามผนังถ้ำ "ฉินหยาง"ได้มองเข้าไปที่มือตัวเอง เค้าฝึกวิชาตัด์ได้ถึงขั้นต้นแล้ว สามารถปล่อยคลื่นดาบออกจากดาบได้
ถึงระยะจะไม่ใกลมากแต่ก็พอแล้ว "ฉินหยาง"ยิ้มอย่างพอใจ
"เ้าฝึกวิชาไร ทำไมถึงได้แปลกประหลาดเช่นนี้"
เสียงใสไพเราะ แต่เ็า ดังออกมาจากกระจก
"ข้าเองก็ไม่รู้ ข้าได้มาจากตราแห่งไม้"
"ฉินหยาง"ตอบไปตามความจริง
"วิชาที่เ้าฝึกถึงจะแปลกไปหน่อย แต่ก็ไม่มีขอบเขต สามารถบรรลุได้เรื่อยๆ แต่ต้องแรกมาด้วยความเ็ป ต้องมีเจตจำนงแน่วแน่ แล้วเหตุใดเ้าจึงฝึกวิชา"
"จักรพรรดินีเยเหยา"ถามอย่างสนใจ
"เพราะข้าไม่มีทางเลือก ก่อนที่จะฝึกข้าก็แค่เด็กกำพร้า เมืองที่ข้าอยู่ถูกทำลายเพราะพวกเขาแค่แย่งอาวุธกัน ข้าเร่ร่อนไปมาจนมาเป็ทานตัวน้อยๆ "
"ไม่มีอาหารจะกิน เลยเดินเข้าไปในป่าเพื่อหาของกิน แต่ใครจะไปรู้ว่าจะเจอกับโจรที่ปล้นคนรวย พวกเขาพยายามจะฆ่าข้าแต่ข้ากับรอดมาได้เพราะตราแห่งไม้ ทำให้ข้าตื่นมีความแข็งแกร่งเท่านั้นถึงข้าจะรอดได้"
"ฉินหยาง"พูดอย่างสงบนิ่งราวกับไม่เื่ของคนอื่น "จักพรรดินีเยเหยา"เงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะพูด
"แล้วเ้าอยากแข็งแกร่งไปเพื่ออะไร"
"ฉินหยาง"สับสนเค้าไม่รู้ว่าเค้าจะแข็งแกร่งเพื่อไร เค้าก็แค่อยากมีชีวิตรอดแล้วใช้ชีวินสบาย แต่มันจะได้จริงหรอ เค้าคิดไปสักพัก
"ตอนแรกข้าก็แค่อยากมีชีวิตรอด แต่ตอนนี้ข้าอยากจะไปถึงจุดสูงสุด เพื่อที่จะได้ให้ใครสามารถฆ่าข้าได้"
"ฉินหยาง"ตอบอย่างมั่นคง ไม่หวั่นไหวแม้แต่นิดเดียว"จักพรรดินีเยเหยา"เงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบ
"ข้ามีวิชาหนึ่ง สามารถหายตัวได้เป็เวลาสันๆ ได้ เปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกได้ ล่ะมีความรวดเร็วมาก"
เมื่อนางพูดจบ ก็มีแสงส่องออกมาจากกระจก เข้าไปไหนหัวของ"ฉินหยาง"
"เนื่องจากกระจกมีความเสียหายเป็อย่างมาก ทำได้แค่ส่งวิชาเดียวเท่านั้น"
นางพูดด้วยน้ำเสียงเ็าเหมือนเดิม"ฉินหยาง"นั่งนิ่งไม่รู้จะพูดคำใดดีทำได้เพียงพูดคำว่า "ขอบคุณ" คำเดียว
"ข้าหวังเ้าจะมีชีวิตรอดมาคืนกระจกให้ข้า แล้วข้าจะรอเ้ามาย่างเนื้อให้ข้า"
เมื่อนางพูดจบก็ไม่มีเสียงอีกเลย "ฉินหยาง"นั่งมองกระจกยิ้มอย่างสดใส
"ข้าจะตอบแทนเ้าแน่นอน"
