ธนามองลอตเตอรี่ในมืออย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาสลับกับมองหน้าจอโทรทัศน์ที่ประกาศผลรางวัลเสร็จเรียบร้อยด้วยความตกตะลึง เขาหันไปมองเ้านายของตัวเองเพื่อยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้น
เมธัสเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ เขาแบมือรับลอตเตอรี่จากลูกน้องคนสนิทมาตรวจสอบดูอีกครั้งก่อนที่จะส่งคืน และกลับไปสนใจงานของตัวเองต่อโดยไม่ได้พูดอะไร ทำให้ธนาถึงกับคันปากยิบยิบๆอยากที่จะเม้าท์มอยต่อ
" นายท่านไม่แปลกใจบ้างหรอครับว่าทำไมคุณชลลดาถึงได้รู้ว่าเลขตัวนี้จะออกรางวัลที่หนึ่งและที่สำคัญเธอยังตั้งใจให้ทุกคนหาเฉพาะเลขตัวนี้ นี่มันแปลกมากๆเลยนะครับ"
" หึ ไม่รู้สิ กลับไปทำงานต่อได้แล้ว"
เมื่อเ้านายบอกแบบนั้นธนาจึงได้แต่ระเห็จตัวเองออกไปข้างนอก ก่อนที่จะเจอกับลูกน้อง 2-3 คนที่เดินยิ้มหน้าบานมาหาเขาพร้อมกับโค้งขอบคุณเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
" เป็อะไร จะมาขอบคุณอะไรกันนักหนา"
ธนาขมวดคิ้วมุ่นและถามขึ้นด้วยความสงสัย ก่อนจะเห็นลูกน้องยิ้มกว้างดวงตาเป็ประกายระยิบระยับ
" พวกเรามาขอบคุณที่หัวหน้าให้พวกเราคอยดูแลคุณชลดาและยังให้ไปช่วยตามหาลอตเตอรี่ในครั้งนี้ ไม่นึกเลยว่าจะได้ค่าตอบแทนมากมายขนาดนี้ แบบนี้ความฝันที่ผมจะซื้อบ้านให้กับคุณแม่ก็เป็จริงแล้ว"
ความจริงการทำงานกับตระกูลอัศวพัชรกุลก็ถือว่าได้รับเงินค่าตอบแทนที่สูงพอสมควร แต่ภาระหน้าที่ของพวกเขาเองรวมถึงครอบครัวก็มีค่าใช้จ่ายที่มากพอสมควร ดังนั้นการจะเก็บเงินซื้อบ้านสักหลังจึงยังคงเป็เื่ยาก
และครั้งนี้พวกเขาก็ได้เงินก้อนโตมาอย่างไม่คาดฝัน ต่อให้มันเป็เงินเล็กน้อยสำหรับคนรวยแต่สำหรับพวกเขามันมากมายจนคาดไม่ถึง มากพอถึงขนาดทำให้ชีวิตครอบครัวพวกเขาดีขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มีบ้านและรถเป็ของตัวเองโดยไม่ต้องมีหนี้สินที่ต้องผ่อน
พวกเขาถึงขนาดตั้งใจไว้เลยว่าจะทำงานตอบแทนชลดาอย่างเต็มที่ อคติและความไม่ชอบใจในตอนแรกถูกความใจดีของชลดาละลายจนค่อยๆลดลง และจนตอนนี้ถึงกับไม่เหลือเศษเสี้ยวความคิดร้ายๆแบบนั้นอีกเลย
" หึ ถ้าไม่มีอะไรก็ไปทำงาน อย่ามาโหวกเหวกโวยวายแถวนี้"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงเข้มตำหนิ ลูกน้องทุกคนก็ถึงกับยืนตัวตรงก่อนที่จะตอบรับเสียงดังและวิ่งหนีไป
