เมื่อได้สถานที่พักของขุมกำลังแล้ว ลั่วอู่หลินก็เดินกลับขึ้นมาและฝึกฝนพวกสองพี่น้องที่อาบน้ำเสร็จในทันใด ต้องบอกก่อนว่าหลังจากอาบน้ำแล้วพวกเขาดูดีขึ้นมาไม่น้อยหรืออาจจะเรียกว่าหล่อเหลาและงดงามเลยก็ว่าได้ ทั้งคู่ดูมีสง่าราศีราวกับลูกขุนนางเลยทีเดียว
ลั่วอู่หลินเริ่มอธิบายและถ่ายทอดวิชาผ่านจิตให้กับทั้งสองในทันที เคล็ดวิชาเงาจันทราสังหารนับว่าเข้าใจง่ายอย่างยิ่ง เพียงแค่ทั้งสองต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับความมืดและต้องควบคุมลมปราณของตนเองให้เบาบางลงจนกระทั้งไม่มีใครััถึงการมีอยู่ได้ หากจะกล่าวให้ถูกก็คือฝึกการควบคุมลมปราณของตนเองให้ชำนาญนั่นเอง
ส่วนการบ่มเพาะของทั้งสองแน่นอนว่าทักษะนี้มีคำว่าจันทราอยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องบ่มเพาะในเวลากลางคืนเท่านั้นเพื่อซึมซับพลังของดวงจันทร์และทำความเข้าใจพลังไปในตัว ซึ่งทั้งสองต่างก็ตั้งใจฝึกเป็อย่างมากเนื่องจากโอกาสในการเป็ผู้ฝึกตนนั้นไม่ได้หากันได้ง่ายๆ พระคุณที่ลั่วอู่หลินมอบให้ทั้งสองพี่น้องรู้สึกทราบซึ่งเหลือเกิน ในชีวิตนี้พวกเขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ทรยศผู้เป็นายคนนี้อย่างเด็ดขาด
ในขณะที่ทั้งสองกำลังฝึกฝนอยู่นั้นลั่วอู่หลินก็พลันนั่งมองอย่างพึงพอใจ ทักษะนี้ที่ไฉ่เยว่เอ๋อมอบให้เป็ประโยชน์มากทีเดียวสำหรับพี่น้องสองคนนี้ การบ่มเพาะของพวกเขาเพียงคืนเดียวก็รุดหน้าไปมาก นี่ถ้าทักษะนี้ไม่มีจุดอ่อนตรงที่ไม่สามารถบ่มเพาะไปได้ไกลกว่าระดับกษัตริย์คงจะเป็ทักษะหนึ่งที่ไร้เทียมทานมากเป็แน่แท้
"วาบ"
สองพี่น้องลืมตาขึ้เมื่อสิ้นสุดการบ่มเพาะพวกเขาพากันคุกเข่าให้กับลั่วอู่หลินอย่างจริงใจ ในชีวิตนี้พวกเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้เป็ผู้ฝึกตน การที่ตัวเองมีพลังราวกับจะทำทุกอย่างได้ช่างเป็ความรู้สึกที่วิเศษและแปลกใหม่นัก แต่พวกเขาก็ไม่ได้หลงลำพองตนแต่อย่างใด
"นับว่าทักษะนี้เขากับพวกเ้าพี่น้องมาก หนึ่งปีต่อจากนี้ให้พวกเ้าจะต้องฝึกตนให้ถึงระดับแม่ทัพให้ได้ ส่วนเื่อาหารการกินนั้นจงใช้พลังของตนเองหาเอา นี่ถือเป็การฝึกพวกเ้าไปในตัว"น้ำเสียงของลั่วอู่หลินเต็มไปด้วยความจริงจัง ทั้งสองที่ได้ยินพลันทำความเคารพและกล่าวตอบรับอย่างนอบน้อม
"เช่นนั้นก็ไปพักผ่อนเถอะ ข้าเองก็ต้องไปแล้วเช่นกันแล้วข้าจะกลับมาดูพวกเ้าฝึกฝนเป็ระยะๆ"
