เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 73 โกรธ

            นอกจากนี้ ทางเจียงหมิ่นเองก็ไม่อยู่เฉย

            ตอนหนานหมิงเหอและเยี่ยนเจาเจาเพิ่งแยกจากกันเจียงหมิ่นก็ตามมาเข้าหาเขาด้วย

            น่าเสียดายที่เขาเกลียดสตรีประเภทนี้ที่สุด จึงชักนำนางไปที่เปลี่ยวแล้วใช้มีดทุบนางให้หมดสติ

            คนของหนานหมิงเหอมีไม่มาก แต่เน้นความเชี่ยวชาญหลังจากเดินงานเทศกาลโคมไฟเพียงรอบเดียว ก็ควานหาคนที่เจียงเหยียนพามาพบ

            ซึ่งเรื่องทำนองนี้อย่างไรก็ไม่เหมาะจะให้คนจับหลักฐานได้คนของเจียงเหยียนกับเจียงหมิ่นจึงมีน้อย มีแค่สามคนเท่านั้น

            สามคนนี้ ลบนักแสดงฮ่วนซินที่ถนัดวิชาแปลงโฉมต้องการปลอมเป็นหนานหมิงเหอเพื่อดึงดูดความสนใจของเยี่ยนเจาเจาออกไปก็เหลือเพียงเด็กรับใช้คอยเฝ้าประตูเรือน และคนคอยดูต้นทางตรงหน้าตรอกเท่านั้น

            ทั้งสามไม่มีใครที่จัดการยากสักคน

            เมื่อเจียงเหยียนพาเยี่ยนเจาเจามาถึงลานเรือนเล็กที่มีช่องโหว่อยู่ทุกจุดเหมือนตะแกรงในสายตาของหนานหมิงเหอ ก็ถูกแทนที่โดยคนของเขาทั้งหมดแล้ว

            เจียงเหยียนโชคดีที่เยี่ยนเจาเจาไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่ปลายเส้นผมในมือเขามิฉะนั้นเขาไม่รับประกันว่าเจียงเหยียนจะรักษาของลับตรงเป้ากางเกงสกปรกนั่นไว้ได้

            แต่หนานหมิงเหอไม่อาจบอกความคิดของเขาแก่เยี่ยนเจาเจาเอ่ยในมุมมองส่วนตัว อย่างไรหนานหมิงเหอก็ไม่อยากให้เยี่ยนเจาเจารับรู้สิ่งสกปรกพวกนี้

            คิดวนเวียนในหัวรอบหนึ่งหนานหมิงเหอค่อยกลับมาจดจ่อกับเยี่ยนเจาเจาที่กำลังโกรธขึ้งในอ้อมแขนเขา

            “เจาเจา เจ้ายังเด็กเกินไปที่จะดู”

            หนานหมิงเหอเดิมคิดว่าไม่มีสิ่งใดในโลกจะทำเขาปวดหัวได้แต่การปลอบโยนเยี่ยนเจาเจาดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เขาคิดหนักที่สุด

            “ข้าไม่สน เมื่อก่อนท่านรักตามใจข้ามากที่สุดแต่วันนี้แค่ปรายตาท่านยังไม่ให้ข้ามองเลย”

            เยี่ยนเจาเจาแค่อยากเห็นว่าลูกน้องเก่งๆของพี่ชายรองมีใครบ้าง นางไม่เอาไปบอกใคร เหตุใดจึงปล่อยให้นางดูไม่ได้?

            น้องหญิงมักโกรธอย่างไร้เหตุผลวันนี้ในที่สุดหนานหมิงเหอก็เข้าใจความหมายของกู้เจี้ยนแล้ว

            อาจเพราะใจตรงกันความคิดของเยี่ยนเจาเจาจึงวิ่งผ่านในหัวอย่างรวดเร็ว

            นางมีเพื่อนน้อย เจินเจินกับอ้ายอ้ายก็ยังไม่อยู่กับนาง นางจึงมีเพียงสาวน้อยซื่อบื้ออย่างเฉินเซียงอี๋คนเดียวเท่านั้น

