หึ!กาจพลจะไม่ยอมทน
"นี่เธอ"
"คะ?"
"ทำไมถึงไม่ยอมกลับบ้านมารบกวนชาวบ้านชาวช่องเเบบนี้มันดีเเล้วเหรอ" อย่าเรียกว่าเขากำลังด่าเลยให้เรียกว่าสั่งสอนเด็กมันหน่อย
เข้าท่ากว่า
ต้นตระกูลขอร้องเขาให้เด็กคนนี้อยู่ที่นี่ต่อไปสักพักเพราะมันถูกคุณหญิงเเม่เรียกตัวกลับบ้านด่วนมันบอกเขาว่าทันทีที่จัดการธุระครอบครัวเสร็จสิ้นจะรีบกลับมาเคลม เฮ้ย!ไม่ใช่สิ กลับมาจัดการเื่เด็กสาวตรงหน้านี้ด้วยวิธีการของมัน
จะวิธีการอะไร้?หนีไม่พ้นวิธีเล่นมวยปล้ำกันบนเตียงนั่นแหละ
"หนูไม่มีบ้านให้กลับหรอกค่ะ"เธอบอกเหมือนที่เคยบอก
"แล้วก่อนหน้านี้เธออยู่ที่ไหนอยู่กับใคร" หากเป็คนบ้าหรือคนเร่ร่อนเขาถึงจะเชื่อ แต่สำหรับผู้หญิงใจคดคนนี้ดูไม่คล้ายคนบ้าไม่ใกล้เคียงคนเร่ร่อน เพราะฉะนั้นกาจพลไม่โง่ หลงเชื่อเด็ดขาด
"หนูอยู่กับยายเอื้อยค่ะ"
"ที่ไหน?"รีบสวนคำถามกลับไป
"เชียงรายค่ะ"
"ก็ดีถ้าอย่างนั้นฉันจะให้ค่ารถเธอเพิ่มเอง รับเงินไปเเล้ว ก็ไปหมอชิตต่อรถไปเชียงรายกลับบ้านของเธอไปซะฉันไม่ยินดีให้เธออยู่ที่บ้านหลังนี้ต่อไปอีกสักนาทีเดียว" กาจพลใช้แขนซ้ายข้างไม่ถนัดหยิบจับธนบัตรแบงก์เทาอีก 2 ใบมอบให้หญิงสาว ถือเสียว่าตอบแทนที่เธอช่วยเหลือเขาและแลกกับการได้ไล่ผู้หญิงแปลกหน้าใจคดคนหนึ่งออกไปจากชีวิตของเขาและต้นตระกูล
คุ้ม
“รับเงินของฉันแล้วก็กลับไปสิทำไมเหรอ หรือว่าเงิน 3,000 มันน้อยไปสำหรับเธอจริงๆแล้วอยากได้เท่าไหร่ก็บอกมาเลย” บอกมาเลยแต่เขาจะไม่จ่ายเพิ่มแม้แต่บาทเดียว
ที่ถามออกไปแค่อยากรู้ธาตุแท้ของแม่นี่เท่านั้นทำหน้าง่อย หน้าเศร้า โธ่เอ๊ยคิดว่าคนเรามันจะโง่กว่าเธอทุกคนเหรอยัยเด็กใจคดพอเห็นเขามีอันจะกิน ยิ่งไอ้ต้นตระกูลมันรวยเข้าหน่อยคงคิดฝันหวานอยู่สิท่า...กาจพลไม่ได้คิดใส่ร้ายเด็กสาวหรอกนะ แต่จากการสำรวจพฤติกรรมที่เธอแอบมองบ้านของเขาอย่างชื่นชมและตอนมองรถคันหรูของเพื่อนสนิทด้วยดวงตาแวววาว
ความคิดของเขามันถูกต้องเพราะฉะนั้นเขาจะดับความฝันของเด็กสาวเอง
“ปะเปล่าค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้นเลย นี่กระเป๋าของคุณ แล้วนี่ก็ยาเป็ยาก่อนอาหารเช้า-เย็น คุณต้องทานทุกวันจนกว่ายาจะหมดนะคะ”
“พล่ามเสร็จหรือยัง?”ยัยเด็กจุ้นจ้าน มาสอนเขากินยา...หน๋อย เขาไม่ใช่เด็ก 5 ขวบสักหน่อย
“สะเสร็จแล้วค่ะ” ฉัตรอรุณตัวสั่นเทา กำแบงก์ในมือที่เขายัดเหยียดมาให้แน่น
