20 ปี ผ่านไป
หมู่บ้าน Sandstone ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายอณาเขตของหมู่บ้านก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นด้วย จากการเข้ามาแสวงโชค ลาภ เงินตราจากผู้สัญจรมากมาย รวมถึงผู้ที่ได้เข้ามาต้ังถิ่นฐานใหม่ ณ ดินแดนแห่งนี้รวมถึงการเข้ามาของพวกนักแสวงบุญ และคณะติดตามที่้าเข้ามาเผยแพร่คำสอนของเทพเ้าที่พวกเขานับถือทำให้ แผ่นดินแห่งนี้เริ่มมีวัฏจักรชีวิต ที่อุดมสมบูรณ์มากขึ้น การติดต่อค้าขายการเข้ามาของพ่อค้า เครื่องประดับ ทำให้เกิดการแข่งขันทางการค้ากันอย่างดุเดือดระหว่างเหล่าพ่อค้าทั้งหลาย
ณ ร้านของ ราจิ้บ
"เร่เข้ามา เร่ เข้ามา วังลี้ มี โปรโมชั่ง เด็ดๆ ใครเป็ง คงจีน กิงเหล่าฟรี เว้ยยยย!!!! " นั่นคือเสียงของลูกสมุนของเถ้าแก่ใหญ่ประจำหมู่บ้าน พี่น้องหลองเลาและ หลองบัง นั่นเอง
"ลื้อคนนั้นที่หน้าตาหล่อเหลา ก้าง ใหญ่ๆ ก้าง โตๆ คนนั้น น่ะ เปงคง จีน อ้ะ ป่าว กิงฟรี นะเว้ยย!!!" สองพี่น้อง ชี้ไปที่ชายคนหนึ่ง ที่กำลังจะเดินผ่าน หน้าร้าน
" อ้าวหลองบังหลองเลาไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” ชายคนนั้นหันมาหา หาสองพี่น้องที่ยืนเรียกมันอยู่
“อ้าวเฮ้ย นี่มันอาซิมนี่นา เถ้าแก่ มานี่เร็วมีคงมาหา !!” ทั้งสองคนใเพราะได้เจอสหายเก่าแก่ของพวกเขา
“อ้าวๆ หายหน้าหายตาไปหลายปี กลับมาก้างใหญ่ขึ้นเป็กองเลยนะ” ราจิ้บในตอนนี้ได้กลายเป็เถ้าแก่ที่าุโที่สุดในหมู่บ้านเรียกได้ว่าเขามีอำนาจมากมายก่ายหน้าผากที่สุดในหมู่บ้าน
“ท่านก็พูดเกินไป เถ้าแก่ถ้าไม่ได้บารมีของเถ้าแก่ ข้าก็คงไม่ได้ไต่เต้าขึ้นเป็ถึงหัวหน้าหน่วยหรอก”
“หัวหน้าหน่วยรักษาการณ์หมู่บ้านนะเหรอ!!!!”หลองบังหลองเลาถึงกับตะลุง แฮร่ !! ตะลึงโว้ย
“แล้วมาวันนี้ลื้อมีธุระอะไรกันล่ะอาซิ้ม” เถ้าแก่ถามด้วยความห่วงใย
“จริงๆข้าก็มีหลายเื่นะเถ้าแก่เอาเป็ว่าข้าขอเข้าไปจิบน้ำชาก่อนแล้วกัน”
ณ ภายในโรงเตี้ยม เถ้าแก่ ราจิ้บ
“เถ้าแก่ ท่านเคยได้ยิน เื่เล่าป่าต้องคำสาปหรือไม่”
“ป่าเดดวูดนะหรือ ข้าก็พอเคยได้ยินพ่อของข้าเล่ามาบ้างอยู่นะ” เถ้าแก่เล่าไปพลางเอามือลูกเคราของเขา
ในตอนกลางวันต้นไม้ที่อยู่ในป่าจะเป็เพียงต้นไม้ตายซากไร้จิติญญา....และในตอนกลางคืนต้นไม้พวกนั้นกลับส่งเสียงร้องคร่ำครวญ โหยหวนราวกับว่าต้นไม้เ่าั้มีจิติญญาของพวกนักเดินทางที่หลงเข้าไปในป่าแห่งนั้นและถูกคำสาปให้กลายเป็ต้นไม้ต้องคำสาป........
“เอื้อก...” อาซิมถึงกับกลืนน้ำลาย
“ฮ่าๆๆ นั่นมันก็แค่เื่เล่า ปรำปราแหละนะ”
“ไม่เถ้าแก่ที่ท่านเล่ามาเป็เื่จริงเอาล่ะข้าจะเล่าให้ทันฟัง”
ในคืนที่พายุพัดโหมกระหน่ำหน่วยทหารของข้ากำลังพากองลำเลียงเสบียงผ่านหน้าป่าเดดวูดทันใดนั้นก็ตามที่เถ้าแก่ได้เล่าให้เราฟังเราได้ยินเสียงร้องโหยหวนออกมาจากทางป่านั่นแต่สิ่งที่มันแตกต่างออกไปนั่นก็คือเราได้ยินเสียงกรีดร้องของเด็กสาวเสียงนั้นแหลมมากเสียจนเราปวดหูทำให้ม้าของเราหยุดชงักและไม่ยอมเดินไปต่อถึงแม้พวกเราจะเฆี่ยนจนขาของพวกมันเืออกแล้วก็ตามม้าของพวกเราก็หยุดนิ่งราวกับถูกสาปไว้ เสียงกรีดร้องมันดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนถึงหน่วยที่อยู่หลังสุดของขบวน ในตอนนั้นเป็คืนเดือนมืดมีเพียงแสงไฟจากคบเพลิง ที่คอยส่องแสงสว่างพายุเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับฝนที่ค่อย ๆตกหนักขึ้นทุกที ไฟของพวกเราเริ่มดับลงจนเราตัดสินใจก่อแคมป์ไฟที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าป่าเดดวูดและในตอนนั้นเอง ที่เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วป่าได้หยุดลงและกลายเป็เสียงของเด็กสาวที่ร้องอย่างโหยหวนแทน“ช่วยด้วย” นั่นเป็เสียงที่พวกเราทุกคนในหน่วยได้ยินพร้อมกัน
“เถ้าแก่ตอนนี้ข้ายังคงขนลุกอยู่เลยข้านั้นรู้จักป่าเดดวูดดีเพราะได้ลาดตระเวนรอบชายป่าบ่อยๆแต่นี้เป็ครั้งแรกที่เกิดเื่ราวเช่นนี้ขึ้น ข้าจึงได้มาปรึกษาท่านเถ้าแก่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” อาซิมถามด้วยความสงสัยพร้อมๆกับอาการขนลุกชูชันที่แขน
“เสียงเรียกอย่างนั้นหรือ ข้าไม่เคยได้ยินเื่เล่าเกี่ยวกับเสียงเรียกพวกนี้มาก่อนเลยนะ หรือว่าบางทีนั่นอาจจะไม่ใช่ิญญาของเหล่าต้นไม้แต่อาจจะเป็ิญญาที่ติดอยู่ภายในป่าเอาอย่างนี้ไหมเดี๋ยวข้าจะแนะนำให้เ้ารู้จักกับหัวหน้าหมาบ้านรักษาการณ์”
“หัวหมู่บ้านเถ้าแก่”
“เอ้อๆ อะไรเทือกๆนั้นแหละ”
