บทที่ 5 ข้าแข่งไม่ไหว ข้าจะให้ท่านพี่ใหญ่ไปแข่งแทน
ในตอนนี้นางรู้สึกว่ามีคนมานั่งข้าง ๆ เมื่อหันหน้าไปก็พบว่ามีคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้าง ๆ นาง
เขามีคิ้วดุจกระบี่ ดวงตาพร่างพราวดุจดวงดารา ใบหน้าหล่อเหลา โครงหน้าคมชัดและรูปร่างดี เขาดูอายุไม่ได้มากกว่านางมากนัก
"พอได้ยินว่าท่านอาจารย์พาศิษย์น้องเล็กกลับมา ข้าก็รีบมาหาทันที จุ๊ ๆ ไม่คิดว่าจะเป็ศิษย์น้องหญิงตัวน้อยจริง ๆ ศิษย์น้องหญิงตัวเท่าถั่วงอกเลย"
เยี่ยหลิงหลงมุมปากกระตุกยิก ถึงแม้นางจะอายุน้อย แต่นางไม่ชอบคำเปรียบเทียบว่าเป็ ‘ถั่วงอก’ เลยสักนิด
"ข้าคิดว่าพี่ชายทุกคนจะมีรูปร่างสูงใหญ่สง่างามดุจไผ่เหมือนศิษย์พี่ใหญ่ ไม่คิดว่าจะมีคนที่เหมือนแตงด้วย"
ได้ยินแบบนี้ หนิงิเฉิงแทบจะะโจากเก้าอี้ด้วยความโกรธ แต่สุดท้ายก็คำนึงถึงภาพลักษณ์ของศิษย์พี่ จึงได้แต่หายใจฟึดฟัด
"ศิษย์น้องหญิงเล็กปากคอเราะรายจริง ๆ! ไม่แปลกใจเลยที่กินผลไม้ิญญามา พลังต่อสู้ไม่ธรรมดาจริง ๆ"
"รู้แล้วยังมาแกล้งข้าอีก?"
หนิงิเฉิงหัวเราะ ถึงศิษย์น้องหญิงจะตัวเล็ก แต่นางน่ารักมากจริง ๆ น่ารักจนยากที่จะไม่ชอบ เขาจึงหยิบของที่มีลักษณะคล้ายลูกปัดออกมาจากแหวนวางไว้บนฝ่ามือหมุนไปมา
"ข้ามาเพื่อให้ของขวัญพบหน้า เรียกข้าว่าศิษย์พี่หก แล้วสิ่งนี้จะเป็ของเ้า"
เยี่ยหลิงหลงมองเขาแวบหนึ่ง แย้มยิ้มอ่อนหวานแล้วเรียกศิษย์พี่หก เรียกทีไม่เสียหาย ยิ่งปากหวานของขวัญยิ่งเยอะ นางอายุน้อยนี่นะ ทำตัวน่ารักออดอ้อนได้ดีที่สุดแล้ว
หนิงิเฉิงได้ยินเสียงเรียกนี้ใจก็อ่อนยวบลงทันที จึงส่งของในมือให้เยี่ยหลิงหลงอย่างใจกว้าง
เยี่ยหลิงหลงวางลูกปัดไว้ในมือ พินิจมันอย่างละเอียดสักพัก แต่ไม่เห็นอะไรพิเศษเลย
"นี่คือมุกนาคี แค่ใส่พลังิญญาเข้าไปก็จะทำให้ฝนตกได้ ถึงจะเทียบกับของขวัญจากศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้ แต่เ้าลองดูก่อน อันนี้เล่นสนุกมากเลย"
เยี่ยหลิงหลงส่งพลังิญญาเข้าไปในมุกนาคี ในไม่ช้าก็เกิดเสียงดังด้านนอกห้อง พร้อมกับเม็ดฝนที่โปรยลง
ทั้งสองก็ตะลึงงัน
เยี่ยหลิงหลง “???”
