เมื่อมองเกาะแห่งนี้จากไกลๆแล้วดูสงบสุขอย่างบอกไม่ถูกในความคิดของ ฟุจิมุระ โยชิทากะ เพราะเดิมทีตัวเขานั่นชอบอยู่ในที่สงบ
ไม่ค่อยชอบความวุ้นว้าย เพราะมันน่ารำคาญมากสำหรับตัวเค้าแต่ในตอนนี้เขาน่าจะพบกับสิ่งนั่นแล้วในไม่ช้าแต่ก็น่ะมันไม่มีจริงหรอกเพราะเหมือนจะมีสิ่งที่วุ้นว้ายยิ้งกว่าอยู่ข้างๆ
สายตาของเด็กหนุ่มเพ้อจ้องไปยังคนที่อยู่ข้างๆ เด็กสาวผมสีเท้าดวงตาสีแดง เธอจ้องมาที่เด็กหนุ่มแล้วยิ้มให้อย่างมีสเน่ทั้งที่ตอน
เจอกันครังแรกยังยังวิงหนี้มาทางเขาอยู่เลยแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับยิ้มร่าวกับหมดห่วงซะอย่างนั่นให้ตายสิเด็หนุ่มบ่นในใจอย่างเงียบๆแต่ยัง
ไงวันนี้ก็เป็วันดีที่เขาได้ย้ายมาอยู่ที่แห่งนี้ตัวเขาคิดเช่นนั่นจริงๆ
ณ เกาะฟุจิมุระ ท้าเทียบเรือ
ลมจากทะเลที่พัดเข้ามาพร้อมแสงอาทิตร์อ่อนๆให้ความรู้สึกแต่กต่างจากตอนอยู่บนเรือข้อนข้างมากจริงๆถึงแม้ โยชิทากะ จะอยู่บนเรือ มาได้แค่สองวันก็ตามแต่เขาก็ยังคิดถึงพื้นดินอยูดี เด็กสาวที่อยู่ข้างๆก็ด้วยเช่นกันเธอมองไปรอบๆร่าวกับได้เห็นสิ่งใหม่ซึ่งตัวเขาก็คิดแบบเดี่ยวกันในถาพตื่นตา
นั่นคือถาพของท้าเรือสมัยใหม่ที่ผสมเข้ากับท้าเรือยุคเก่าอย่างแท้จริงทำให้ดูทันสมัยแต่ก็ให้ความรู้สึกเก่าไปด้วยเหมือนเรือสำราญลำนั่นเปียบ
เด็กสาวมองมาที่เขาพร่างกล่าวว่า "เป็อะไรที่สวยดีน่ะ" เด็กสาวยิ้มอย่างน่ารัก "นั่นสิน่ะ" เด็กหนุ่มตอบกลับสั้นๆพร่างเดินไปต่อโดยไม่ได้สนใจอะไร
มากเป็พิเศษ และเดินไปพร้อมกับเด็กสาวข้างกายไปเรื่อยๆ พร่างมองสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่รอบตัว มีตั่งแต่ร้านอาหารทะเลและอุปกรณ์ประเถทอะไหล่เรือไม่ก็
อุปกรณ์ตกปลาหรือไม่ก็ร้านขายของที่ละลึก
เด็กสาวและเด็กหนุ่มขึ้นรถไฟเพื่อมุ้งสุ้จุดหมายของปลายทางของวันนี้นั่นคือโรงเรียนที่พวกเค้าจะเข้าเรียนนั่นเอง โยชิทากะ นั่งมองทิวทัศน์ผ่านทาง
หน้าตางที่เปลียนไปจากท้าเรือเปลียนเป็เมืองไปอย่างเอือยเชื่อยพร่างคิดว่า เป็เมืองที่ดูมีชีวิตชีวาดี มันทำให้เขารู้สึกดีจริงๆแต่เมื่อมองคนที่อยู่ข้างๆก็หเนื่อยแปลกๆ เด็กหนุ่มกับเด็กสาวเดินทางมาถึงจุดหมายในเวลาไม่นานกำแพงสูงใหญ่จนมองแล้วรู้สึกเหมื่อนบดบังได้แม้กระทั้งพระอาทิตร์เลยทีเดียวแถมยังมีต้น