“ถ้าเสร็จแล้วก็ออกไปสิฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอรำคาญหู รำคาญตาเข้าใจมั้ย?” กาจพละเิอารมณ์อย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อนทั้งๆที่ตัวตนจริงๆของเขาเป็คนเงียบๆ ไม่ชอบวุ่นวายไม่ชอบพูดคุยกับใครถ้าไม่จำเป็
20 ปีแล้ว
20 ปีที่เขากลายเป็คนเ็าอย่างนี้...ตอนนั้นยัยเด็กใจคดตรงหน้ายังไม่เป็วุ้นในท้องแม่ของเธอเลยกระมัง
“หนูลาล่ะคะ”เด็กสาวพนมมือไหว้ผู้ใหญ่ใจดีตรงหน้าตัวโยน เงินอีก 2,000 ถูกหยัดใส่กระเป๋ากางเกงที่มีเงินนอนรออยู่ก่อนหน้า 1,000 กว่าบาท เธอกระชับกระเป๋าใบเก่าที่ด้านในมีของรัก ของหวงมากมายไว้แน่นสองเท้าเดินออกจากรั้วบ้านหลังงาม
เมื่อก้าวไปตามถนนได้สักพัก...ฉัตรอรุณหันกลับมามองบ้านหลังสวยอย่างชื่นชอบและชื่นชมั้แ่วินาทีแรกที่ได้เห็นอีกครั้ง
“บ้านในฝันแต่คนอย่างเธอไม่มีปัญญาคิดฝันว่าจะมีบ้านแบบนี้หรอกฉัตร อย่าเพ้อเจ่อไปหน่อยเลย”หืม ลมหายใจถูกระบายออก เมื่อยายเอื้อยเสียชีวิตลงบ้านหลังเล็กที่เคยอยู่อาศัยกับยายก็ถูกเ้าของที่ดินมารื้อออกไปเสียสิ้น
สิ้นยายไปคนหนึ่งเด็กสาวก็เหมือนคนไร้ที่พักพิงต้องอาศัยศาลาวัดหลบแดดหลบฝน และได้ทดแทนคุณนอนเฝ้าศพของยายในวาระสุดท้ายของท่าน...ยายจ๋าหนูคิดถึงยายเหลือเกิน
“หมอชิตเชียงราย” ใช่แล้ว! ที่นั่นคือจุดหมายของฉัตรอรุณอย่างน้อยบ้านเกิดเมืองนอนที่เคยอาศัยมาเกือบครบ 19 ปีก็เป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้ เมืองกรุงผู้คนพลุกพล่าน รถรามากมาย
ที่แห่งนี้คงไม่เหมาะกับคนอย่างเธอจริงๆ
เพล้ง!
“โธ่เอ๊ย”กาจพลหัวเสียแทบบ้า แค่เขาจะรินน้ำใส่แก้วเพื่อทานยา ที่ระบุไว้หน้าฉลากว่าเป็ยาก่อนอาหารเขายังทำไม่สำเร็จเลยเื่นี้คือเื่ขี้ประติ้วหากแทบกับงานซ่อมเครื่องจักรมูลค่าหลายสิบล้านเขาผ่านงานมาเป็ร้อย เป็พันเครื่องจักรแล้ว...ทุกงานผ่านมาอย่างสบาย
แค่รินน้ำและทานยาก่อนอาหาร...ตอนนี้แทบจะไม่มีปัญญา
นี่ก็ยาเป็ยาก่อนอาหารเช้า-เย็นคุณต้องทานทุกวันจนกว่ายาจะหมดนะคะ
นี่ก็ยาเป็ยาก่อนอาหารเช้า-เย็นคุณต้องทานทุกวันจนกว่ายาจะหมดนะคะ
คุณต้องทานทุกวันจนกว่ายาจะหมดนะคะ
คุณต้องทานทุกวันจนกว่ายาจะหมดนะคะ
คุณต้องทานทุกวันจนกว่ายาจะหมดนะคะ
“โอ๊ยได้โปรดออกไปจากหัวฉันสักที” มันจะะเิอยู่แล้วไล่ยัยเด็กบ้านั่นออกจากบ้านไปได้สักพักแล้ว แต่สมองยังเฝ้าขบคิดถึงแต่ใบหน้าง่อยๆใบหน้าเศร้าสร้อยของเธออยู่ร่ำไป
“เธอทำอะไรกับฉันนะฉัตรอรุณ”