ธนาหยิบลอตเตอรี่ขึ้นมามองนิ่งๆก่อนที่รอยยิ้มบางเบาตรงมุมปากจะปรากฏให้เห็น
ในตอนเย็นเมธัสก็กลับมาตามเวลาปกติ ไม่สิ ตรงเวลามากจนเรียกว่าผิดปกติเลยมากกว่า เพราะที่ผ่านมาเมธัสไม่ได้สนใจกับเวลาพวกนี้มากนัก แต่หลังจากที่ชลดาร่วมทานอาหารเช้าและอาหารเย็นทุกครั้ง เขาก็เริ่มออกมาทานอาหารเช้าและกลับมาทานอาหารเย็นในเวลาที่ตรงกัน
ธนาที่อยู่ข้างกายตลอดเวลาทำไมจะไม่รู้ว่าเ้านายของตัวเองเริ่มที่จะเอนเอียงไปทางหญิงสาว เขาเองก็คอยจับตาดูเธออยู่ตลอดเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้มีพฤติกรรมน่ารังเกียจเหมือนเดิมเขาก็ลดอคติลง
แต่แน่นอนว่าความระแวงของเขาก็ยังคงไม่หายไปไหน เขาให้คนคอยติดตามเจษฎาชายที่เคยติดต่อกับชลดา ยิ่งได้เห็นสันดานของผู้ชายคนนั้นเขาก็เริ่มที่จะรู้แล้วว่าทำไมชลดาถึงได้ตีตัวออกห่าง
นี่เป็โชคดีของเธอหรือเปล่าที่รู้ธาตุแท้ของผู้ชายคนนั้นั้แ่เนิ่นๆ ต่างจากผู้หญิงหลายคนที่ต้องตกเป็เหยื่อและถูกแบล็คเมล์จนไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้
ความจริงชลดาก็ให้บอดี้การ์ดที่คอยติดตามเธอไปจับตาดูเจษฎาเหมือนกัน แต่ในตอนนี้เธอยังปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นได้ใจไปก่อน แล้วเธอจะจัดการทีหลัง
ส่วนบรรดาหญิงสาวที่ตกเป็เหยื่อหรือกำลังจะตกเป็เหยื่อเธอก็ให้บอดี้การ์ดตักเตือนและช่วยเหลือตามสมควร หากพวกเธอไม่ยอมรับความช่วยเหลือหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่เวรกรรม
เมธัสนั่งทานอาหารพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น และเมื่อมองไปที่หญิงสาวที่กำลังทานสปาเก็ตตี้อย่างอร่อยโดยไม่สนใจเขาเลยสักนิด ก็ยิ่งทำให้เขาปล่อยออร่ามืดมนออกมาไม่หยุด
ชลดาที่สังเกตเห็นอาการนั้นก็หยุดชะงักไปชั่วขณะก่อนที่จะเงยหน้ามองชายหนุ่มและยิ้มกว้างให้อย่างอารมณ์ดี
วันนี้เธอถูกลอตเตอรี่ตั้งขนาดนั้นจะไม่ให้เธอดีใจได้ยังไง เดี๋ยวพรุ่งนี้เธอตั้งใจจะออกไปข้างนอกเพื่อขึ้นเงินและหาสถานที่สำหรับเป็ที่ผลิตชุดของเธอ
หลังจากที่ชุดของเธอพร้อมจำหน่ายเธอจะสร้างร้านเสื้อผ้าตั้งแบรนด์เป็ของตัวเองและโปรโมทให้ทุกคนรู้จัก
แค่คิดก็มีความสุขแล้ว
" มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมไม่ทานข้าวล่ะ วันนี้พ่อครัวทำอาหารอร่อยมากเลย "
ชลดาตั้งใจที่จะให้รางวัลและเป็ของขวัญกระชับมิตรให้กับบรรดาพ่อครัวและคนงานในบ้านที่พอจะไปด้วยกันได้
