ตอนที่ ๑๘
ทั้งสองพ่อลูกต่างหยุดมือแล้วหันมองจินซิ่วเหอแทนเขานั้นตาใบหน้าเปอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ก่อนที่ซิ่วเหอจะวิ่งเข้าไปหาหลี่เฟยเย่ที่มีาแที่ถูกเฉือนตามร่างกายเขาเห็นาแนี้แล้วรู้สึกปวดใจไม่น้อย...
“เหตุใดอึก..เ้าไม่ป้องกันตัวเองบ้าง...อึก...”
หลี่เฟยเย่เอื้อมมือขึ้นมาก่อนจะใช้ฝ่ามือแนบไปกับใบหน้าของซิ่วเหอแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือค่อยๆเกลี่ยคราบน้ำตาด้วยความอ่อนโยน
“แผลเพียงแค่นี้ทำอันใดข้ามิถึงตาย...เ้าอย่าได้กังวนไป”
“เ้าอย่าเอ่ยถึงเื่ตายจักได้ไหมหากไม่มีเ้าแล้วข้าจักอยู่ได้อย่างไร..หือๆ..อึก..”
ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกมึนงงเหตุใดท่านแม่ของเขาจึงเอ่ยกับชายผู้นั้นไปเช่นนั้นแล้วท่านพ่อของเขาเล่าหากมาได้ยินเช่น นี้จักเป็อย่างไร ท่านพ่อต้องเสียใจเป็แน่
“ท่านแม่...ถอยห่างจากชายผู้นั้นประเดี๋ยวนี้ขอรับมันกำลังหลอกล่อท่านแม่อยู่...”
ซิ่วเหอหันขวับไปมองบุตรชายที่ยืนอยู่ทางด้านหลังตนถอยห่างจากชายผู้นั้นอย่างงั้นรึ ชายผู้นี้ก็คือพ่อของเ้าอย่างไรเล่าหากไม่รีบบอกก็จักไม่รู้เสียแล้ว...
“จวิ้นเจีย...เ้าฟังแม่ก่อนชายที่ยืนอยู่ตรงนี้ แท้จริงแล้วเขาคือบิดาที่แท้จริงของเ้า...”
“ข้ามิเชื่อ!ท่านพ่อของข้ามิใช่ชายผู้นี้ ท่านพ่อของข้าเป็ถึงท่านอ๋องเมืองไห่เจียง แล้วชายผู้นี้จักมาเป็บิดาของข้าเช่นนั้นรึ...!”
เพี๊ยะ!! เสียงฝ่ามือกระทบกับใบหน้าจนเกิดเสียงดัง
“ท่านแม่....”
“เพราะเช่นนี้อย่างไรเล่าแม่กล่าวสิ่งใดไปเ้าก็มิเคยเชื่อฟัง ถ้าเ้าอยากจักไปอยู่กับฮั่นฉีเ้าก็จงไปเสียส่วนแม่นั้นจะขอกลับไปยังเมืองหลวง.....เฟยเย่ เ้ารีบพาข้ากลับเมืองเสียเดี๋ยวนี้ได้หรือไม่”
หลี่เฟยเย่นั้นมิได้เอ่ยกล่าวสิ่งใดเพิ่มเติมเขาทำได้เพียงพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะจับมือของซิ่วเหอแล้วเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง
จวิ้นเจี๋ยมองตามหลังผู้เป็มารดาด้วยความไม่เข้าใจจวิ้นเจี๋ยรู้มาว่าถ้าท่านแม่ของเขาพูดสิ่งใดก็จักทำตามสิ่งที่เอ่ยออกมานั้นคนอย่าจินซิ่วเหอนั้นพูดจริงทำจริง....หากว่าซิ่วเหอจักไปแล้วก็มิมีใครสามารถห้ามเขาได้
ระหว่างทางการเดินทางของจินซิ่วเหอและหลี่เฟยเย่...
มีเสียงของคนผู้หนึ่งกำลังเดิมตามพวกเขาทั้งสองไปแต่มิใช่ใครอื่นที่ไหนหากเป็บุตรชายของพวกเขา
จวิ้นเจี๋ยและฉวีลู่ไม่ได้อำพลางตัวตามแต่อย่างใดแต่ตามไปอย่างโจ่งแจ้งแม้อีกฝ่ายจักทำเป็ไม่เห็นพวกเขาทั้งสองคนก็ตาม
“ซิ่วเหอ...เ้าจักโกรธเขาไปถึงเมื่อไหร่”เฟยเย่เอ่ยถามหากเหลือบไปมองแต่ละครั้งก็เห็นบุตรชายตัวเองหน้าบึ้งตึง เอาแต่เดินก้มหน้า
“หากข้ามิทำเช่นนี้...มีหรือที่จวิ้นเจี๋ยจักยอมฟังข้า...”
