หลินหานเดินเข้าไปหยุดอยู่ใกล้ ๆ ชายหัวโล้น
ตอนนี้อีกฝ่ายตกอยู่ในวงล้อมรับการตะลุมบอนจากยอดฝีมือคลาส 2 หลายคน จนแทบไร้ทางขัดขืน และคนพวกนั้นก็ไม่แม้แต่จะรู้ตัวว่ามีคนแอบบงการอยู่เื้ั
นี่คือข้อดีของการร่ายเวทไร้เสียง ขอเพียงนึกคิดในใจ ก็ปลดปล่อยคาถาออกมาได้สมบูรณ์แบบ
“เป็ไงบ้าง ของขวัญชิ้นใหญ่ที่ฉันมอบให้ ถูกใจไหม” หลินหานเอ่ยขึ้นเบา ๆ
ชายหัวโล้นที่โดนกดลงไปกองกับพื้นด้วยสภาพน่วมไปทั้งร่าง มองดูหลินหานเดินเข้ามาหาโดยไร้รอยขีดข่วน ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก
“แก... เป็แกเองเหรอ แกไปซื้อตัวคนพวกนี้มาั้แ่เมื่อไหร่!”
“อย่าพูดจาฟังดูแย่ขนาดนั้นสิ” หลินหานนั่งลงบนก้อนหินข้าง ๆ พลางแสยะยิ้ม “แกไม่คิดบ้างเหรอว่าฉันอาจจะควบคุมจิตใจพวกมันอยู่ ั้แ่เริ่มแรกพวกแกก็ตกหลุมพรางของฉันแล้ว ทุกย่างก้าวเดินตามแผนที่ฉันวางไว้ เพียงแต่มีจุดหนึ่งที่เหนือความคาดหมายของฉันไปหน่อย”
“นั่นคือ สมองของพวกแกมันต่ำกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลย”
ฟังคำของหลินหาน ชายหัวโล้นก็ไม่อยากจะเชื่อหู แต่สภาพของลูกน้องตอนนี้กลับไร้สติสิ้นดี ราวกับโดนเชิดหุ่นอยู่จริง ๆ
เป็เขาจริง ๆ ด้วย!
ชายหัวโล้นไม่อยากเชื่อเลยว่า เด็กหนุ่มตรงหน้าที่เป็เพียงผู้สังเวยชีวิต คลาส 1 เลเวล 10 จะร้ายกาจถึงเพียงนี้
“เอาเถอะ ไหน ๆ แกก็กำลังจะกลายเป็ศพแล้ว ฉันจะเมตตาให้แกได้เห็นอานุภาพของมหาเวทต้องห้ามเป็ขวัญตาก่อนตายแล้วกัน” หลินหานยันกายลุกขึ้นยืนพลางบิดี้เี
มหาเวทต้องห้าม!?
ต่อให้กำลังโดนรุมสกรัม ชายหัวโล้นก็ลืมความเ็ปไปชั่วขณะ จ้องมองหลินหานตาไม่กะพริบ
[อาณาเขตโกลาหล]
หลินหานนึกในใจ
ทันใดนั้น กระแสอัสนีบาตจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะลักขึ้นมาจากใต้ผืนดิน ชั่วพริบตา ทั่วทั้งหุบเหวลึกลุกโชนไปด้วยพลังทำลายล้างอันบ้าคลั่ง ชายหัวโล้นเห็นภาพตรงหน้า ร่างกายพลันอ่อนแรงทรุดลง
มหาเวทต้องห้าม... นี่มันมหาเวทต้องห้ามของจริง!
“เป็ไปได้ยังไง... แกเป็ใครกันแน่...”
ยังไม่ทันที่ชายหัวโล้นจะพูดจบ สายฟ้าหลายสายก็ะเิตูมขึ้นใต้ร่างของคนกลุ่มนั้น ซัดร่างของกลุ่มทหารรับจ้างจนกระเด็นลอยไปคนละทิศละทาง
“น่าเบื่อชะมัด” หลินหานพึมพำ “ฝีมือกับสมองมีอยู่แค่นี้ ยังกล้ามาทำตัวเป็โจรอีก”
อานุภาพของสายฟ้ายังคงะเิทำลายล้างไปทั่วบริเวณหุบเหว แรงปะทะมหาศาลทำให้โครงสร้างถ้ำไม่อาจรับไหว รอยแตกร้าวแผ่ขยายพร้อมเศษหินที่เริ่มพังทลายลงมาอย่างต่อเนื่อง และการถล่มของหุบเหวก็เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ในบริเวณที่หลินหานยังไม่รับรู้ มวลพลังงานได้ทำให้ดันเจี้ยนเมืองใต้ดินทั้งแห่งสั่นคลอนและเริ่มพังทลายลงมา...
แผนกตรวจจับเมืองฮุยเยว่
“หัวหน้า แย่แล้วครับ ดันเจี้ยนเมืองใต้ดินเกิดเื่ใหญ่แล้ว!”
ซุนหู่รีบพุ่งตัวมาที่หน้าจอแสดงผลทันที นับั้แ่เกิดเหตุการณ์ครั้งก่อน คำว่า 'เกิดเื่' ก็กลายเป็ฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนเขามาตลอด
“แม่งเอ๊ย เกิดอะไรขึ้นอีกวะ!”