ส่วนคนที่ยังคงอคติกับเธอ เธอก็คงไม่กล้าที่จะให้ เพราะกลัวพวกเขาจะรู้สึกไม่ดีที่ต้องรับของจากเธอ หึๆๆ
ชลดาแสยะยิ้มอย่างชอบใจ ยิ่งอารมณ์ดีเธอก็ยิ่งตักอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
เมธัสมองมือเรียวสวยที่ตักอาหารจานนั้นจานนี้ไม่หยุด ก่อนที่จะม้วนสปาเก็ตตี้ที่น่าจะเป็ฝีมือตัวเองเข้าปากอย่างเคลิบเคลิ้ม
แล้วทำไมของเขาไม่มีสปาเก็ตตี้ ปกติเธอจะต้องทำสำหรับเขาจานหนึ่งไม่ใช่หรอ
เมธัสวางช้อนส้อมลง ก่อนที่จะพูดออกมาเสียงนิ่ง
" ฉันได้ยินว่าเธอให้บอดี้การ์ดไปหาซื้อลอตเตอรี่ ทำไม? เงินที่ฉันให้ไปไม่พอใช้หรือไง "
ชลดาตักสปาเก็ตตี้คำสุดท้ายเข้าปากพร้อมกับหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ก่อนที่จะตาโตเมื่อได้ยินคำถามของเขา
จริงสิ เธอยังไม่ได้คืนblack card ให้เขาเลยนี่นา ในเมื่อตอนนี้เธอมีเงินแล้วเธอก็ไม่จำเป็ต้องใช้ของเขา
ชลดาก้มลงไปหยิบกระเป๋าเงินของตัวเองและหยิบblack card ที่เตรียมมาเพื่อที่จะคืนเขาโดยเฉพาะ ก่อนที่จะนำไปวางไว้ตรงหน้าของชายหนุ่ม
ชลดามองไปรอบๆก็เห็นคนรับใช้ยืนล้อมรอบอยู่ในระยะที่พอเหมาะเพื่อรอรับใช้
คนพวกนี้หลายคนที่ยังคงมีอคติและคิดไม่ดีกับเธอ โดยเฉพาะแก้วตาหญิงสาวที่ส่งสายตาแวววาวให้กับเมธัส รายนี้ดูเหมือนจะญาติดีกับเธอไม่ได้อย่างแน่นอน
"หนูดาเอา black card คืนให้ค่ะ ยังใช้ไปไม่เยอะเท่าไหร่ คงไม่เป็อะไรใช่ไหมคะ "
เมธัสจ้องมองมานิ่งๆราวกับจะถามว่าทำไม ชลดาจึงยกมือเกาท้ายทอยพร้อมกับยิ้มแห้ง
" หนูดาแค่รู้สึกไม่สบายใจ ั้แ่อาศัยอยู่ที่นี่ทุกคนก็ตราหน้าหนูดาว่า้าที่จะเกาะคุณเมธัสกินอยู่แล้ว เพราะอย่างนั้นหนูดาก็เลยไม่อยากใช้เงินคุณเมธัสอีก แล้วตอนนี้หนูดาก็มีเงินแล้วด้วย อีกหน่อยเมื่อมีธุรกิจส่วนตัวก็จะไม่ง้อใครอีก"
ชลดาพูดทีเล่นทีจริงพร้อมกับเชิดหน้าขึ้น ก็เป็ความจริงนี่นา ในเมื่อเธอถูกดูิ่ด้วยเื่นี้ เธอก็จะใช้เงินของตัวเองนี่แหละ น่าจะตัดปัญหาประเด็นนี้ได้
แล้วถ้าต่อไปเธอกับเมธัสยังไม่สามารถไปด้วยกันได้อีก เธอก็จะได้ออกไปอยู่ข้างนอกและมีธุรกิจส่วนตัวคอยรองรับและใช้ชีวิตของตนอย่างมีความสุข
แค่คิดก็แฮปปี้สุดๆแล้ว ไม่ต้องมีเื่กังวลเหมือนกับชีวิตที่แล้วของเธอ
เมธัสขมวดคิ้วพร้อมกับมองไปรอบๆด้วยสายตาคมกริบ สายตานั้นทำให้คนรับใช้ทุกคนที่มองเห็นถึงกับตัวสั่นเทาอย่างหวาดผวา
" ใคร!"