นี่ก็นับเป็น้ำฝนด้วยหรือ? นี่มันไม่ต่างอะไรกับการเทน้ำล้างหน้าออกไปข้างนอกเลยนะ
หนิงิเฉิง “...”
แค่พลังิญญานิดหน่อยนี่เอง? ข่าวลือว่าศิษย์น้องหญิงเป็คนสุดท้ายในการรับศิษย์ครั้งนี้ จะไม่ใช่เื่โกหกจริง ๆ
"ศิษย์พี่หก ไข่มุกนี่..."
"ไข่มุกนี่ก็มีผลแค่นี้แหละ แค่เอาไว้เล่นขำ ๆ เพื่อให้เ้าหัวเราะไง"
เยี่ยหลิงหลงพยักหน้า ไม่ได้สงสัยคำพูดของหนิงิเฉิงเลยสักนิด
"ศิษย์พี่หก อาจารย์จะไม่สอนพวกเราฝึกฝนจริง ๆ หรือ?"
"ไม่หรอก เขาไม่เคยสนใจเื่ของพวกเราน่ะ"
"แล้วทุกวันนี้เขาทำอะไรหรือ?"
"ใครจะไปรู้ เขาทิ้งพวกเราไว้ที่นี่ ตัวเองไปอยู่อีกยอดเขาหนึ่ง ทุกครั้งที่ไปหา จะเห็นเขากำลังเขียนอักษรหรือไม่ก็กำลังดื่มชา ใช้ชีวิตสบายยิ่งกว่าคนแก่ในชนบทอีก"
"แต่ถ้าทุกคนไม่ฝึกฝน หากวันหนึ่งเจอศัตรูที่แข็งแกร่ง สำนักของพวกเราจะทำอย่างไร? อาจารย์คนเดียวจะเก่งพอที่จะตีศัตรูทั้งหมดให้ถอยได้หรือ?"
นี่เป็เื่ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สิน เยี่ยหลิงหลงจำเป็ต้องสอบถามให้ชัดเจน
"อาจารย์?" หนิงิเฉิงหัวเราะจนตัวงอ "เ้าคาดหวังให้ศิษย์พี่ใหญ่ช่วยจะดีกว่า ออกไปต่อสู้ด้วยขอบเขตจินตาน ถึงเขาไม่อายแต่ข้านี่แหละอายแทน"
"หือ?"
เยี่ยหลิงหลงประหลาดใจแต่ก็ดีใจมาก ศิษย์พี่ใหญ่ฟังดูเก่งมาก ๆ เลย!
"แล้วศิษย์พี่ใหญ่อยู่ขอบเขตใดหรือ?"
"ขอบเขติญญาแรกกำเนิดน่ะ"
"แค่ก ๆ ๆ..." เยี่ยหลิงหลงสำลักอีกครั้ง
"ระวังหน่อย กินผลไม้ิญญายังสำลักขนาดนี้ โตมาเ้ากินแต่นมหรืออย่างไร?"
นี่ก็ไม่ใช่ความผิดนางสักหน่อย ใครจะไปคิดว่าเ้าสำนักชิงเสวียนอย่างหัวซิวเยวี่ยนจะอยู่เพียงขอบเขตจินตาน แต่ศิษย์พี่ใหญ่กลับอยู่ขอบเขติญญาแรกกำเนิดแล้ว!
ขอบเขติญญาแรกกำเนิดนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน?