“เ้าทำเกินไปแล้ว...ข้าสงสารลูกข้า...”
“ก็เพราะเขาถูกตามใจเช่นนี้ถึงได้แข็งข้อกับข้าหากเ้ายังคิดจะช่วย...ข้าก็จะไม่กลับไปกับเ้า”
เดินไปมินานมากนักเฟยเย่ก็พาซิ่วเหอมายังจุดพักของเขายังดีที่เขาให้มู่โจวไปหารถม้าเอาไว้พอดี พอดีกับคนที่จักพากลับไป
“คาราวะฮูหยินหลี่...”มู่โจวเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้มศีรษะลงเล็กน้อย
“มู่โจว...เ้าก็มากับหลี่เฟยเย่แล้วคนอื่นไม่ได้มาพร้อมพวกเ้ารึ หรือพวกเ้ามากันแค่สองคน”
“เรียนฮูหยินจักให้ท่านแม่ทัพของข้าพาผู้ใดมาอีกเล่าหรือฮูหยินอยากให้ท่านแม่ทัพพาพวกสาวรับใช้มาด้วยหรือขอ รับ”
โป๊ก!!!กิ่งไม้ขนาดเล็กมากระทบกับศีรษะของมู่โจวไม่แรงมากนักมู่โจวหันไปมองตามทิศทางที่กิ่งไม้นั่นลอยมา หากเป็ใครอื่นมิได้นอกจากเป็หลี่เฟยเย่ที่เป็คนกระทำ
“เ้าเอ่ยเื่ไร้สาระอีกเช่นเคย..มู่โจว...”
“มู่โจวกล่าวถูกต้องแล้วหากเ้าพาพวกนางเ่าั้มาไม่ว่าข้าก็เฟยเย่ ต้องมีใครตายไปข้างหนึ่ง”
“เ้ากล้าฆ่าข้าหรือ...จินซิ่วเหอ”
เฟยเย่ไม่เอ่ยเปล่าๆแต่เขาลุกแล้วเดินเข้ามาใกล้ๆจินซิ่วเหอ...จนอีกฝ่ายไม่สามารถตอบกลับไปอย่างที่ตัวเองคิดเอาไว้ได้
“ข้า....ข้า....”
พรึ๊บ!!
“.....” หลี่เฟยเย่
เป็จวิ้นเจี๋ยที่เดินเข้ามากอดจินซิ่วเหอใบหน้าใสซื่อซบเข้ากับแผ่นหลังของผู้เป็มารดาไม่ใช่ว่าไม่ใช่ฟังเพราะบางครั้งจวิ้นเจี๋ยก็ไม่เข้าใจ
“ท่านแม่....”
ซิ่วเหอนั้นยืนนิ่งไม่ได้เอ่ยอันใดเขาจักปราบเด็กน้อยม้าพยศนี่ได้สักแค่ไหนหากกล่าวตักเตือนเคยเชื่อฟังที่ไหนกันเล่า และหากซิ่วเหอไม่งัดไม้แข็งออกมาแล้วมีหรือที่จวิ้นเจี๋ยจักยอมฟังและทำตาม
“ท่านแม่...ข้าสำนึกผิดแล้วขอรับ...”
“เ้าสำนึกผิดเื่อันใด?”ซิ่วเหอถามกลับ
“ข้า.....”
“หากเ้ามิรู้ว่าเ้าจักสำนึกผิดด้วยเื่อันใดแล้วเ้าก็มิต้องสำนึกผิด เพราะเ้ามิได้ทำอันใดผิด หากเ้ามิ้าแม่กับท่านพ่อของเ้าแล้วจงกลับไปหาฮั่นฉีเถิด”ซิ่วเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ซึ่งมิเคยเป็เช่นนี้มาก่อนมันทำให้จิตใจของจวิ้นเจี๋ยนั้นสั่นคลอ...
“ท่านแม่...ข้าขอโทษ...ท่านแม่อย่าได้โกรธข้าอีกเลยต่อไปข้าจักสัญญาว่าข้าจักเชื่อฟังท่านแม่ทุกอย่าง....ข้าจักมิขัดท่านแม่ข้าจัก....”
“เ้าเอ่ยเช่นนี้กับแม่มากี่ครั้งแล้ว...แต่มิเคยทำได้ดั่งพูด...”
“ครั้งนี้ข้าพูดจริงๆขอรับท่านแม่ได้โปรดหายโกรธข้าเถิด...”