ซุนหู่จ้องมองระดับพลังงานบนหน้าจอที่พุ่งสูงจนทะลักแถบสีแดง ในใจอยากจะสบถออกมาเป็ชุด งานบูรณะกำแพงชีวิตเพิ่งจะเริ่มไปได้ไม่เท่าไหร่ ที่นี่ดันมาเกิดเื่ตามอีกแล้ว
“หัวหน้าครับ จากการวัดค่าพิกัด ตอนนี้ดันเจี้ยนเมืองใต้ดินตกอยู่ในความโกลาหลขั้นสุดแล้วครับ คลื่นพลังงานนี้รุนแรงเกินไป อาจทำให้โครงสร้างทั้งหมดพังทลายลงมาได้เลย” เ้าหน้าที่ตรวจจับรายงานการวิเคราะห์ทันที
“ดันเจี้ยนเมืองใต้ดินจะถล่มงั้นเหรอ!?”
ซุนหู่ตะลึงงัน เมืองใต้ดินถือเป็แหล่งสร้างรายได้สำคัญของเมืองฮุยเยว่ และมีผู้ใช้อาชีพรวมตัวกันอยู่ข้างในเป็จำนวนมาก หากมันถล่มลงมา ยอดการสูญเสียของผู้ใช้อาชีพย่อมมหาศาลแน่
“ครับ แรงสั่นะเืระดับนี้เพียงพอจะบดขยี้ดันเจี้ยนเมืองใต้ดินได้สบาย ๆ เลย แถมพลังงานก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเหตุการณ์ครั้งก่อนเลย ผมสงสัยว่าอาจมียอดฝีมือระดับสูงสุดปรากฏตัวในดันเจี้ยนครับ”
ซุนหู่ทุบหมัดลงบนโต๊ะด้วยความโมโห “พวกระดับสูงสุดมันว่างงานกันนักหรือไง ถึงชอบมาสร้างเื่ที่เมืองฮุยเยว่นักหนา คราวก่อนสึนามิก็แทบจะกลืนเมือง ครั้งนี้ยังจะมาพังดันเจี้ยนเมืองใต้ดินอีก นี่มันไม่เห็นเมืองฮุยเยว่อยู่ในสายตาชัด ๆ ไปเตรียมโทรศัพท์ ฉันจะสายตรงหานายกเทศมนตรี!”
ไม่นาน สัญญาณก็ถูกเชื่อมต่อ
“สวัสดี ผมหนานเทียน”
ซุนหู่รีบรายงาน “ท่านนายกฯ ครับ ผมซุนหู่จากแผนกตรวจจับครับ”
“ซุนหู่เหรอ มีอะไรล่ะ” หนานเทียนถามด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง เขาค่อนข้างเอ็นดูรุ่นน้องคนนี้ที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งมาโดยตลอด
“ท่านนายกฯ เกิดเื่ใหญ่แล้วครับ! ตอนนี้ดันเจี้ยนเมืองใต้ดินโดนคนถล่ม จากการประเมินพลังงาน คาดว่าผู้ลงมือต้องเป็ยอดฝีมือระดับสูงสุดเป็อย่างน้อยครับ! ตอนนี้ดันเจี้ยนกำลังพังทลายลงมาแล้วครับ!”
น้ำเสียงสงบนิ่งของหนานเทียนชะงักไป แปรเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที “ดันเจี้ยนกำลังจะถล่มงั้นเหรอ!?”
ซุนหู่เร่งรัด “ครับ ข้างในมีผู้ใช้อาชีพอยู่จำนวนมาก หากถล่มลงมาหมด ยอดาเ็เสียชีวิตจะต้องมหาศาลแน่ครับ ผู้ใช้อาชีพที่ลงไปทำเควสต์ในดันเจี้ยนได้ อย่างน้อยก็ต้องเป็ระดับคลาส 2 ซึ่งเป็กำลังสำคัญในอนาคตของเมืองเรา พวกเราเสียพวกเขาไปไม่ได้ครับ!”
หนานเทียนสั่งการด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “หัวหน้าซุน นำกำลังเ้าหน้าที่แผนกตรวจจับมุ่งหน้าไปช่วยเหลือทันที!”
“ท่านนายกฯ กำลังคนของเรามีจำกัดครับ! ขอความกรุณาอนุมัติสิทธิ์ให้ผมสามารถประสานงานดึงกำลังจากหน่วยงานอื่นได้ด้วยครับ!”
“อนุมัติ!” หนานเทียนเสริม “ต้องปกป้องชีวิตของผู้ใช้อาชีพไว้ให้ได้ อนาคตของเมืองฮุยเยว่ฝากไว้ที่นายแล้ว!”
“ครับ!”
เมื่อสายตัดไป ซุนหู่ก็หันไปะโสั่งลูกน้อง “รวมตัว! มุ่งหน้าสู่ดันเจี้ยนเมืองใต้ดิน!”
...
ภายในห้องทำงาน
หนานเทียนวางสายลง ก่อนจะพูดว่า “คุณเลขาฯ เข้ามาหน่อยสิ!”
เลขาฯ เปิดประตูเข้ามา “ท่านนายกฯ มีอะไรให้รับใช้ครับ”
“ไปแจ้งหัวหน้าแผนกทุกคน บอกว่าเมืองฮุยเยว่เกิดเื่ใหญ่ ให้ทุกคนมารวมตัวกันที่ศูนย์การประชุมเมืองฮุยเยว่โดยด่วน”
เลขาฯ ชะงักไป สีหน้าของนายกเทศมนตรีดูเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขาจึงถามว่า “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับท่าน”
“ดันเจี้ยนเมืองใต้ดินกำลังจะพังทลายแล้ว”
เลขาฯ ถึงกับยืนตะลึง ก่อนจะรีบวิ่งออกไปประสานงานทันที
หนานเทียนจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ั์ตาทอแววเย็นเยียบ ‘ใครกันที่จ้องเล่นงานเมืองฮุยเยว่ ถึงได้มาก่อเื่สร้างความวุ่นวายไม่หยุดหย่อนแบบนี้ เห็นพวกเราไร้ทางสู้หรือไง’