การขับรถมือซ้ายข้างที่ไม่ถนัดไม่ได้ง่ายเลยแต่กระนั้นก็ไม่มีผลต่อวิศวกรหนุ่มผู้เก่งกาจ
เขาก็แค่ต้องเพิ่มสมาธิเป็สองเท่าขับรถให้มันช้าลงกว่าปกติ ใช้ความระมัดระวังแค่นี้ก็ปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น สายตาดุจพญาเหยี่ยวกวาดสายตามองหาคนร่างเล็กริมทางทั้งสองฝั่ง
“หรือจะนั่งแท็กซี่กลับบ้านของตัวเองไปแล้วมึงมันช่างโง่จริงๆไอ้กาจเอ๊ย” นี่เขากำลังทำอะไรอยู่ฝืนสังขารเดี้ยงๆของตนเองมาขับรถตามหายัยเด็กใจคด จอมหลอกลวงคนนั้นนะเหรอ...แดดจ้าอากาศภายนอกรถร้อนระอุอย่างนั้นใครมันจะมาบ้ามาเดินตากแดดริมถนนกัน
กาจพลมองซ้ายมองขวา มองกระจกหลังเตรียมวกรถกลับไปทางเดิม...เขาไม่น่าออกมาตามตัวปัญหาที่เขาพึ่งไล่เธอออกจากบ้านเลย
พับผ่าสิ!
แต่
วินาทีที่กลับรถสำเร็จภาพเด็กสาวหิ้วถุงผ้าใบเก่าบนศีรษะของเธอมีผ้าขนหนูหรือผ้าอะไรสักอย่างคลุมอยู่้าก็ปรากฏตรงหน้า
“ยัยบ้าเอ๊ย”เธอเดินออกมาห่างจากบ้านของเขาราว 3 กิโลเห็นจะได้แล้วตอนนี้เธอกำลังเดินออกจากปั้มน้ำมัน
ปริน ปริน ปรินแตรรถตบเสียงดังเพื่อเรียกคนตัวเล็กแต่ฉัตรอรุณกลับรีบถอยห่างเพราะคิดว่าตนคงขวางทางรถเข้าให้แล้ว
“นี่เธอหูหนวกหรือไงขึ้นรถมาสิ” กระจกถูกปรับลงตามด้วยเ้าของรถที่ะโออกมาเสียงดัง
“คุณกาจ”สาวน้อยยังมีท่าทีตื่นใ
“รีบขึ้นมาฉันบอกว่าให้ขึ้นรถเร็วๆ ไม่ได้ยินหรือไง” กาจพลเริ่มจะโมโหแล้วนะแต่เขาโมโหตัวเองที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ต่างหาก
“ค่ะ ค่ะ”ถ้าคุณเขาให้ขึ้นรถ ฉัตรอรุณก็พร้อมจะขึ้นแต่โดยดี
เธอช่วยเหลือเขาก่อนก็จริงแต่มันเป็การช่วยเหลือแค่หน่อยเดียวเอง แค่ออกไปตามคนมาช่วยนั่งเฝ้าคนเจ็บต่อที่โรงพยาบาลต่ออีกนิดหน่อย จริงๆน้ำใจเล็กน้อยแบบนี้มีให้เห็นถมแถไปในหมู่บ้านที่เธอเคยอาศัยอยู่...คุณกาจพลปากจัดคนนี้ต่างหากที่ใจดีกับเธอหนักนอกจากให้เงินเป็ค่ารถและค่าใช้จ่ายแล้ว
ตอนนี้เขายังมีน้ำใจ...ขับรถไปส่งเธอที่หมอชิตอีก
"ขอบคุณนะคะ"ฉัตรอรุณหันไปทางเขา แล้วยกพนมมือไหว้คนดี คนมีน้ำใจประเสริฐตัวอ่อนตัวโยน
กาจพลชำเลืองมองแค่เพียงครู่ก็รวบรวมสมาธิในการขับรถของเขาต่อ กลายเป็ว่าในเวลาต่อมาสาวน้อยตุ๊กตาหน้ารถเริ่มระสับระส่ายเสียเอง
นี่มันทางเข้าหมู่บ้านที่เธอเพิ่งเดินจากมาเมื้อกี้นี่น่า
“นี่มันทางกลับบ้านของคุณนี่คะ”
“ก็ใช่นะสิทำไม?” เพราะหน้าตาเหร่อหราของยัยเด็กบ้าใจคดทำให้ชายหนุ่มต้องถามออกไปอย่างนั้น ยัยเด็กนี่จะมาไม้ไหนอีก...เขายอมลดตัวออกไปตามอนุญาตให้เธอมาอยู่ด้วยกันแล้วนะ ยังจะเอาอะไรอีก