แม้ว่าจวิ้นเจี๋ยจักพยายามแค่ไหนซิ่วเหอก็ยังคงทำใจให้แข็งหากมาใจอ่อนตอนนี้ก็คงได้ใจจวิ้นเจี๋ยหากจักดัดไม้แข็งนี้ก็ต้องดัดให้อ่อนไปเสียตอนนี้
“ถ้าเ้า้าให้แม่หายโกรธเ้าก็จงตามแม่ไปจนถึงเมืองหลวง...”
“ได้ขอรับ...ท่านแม่ไปที่ใดข้าก็จักไปกับท่านแม่ด้วย”
ซิ่วเหอฟังแล้วเหมือนเขากังบังคับบุตรชายตนเองหากจวิ้นเจี๋ยเติบโตขึ้นมาอีกหน่อยก็คงทำอันใดได้ยาก หลัง จากที่บุตรชายเอ่ยออกมาเช่นนั้นแล้วเขาก็พอที่จะวางใจมิวายต้องเหลือบไปมองฉวีลู่ที่กำลังยืนอยู่
จริงสิ...เขาเป็คนของฮั่นฉี?
“ฉวีลู่....เ้าจักไม่ไปกับพวกข้าก็ได้เ้าจงกลับไปหานายของเ้าเถิด...” ซิ่วเหอเอ่ยบอก
ฉวีลู่นั้นกำลังลังเลใจอยู่ว่าเขาจักเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตใหม่หรือว่าเขาต้องกลับไปหาฮั่นฉี...เมื่อเขาตัดสินใจแล้ว ชีวิตของเขาก็คือของเขา
“ท่านซิ่วเหอข้ามิอยากกลับไปแล้วนายของข้าคือนายน้อยจวิ้นเจี๋ยขอรับ ไม่ว่านายน้อยจักไปที่ไหนข้าก็จักตามไปโดยมิลังเลขอรับ”
“ถ้าเ้าคิดดีแล้ว...เช่นนั้นเ้าก็จงไปกับพวกข้า.....”
ฉวีลู่ยิ้มกว้างก่อนจะโค้งศีรษะเล็กน้อย...
การเดินทางนั้นเป็ไปอย่างราบรื่นไม่มีอุปสรรคใดๆกีดขวางมู่โจวนั้นเป็ผู้ขับรถม้าส่วนหลี่เฟยเย่นั้นควบม้าอีกตัวนำรถม้าและฉวีลู่...เขานั่งข้างๆมู่โจวที่กำลังบังคับรถม้า
ด้านในรถม้ามีสองแม่ลูกที่กำลังนั่งอยู่นั้นซิ่วเหอไม่ ได้เอ่ยอันใดกับจวิ้นเจี๋ยเลยจนกว่าเขาจักเดินทางไปถึงที่เมืองหลวงเสียก่อนค่อยเริ่มพูดสิ่งต่างๆให้กับจวิ้นเจี๋ยฟังหากมาเอ่ยเสียตอนนี้คงมีปัญหาตามมามากมายเป็แน่
การเดินทางจากทางตอนเหนือมายังเมืองหลวงนั้นอาจใช้เวลาหลายวันแต่เื่นี้ก็มิทำให้การเดินทางมีปัญหาเพราะตลอดทางมานั้นผ่านหมู่บ้านไหนพวกเขาก็พักผ่อนก่อนออกเดินทางซื้ออาหารกักตุนเผื่อระหว่างทาง บางครั้งก็ต้องพักกลางป่าบ้าง
“ท่านแม่อีกนานหรือไม่ขอรับ กว่าจักถึงเมืองหลวง”
“มินาน...พรุ่งนี้แม่คาดว่าจักถึง”
หากไปถึงเมืองหลวงแล้วสิ่งแรกที่ซิ่วเหอต้องทำคือ ไปเข้าเฝ้าตาแก่ผู้นั้นอย่างแน่นอนจักเข้าไปคุยให้รู้เื่ว่าเหตุใดถึงมิยอมไปตามหาเขาบ้าง
แต่ก่อนอยากใช้งานก็เรียกใช้แต่เขาแต่พอเขาหายไปกลับมิยอมไปตามและมิได้ข่าวอันใดเลย
“เฟยเย่...ตาแก่นั่นยังอยู่หรือไม่”ซิ่วเหอเอ่ยถาม
“หมายถึง?....อ่อ...อยู่สิเ้าถามทำไมรึ”
“เปล่า...หากกลับไปถึงข้าจักไปพบเขาคราวนี้แหละข้าจักไม่ไว้ชีวิตเขาเป็แน่...”
