และนั่นก็คือความประทับใจแรกที่ฉันมีต่อนายเชน...
ผ่านมาจนพวกเราเรียนอยู่ชั้น ม.3 ก็ยิ่งสนิทสนมกันมากขึ้น ๆจนใครต่อใครต่างแซวว่าเราสองคนเป็ ‘แฟน’ กัน
ฉันฟังทีแรกก็ขำ ๆ แต่พอนาน ๆ ไปความคิดของฉันกลับเป็ไปอีกทาง
เพื่อนในห้องต่างจับคู่ให้เราสองคนเป็ ‘คู่จิ้น’ ประจำห้อง
เวลาไปไหนมาไหน ก็มักจะได้ยินเสียงแซวว่า ‘คู่จิ้น ๆ’ เสมอเลยค่ะ
...อย่างวันนี้ก็เช่นกัน
ใน่หมดเวลาพักกลางวัน ฉันกลับขึ้นมาบนห้องพร้อมกับเชนซึ่งวันนี้โชคร้าย เพราะอาจารย์ประจำวิชาดันเข้าสอนเร็วกว่าปกติ
ฉันหันไปมองเชนแวบหนึ่งอย่างเสียวสันหลังว่าอาจารย์ประจำวิชาจะดุอะไรหรือเปล่าแต่นายเชนก็เดินนำฉันไปเพื่อพูดขออนุญาตเข้าห้องเรียน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แหม่... ช่างสตรองดีเหลือเกินนะนายเนี่ย =w=
“อาจารย์ครับ”
เชนพูด ฉันจึงพูดบ้าง
“อาจารย์คะ”
อาจารย์ประจำวิชาหันขวับมามองที่พวกฉัน โอย... จะดุด่าอะไรไหมน้อ~ *_*
“???”
“ขออนุญาตเข้าห้องครับ/ค่ะ”
พวกเราพูดขึ้นมาพร้อมกัน ท่ามกลางเสียงโห่แซวของเพื่อนร่วมชั้น
“วี้ดวิ้ว~ กิ้ว ๆ คู่จิ้นคร้าบ~ คู่จิ้น”
“คู่จิ้น ๆ ขนาดพูดยังพร้อมกันเลย ฮ่า ๆๆ”
เชนยักคิ้วให้พวกนั้น ในขณะที่ฉันได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ ในลำคอ - -*
อาจารย์อนุญาตให้พวกเราเข้าห้อง แล้วการเรียนการสอนก็ดำเนินต่อไป...มันก็... ประมาณนี้แหละค่ะทุกคน
่ ม.3 เป็่ที่ลำบากพอสมควร เพราะจะต้องยุ่งเื่เรียนต่อ ม.4
ซึ่งฉันตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะเรียนต่อที่โรงเรียนเดิมซึ่งก็จะไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ เพราะทางโรงเรียนย่อมให้โควตากับเด็กเก่าก่อนอยู่แล้วซึ่งท่านพ่อท่านแม่ของฉันก็เห็นด้วย ^_^
แต่ข่าวร้ายก็คือ เชนบอกฉันว่าเขาจะไปสอบเข้าที่โรงเรียนอื่นในกรุงเทพฯ
นั่นเท่ากับว่าเขาจะไม่เรียนต่อที่นี่อีกแล้วเท่ากับว่านี่เป็ปีสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ฉันฟังแล้วก็รู้สึกเหงา ๆ ชอบกล
คู่หูคู่ซี้จะไปเสียแล้ว แต่ก็ยังเหลือยัยเมย์เดย์อยู่รายนั้นเลือกเรียนแผนการเรียนเดียวกับฉันเพื่อที่จะได้อยู่ห้องเดียวกันอีกอย่างน้อยฉันวางใจไปได้เปลาะหนึ่งว่าชีวิต่ ม.ปลาย คงจะไม่เงียบเหงาเสียทีเดียว
่เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก~
เมื่อในที่สุดก็ถึงวันรับประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษาระดับชั้น ม.3
หลายคนต่างแลกกันเซ็นเฟรนด์ชิพ ฉันเองก็เช่นกัน ยัยเมย์เดย์ ยัยอิมบลา ๆๆ จนกระทั่งฉันเอาสมุดเฟรนด์ชิพมายื่นให้ต่อหน้านายเชน
“อะ !”