นี่ก็เป็เื่เหนือการคาดหมายสุดๆในชีวิตที่เขาเคยทำแล้วด้วยกาจพลพยายามปลอบตัวเองว่าทั้งหมดเขาไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง หรือสงสารเธอแต่เป็เพราะคำขอร้องของต้นตระกูลต่างหาก
ถ้ามันรู้ว่าเขาไล่ยัยเด็กใจคดออกจากบ้านไปมันคงโกรธเขาหลายวันแน่
“หนูเออหนูคิดว่าคุณจะพาหนูไปส่งที่หมอชิตค่ะ” คุณเขาจะพาเธอวกกลับมาที่บ้านทำไมนะในเมื่อตัวเขาเพิ่งจะออกปากไล่เธอไปหยกๆ
ไม่อยากเห็นหน้าไม่อยากให้อยู่รำคาญหูรำคาญตา
ประโยคนั้นสาวน้อยไร้บ้านไร้ญาติพี่น้องจดจำได้อย่างขึ้นใจ
“เธอนี่มัน...”กาจพลอยากจะด่าแทบขาดใจ ชีวิตของเขาโดยมากอยู่กับคนระดับหัวกะทิจีเนียส ไอคิวสูง 150 กว่าทุกคน พอถึงเวลาต้องมาพูดคุยกับเด็กกะโปโบเขารู้สึกปวดหัวหนึบๆ
ที่เขาออกตามหาเธอเพราะ้าจะพาเธอไปส่งที่สถานีขนส่งหมอชิตอย่างนั้นเหรอ...ใช้อะไรคิดวะ
รถสัญชาติญี่ปุ่นเข้าจอดเทียบในโรงรถของบ้านเดี่ยวขนาดกลางเ้าของรถ เ้าของบ้านเดินดิ่งเข้าไปในบ้าน โดยไม่ได้พูดอะไรสักคำฉัตรอรุณเลือกที่จะเดินตามมาเงียบๆแล้วเข้าไปนั่งในเก้าอี้ตัวเดิมที่เธอเคยนั่งเมื่อก่อนหน้า
“ทำอาหารเป็หรือเปล่า?”เขาพูดขึ้นมาลอยๆสาวน้อยพยักหน้ารับเพราะรู้ตัวแล้วว่าเขาสนทนากับเธอ
“พยักหน้าคืออะไรทำได้ ทำพอใช้ได้ หรือทำไม่เป็” ยัยตัวแสบ บดกรามแน่น
“ทำได้ค่ะคุณ”จนบัดนี้ฉัตรอรุณยังไม่เข้าใจผู้ชายตรงหน้าอยู่ดีว่าเขา้าอะไรกันแน่ แล้วเื่ที่เขาไล่เธอให้กลับเชียงรายไป...จะเอาอย่างไงต่อ
“ก็ดีฉันจะดูว่าเก่งเหมือนที่พูดหรือเปล่า ในครัวมีของสดอยู่ ไปทำอาหารอะไรก็ได้สัก 2อย่างสิ ฉันจะได้กินยาสักที” กาจพลเผินหน้าไปทางห้องครัวสีขาวที่ทอดยาวอยู่ด้านหลังของเขา
“ค่ะๆ”เธอรับคำสั่งอย่างงงๆหญิงสาวเลือกวางกระเป๋าใบเก่าแล้วเดินไปยังพื้นที่ครัวโดยดีของสดในตู้เย็นถูกนำมาทำความสะอาดและประกอบเป็อาหารสำเร็จในเวลาไม่ถึง 20 นาทีด้วยซ้ำ
แกงจืดเต้าหู้หมูสับและปลาหมึกผัดพริกหยวกส่งกลิ่นหอมเข้าสู่จมูกของเ้าของบ้านที่นั่งอยู่ที่เดิม แน่นอนกาจพลแอบมองยัยเด็กใจคดทำอาหารเกือบทุกขั้นตอน
แอบมองโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว
ยาก่อนอาหารและอาหารรสชาติกลมกล่อมถูกปากวิศวกรหนุ่มมากเลยทีเดียวเขานั่งย่อยอยู่สักครู่ก่อนที่จะลุกขึ้น...และเดินขึ้นบันไดไป
ก้าวขั้นที่หนึ่ง
ก้าวขั้นที่สอง