ไม้เลือนเต็มไปหมดเด็กหมุ่มเด็กเข้าไปในทั่นที
ณ ลานกว้าง โรงเรียน
เมื่อมาถึงก็มีนักเรียนแปลกตามากมายเดินไปเดินมาพร่างทำธุระไม่ก็คุยกันอย่างสนุกสนานตามปราสาเด็กวัยรุ้นแต่หน้าแปลกที่มีคนที่ใส้ชุดนักเรียนก็จริงแต่มีใบ้หน้าให้ความรู้สึกเหมื่อนคนทีอายุกว่าปกติ น่าจะเป็กรรมพันธ์มากกว่าล่ะมั้ง โยชิทากะพร่างคิดเช่นนั่นอย่างเสียมารายาท
เมื่อเด็กหนุ่มและเด็กสาวทั่งสองเดินมาถึงก็อดคิดไม่ได้ว่าห่อประชุมแห่งนี้ใหณ่จริงๆและสวยงาม สาเหตุที่พวกเค้าและนักเรียนคนอื่นๆคิดแบบนั่น
เพราะข้างในห่อประชุมนี้เป็โดมขนาดใหญ่แห่งนี้มีการประติมากรรมที่สวยงามอย่างมากโดยส่วนใหญ่จะเป็พวกศาสนาสมัยเก่าและพวกเทพทำให้ไม่ว่า
จะมองทางไหนก็สวยจริงๆ
ทั่งสองคนนั่งรอคิวโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันเป็พิเศษเพราะมีจำนวนนักเรียนที่มากในการรอสอบสัมภาษร์และจำนวนของนักเรียนคร้าวๆคงประมาณเกือบพันคนเห็นจะได้ในสายตาของโยชิทากะสาเหตุก็เพราะจะได้ดูว่านักเรียนที่มาใหม่มีคุณสมบัติขนาดพอจะเข้ามาเรียนแห่งนี้ได้ไหม
ระว่างที่รออยู่นั่นเองสายตาของเค้าก็สังเกตุถึงเด็กสาวคนนึ่งเข้า เด็กสาวผมสีน้ำตาลอ่อนน่าจะยาวถึงเอวหันหลังให้เลยไม่เห็นหน้าแต่เท่าที่ดูจากสายตา
ของนักเรียนชายที่มองมาน่าจะเป็คนที่สวยน่าดู แต่โยชิทากะไม่ได้สนเื่นั่นเพราะสาเหตุโดยรวมที่เขาหันไปเพราะให้ความรู้สึกเหมื่อนเคยเจอที่ไหนสักที่นึ่ง
"คิวที่806 " สัญญาณบ่งบอกถึงตาเด็กสาวที่อยู่ข้างกายดังขึ้น เมือเด็กสาวที่ได้ยินเช่นนั่นเธอก็ลุกขึ้นและหันไปบอกโยชิทากะว่า "แล้วเจอกัน"
เด็กสาวโบมือให้และเดินไป โยชิทากะก็โบกมือให้แต่เหมือนจะไม่ได้เห็นตอนที่เขาโบกมือแต่ถ้สดูจากสายตาของนักเรียนชายที่จ้องมาที่เขาและเธอมันดูน่ากลัวแปลกๆ
เมือเวลาผ่านไปประมาณนึ่งโยชิทากะก็สังเกตุถึงเด็กสาวที่เดินมาด้วยใบ้หน้าที่ยิ้มแย้มเธอสอบผ่านสิน่ะ "ไงคันซากกิเธอสอบผ่านรึเปล่า" ทันทีที่
