สตรีในชุดขาวปักลายเถาวัลย์และดอกไม้เล็กๆ ประปรายตามขอบชายกระโปรงและชายแขนเสื้อลงจากรถม้าได้ก็เดินลิ่วเข้าไปในเรือนโดยไม่ได้สนใจมองดูหน้าผู้ใด
“หัวหน้าฉางน่ะหรือที่เป็นตัวการ ”
“ขอรับท่านแม่” คหบดีฮัวรีบประคองมารดาไปนั่ง
“คนผู้นี้ เดิมทีเคยสงบเสงี่ยมเจียมตัว นี่คงเป็นเพราะคบค้าคนฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมพวกนั้นจึงได้คิดทำสิ่งชั่วๆ พวกนี้ เสี่ยวหยางเห็นหรือไม่ สุดท้ายสิ่งที่ย่าคาดไว้ก็เป็นจริง”
“ท่านแม่ คาดเอาไว้แล้วหรือขอรับ ” คหบดีฮัวขมวดคิ้ว มองมารดาแล้วก็หันไปมองบุตรชายคนโตของตนเอง ฮัวหยางถอนหายใจ
“ท่านพ่อขอรับ ขออภัยที่ข้าไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ท่านได้ทราบ ก่อนหน้านี้ท่านย่าได้กล่าวเตือนข้าไว้แต่ข้าเห็นว่าเรื่องยังไม่เกิดจึงทำเพียงให้คนคอยจับตาดูฉางซวี่ตงเอาไว้”
คหบดีฮัวขมวดคิ้วหันไปหามารดา “ท่านแม่สงสัยสิ่งใดในตัวหัวฉางหรือขอรับ ข้าเองไม่เห็นว่าตัวเขาจะทำสิ่งใดผิดปกติ ”
“เมื่อปีก่อน ตอนที่ข้ากำลังจะกลับอารามบนเขา บังเอิญเห็นฉางซวี่ตงที่เหลาสุราถนนไท่หยางกับพวกคุณชายสกุลถานไถเข้า คุณชายใหญ่ถานไถผู้นั้น แม่เคยได้ยินถานไถฮูหยินบ่นว่าเป็นคนฟุ้งเฟ้อ คุณชายผู้นั้นเป็นบุตรชายที่เกิดจากอนุภรรยาของนายท่านถานไถ ด้วยความที่อนุภรรยาผู้นี้เป็นที่โปรดปราน ฮูหยินใหญ่จึงดุด่าว่ากล่าวไม่ได้ คุณชายผู้นี้ดีแต่ใช้เงินแต่ไม่เคยหา ดื่มกินอย่างเลอะเทอะ นางเป็นถึงฮูหยินเอกแต่ถูกอนุภรรยารังแกก็เลยขึ้นเขาไปสวดมนต์ พอข้าถามถึงคุณชายผู้นั้น นางจึงระบายความกลัดกลุ้มออกมา”
“ท่านแม่ยังคงรอบคอบและหูตากว้างไกลอยู่เช่นเดิม” คหบดีฮัวเอ่ยชื่นชมมารดา
ท่านแม่ของเขาสมแล้วที่ดูแลสกุลฮัวมิให้สั่นคลอน ในหมู่สตรีสูงวัยที่เข้าสถานธรรมเหล่านั้น พวกนางต่างคายความหนักอกหนักใจในครอบครัวให้สหายธรรมฟังกันอย่างไม่ปิดบัง
...ข่าวสารนั้นมีอยู่ทุกหนแห่ง หากจะเสาะหาแม้แต่ในวัดวาอาราม...