ก้าวชั้นต่อไป...ชายหนุ่มหยุดนิ่งสายตาดุๆหันกลับมามองเด็กสาวที่นั่งตัวเกร็งตัวลีบอยู่ตำแหน่งเดิม
“ฉันให้เธอพักห้องข้างล่างขวามือนะเก็บกวาดเช็ดถูหน่อยก็คงพอนอนได้ อ๋อ อยู่บ้านคนอื่นเขาก็อย่าคิดนิ่งดูดายล่ะการงานต้องช่วยกันทำ ฉันไม่ชอบให้บ้านรก สกปรกเข้าใจมั้ย?” ชายหนุ่มจอมเ็าคิดว่าคำพูดของเขาดุทุกคำแล้วนะถ้าลูกน้องที่ทำงานได้ฟังเป็ต้องก้มหน้าก้มตาแต่ทำไมยัยเด็กบ้านี่ยิ่งฟังเขาแล้วยังยิ้มตามล่ะยิ้มทั้งใบหน้าและแววตาเสียด้วย
หรือว่าฉัตรอรุณบ้าไปแล้วช่างเถอะ! เ้าของบ้านก้าวต่อไปเรื่อยๆจนถึงห้องพักชั้นสองปล่อยให้สาวน้อยไร้ที่พึ่งนั่งยิ้มอยู่คนเดียวตั้งนาน
ฉัตรอรุณเข้าใจอย่างถ่องแท้ก็ตอนนี้...คุณกาจพลผู้จิตใจดีอนุญาตให้เธออาศัยอยู่ที่นี่ได้ต่อไปสินะ
"ไชโย"
เพราะฤทธิ์ยาและอาการปวดหน่วงที่หัวไหล่ด้านขวาส่งผลให้กาจพลเผลอหลับไป เผลอตื่นขึ้นมาก็ตะวันกำลังจะลับขอบฟ้าเสียแล้ว
แอด/แอด ประตูห้องถูกเปิดออกซึ่งเป็จังหวะเดียวที่ห้องข้างๆก็ถูกเปิดออกมาเช่นเดียวกัน
“นี่เธอเข้าไปขโมยอะไรในห้องนั้นหรือเปล่าห้ะ” เขารีบเดินหัวเสียเข้าไปสำรวจตรวจตราข้าวของมีค่าภายในห้องยังอยู่เหมือนเดิมทุกชิ้น
กาจพลหยุดนิ่ง...ทบทวนถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้เธอคนนั้นเดินออกมาพร้อมไม้กวาด ไม้ถูกพื้นและถังน้ำ แสดงว่า ยัยเด็กนั่นเข้ามาทำความสะอาดสินะหลักฐานพื้นห้องมันแวววาว หมาดๆน้ำก็เป็คำตอบได้อย่างดี...ในทางกลับกันปากคอของเขาปรักปรำเธอทันทีเสียนี่
ฉันขอโทษหรือว่าเขาไม่ต้องขอโทษเธอดีก็แค่หญิงสาวที่ไม่มีที่ไปคนหนึ่ง แล้วต้องมาพึ่งพาอาศัยบ้านเขา ทำให้เ้าของบ้านอย่างเขาเดือดร้อน
ตกลงตามนั้น...ไม่ต้องขอโทษก็แล้วกัน
ใบหน้านิ่งๆของกาจพลค่อยๆหันกลับมามองทางประตูห้อง ดวงตาคมสบเข้ากับดวงตากลมเหมือนลูกแก้วคลอเคล้าด้วยน้ำใส
“ฮึก ฮึกฮึก หนู หนูไม่ได้ขโมยอะไรจริงๆนะคะ หนูแค่ขึ้นมาทำความสะอาดห้องนี้เท่านั้น”คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็ขโมยพนมมือไหว้ตัวโยน...เพิ่งจะได้อาศัยบ้านหลังนี้ไม่ถึงครึ่งวันเลยแท้ๆ
เ้าพ่อคุณอย่าให้เขาไล่เธอออกไปไหนอีกเลย...นี่ก็จะมืดแล้วด้วย
ถ้าหากเป็่กลางวันความกลัวคงน้อยกว่ากลางค่ำกลางคืนแบบนี้ฉัตรอรุณภาวนาอย่างสุดกล้ำกลืนในใจ
“แล้วทำไมถึงขึ้นมาทำความสะอาด้าด้านล่างมีอะไรให้ทำตั้งเยอะแยะ”
“ด้านล่างหนูวาดเช็ดถูหมดแล้วค่ะ”