ในโลกแห่งการฝึกตนระดับล่าง ขอบเขตสูงสุดคือขอบเขติญญาแรกกำเนิด หลังจากขอบเขติญญาแรกกำเนิดก้าวข้ามไปถึงขอบเขตแปรเทวะ ก็จะสามารถไปยังโลกแห่งการฝึกตนที่สูงขึ้นได้ ดังนั้นในโลกแห่งการฝึกตนระดับล่าง ตำแหน่งเ้าสำนักและผู้าุโของสำนักใหญ่ต่าง ๆ ล้วนอยู่ในขอบเขติญญาแรกกำเนิดทั้งสิ้น
อีกนัยหนึ่ง ในโลกแห่งการฝึกตนระดับล่าง ขอบเขตจินตานมีอยู่มากมาย แต่ถ้าเป็ขอบเขติญญาแรกกำเนิดจะถือเป็ตัวตนยิ่งใหญ่เลยทีเดียว
ในต้นฉบับ ตอนที่เยี่ยหรงเยว่เอาชนะเผยลั่วไป๋ เผยลั่วไป๋ก็อยู่ในขอบเขติญญาแรกกำเนิด ในขณะที่เยี่ยหรงเยว่ตอนนั้นอยู่ในขอบเขตจินตานเท่านั้น ในฐานะสาวน้อยอัจฉริยะ นางข้ามขอบเขตเอาชนะตัวร้ายผู้ยิ่งใหญ่ ตอนนั้นไม่รู้ว่ามีผู้คนตะลึงและปรบมือให้มากเท่าไร
ตอนนี้เยี่ยหรงเยว่อยู่เพียงขอบเขตก่อปราณ นางใช้เวลาเพียงสามปีในการก้าวจากขอบเขตก่อปราณไปถึงขอบเขตจินตาน
จากเริ่มฝึกฝนจนถึงเอาชนะศิษย์พี่ใหญ่ของนางใช้เวลาเพียงสามปี สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเยี่ยหรงเยว่นั้นแข็งแกร่งเพียงใด
แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง ตอนนี้ศิษย์พี่ใหญ่ก็ได้บรรลุถึงขั้นขอบเขติญญาแรกกำเนิดแล้ว หากในอีกสามปีข้างหน้าเขาตั้งใจฝึกฝนจนสามารถบรรลุขอบเขตแปรเทวะได้ เช่นนั้นเยี่ยหรงเยว่จะเอาอะไรไปสู้กับเขา? เอาหัวไปโหม่ง?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เยี่ยหลิงหลงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที เยี่ยหรงเยว่ตัวแค่นี้ ยังกล้ามาวุ่นวายกับศิษย์พี่ใหญ่ของข้าอีกหรือ?
ต่อให้จะมีพร์สูงส่งเพียงใดก็ตาม แต่มันก็แค่การแข่งขันเท่านั้นไม่ใช่หรือ? ข้าแข่งไม่ไหว ข้าก็ให้ศิษย์พี่ใหญ่ของข้าไปแข่งแทนสิ!
พรุ่งนี้ นางจะต้องไปจับตาดูศิษย์พี่ใหญ่ฝึกฝนวิชา แล้วก็แข่งขันกันให้สุดฝีมือ!
พูดแล้วก็ลงมือทำ วันรุ่งขึ้น เยี่ยหลิงหลงก็ปรากฏตัวที่ลานบ้านของเผยลั่วไป๋ั้แ่เช้าตรู่
เผยลั่วไป๋มองศิษย์น้องคนใหม่ตรงหน้าด้วยสีหน้าประหลาดใจ นางไม่ใช่คนที่ได้ที่นั่งสุดท้ายในพิธีรับศิษย์หรอกหรือ? แล้วทำไมดูเหมือนจะขยันยิ่งกว่าคนแรกเสียอีก?
"เ้า้าจะเริ่มฝึกฝนวิชาจริง ๆ หรือ?"