            แน่นอน เยี่ยนเจาเจาย่อมรู้ว่าตอนนางติดไข้ทรพิษเกือบตายคนทั้งเมืองหลวงต่างหลีกเลี่ยงสวนมวลบุปผาหอมมีเพียงเฉินเซียงอี๋ที่กล้าแอบสกุลเฉินเข้ามาดูนาง และปลอบประโลมท่านแม่แทนนาง

            คนทั้งเมืองหลวงคงนึกว่าเยี่ยนเจาเจาตายไปแล้วไม่รู้เหมือนกันว่าเฉินเซียงอี๋จะโศกเศร้าเสียใจมากหรือไม่

            เมื่อนางคิดถึงเหตุการณ์นี้ก็โยนความขัดแย้งระหว่างนางกับหนานหมิงเหอออกไปชั่วคราวและซบไหล่หนานหมิงเหออย่างอ่อนล้ากล่าวอย่างหดหู่เล็กน้อย“ไม่รู้เซียงอี๋จะอยู่ดีในเมืองเซียงเฉิงหรือไม่?”

            “พี่ชายนางจะดูแลนางอย่างดี”

            น้ำเสียงของหนานหมิงเหอฟังชอบกล ทันใดนั้นเยี่ยนเจาเจาก็ระลึกขึ้นได้ว่ายังมีกู้เจี้ยนอยู่ข้างกายเฉินเซียงอี๋กู้เจี้ยนจะปล่อยเฉินเซียงอี๋รู้สึกโศกเศร้าได้อย่างไร?

            “พี่ชายรอง ท่านหลักแหลมนัก ท่านรู้จักกับนายน้อยสกุลกู้หรือ?”

            เยี่ยนเจาเจาเอ่ยถาม

            หนานหมิงเหอชะงักฝีเท้าแผ่วเบา แล้วตอบ“เหตุใดเจ้าถามเช่นนั้น?”

            “เหรินเหยาบอกข้าว่า นางเคยพบนายน้อยจากสกุลกู้มาก่อน”ความจริงเยี่ยนเจาเจาไม่คาดหวังว่าหนานหมิงเหอจะรู้ตัวตนของนายน้อยสกุลกู้นางสงสัยว่าเหรินเหยามีความลับอะไรมากกว่า “ข้าสงสัยอยู่เสมอว่าหนี้แค้นบัญชีเลือดที่ติดตัวนางเกี่ยวข้องกับสิ่งใด”

            หนานหมิงเหอหรี่ตาลง ก่อนเอ่ยว่า “เหรินเหยาไม่ใช่คนน่าคบหานักแต่ตอนนี้นางภักดีต่อเจ้า หากนางมีความลับ นางจะบอกเจ้าในอนาคตแน่”

            เยี่ยนเจาเจาถอนหายใจ

            หนานหมิงเหอนึกว่าเรื่องเมื่อครู่ผ่านไปแล้ว คาดไม่ถึงว่าเยี่ยนเจาเจาจะโกรธขึ้นมาอีก

            “ท่านวางข้าลง ท่านไม่ใช่ที่หนึ่งของข้าอีกต่อไปแล้วเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ยังไม่ให้ข้าดู ข้าไม่ได้จะหักหลังท่านเสียหน่อย!”

            หนานหมิงเหอโดนเจ้าตัวยุ่งตื้อจนอึดอัดและกดดันจริงๆ

            เขาอุ้มเยี่ยนเจาเจาไว้บนแขน เบี่ยงตัวเลี้ยวเข้าตรอกอีกแห่งกะทันหันแล้วดึงเยี่ยนเจาเจาออกจากอ้อมแขนของตนเอง วางลงบนโต๊ะว่างเปล่าพร้อมนัยน์ตาที่มืดครึ้มลง

            “หากเจ้าอยากรู้อะไร ก็ถามข้ามาตรงๆ เรื่องในลานเรือนสกปรกโสมมจะให้เจ้าเห็นได้อย่างไร”