โยชิทากะ คันซากิก็มองมาที่เขาพร่างยิ้มอย่างมีความสุข น่าจะผ่านสิน่ะ "คิวที่807" สัญญาณที่กล่าวต่อมาถึงตาเขาแล้วสิน่ะ "งั้นฉันไปก่อน" "ค่ะ" เธอตอบให้โดยมีใบ้หน้ายิ้มแย้มอยู่
เมื่อมาถึงหน้าโต็ะสอบบ ร่างของชายวัยกลางคนอายุน่าจะประมาณสักห้าสิบหน่อยๆ มีร้อยยนสวมแวนตามีใบ้หน้าที่ถึงอายุจะมากแต่ก็ดูสมชายมาก
"นั่งก่อนสิ"
"ครับ"
จากนั่นก็มีคำถามจำนวนมากมายที่เค้าตอบได้และไม่ได้ส่วนใหญ่เป็คำถามเชิงวิชาการและคำถามที่ว่าทำไมถึงอย่ากเข้าโรงเรียเป็คำถามแบบนี้ส่วน
ใหญ่มันทำให้เด็กหนุ่มข้อนข้างแปลกใจไม่คิดว่าจะมีคำถามพวกนี้ข้อนข้างเยอะ "อือใช้ได้เลยน่ะเธอน่ะถึงแม้คำถามจะง่ายแต่ก็ตอบได้ในระดับที่ดีพ่อควณ"
"ขอบคุณครับ" โยชิทากะตอบกลับด้วยใบ้หน้าที่ไม่ได้แสดงอะไรพิเศษ
"อืองั้นนี้คำถามสุดท้ายน่ะ" ชายวัยกลางคนมองไปที่แผนกระดาษก่อนถามว่า "เธอได้เลือสาขาที่จะเข้ารึยัง" "ครับ" โยชิทากะถึงกับทำหน้าบอกไม่ถูก
เลยทีเดียว เอะ ต้องเลือกสาขาด้วยเหรอไม่เห็นรู้เลยแหะ โยชิทากะทำหน้าอย่างสงสัยเมื่อเห็นเช่นนั่นชายวัยกลางคนก็คายสงสัยทั่นที
"เธอไม่ได้เลือกสาขาสิน่ะ"
"ครับ แต่ผมเห็นในกระดาษไม่เห็นมีให้เลือกสาขา้ลยไม่ใช้เหรอครับแถมนี้ไม่ใช้มหาลัยน่ะครับ"
"นี่เธอไม่รู้เลยเหรอว่ายุคสมัยนี้มันต่างจากยุคเก่าน่ะที่ต้องเรียนมปลายก่อนถึงจะเข้ามามหาลัยได้แต่ในตอนนี้เขาเน้นหลักสูทที่ทำให้เด็กได้เลือกเสนทางของตัวเองเลยน่ะจ่ะได้เข้าใจว่าในอนาคตอันใกล้แบบนี้จะทำอะไรต่อ"เมื่อชายวัยกลางคนพูดจบเด็กหนุ่มก็ยิ่งทำหน้าไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ว่ามันเป็ไปได้ยังไง
"และนี้ถ้าผมยังไม่เลือกก็เข้าโรงเรียนไม่ได้เหรอครับ" โยชิทากะทำสีหน้ากังวล
"อือก็ไม่เชิงไม่ได้น่ะ โรงเรียนเราก็เตรียมวิธีการสำหรับเื่นี้อยู่แต่ว่าน่ะสาขาที่จะเข้าให้ได้ในตอนนี้มีน้อยมากเลยล่ะ"
"งั้นแล้วมีสาขาอะไรบ้างที่ยังพอเหลืออยู่บ้างครับ" โยชิทากะถามอย่างมีความหวังในตอนนี้แล้วเค้าจะเลือกสาขาอะไรตัวเขาในตอนนี้ไม่สนไม่สนใจแล้วแต่ขอแค่ได้เข้าไว้ก่อนก็พอ
ชายวัยกลางคนยืนกระดาษมาให้เขาสามใบ้ เมือเด็กหนุ่มหันไปมองสาขาที่อยู่ในมหาลัยก็ทำหน้าร่าวกับว่าตกอยู่ในตวาสินหวังเพราะแต่ล่ะสาขานั่น
มีแต่สาขาที่เขาไม่เข้าใจว่ามีเพืออะไร