เยี่ยหลิงหลงพยักหน้าหงึกหงัก สองปอยผมเล็ก ๆ บนศีรษะก็ส่ายไปมาตามจังหวะ ท่าทางน่ารักใฝ่เรียนรู้ของนางนั้น ใครก็ต้านทานไม่ไหวทั้งนั้น
"ดี เช่นนั้นยื่นมือมา เราจะได้ดูรากิญญาของเ้า"
เยี่ยหลิงหลงยื่นมือเล็ก ๆ ออกไป จากนั้นฝ่ามือใหญ่ของเผยลั่วไป๋ก็วางทาบลงบนฝ่ามือของนาง พลังิญญาสายหนึ่งค่อย ๆ ชอนไชเข้าสู่ฝ่ามือของนางช้า ๆ
รากิญญาของนางนั้น ในต้นฉบับได้กล่าวไว้ว่า เป็รากิญญาไม้ วารี และอัคคีสามชนิดรวมกัน รากิญญาที่ไม่บริสุทธิ์นั้นยากต่อการฝึกฝนอยู่แล้ว ยิ่งรากิญญาสามชนิดของนางมีถึงสองชนิดที่ขัดแย้งกันเอง ก็เท่ากับว่าสองส่วนนั้นใช้การไม่ได้ รากิญญาทั้งปนเปื้อนและเสียหาย โดยพื้นฐานแล้วนางจัดอยู่ในกลุ่มที่แย่ที่สุด
ในทางตรงกันข้าม เยี่ยหรงเยว่นั้นมีรากิญญาอัคคีเดี่ยวที่มีพลังต่อสู้สูงมาก รากิญญาบริสุทธิ์และทรงพลัง ทำให้ฝึกฝนได้อย่างรวดเร็ว ในภายหลังรากิญญาของนางยังกลายพันธุ์จนได้รับการพัฒนาอย่างก้าวะโ แม้กระทั่งได้รับเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ของวิหคเพลิงในโอกาสหนึ่ง ส่งผลให้สายเืของนางได้รับการยกระดับไปด้วย
นางมองศิษย์พี่ใหญ่ด้วยความกังวล กลัวว่าศิษย์พี่ใหญ่จะพบว่านางมีรากฐานอ่อนด้อยเกินไป แล้วไม่ยอมสอนนาง
ไม่ว่านางจะฝึกฝนหรือไม่ก็ไม่สำคัญ อย่างไรนางก็สามารถอยู่รอดจนแก่ตายได้อยู่แล้ว แต่ศิษย์พี่ใหญ่จำเป็ต้องก้าวข้ามไปถึงขั้นขอบเขตแปรเทวะให้ได้!
นางคิดอย่างร้อนใจว่า หากศิษย์พี่ใหญ่ไม่ยอมสอน นางจะต้องหาเหตุผลอะไรมาอ้างดี ในตอนนั้นเองเผยลั่วไป๋ก็เรียกพลังิญญากลับแล้วเอ่ยปากขึ้นมา
"เ้าเป็ผู้ที่มีรากิญญาสามอย่างคือ ไม้ วารี และอัคคี แม้ว่ารากิญญาของเ้าจะปนเปกันไปบ้าง ทำให้การฝึกฝนยากลำบากกว่าผู้อื่นสักหน่อย แต่นั่นก็หมายความว่าในอนาคตเ้าอาจจะเติบโตได้มากกว่าคนอื่น ขอเพียงเ้ามุมานะ เ้าจะต้องไม่ด้อยกว่าผู้ใดแน่"
เยี่ยหลิงหลงประหลาดใจเล็กน้อย นี่… ศิษย์พี่ใหญ่กำลังปลอบใจนางอยู่หรือ?
ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างคิดว่านางเป็คนไร้ค่า ไม่ควรเสียเวลาและพลังงานไปกับนาง แม้แต่บิดามารดาของนางเองก็คิดเช่นนั้น นางจึงชินชากับการที่ผู้อื่นดูถูกดูแคลนนางมานานแล้ว
แต่ศิษย์พี่ใหญ่ที่เพิ่งรับนางเป็ศิษย์น้องร่วมสำนักเมื่อวานกลับไม่พูดเช่นนั้น เขากล่าวว่านางมีโอกาสเติบโตได้มากกว่าคนอื่น เขาบอกว่าหากนางขยัน นางจะไม่ด้อยกว่าผู้ใด
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก ข้าจะสอนเ้าั้แ่พื้นฐาน ใน่แรกอาจจะยากสักหน่อย หากเ้าเรียนรู้ไม่ได้ในครั้งเดียว พวกเราก็แค่ฝึกฝนกันให้มากขึ้นอีกสักหน่อยเท่านั้นเอง"