"รับทราบขอรับ/เ้าค่ะ"ทั้งสองคนเข้าไปยังโพลงไม้และลงไปเลือกที่พักของตนเองในทันที แต่ทว่าพวกเขาจะพักผ่อนจริงๆน่ะหรือ ไม่ใช่อย่างแน่นอน เพื่อไม่ให้นายท่านต้องผิดหวังตลอดทั้งคืนนั้นพวกเขาบ่มเพาะกันตลอดทั้งคืน
ส่วนลั่วอู่หลินนั้นก็กลับวังอย่างรวดเร็วเพราะมันดึกมากแล้ว วันนี้สำหรับเขานับว่าเป็การเริ่มต้นที่ดีสำหรับก่อตั้งขุมกำลัง แม้ตอนนี้จะยังไม่เป็รูปเป็ร่างแต่เขามั่นใจเลยวาอีกไม่นานขุมกำลังนี้จะต้องยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน
"นี่พี่สาว ท่านว่าหากข้าแข็งแกร่งขึ้นมากพอข้าจะได้เจอท่านพ่อกับท่านแม่ไหมนะ"ระหว่างทางเขาบ่นพึมพำ แต่ไร้ซึ่งคำตอบของนางเซียนไฉ่เยว่เอ๋อ คำถามนี้เป็เื่ของโชคชะตาซึ่งนางเองก็ไม่รู้คำตอบเช่นกัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อแม่ของลั่วอู่หลินนั้นหน้าตา นิสัยเป็อย่างไร เหตุใดจึงทิ้งเด็กหนุ่มไป ดังนั้นนางจึงไม่สามารถที่จะคาดเดาคำตอบให้ชายหนุ่มได้เลยแม้แต่น้อย ครั้นจะกล่าวให้กำลังใจก็กลัวจะไปสร้างความหวังลมๆแล้งๆให้กับเขา ดังนั้นนางจึงเลือกที่จะไม่พูดและปล่อยให้เขาครุ่นคิดคนเดียวเช่นนั้น
เมื่อกลับมายังด้านในตำหนักของตน ก็เริ่มการบ่มเพาะของตนเองในทันใดแน่นอนมันอาจไม่รวดเร็วดังการใช้แกนอสูรแต่ทว่าก็ทำให้เขาไม่คิดฟุ้งซ่านอีกต่อไป ค่ำคืนที่เงียบสงัดนี้ราวกับว่ามันจะยาวนานเหลือคณานับ ลั่วอู่หลินราวกับดำดิ่งลงไปยังห่วงแห่งการบ่มเพาะพลังจนในที่สุดเขาก็ได้หลุดเข้ามายังทะเลแห่งจิตใจของตนเองที่ตอนนี้แบ่งออกเป็สามส่วนด้วยกัน
หนึ่งคือพื้นที่ๆเป็น้ำแข็ง สองคือพื้นที่ๆเป็สายฟ้า และสามคือพื้นที่ๆเต็มไปด้วยหมอกสีดำและยังใหญ่ที่สุดในบรรดาสามส่วน ลั่วอู่หลินไม่เคยดำดิ่งเข้ามาด้านในทะเลจิตใจของตนเองมาก่อนก็พลันตื่นตระหนก เมื่อกวาดสายตามองไปที่พื่นที่น้ำแข็งอสรพิษหยกจันทราตัวใหญ่กำลังนอนขดตัวอย่างสบายใจ ส่วนพื้นที่สายฟ้าก็มีัสีดำที่ปกคลุมไปด้วยสายฟ้านอนหลับอยู่เช่นกัน ไหนจะหมอกควันสีดำปริศนานี้อีก
"ข้าก็บ่มเพาะตามปกตินี่เหตุใดถึงได้เข้ามาด้านในนี้ได้"ลั่วอู่หลินมั่นใจมากว่านี่คือทะเลแห่งจิตใจของตน แต่เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงเข้ามาได้ แล้วยังมีัสายฟ้าตัวใหญ่อยู่ด้านในอีกมันคืออะไรกัน ตอนนี้เรียกได้ว่าลั่วอู่หลินรู้สึกไม่เข้าใจในตัวเองสักอย่างเดียว
"ยังไม่ถึงเวลาที่เ้าจะเข้ามาที่นี่!"