"ฉินหยาง"พึมพำอยู่ในใจ เค้าได้นั่งสมาธิทั้งคืน เค้าได้ลืมตาขึ้นมามีแสงส่องผ่านหน้าถ้ำ ทำให้ถ้ำอันมืดมิดสว่างถึงมาทั้งที่ "ฉินหยาง"ได้เดินออกไป แสงส่องกระทบบนตัว ความอบอุ่นทำให้รู้สึกสบาย "ฉินหยาง"ได้เดินไปเรื่อยๆ ไปได้ยินเสียงนกร้องเบาๆ ลมพัดโชยมาให้ทำสบายใจ "ฉินหยาง"เดินเล่นไปตามทาง แล้วค่อยเอานกอินทรีปีกซำแหละ และได้ก่อกองไฟย่างเนื้อกิน แล้วค่อยนั่งฝึกวิชาที่ได้มา
วิชาเหินฟัา ไม่ว่าจะหลบหนี แทรกซึน หรือลอบสังหารได้อย่างง่ายดาย
"ข้ามีวิชาทำไรก็สะดวกขึ้นเยาะ"
"ฉินหยาง"ได้ฝึกวิชาเหินฟ้า เมื่อเวลาผ่านไปเค้าก็สามารถฝึกได้สำเร็จ
เค้าได้ลงขึ้นยืน แล้วลองใช้ดู หน้าตาค่อยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากชายหนุ่มรูปหล่อ กลายเป็ชายชรา "ฉินหยาง"ลองความเร็วเค้าพุ่งไปอย่างรวดเร็ว ความเร็วของเค้าเร็วกว่าสองเท่า
"ฮ่าๆๆ"
"ฉินหยาง"วิ่งไปรอบๆ อย่างสนุกสนาน เค้าได้ไปเห็นหมู่ป่ากำลังกินหญ้าอยู่ เค้าใช้วิชาเหินฟ้าหายตัวเดินไปใกล้ๆ เค้าเดินไปอยู่ข้างๆ แต่หมู่ป่าตัวนั้นก็ไม่ได้หันมามอง ราวกับไม่เห็นอะไรเลย เค้ายิ้มอย่างตื่นเต้น แค่มีวิชานี้ก็สามารถทำได้หลายอย่าง
ลำธารแห่งหนึ่งมีชายหนุ่มรูปงามกำลังนั่งแช่น้ำอยู่ข้างริมน้ำ กล้ามเนื้อไม่เยาะมากแต่สมบูรณ์แบบ ผมเปียกน้ำตกมาที่ไหล่ หน้าตาหล่อ สายตาสงบ "ฉินหยาง"ได้อยู่ในป่าเป็เวลานานความสามารถของเค้าเพื่อขึ้นอย่างมาก เค้าไม่ใช้ขอทานอีกต่อไป เค้าได้บรรลุขั้นสร้างรากฐานขั้นต้นได้สำเร็จ
"อีกไม่กี่วันสำนักเมฆครามจะมารับคนเข้าสำนัก"
"ถึงเวลาแล้วกลับแล้วสิน่ะ"
"ฉินหยาง"ได้สวมเสื้อผ้าแล้วเดินกลับเข้าเมือง เค้ามาถึงเมืองอู่หลงผ่านประตูเข้ามา "ฉินหยาง"เดินไปตามทางรอบข้างมีแต่ผู้คนหลากหลาย บ่างคนมาจากเมืองข้างๆ บ่างคนมาจากหมู่บ้านห่างไกล หวังว่าจะมีโชควาสนาได้เข้าสำนัก
"ฉินหยาง"ได้เดินไปตามทางถึงเค้าจะอยู่เดินอย่างเงียบแต่หน้าตาที่หล่อ ทำให้เค้าโดดเด่น เค้าเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมเลือกนั้งที่ริมหน้าต่าง เค้าได้สั่งสุราจำนวนมาก เด็กเสิร์ฟไม่แปลกใจ เพราะ"ฉินหยาง"ได้เข้ามาขายของในเมืองแล้วมาสั่งสุราจำนวนมาก เค้ารอไม่นานอาหารก็มาเสริฟ นั้งเค้าจิบและค่อยฟังเสียงที่คุยกันรอบๆ