ฉันว่า ยื่นสมุดไปตรงหน้าเขา
“หืม ? สมุดอะไร”
หมอนั่นเลิกคิ้วขึ้นมา
‘ทำเป็แกล้งไก๋’
ฉันคิด มีหรือที่เขาจะไม่รู้จัดสมุดเฟรนด์ชิพ - -^
“เฟรนด์ชิพไงยะ เฟรนด์ชิพของฉัน ! ช่วยเซ็นให้หน่อยจะไม่ได้เจอกันแล้ว”
ฉันว่า
นายเชนจึงหยิบปากกาในกระเป๋ากางเกงออกมาแล้วลงมือเขียนข้อความลงไปในนั้น...
ฉันนั่งรอจนเขาเขียนสมุดเฟรนด์ชิพให้ฉันเสร็จเรียบร้อยจึงรับสมุดนั่นกลับมา แต่ยังไม่ได้เปิดออกดู
จะว่าไปแล้วเขาเองก็เขียนอยู่นานพอสมควรเหมือนกัน ฉันเห็นเขาขีด ๆเขียน ๆ นั่นนี่
ฮ่ะ ๆ คงไม่ได้ขีดสมุดฉันเสียเละเทะหรอกนะ ^^+
“นาตาชา”
นายเชนนั่นเอง
จู่ ๆ เขาก็เรียกชื่อของฉัน ฉันหันกลับไปมองหน้าเขาทั้งที่ตอนนี้ฉันเองกำลังจะกลับบ้านแล้วเพราะเท้าของฉันกำลังจะก้าวพ้นประตูรั้วโรงเรียนออกไปอยู่แล้ว
“ว่าไง ? ^^”
ฉันถามยิ้ม ๆ รู้อยู่แล้วล่ะว่าเขาคงต้องมีอะไรจะพูดน่ะ
“เอ่อคือ...” เขาว่า สองมือล้วงกระเป๋าแก้เก้อหมอนี่เองก็มีอาการประหม่า ๆ แบบนี้เป็เหมือนกันเหรอทั้งที่เขาออกจะสตรองและมั่นมากแท้ ๆ “โชคดีนะ นาตาชา J”
เขาพูดยิ้ม ๆ ฉันเข้าใจในความหมาย
ที่ผ่านมาเราสองคนสนิทกันมากก ตัวติดกันแทบจะตลอดเวลาต้องขอบคุณอาจารย์ประจำชั้นตอน ม.2 ล่ะมั้งคะที่ฝากฝังให้ฉันดูแลเ้าหมอนี่ แต่ไปๆ มา ๆ ก็ไม่รู้ว่าใครดูแลใครกันแน่สินะคะ (_ _”)
“โชคดีเชน ไว้เจอกันใหม่ J”
ฉันยิ้มน้อย ๆ ยกมือขึ้นตบหลังเขาไปหนึ่งป้าบ ในขณะที่เขาหัวเราะแล้วยกมือขึ้นขยี้ผมฉันไปมา
“โชคดี”
ข้อความในสมุดเฟรนด์ชิพที่เชนเขียนให้ฉัน ถูกเขียนว่า…
‘โชคดีนาตาชา
ขอบใจมาก ๆ ฉันดีใจที่ได้เป็เพื่อนกับเธอ ยัยดูโอ้ !!
ป.ล. ฉันวาดรูปในมังงะที่ฉันอ่านมาฝาก หวังว่าเธอคงจะชอบเหมือนฉัน ^^’