ในขณะที่กำลังที่ชายหนุ่มกำลังสับสนงุนงง เสียงที่ดูทรงพลังและเป็ปริศนาดังขึ้นทำให้ร่างจิตของลั่วอู่หลินถูกดีดออกมาจากทะเลแห่งจิตใจจนร่างจริงของชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกขึ้นมาในทันทีดวงตาสีแดงเบิกกว้างสั่นเคลือด้วยความตะลึงรานและหวาดกลัวต่อเสียงนั้น นั่นทะเลแห่งจิตใจขงเขาไม่ใช่หรือเหตุใดตัวเขาเองจึงถูกดีดออกมาได้ นี่ไม่ใช่เื่ที่สามารถทำความเข้าใจกับมันได้เลยสักนิด
ลั่วอู่หลินรู้สึกราวกับร่างกายของตนเองเป็กลุ่มก้อนปริศนาอะไรสักอย่างที่หาคำตอบไม่ได้ ชายหนุ่มหายใจเข้าลึกและละทิ้งความคิดที่ไร้ประโยชน์ออกไป ในเมื่อหาคำตอบไม่ได้ก็ไม่จำเป็ต้องหามัน
ทุกๆวันหลังจากนั้นลั่วอู่หลินมักจะไปเฝ้าดูสองพี่น้องฝึกฝนอยู่บ่อยๆแต่ก็ไม่ได้หาคนมาเพิ่มแต่อย่างใด ตอนนี้เขาอยากจะให้ทั้งพี่น้องสองคนนี้มีพื้นฐานพลังที่ดีเสียก่อน เมื่อหาคนใหม่ๆมาพวกเขาจะได้ฝึกสอนคนเ่าั้ได้ และดูเหมือนว่าทั้งสองจะไม่ทำให้เขาผิดหวังทักษะของพวกเขานั้นดีขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกับระดับพลังที่ราวกับอัจฉริยะมาเอง ยิ่งมองเห็นความตั้งใจดวงตาของชายหนุ่มฉายแววชื่นชมทั้งสองอยู่ไม่น้อย แต่ยังคงให้พวกเขาฝึกฝนกันต่อไป ส่วนตัวของเขานั้นก็มุ่งตรงสู่เขตป่าชั้นในเพื่อหาแกนสัตว์อสูรมาเพิ่มระดับการบ่มเพาะของตนเอง
"น้องชาย เ้าต้องระวังตัวให้มาก ในเขตป่าชั้นในมีสัตว์อสูรระดับจอมพลขั้นไปมากมาย จะทำเป็เล่นเหมือนเขตป่าชั้นนอกไม่ได้เข้าใจหรือไม่"ไฉ่เยว่เอ๋อกล่าวเตือน
"ข้าเข้าใจแล้วพี่สาว"ลั่วอู่หลินตอบกลับอย่างรวดเร็วและพุ่งทะยานไปด้านหน้า ทักษะย่างก้าวเงาสนธยาทำให้การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มทั้งรวดเร็วและไร้ซึ่งร่องรอยใดๆ ดวงตาสีแดงฉานกวาดมองรอบด้านแสดงถึงความไม่ประมาท
ชายหนุ่มทะยานกายมาได้หนึ่งลี้ในที่สุดก็หยุดลงที่กิ่งไม้ใหญ่กิ่งหนึ่งเบื้องหน้าของเขาคือหมาป่าตัวสีดำทมิฬดูแผ่ออร่าความมืดมิดออกมาดูน่าหวาดสะพรึง
"หมาป่าทมิฬระดับแม่ทัพ นับว่าเป็การเปิดประเดิมที่ไม่เลว"ลั่วอู่หลินยกยิ้มเย็นมือของเขาปรากฏคันศรน้ำแข็งขึ้นออกมาแล้วเล็งไปที่จุดตายของหมาป่าทมิฬในทันทีแล้วปล่อยศรน้ำแข็งออกไป
ทันทีที่ศรปักลงที่ดวงตาของหมาป่าทมิฬ มันไม่แม้แต่จะได้คำรามหรือร้องออกมา ศรน้ำแข็งนั้นพลันแผ่กระจายแช่มันจนกลายเป็ดังน้ำแข็งแท่งหนึ่งเท่านั้นและแตกกระจายหายไปเหลือเพียงแก่นอสูรสีดำ