            สายตาหนานหมิงเหอลึกล้ำ แสงไฟในตรอกเล็กค่อนข้างมืดเยี่ยนเจาเจาจึงมองใบหน้าหล่อเหลาของเขาไม่ชัดเจนนัก เห็นเพียงนัยน์ตาล้ำลึกนั่น

            สายตาเขาเต็มไปด้วยความจนใจราวกับว่าขีดความอดทนทั้งหมดของเขาหมุนรอบตัวของเยี่ยนเจาเจาหากเยี่ยนเจาเจายังพยายามขุดคุ้ยต่อ ขีดจำกัดอาจต่ำลงมาอีกสองขั้นก็ได้

            “ข้าแค่อยากรู้ว่าคนในมือท่านมีใครบ้าง...”

            เยี่ยนเจาเจาไม่รู้ว่าความเสียใจของตนโผล่มาจากไหน มันแตกต่างกับน้ำตาที่นางหลั่งออกมาเพื่อหลอกเจียงเหยียนอย่างสิ้นเชิงจนยามนี้เบ้าตานางแดงก่ำ ประกายน้ำเล็กๆ ปริ่มขอบตาโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่นางจะเงยหน้าจ้องไปที่ดวงตาของหนานหมิงเหอเขม็งอย่างดื้อรั้นต่อ

            นางเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน ในอดีตเห็นได้ชัดว่านางไม่ใช่คนงี่เง่าไร้เหตุผลเหตุใดทุกเรื่องที่ข้องเกี่ยวกับหนานหมิงเหอนางถึงคิดมากกับการกระทำและคำพูดอย่างเลี่ยงไม่ได้ อารมณ์ยิ่งเหมือนผูกติดกับเขาเพียงเขาขมวดคิ้วก็ทำนางปวดใจไปด้วย

            หนานหมิงเหอได้เห็นเยี่ยนเจาเจาร้องไห้ในที่สุด เขาวาดมือไม้สะเปะสะปะทันทีและใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาออกจากหางตาของเยี่ยนเจาเจาตามสัญชาตญาณ

            บนมือเขามีตุ่มไตหนาเป็นชั้น ทิ่มเยี่ยนเจาเจาจนเจ็บหน้าแต่นางไม่อยากขยับใบหน้าออก กลับจ้องเข้าไปในดวงตาหนานหมิงเหอแทน

            หนานหมิงเหอถอนหายใจ

            “คนที่อยู่ในลานเรือนชื่อหมิงอี เป็นคนที่จับฮ่วนซินคนที่หลอกเด็กรับใช้หน้าประตูออกไปคือหมิงเอ้อร์และคนที่หลอกคนดูต้นทางหน้าตรอกคือหมิงซาน เป็นบุรุษทั้งหมด”

            หนานหมิงเหอไม่รู้ว่าเหตุใดตนจึงเติมประโยคสุดท้ายเข้าไปแต่คิดดูอย่างไรก็รู้สึกว่าเด็กสาวตรงหน้าต้องถามเขาเป็นแน่ จึงได้กล่าวออกมาในคำเดียว

            “...”

            น้ำตาของเยี่ยนเจาเจาคลอในดวงตา

            นางเหมือนจะเข้าใจหนานหมิงเหอผิดไปแล้ว

            นางเห็นหนานหมิงเหอถอนหายใจ นางก็อดถอนหายใจออกมาด้วยไม่ได้ นางนึกถึงช่วงเวลาสุดท้ายที่สูญเสียคนใกล้ชิดต่างพากันตีตัวออกหากจากตน และจำได้ว่าชาติก่อนไม่เคยมีใครคอยดูแลเพียงเพื่อให้ตนมีความสุขเช่นนี้มาก่อน

            วันนี้มีอยู่จริงใช่หรือไม่?