เสียงนิ่งแต่กดต่ำจนน่ากลัวทำให้คนรับใช้แทบจะทรุดตัวลงกับพื้น เพราะรู้ว่าตัวเองเคยพูดนินทาหรือแม้กระทั่งพูดต่อหน้าชลดาอย่างไม่มีความเกรงใจ
ชลดาเลิกคิ้วมองก่อนที่จะยกยิ้ม
" ช่างมันเถอะค่ะ รู้ไว้แค่ว่าหนูดาก็มีศักดิ์ศรีของหนูดา เอาบัตรนี้คืนไป แล้วต่อไปพวกเขาจะได้ไม่ต้องมาพูดเื่นี้ประชดหนูดาอีก อืมม อิ่มจังเลย ไปก่อนนะคะ แล้วพรุ่งนี้หนูดาขออนุญาตออกไปหาทำเลทำธุรกิจส่วนตัวนะคะ "
ชลดายิ้มกว้างพร้อมกับขยิบตาให้อย่างซุกซน ไม่สนสายตาที่เหมือนกับว่าพวกเขายังพูดกันไม่จบและห้ามไปไหนของเมธัสเลยสักนิด
ก็เธอจะไป จะทำไม ชลดาปล่อยให้เมธัสจัดการเื่ภายในบ้านด้วยตัวเอง เธอก็แค่อยากจะเอาคืนคนพวกนั้นนิดๆหน่อยๆเท่านั้น โทษฐานที่ไม่รู้จักให้เกียรติกันบ้าง
ถึงแต่ก่อนเธอจะไม่อยากอยู่ที่นี่ แต่เธอก็ไม่เคยไประรานใคร แค่ต่างคนต่างอยู่ แต่คนพวกนี้กลับชอบหาเื่เธอเป็ประจำ โดนซะบ้างก็ดี
เมธัสมองไปที่อนงค์หัวหน้าแม่บ้าน ทำให้อรนภาต้องรีบเดินมาอยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
" เรียกคนรับใช้ทั้งหมดมา แล้วเธอก็รายงานทุกอย่างให้ฉันฟังด้วย อย่าได้คิดที่จะโกหกหรือปกปิด เธอทำงานอยู่ที่นี่มานานคงจะรู้ว่าฉันไม่ใช่คนใจดี"
" อึก! ค่ะนายท่าน"
และด้วยคำสั่งนั้น ความชุลมุนก็บังเกิดขึ้น ตอนนี้คนรับใช้ทั้งหมดรวมถึงพ่อครัวต่างก็ยืนกุมมืออย่างสงบเสงี่ยมอยู่ลานกว้างภายในคฤหาสน์ แต่ภายในใจกลับรู้สึกหวาดกลัวจนแทบอยากจะเป็ลม
ธนายืนมองคนเหล่านี้ก่อนที่จะส่ายหัว ขนาดตัวเขาเองยังเคยถูกนายท่านตำหนิเื่ที่อคติกับชลดา เนื่องจากเขาเป็คนตรงไปตรงมาแต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดล้ำเส้นจึงยังพอรับได้
แต่คนพวกนี้หลายคนเมื่อเห็นว่านายท่านไม่สนใจหญิงสาว รวมถึงก่อนหน้านี้ที่เธอทำพฤติกรรมไม่สนใจใครและทำท่าทางเหมือนรังเกียจนายท่านก็ทำให้เราคนรับใช้ไม่พอใจ ก่อนที่จะต่อว่าอย่างไม่มีความเกรงใจ
ทุกคนต่างก็คิดเหมือนกัน หญิงสาวที่ถูกครอบครัวขายมาใช้หนี้ ไม่ได้มีค่าพอและไม่ได้เหมาะสมกับตำแหน่งนายหญิงเลยสักนิด
แก้วตากุมมือแน่น เธอรู้สึกกังวลเป็อย่างมากเนื่องจากเธอถือว่าเป็ตัวตั้งตัวตีในการทำให้ผู้คนรังเกียจชลดา เธอไม่รู้ว่าการที่เมธัสเรียกมาแบบนี้เขา้าทำอะไร
จะลงโทษพวกเธอเพียงเพราะผู้หญิงคนนั้นอย่างนั้นหรอ
เมื่อทุกคนมาพร้อม เมธัสก็ค่อยๆเดินมาหยุดอยู่ต่อหน้าทุกคน เขาจับจ้องไปที่อนงค์หัวหน้าแม่บ้านเพื่อให้เธอรายงานพฤติกรรมของคนรับใช้ทั้งหมด!