"ฝีมือของเ้ายอดเยี่ยมกว่าเดิมมาก เล็งจุดตายในระยะหนึ่งลี้ทั้งยังไม่พลาดเป้า การพัฒนาเช่นนี้ถูกใจพี่สาวมากเลยทีเดียว"ไฉ่เยว่เอ๋อกล่าวพร้อมทำท่าที่แสนยั่วยวนเช่นเคย ลั่วอู่หลินทำเป็ไม่มองพุ่งปเก็บแกนอสูรและทะยานร่างต่อไป สัตว์อสูรระดับแม่ทัพถึงแม่ทัพขั้นกลางไม่นับเป็อะไร หากต้องสู้กับแม่ทัพขั้นปลายลั่วอู่หลินก็มั่นใจว่าจะชนะได้แม้จะต้องเจ็บตัวอยู่บ้าง
"หึ!! เ้าเด็กแสบทำเป็ไม่สนใจข้า"นางเซียนไฉ่เยว่เอ๋อเค้นเสียงอย่างแง่งอนและกลับเข้าไปยังทะเลแห่งจิตใจเช่นเดิม การที่ลั่วอู่หลินไม่ยอมเล่นด้วยเช่นนี้นางรู้สึกว่าตัวเองขายหน้าไม่น้อย
ลั่วอู่หลินที่เห็นท่าทีของพี่สาวคนสวยก็พลันยกยิ้ม เขาสังหารสัตว์อสูรระดับแม่ทัพอย่างไม่หยุดมือเก็บสะสมแกนอสูรได้หลายสิบชิ้นด้วยกัน แต่ทว่าหลังจากที่ทะยานมาไกลชายหนุ่มก็พลันชะงักค้างเบื้องหน้าของเขาคือราชสีห์ทองคำขนาดใหญ่ที่มีปีกสีทองอยู่ด้านหลังกำลังนอนเฝ้าอะไรสักอย่างอยู่
"เฮ้ๆมันจะใหญ่่เกินไปหรือเปล่าเนี้ย"
"เ้าอย่าไปยุ่งกับมันเชียว สัตว์อสูรระดับกษัตริย์ไม่ใช่อะไรที่เ้าต่อกรได้ตอนนี้ ดังนั้นรีบถอยก่อนที่มันจะตื่น"ชายหนุ่มทำตามคำแนะนำของนางเซียนในทันที เขาค่อยๆปลีกตัวออกไป แม้ในใจจะอยากรู้เอาเสียมากๆว่ามันเฝ้าอะไรอยู่ก็ตาม
ชายหนุ่มหลังจากออกมาจากพื้นที่ของราชสีห์ทองคำ เขาก็ล่าตามแบบฉบับทั่วไปในมือปรากฏหอกน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่เหล่าสัตว์อสูรระดับแม่ทัพอย่างบ้าคลั่ง
การล่าดำเนินไปเพียงไม่กี่ชั่วยาม เขาก็ได้แกนอสูรมาแล้วหลายร้อยก้อนทั้งยังเป็แกนอสูรระดับแม่ทัพขั้นกลางเกือบทั้งหมด ป่าชั้นในนี้นับว่าอุดมสมบูรณ์เป็อย่างมาก แม้ชายหนุ่มจะล่าเท่าไรก็ราวก็ราวกับจะไม่มีวันหมด ลั่วอู่หลินที่เห็นดังนั้นก็ตัดสินใจไม่ใช้ปราณน้ำแข็งมากเกินไปเพราะเขาอยากจะใช้เนื้อสัตว์อสูรเหล่านี้มาแลกเป็เงินเพื่อสร้างขุมกำลังแทนที่จะปล่อยให้มันแหลกสลายไปพร้อมกับปราณน้ำแข็งเฉกเช่นครั้งก่อนๆที่เขาทำ
ในขณะที่กำลังเก็บเหล่าสัตว์อสูรเอาไว้ในแหวนมิติอยู่นั้นด้านหลังของเขามีเสียงขู่ ฟ่อ ดังขึ้นจนทำให้เขาต้องหันมอง ภาพที่เห็นอสรพิษตัวสีม่วงดำด้านหลังมีสิ่งที่คล้ายกับปีกค้างคาวกำลังจ้องเขาราวกับเป็เหยื่อ ลั่วอู่หลินใบหน้าเปลี่ยนเป็จริงจังทันทีที่ได้เห็นมันอสรพิษตนนี้มีระดับน่าจะเกินแม่ทัพขั้นปลายไปแล้ว และลมปราณของเขาก็เหลือเพียงไม่มาก หากจะต้องปะทะกันคงตึงมือไม่น้อย