            หากการเดินทางมาเกิดใหม่ คือการให้นางมองเห็นว่าข้างกายของตนมีคนที่ดีต่อนางจากก้นบึ้งของหัวใจอยู่เยี่ยนเจาเจาอดรู้สึกว่าตนเองเป็นคนที่โชคดีที่สุดท่ามกลางผู้คนมากมายไม่ได้

            “พี่ชาย”

            เยี่ยนเจาเจายืดตัวตรงกะทันหัน จับใบหน้าอ่อนเยาว์ขณะที่หนานหมิงเหอกำลังขานรับตอบมาเลื่อนหน้าผากตนไปแตะกับหน้าผากของหนานหมิงเหอเบาๆ รู้สึกถึงอุณหภูมิในร่างกายของเด็กหนุ่มน้ำตาพลันไหลลงในที่สุด

            “ขอโทษ ข้าไม่ควรโมโหเลย”

            หนานหมิงเหอไม่เคยเห็นเยี่ยนเจาเจาที่โอหังเอ่ยขอโทษใครไม่ว่าจะช่วงเวลาใดในอดีต เยี่ยนเจาเจามักจะเชิดหน้าสูงอยู่ตลอดเวลา หรือมองจากมุมใดก็ตามเยี่ยนเจาเจาล้วนยืนอยู่เหนือผู้คนเสมอ

            นางเป็นดั่งแสงอาทิตย์ค้างฟ้าที่ไม่อาจไขว่คว้าแต่ตอนนี้นางกลับยอมก้มศีรษะและเอ่ยขอโทษเขา

            ลมหายใจหนานหมิงเหอหนักหน่วง

            ทันใดนั้น เขาเอามือปิดตาเยี่ยนเจาเจามีคนเดินผ่านตัวอย่างเร่งรีบเขาจึงรีบคว้าหน้ากากข้างกายมาบังใบหน้าพวกเขาไว้หลังหน้ากาก

            ภายในตรอกมีแสงไฟวูบไหว กั้นกลางระหว่างความคึกคักและเงียบสงบข้างนอกนั้นผู้คนขวักไขว่ปิดบังใบหน้าใต้หน้ากาก ในที่สุดหนานหมิงเหอก็ไม่อาจต้านทานธารน้ำที่สาดซัดในใจเขาได้

            เขาก้มศีรษะลง และจุมพิตบนหลังมือของตนเองแผ่วเบา

            แสดงตามอารมณ์ หยุดตามสมควร [1]

            เขาศรัทธาในตัวนางอย่างแรงกล้า แม้จุมพิตดวงตาของนางผ่านหลังมือก็ทำให้ความกระสับกระส่ายทั้งหมดได้รับการปลอบประโลม จนเขากลับมาสงบอีกครั้ง

            “เจาเจา ข้าไม่มีวันโทษเจ้า”

            เยี่ยนเจาเจาไม่รู้ว่าหนานหมิงเหอทำอะไรเมื่อมือใหญ่ที่ปิดตานางผละออกไป นางเห็นเพียงใบหน้าอบอุ่นของหนานหมิงเหอเท่านั้น

            “ทำไมหรือเจ้าคะ?”แม่นางน้อยที่ยังมีน้ำตาเลิกเรียวคิ้วอย่างแปลกใจ

            “เพราะเจ้าคือเจาเจา”

            คือเยี่ยนเจาเจาคือเจาเจาที่เขาอยากปกป้องไว้ในอ้อมแขนตลอดชีวิตของตน ทั้งในชาตินี้และชาติหน้า

            ในใจของเยี่ยนเจาเจาโดนคลื่นใต้น้ำเชี่ยวกรากครอบงำจนนางไม่รู้จะระงับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ล้นทะลักออกมาอย่างไร

            ฉากน้ำเน่าห่วยๆที่จำไม่ได้ว่าอ่านจากบทละครพื้นเมืองเล่มไหนผุดขึ้นมาเยี่ยนเจาเจาคลำสะเปะสะปะทั่วร่างกายของตนเอง พบหยกพกแคล้วคลาด [2] เล็กๆ ชิ้นหนึ่ง ซึ่งนางพกติดตัวมาตอนออกมาจากเรือนก่อนหน้านี้

            “พี่ชาย ให้ท่าน”