ใบ้แรกเขียนไว้วว่า สาขาการต่อสู้
ใบ้ที่สองสาขา การต่อสู้ด้านการว่างแผนและยุทธศาตร์
ใบ้สุดท้ายเขียนว่าสาขา สาขาการการวิจัย
แน่นอนว่าโยชิทากะมีความ้าที่จะปฎิเสธทั่งสามสาขาแต่เมื่อคิดถึงอนาคตแล้ว ไม่ไหวถ้าไม่เลือกนึ่งในสามสาขานี่ล่ะก็เขาอาจไม่มีสิธิเข้าโรงเรียน
ก็ได้แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีสาขาจำพวกการทำสงตรามแบบนี้ด้วย ที่นี่ไม่น่ามีาเกิดขึ้นได้เลยไม่ใช้เหรอ เด็กหนุ่มคิดอย่างแปลกใจ
"ขอถามสักหน่อยได้ไหมครับทำไมถึงต้องมีสาขาจำพวกนี้ล่ะครับ"
เมื่อได้ยินคำถามชายวัยกลางคนก็ยืนขึ้นและหันหลังมองไปที่หน้าตางและกล่าวว่า "ใช้ถ้าเกิดเป็ที่นี่อาจไม่มีาเกิดขึ้นก็ได้แต่นั่นไม่ใช้จุดรับประกันว่าเมื่อเหล่านักเรียนออกไปจากเกาะแล้วต้องรอดในาไม่ใช้รึไง เพราะฉะนั่นทางโรงเรียนเลยตัดสิ้นใจสร้างทางเลือกให้พวกเึ้าจะได้มีชีวิตในโลกที่แสนโหดร้ายใบ้น่ีนะน่ะ" เมื่อไดฟังเหตุและผลอันน่าเชื่อถือของชายวัยกลางคนเขาก็นึกสงสัยแล้วสาขาอืนล่ะเป็แบบนี้รึเปล่า
"เลือกได้ยังล่ะ ฟุจิมุระ โยชิทากะ คุง" ชายวัยกลางเอยถามพร่างมองไปที่เด็กหนุมที่นั่งอยู่อย่าสงบ
"ตัวผมน่ะไม่คดว่าอย่ากจะเข้ารวมสาขาพวกนี้หรอกน่ะครับอีกอย่างตัวผมไม่ชอบความวุ้นวายครับ"
"งั้นเหรอแต่ก็ไม่สามารถไม่เลือกไม่ได้น่ะ" เด็กหนุ่มพร่างคิดในมจอย่างช่วยไม่ได้
"งั้นผมเข้าสาขาการต่อสู้แล้วกันครับ" เด็กหนุ่มตอบอย่างเหนื่อยใจ
"โอเคแค่นี้ก็เรียบร้อย แล้วเจอกันน่ะ" ชายวัยกลางคนเอยอย่างพอใจแต่ในตอนนั่นเอง "อ่อแล้วก็อีกอย่างเด็กสาวที่อยู่คิวก่อนเธอเด็กคนนั่นก็เลือกสาขา
เดี่ยวกับเธอเห็นบอกรู้จักเธอน่ีดีใจด้วยน่ะที่ได้เด็กหน้ารักแบบนั่นอยู่ด้วย"
ทั่นทีที่เขาได้ยินก็แทบใใยทั่นที
คันซากิ ก็ด้วยอ่าแบบนี่มันซวยจริงๆ
เด็กหนุ่มได้แต่บ่นในใจอยู่อย่างั้นในขณะที่เดินออกไปชายชราก็กล่างว่า"ตอนเดือนเมษาเจอกันน่ะ" โดยที่เด็กหนุ่มได้แต่บ่นในใจอีกเช่นเคย
ในห้องอันกว่างเปล่าชายวัยกลางคนนั่งลงบนเก้าอี ก่อนจะเอยว่า "ขอบคุณมากที่ให้ฉันทำการทดสอบน่ะ" ทันใดนั่นเองหญิงสาวในชุดสูทผมห้างมาก็เดินเข้ามาจากทางไหนไม่รู้พร่างกล่าวว่า "ทำไมท่านถึงขอมาทำงานนี้เองล่ะค่ะ" หญิงสาวนเอยอย่างสงสัย