“จริงเหรอ?”หน้าตาหล่อไม่เชื่อรุนแรง ชายหนุ่มปิดประตูห้องแล้วเดินลงไปสำรวจตรวจตราด้านล่างโซนนั่งเล่นดูทีวี โต๊ะทานอาหาร ห้องครัวแม้แต่ลานซักล้างด้านหลังอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยมากเรียบร้อยกว่าตอนที่เขาอาศัยอยู่ตามลำพังเสียอีก
ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไป
“มัวแต่กวาดบ้านถูกบ้านอยู่ได้นี่มันใกล้ถึงเวลาทานยาของฉันแล้วรู้มั้ย ไปทำอาหารมาได้แล้ว” คนผิดรีบเปลี่ยนประเด็นยังไงก็ต้องหาเื่ตำหนิยัยเด็กบ้านี่ให้ได้สักเื่
ไม่อย่างนั้น...คงทานข้าวไม่อร่อย
“คุณเชิญนั่งเลยค่ะหนูทำอาหารเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวหนูอุ่นให้ค่ะ” แม่บ้านคนใหม่รีบวางไม้กวาดไม้ถูกพื้น ถังน้ำวุ่นวาย ก่อนรีบเข้าไปจัดการสำรับให้เ้าของบ้านผู้ใจดีเวลาผ่านไปไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ ข้าวหอมมะลิหุงสุกใหม่ๆส่งกลิ่นหอมตลบ ผัดฉ่าปลากะพงและแกงเลียงกุ้งสดที่ถูกนำมาเสิร์ฟก็น่าทานไม่ใช่ย่อย
“แล้ว...”
“นี่ยาก่อนอาหารค่ะ”ยา 1 เม็ดถูกวางพร้อมน้ำดื่มที่ถูกรินใส่แก้ว
“อืมขอบใจ” ยัยเด็กบ้านี่เอาเวลาที่ไหนทำกับข้าวและยังทำความสะอาดบ้านทั้งหลังอีก โธ่เอ๊ย!คนหงุดหงิดทานยาก่อนอาหาร ก่อนทานเมนูน่าทานอย่างเจริญอาหารอีกหนึ่งมื้อ
“ขอบใจ”
เขากล่าวมันออกมาฉัตรอรุณยืนยิ้มแป้น นี่เป็ครั้งแรกเลยกระมังที่เธอทำให้คุณกาจพลปากจัดพอใจ เขาปากร้ายไปหน่อยแต่การกระทำทุกอย่างก็ล้วนแต่ใจดี
“คุณคะขอบคุณนะคะที่อนุญาตให้หนูอยู่ที่นี่” สาวน้อยได้เอ่ยคำขอบคุณออกมาแล้วจากที่ก่อนหน้านี้เธอไม่มีโอกาสได้ขอบคุณเขาเลย ทำได้แค่ทำความสะอาดบ้านดูแลบ้านของเขาให้เป็ระเบียบเรียบร้อยเป็การตอบแทน
“แค่ชั่วคราวฉันอนุญาตให้เธออยู่ได้แค่ชั่วคราวถ้าฉันหายดีเป็ปกติเมื่อไหร่หรือไม่บางทีถ้าไอ้ต้นมันหาที่อยู่ใหม่ให้เธอได้ เธอต้องรีบเก็บของออกจากบ้านของฉันไปเข้าใจมั้ย?”ถ้าเกิดต้นตระกูลมารับตัวไปคงระริกระรี้ไม่ทำตัวง่อยเหงาอย่างนี้แน่นอน
เชื่อสิ! กรอดกรอด กรอด เสียงขบฟันน่ากลัวผู้หญิงแหม่ง! เหมือนกันทุกคน
ช้อนส้อมในมือถูกกำไว้แน่นไม่รู้สึกต่อความเ็ปของแผลบริเวณหัวไหล่วิศวกรหนุ่มหันไปมองหญิงสาวที่อยู่ข้างขอบโต๊ะอาหารด้วยความไม่ค่อยพอใจ
“ค่ะ ค่ะ”สาวน้อยเห็นสายตาเกรี้ยวโกรธก็รีบโค้งเล็กน้อยแล้วถอยไปทันที เธอหลีกเลี่ยงเข้าไปดูความเรียบร้อยในครัวต่ออีกสักหน่อยแล้วค่อยออกมาเก็บโต๊ะอาหารภายหลัง