            นางแบมือออก ยื่นหยกพกแคล้วคลาดแวววาวกลางฝ่ามือไปตรงหน้าหนานหมิงเหอ

            หนานหมิงเหอหยิบมันขึ้นมา หยกพกแคล้วคลาดอันเล็กอบอุ่นและมันเงามีด้ายแดงผูกอยู่ข้างบน แฝงไออุ่นที่มีเพียงบนร่างเยี่ยนเจาเจาเอาไว้

            “ได้”

            “พี่ชาย ท่านเอาของข้าไปแล้ว ต่อไปก็กลายเป็นคนของข้าแล้วนะ”

            เทศกาลไหว้พระจันทร์เต็มไปด้วยโคมไฟประดับมากมายราวกับยามกลางวันแย่งชิงความงดงามกัน

            แต่หนานหมิงเหอกลับรู้สึกว่าโคมไฟงดงามสดใสอันตระการตาซ้ายขวาไม่อาจงดงามเท่านางที่นั่งเอียงศีรษะเล็กน้อย แล้วกล่าวประโยคดังกล่าวต่อหน้าเขาในเวลานี้

            “ได้”

            รูปโฉมของเขางดงามราวภาพวาด สดชื่นและอ่อนโยนน้ำเสียงค่อนข้างแหบต่ำเล็กน้อยกลมกลืนไปในยามราตรีราวกับสายน้ำ

            “พูดอะไรก็ว่าดี ท่านดูโง่นัก”

            เยี่ยนเจาเจาอดขำเสียงดังไม่ได้เจ้ากรงเล็บไม่รักดีก็เผลอหยิกแก้มของหนานหมิงเหออีกรอบ

            “ได้”

            “คนโง่ คนโง่ คนโง่!”

            เยี่ยนเจาเจาทนเอือมระอาไม่ไหวรู้สึกเพียงว่าร่างกายตนหนาวขนลุกแทบจะสั่นแล้วนางจึงเหวี่ยงตนเองเข้าอ้อมแขนของหนานหมิงเหอเสียเลย

            ขอไม่กล่าวว่าทั้งสองออกมาจากตรอกอย่างไร เรื่องในวันนี้นับว่าจบลงแล้วพวกเขาล้วนผ่อนคลายลง

            คืนนี้หนานหมิงเหออารมณ์ดียิ่งเขาถามเยี่ยนเจาเจาว่านางอยากไปดูยอดโคมหรือไม่ เยี่ยนเจาเจาพลันตอบตกลงอย่างเต็มใจ

            พวกเขาทั้งสองไปดูยอดโคมด้วยกัน ในขณะที่กำลังชมอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคย

            “นายน้อย ไม่ได้เด็ดขาด หากนายหญิงใหญ่พบเข้าข้าต้องถูกตีจนขาหักแน่!”

            “ไม่เห็นมีสิ่งใดแปลกนี่พี่ฉงหยางกับพี่ฝูหยิงบอกว่านั่นคือสวรรค์บนดินเป็นสถานที่ที่บัณฑิตทั่วแคว้นอยากไป เหตุใดจึงไปไม่ได้!”

            เสียงนี้ออกจะยังเด็กอยู่บ้างไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กหนุ่มเช่นนี้ไปเอาคำพูดอวดภูมิเลียนแบบผู้อาวุโสมาจากที่ใด

            เป็นหยวนหยางฮุยนั่นเอง

            ----------------------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] แสดงตามอารมณ์ หยุดตามสมควรเป็นคำกล่าวของขงจื๊อ สอนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง หมายความว่าการแสดงความรัก ความรู้สึกต่อกัน ต้องรู้จักที่ถูกที่ควร รู้จักธรรมเนียมจารีตและไม่ควรแสดงออกเกินขอบเขต

            [2] หยกพกแคล้วคลาด หมายถึงหยกทรงเหรียญจีนโบราณ มีรูตรงกลาง สมัยก่อนจนถึงปัจจุบันมีความเชื่อว่าสามารถวิงวอนขอความช่วยเหลือหรือขอสิ่งที่ปรารถนาผ่านรูเหรียญเพื่อติดต่อกับเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้นอกจากนี้คนจีนยังเชื่อว่าหากคล้องให้เด็กๆ จะปลอดภัย แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498