หลี่เฟยเย่เห็นท่าทางของภรรยาตัวเองแล้วเกิดอาหารหัวเราะเขาจักรู้หรือไม่ว่าฮ่องเต้ต้องดีใจเป็แน่ที่ได้เจอบุตร ชายที่เขารักมากที่สุดหากั้แ่ซิ่วเหอหายไปฮ่องเต้ก็มิเคยยิ้มมีความสุขเลยสั่งให้คนออกตามหาจนพลิกแผ่นก็ต้องตามหาให้เจอ แม้จักเจอศพก็ต้องนำกลับมา...
“ท่านแม่...ท่านจักจัดการผู้ใดหรือขอรับให้ข้าไปจัดการให้หรือไม่”
ซิ่วเหอหันขวับมามองบุตรชายตัวเองสิ่งที่เอ่ยมานั้นเขาจริงจังสักที่ไหนนั้นพ่อบังเกิดเกล้าของเขาและเป็ถึงตาของบุตรชายของเขา
“มิได้จวิ้นเจี๋ย...เ้าจัดการเขาผู้นี้มิได้”
“เหตุใดข้าถึงจัดการเขาผู้นั้นมิได้เขาผู้นั้นเก่งมากรึท่านแม่ข้าถึงจัดการมิได้”
เด็กโงเอ๋ย...ซิ่วเหอคิดภายในใจก่อนจะยกมืออีกข้างขึ้นมาลูบศีรษะของบุตรชายด้วยความที่ไม่รู้เื่อันใดเลย
“ไปถึงเ้าจักรู้เอง...ว่าเหตุใดเ้าจัดการเขาไม่ได้”
การดินทางจากทางตอนเหนือใช้เวลาไปนานถึงแปดวันสุดท้ายแล้วก่อนที่พวกเขาจักมองเห็นเมืองซึ่งอยู่ด้านหน้าเดินไปไม่กี่อึดใจก็จักถึงเมืองหลวงแล้ว
ภายในเมืองหลวงมีผู้คนเดินเยอะแยะเต็มไปหมด จวิ้นเจี๋ยมองผ่านหน้าต่างรถม้าออกมาจึงดูแปลกตายิ่งนักเขามิเคยเห็นผู้คนเยอะแยะเช่นนี้มาก่อนและมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาไม่เคยเจอในเมืองหลวง
“ซิ่วเหอเมียข้า...เ้าจักเข้าวังหลวงเลยหรือไม่”
“หุบปากของเ้าเสียห้ามเรียกข้าว่าเมียอีก...มิเช่นนั้นข้าจัก...”
“จักทำอันใดกับข้า...หรือให้ข้าทำเ้า...?”
“เฟยเย่!!”
“พอๆ...ข้าไม่แกล้งเ้าแล้ว”
“พาข้ากลับไปเปลี่ยนชุดที่จวนก่อนส่วนเ้าจักไปไหนก็ไปเถิดไปรายงานข่าวกับตาแก่นั่นก็เชิญ”
มู่โจวควบรถม้ากลับมายังจวนหลี่ก่อนที่ซิ่วเหอจักก้าวลงมาจากรถม้าแล้วมองที่ป้ายของจวนนานมากแล้วที่เข้ามิได้อยู่ที่จวนแห่งนี้ ที่แห่งนี้มีแต่ความทรงจำมากมายนับไม่ถ้วน
“ในที่สุดข้าก็กลับมาอีกครั้ง”จินซิ่วเหอเอ่ยขึ้น....
“องค์ชาย!!!!!”
เสียงของใครคนหนึ่งเรียกะโจนเกิดเสียงดังไปทั่วหากซิ่วเหอเดาไม่ผิดต้องเป็ขันทีคนสนิทของตัวเขาเป็แน่
พรึ๊บ!!!
ชูเฉียงโผลงเข้ามากอดจินซิ่วเหอเพียงเพราะได้เจอหน้ากันอีกครั้งทุกวันเขาได้แต่สวดภาวนาให้ซิ่วเหอผู้เป็นายกลับมายังจวนแต่บัดนี้ได้เป็ความจริงแล้ว
“เ้าทำสิ่งใดของเ้าชูเฉียง” ชูเฉียงรีบเช็ดน้ำหูน้ำตาเพราะความดีใจที่ได้เจอผู้เป็นายอีกครั้ง
“กระหม่อมคิดถึงองค์ชาย....”
“ข้าบอกแล้วว่าอย่าเรียกข้าว่าองค์ชาย...เ้าลืมสิ้นไปแล้วรึ”
“ก็ข้า”ไม่ทันจะได้เอ่ยความกับซิ่วเหอต่อเขาก็เหลือบมองไปเจอเด็กชายที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของจินซิ่วเหอ
“ด้านหลังท่านคือ.....”ซิ่วเหอพยักหน้า เพียงเท่านี้ชูเฉียงก็รู้ว่าคนนั้นเป็ใคร
“จวิ้นอ๋อง!!”