“คบคนเช่นไร สุดท้ายจะกลายเป็นคนเช่นนั้น ฉางซวี่ตงก็เช่นกัน พอเขาคลุกคลีอยู่กับคุณชายใหญ่ถานไถนานวันเข้าก็คงจะอยากอยู่สุขสบายโดยไม่ต้องทำงานอีกแล้ว คุณชายถานไถมีสมบัติให้ผลาญ แต่ฉางซวี่ตงไม่มี ในเมื่อสร้างฐานะด้วยทางตรงไม่ได้ก็คงหวังพึ่งทางลัด” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวสรุป
คหบดีฮัวฟังแล้วก็พยักหน้า “ข้าขอบพระคุณท่านแม่ขอรับ หากไม่มีท่านคดียาปลอมคงจะยุ่งยากมากทีเดียว”
จากนั้นฮัวหยางก็เล่าเรื่องของหลานชายทั้งสองที่เล่นฝังสมบัติจนทำให้ทั้งคฤหาสน์โกลาหลให้ท่านย่าของตนฟัง
“เจ้าตัวน้อยแสนซนทั้งสอง กล้าทำถึงเพียงนี้เชียว เจ้าลงโทษเขาอย่างไร ” ฮูหยินผู้เฒ่าหันไปถามบุตรชาย
“ข้าให้พวกเขาท่องคำสำนึกผิดทุกวันเป็นเวลาหนึ่งเดือนขอรับ และจบจากคดีนี้ก็จะให้มือปราบอู๋มาช่วยเป็นพี่เลี้ยงด้วย”
“เหตุใดต้องจ้างมือปราบด้วยเล่า พี่เลี้ยงในเรือนเราไม่พอหรือ ถ้าหากว่าอยากให้ได้อักษรก็จ้างอาจารย์เข้ามาสอนก็ได้นี่ ” ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้ว
คหบดีฮัวส่ายศีรษะ “ท่านแม่ ถามเสี่ยวหยางเอาเองเถิดขอรับ เรื่องมือปราบหญิงผู้นี้ ข้าอยากให้ท่านแม่มาสืบสาวราวเรื่องกับเสี่ยวหยางเอง”
ฮูหยินผู้เฒ่าเลิกคิ้ว “ว่ามา เสี่ยวหยาง มือปราบอู๋คือผู้ใด ”
ชายหนุ่มกระแอมเล็กน้อย “นางชื่ออู๋จือขอรับ เป็นมือปราบอยู่หน่วยที่สาม เข้ามาช่วยสืบคดีลักทรัพย์ในคฤหาสน์ของเราและเป็นรู้ว่าหลานชายตัวน้อยทั้งสองเป็นคนเอาไปฝัง ข้าจึงให้นางมาช่วยสืบคดียาปลอมด้วยขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าจ้องหน้าหลานชาย “ข้าว่า ไม่น่าเป็นเรื่องแค่นี้ แค่การสืบคดีลักทรัพย์ องครักษ์ในเรือนเราก็น่าจะทำได้”
“ท่านพ่อขอรับ ท่านจะบีบข้าจริงๆ หรือขอรับ ” ฮัวหยางหันไปโอดครวญกับบิดา
“เจ้ากล้าทำก็กล้ารับสารภาพสิ เป็นลูกผู้ชายมิใช่หรือ”
“ท่านพี่ อย่าข่มขู่ลูกอย่างนั้นสิเจ้าคะ” ฮูหยินใหญ่สกุลฮัวยกมือขึ้นแตะแขนสามี นางหันไปยิ้มให้บุตรชายคนโต “เสี่ยวหยาง เจ้ายอมรับเรื่องนางมาตรงๆ เถิด ท่านพ่อให้คนไปสืบมาหมดแล้ว”
“ข้าคิดแล้วเชียวว่าท่านพ่อต้องทราบ” ฮัวหยางคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยิน ผู้เฒ่า สูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าเต็มปอด “ข้าสารภาพแล้วท่านย่า นางคือคนรักของข้าเองขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าตบอกผาง “ไอหยา! เจ้ามีคนรักแล้วหรือ”
“ขอรับ ความจริงข้าชอบนางมาระยะหนึ่งแล้ว นางเป็นมือปราบผู้น้อยที่ขยันทำงานและทุ่มเทเพื่อหน้าที่อย่างมาก
“นางเป็นมือปราบผู้น้อย หากเจ้าอยากจะรับนางเป็นอนุภรรยา ย่าก็ไม่ว่ากระไร เรื่องนี้แล้วแต่เจ้า”
สีหน้าของฮัวหยางสลด “ไม่ขอรับ ข้าไม่อยากแต่งนางเป็นอนุ แต่ข้าอยากแต่งนางเป็นฮูหยินเอกขอรับ”
“จะเหมาะสมหรือ ” คนเป็นย่าหน้าเครียด “ฐานะอย่างเจ้า สมควรจะแต่งกับคุณหนูที่ตระกูลทัดเทียมกับพวกเรา”