"นั่นสิน่ะเพราะเด็กหนุ่มคนนี้คือคนที่เธอให้ผ่านตอนอยู่บนเรือนี่น้า ชิราเอะคุง"
"ก็ใช้น่ะค่ะแต่ไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะมาทำการทดสอบเองมันก็นาะค่ะ"
"นั่นสิน่ะ ก็เธอเป็อาจายร์ที่เข้มงวดขนาดนั่นนี่น่าแต่เด็กนั่นฉันสนใจเป็การส่วนตัวน่ะแต่ชื่อเค้านี้รู้สึกแปลกแหะๆ"
"นั่นสิน่ะค่ะฉันไม่เคยได้ยินว่ามีคนที่ชื่อคล้ายเกาะแห่งนี้มาก่อนนอกจาก..." ทั่นทีที่หญิงสาวกำลังจะพูดชายวัยกลางคนก็ชู้มือขึ้นเพื่อหยุดเธอ
"อย่าไปพูดถึงเื่นั่นสิแต่เด็กปีนี้น่าสนใจจริงๆ"
"นั่นสิน่ะค่ะท่าน ผู้อำนวยการ"
ณ อีกด้านนึ่งในขณะที่เด็กหนุ่มหรือฟุจิมุระ โยชิทากะ กำลังนอนอยู่ที่โรงแรมที่เค้าจ้องไว้กับเด็กสาวเพื่อที่จะหาอยู่อย่างเป็ทางการให้ตัวเค้าสักทีส่วน
เด็กสาวที่ชื่อ คันซากิ กำลังนอนอยู่อีกห้องทั่นพวกเค้าไม่ได้คุยอะไรกันเลยหลังจากการสอบเสร็จแต่ไม่มีเื่ทางเพศอะไรพวกนั่นแน่นอน
หลังสอบเสร็จก็ไปกินข้าวที่นิยมกันของเกาะแห่งนี้มามากมายมันทำให้ตัวเขาอิ่มมากจริงๆ
โยชิทากะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างพร่างมองไปที่ตัวเมืองในเวลายามคำคืนที่มองเห็นพระจันทร์ครึงเสว
ถึงจะเป็โรงแรมถูกๆแต่สุดยอดจริงๆน่ะเกาะแห่งนี้
เด็กหนุ่มพร่างมองไปที่ตัวอย่างสงบรวคิดถึงเื่ที่เกิดใน่ที่สอบสัมภาษร์ ใน่ที่คุยกับผู้ทำการสอบคนนั่นโยชิทากะก็สังเกตุถึงตัวตนบ่างๆที่มอง เขาอยู่น่าจะเป็เป็คนที่อยู่บนเรือล่ะมั้งโยชิทากะพร่างคิดแบบนั่นอย่างช่วยไม่ได้แต่ว่า
ตอนนี้ไม่จำเป็ต้องสนใจก็ได้เพราะฉันน่ะจะใช้ชีวิตอย่างสงบบนเกาะแห่งนี้ได้เลยล่ะ
ถาพความทรงจำเก่าๆพุดขึ้นมากลิ่นเืมากมายที่เคยได้กลินพุดขึ้น แต่เขาก็พย่ามยัดมันลงไปในหลุมแห่งความมืดที่อยู่สวนในของจิตใจพร่างมองไปยังถาพของเมื่องที่มีแสงระยิบระยับเต็มไปหมด
จากคนเขียน
เป็ไงกันบบ่างครับกับบทที่หนึ่งตอนที่สองครับถ้ามีขอผิดพลาดประการใดต้องขอโทษด้วยน่ะครับมีอะไรก็บอกได้เลยแต่อยู่ในขอบเขตน่ะส่วนถาษาเขียนต้องปรับปรุงกันต่อไปเพราะนี้ก็เป็เื่แรกของผมจริงๆ
เหมือนเช่นเคยขอให้สนุกกับการอ่านต่อไปน่ะครับ