"อสรพิษปีศาจม่วง ระดับจอมพล เมื่อถูกมันจ้องเช่นนี้แสดงว่ามันเล็งเ้าเอาไว้แล้วด้วยลมปราณที่เหลือไม่มีทางหนีรอด จะต้องสู้เท่านั้น"นางเซียนกล่าวแนะนำแต่มันยิ่งทำให้ชายหนุ่มตึงเครียดเข้าไปใหญ่ เมื่อครู่เขาััไม่ได้ถึงการมีอยู่ของมันด้วยซ้ำเหตุใดมันมันถึงปรากฏตัวขึ้นมาได้
อสรพิษปีศาจม่วงไม่รีรอให้ชายหนุ่มได้ครุ่นคิด ตัวของมันพ่นพิษมีม่วงใส่จนชายหนุ่มต้องกระโจนถอยหล่นออกไป ชายหนุ่มหันมองไปยังจุดที่โดนพิษปรากฏว่ามันมีฤทธิ์กัดกล่อนที่แม้แต่หินที่โดนยังถูกกัดกล่อนอย่างรวดเร็ว ยิ่งไม่ต้องคิดถึงร่างกายมนุษย์เลยเกรงว่าไม่ถึงครึ่งก้านธูปก็คงไม่เหลือแม้แต่ซาก
"ใช้ปราณน้ำแข็งสร้างเกราะป้องกันขึ้นมาซะแล้วผสานพิษหยินเข้าไป พิษต้านพิษ มันพอจะป้องกันและลดทอนพิษของมันได้"ลั่วอู่หลินที่ได้ยินคำแนะนำของนางเซียนก็เริ่มสร้างเกราะน้ำแข็งขึ้นมาในทันทีทั้งในมือถือหอกดูราวกับเทพนักรบจากดินแดนน้ำแข็งก็ไม่ปาน
ย่างก้าวเงาสนทยาถูกใช้งานจนถึงขีดสุด ลั่วอู่หลินพริ้วกายหายไปไม่ได้ยินแม้แต่เสียงฝีเท้า พุ่งเข้าไปอยู่ด้านหลังอสรพิษปีศาจม่วงในทันใด หอกในมือแทงเข้าใส่หัวมันอย่างจังแต่ทว่ากลับหักลงอย่างง่ายดายราวกระทบแร่ที่แข็งที่สุดในโลก
เพล้ง!
"เกล็ดหนาชะมัด!"ชายหนุ่มอดสบถออกมาไม่ได้ เ้าอสรพิษปีศาจม่วงเมื่อััได้ว่าอะไรกระทบเข้ากับเกล็ดมัน ก็รีบสบัดหางใส่ลั่วอู่หลินจนกระเด็นออกไปก่อนจะพ่นพิษซ้ำเพื่อหมายฆ่าชายหนุ่ม แต่ทว่ากลับไม่เป็เช่นนั้น พิษของมันเพียงละลายเกราะน้ำแข็งของลั่วอู่หลินเท่านั้นชายหนุ่มจึงสลัดมันออกและสร้างเกราะขึ้นมาใหม่ทดแทน พร้อมทั้งะโขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อรักษาระยะห่างในมือสรรค์สร้างคันศรน้ำแข็งแล้วง่างเล็งไปที่ดวงตาของอสรพิษั์ในทันที
"สวบ"
"ฟ่อ!!!"
เมื่อศรน้ำแข็งปักลงที่ดวงตาของอสรพิษปีศาจม่วงพิษหยินที่รุนแรงพลันแผ่เข้าร่างกายของมันอย่างรวดเร็วจนตัวมันเองร้องโหยหวนดิ้นไปมา ลั่วอู่หลินได้โอกาสก็ง่างคันศรอีกครายิ่งไปที่ดวงตาอีกหนึ่งดวงที่มันเหลืออยู่เพราะนี่เป็จุดอ่อนเพียงหนึ่งเดียวของมัน
และเขาเองก็ไม่คิดจะเข้าประชิดตัวกับอีกฝ่ายอย่างแน่นอน เมื่อครู่หากไม่ใช่เพราะชุดเกราะน้ำแข็งที่เขาสร้างเอาไว้เพียงแค่การสะบัดหางของมันอาจจะทำให้กระดูกทั่วร่างกายของลั่วอู่หลินหักได้เลย ใครกันจะโง่ใช้วิธีที่เสียงตายขนาดนั้นหากไม่มีพลังมากพอ