“ท่านย่า เมตตาข้าด้วยขอรับ ข้าอยากแต่งงานกับนางเพียงผู้เดียว ไม่คิดจะรับภรรยาเพิ่มอีก” ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือ “เอาเถอะๆ เรื่องนี้ค่อยว่ากันทีหลัง จัดการเรื่องวุ่นวายในตระกูลเราก่อน” ผู้อาวุโสหันไปมององครักษ์ “พวกเจ้าไปตามอนุฉางมาที ข้าจะสะสางเรื่องสำคัญก่อน”
อนุภรรยาคนที่สามของคหบดีฮัวถูกตามตัวมาห้องโถงใหญ่ หลังจากฟังความผิดของคนในตระกูลตนแล้วนางก็หน้าเสีย ฮูหยินผู้เฒ่ายกยิ้มมุมปาก
“เจ้า รู้เห็นกับพวกเขาหรือไม่ ”
“ไม่เจ้าค่ะ ข้า ไม่รู้เรื่องยาปลอมพวกนี้เลยสักนิด”
“ได้ ในเมื่อเจ้าไม่สารภาพ ถ้าอย่างนั้นกักตัวเจ้าไว้ในเรือนก่อน ห้ามออกมาโดยเด็ดขาด หากผลการสอบสวนพบว่าเจ้ารู้เห็นเป็นใจ ข้าจะส่งเจ้าไปที่ศาลต้าหลี่ด้วย”
“เจ้าคงไม่รู้สินะว่าความโลภของสกุลฉาง ทำให้มีคนทั้งบาดเจ็บและล้มตาย ตอนนี้มีคนตายเพราะยาของฉางซวี่ตงสองรายแล้ว อนุฉางโทษนี้ถึงขั้นประหารชีวิตเชียวนะ” ฮูหยินผู้เฒ่าเตือนสติสตรีตรงหน้า
ฮัวหยางรีบลุกขึ้นยืน “ไม่ใช่แค่นั้น หัวหน้าฉางยังส่งคนมาลอบสังหารข้า ทำให้มือปราบอู๋ถูกพิษร้ายแรงเกือบเสียชีวิต ความเลวร้ายนี้ ข้าให้อภัยไม่ได้เด็ดขาด”
อนุฉางตัวสั่นงันงก นางไม่คิดว่าสิ่งที่ฉางซวี่ตงทำจะเกิดผลร้ายแรง ไหนบอกว่าตัวยาเป็นแค่สมุนไพรธรรมดา รับประทานเข้าไปก็ไม่เป็นอันตราย
“ข้า ข้าไม่ได้ทำจริงๆ เจ้าค่ะ ข้าไม่อยากถูกประหารนะเจ้าคะ ตอนนั้นท่านอาบอกข้าว่ามันเป็นแค่ยาสมุนไพรธรรมดา ต่อให้รับประทานมากเพียงใดก็ไม่เป็นอันตราย” อนุฉางรีบเอ่ย นางไม่อยากถูกประหารชีวิตไปพร้อมกับท่านอา
ฮูหยินผู้เฒ่ายกยิ้มมุมปาก “เจ้ารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ก็ยังร่วมมือกับพวกเขา คงจะได้ส่วนแบ่งด้วยล่ะสิ เสี่ยวหยาง ส่งคนไปค้นเรือนของนาง อาจจะมีหลักฐานซุกซ่อนอยู่”
“ขอรับ ข้าจะจัดการเดี๋ยวนี้”
อนุฉางเริ่มร่ำไห้ นางคลานเข่าไปหาฮูหยินผู้เฒ่า “ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะ เมตตาข้าด้วย ข้าก็แค่ถูกท่านอาบังคับให้ร่วมมือ”
“เด็กๆ มาดึงตัวนางออกไปจากข้า มัดนางเอาไว้”
สิ้นคำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่า สาวใช้สองนางที่ร่างแข็งแรงก็ตรงมาลากอนุฉางถอยมา แล้วบ่าวรับใช้อีกคนก็นำเชือกมามัดตัวนางเอาไว้ ราวสองเค่อ ฮัวหยางก็กลับมาพร้อมกับหีบใส่ของไม่ใหญ่มากนัก
“ท่านย่าขอรับ ข้าเจอตั๋วแลกเงินและก็ตัวอย่างยาลูกกลอนหลายสูตรด้วยขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าจ้องอนุฉาง “เจ้าจะสารภาพหรือจะรอให้ข้าสั่งคนโบยเสียก่อน”
อนุฉางรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าเป็นคนพูดจริงทำจริง นางเคยเห็นสาวใช้ที่ขโมยของถูกโบยจนปางตายมาแล้ว จึงละล่ำละลักเล่าออกมา
“ตั๋วแลกเงินพวกนั้นเป็นส่วนแบ่งที่ท่านอามอบให้ข้าเจ้าค่ะ ตอนที่ข้าออกไปข้างนอก เขาให้ข้าเป็นคนไปติดต่อกับร้านค้าที่อยากจะได้ยาลูกกลอนของคุณชายใหญ่ไปวางจำหน่าย”
************
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กเรื่อง "พลิกชะตาแค้นสามี" และ "คู่หมั้นแสนซนของขุนพลมู่" มีวางจำหน่ายใน mebmarket, dek-d และ ปิ่นโตบุ๊ก
