“ฮ้าววว อรุณสวัสดิ์ค่าคุณเหมียวเมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหมคะ” มนตราร้องทักขณะเดินลงบันไดมา
“เป็คืนที่หลับสนิทที่สุดเท่าที่เป็แมวมาเลยละมนตรา”เ้าเหมียวะโลงจากโซฟาที่มีผ้าห่มผืนหนาปูทับอยู่
“เดี๋ยวฉันอุ่นกุ้งต้มให้นะคะ”มนตราหยิบกุ้งต้มจากตู้เย็นใส่ไมโครเวฟ
เ้าเหมียวะโขึ้นโต๊ะอย่างแคล่วคล่อง แล้วนั่งประจำที่มนตราหันไปปิ้งขนมปังแล้วหยิบแยมสตรอว์เบอร์รีกับนมสดจากตู้เย็นออกมาวาง
“มาแล้วค่ะ กุ้งต้มหอมฉุย ระวังร้อนนะคะ”มนตราวางชามใส่กุ้งตรงหน้าเ้าเหมียว วางขนมปังปิ้งตรงหน้าตนเองแล้วเทนมสดใส่แก้วใสใบใหญ่
“ขอบใจสำหรับกุ้งนะแต่จะว่าไปขนมปังปิ้งของเ้าดูน่ากินจริงเชียว นมสดแก้วนั้นก็ด้วย”
“อ๊ะๆ เป็แมวกินนมวัวไม่ได้นะคะถ้าอยากกินฉันจะซื้อนมแพะให้ ดีไหมคะ”
“ขอบใจมากมนตรา แต่ข้ารู้สึกว่าไม่น่าจะชอบดื่มนมแพะ”เ้าเหมียวทำหน้ายู่
“อุ๊ย! เกือบลืมไปเลยว่าต้องจดไว้”มนตราลุกพรวดไปหยิบสมุดโน้ตมาจด “คุณน่าจะชอบนมสด ขนมปังปิ้ง แล้วแยมล่ะคะรู้สึกอยากกินไหม”
ยังไม่ทันที่เ้าเหมียวจะตอบเสียงข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ก็ดังรัวๆมนตราหยิบโทรศัพท์มือถือดูแล้วทำหน้าเสีย
“มีอะไรหรือมนตรา” เ้าเหมียวเป็ห่วง
“บก.ฉันทวงต้นฉบับอีกแล้วละค่ะเฮ้อ...ก็่นี้ฉันหัวสมองตีบตัน เขียนอะไรไม่ออกเลย” มนตราหน้าเครียด
“ข้าอยากช่วยเ้าเสียจริงแต่ยังนึกไม่ออกว่าจะช่วยอย่างไรอ้อ...่นี้เ้าไม่ต้องช่วยสืบหาเื่ของข้าหรอกนะ ใช้เวลาทำงานเถอะ”
“ฉันคงต้องแบ่งเวลาไปเขียนนิยายด้วยแต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เื่ของคุณมันคาใจฉันมากค่ะ ยังไงฉันก็ต้องช่วย”
เ้าเหมียวมองมนตราอย่างซาบซึ้งใจทั้งสองก้มหน้าก้มตากินอาหารของตนเงียบๆ จนเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น
“ฮายยย ว่าไงคะคุณเพื่อน” มนตรารับโทรศัพท์เสียงใส
“ชวนไปกินข้าวเมาท์มอยเย็นนี้เหรอค้า...“เออใช่! เรานัดกันร้านที่พาคุณ...เอ๊ยแมวไปด้วยได้ไหมคือพอดีฉันเพิ่งรับเลี้ยงแมวตัวหนึ่ง กลัวว่าทิ้งไว้ที่บ้านแล้วแมวจะหนีน่ะฝากเธอหาร้านให้หน่อยน้า...จ้าเพื่อน จ้า...แล้วไลน์มาบอกก็ได้นะ ขอบใจจ้ะ”
“อะไรกันมนตรา เ้าจะพาข้าไปไหนข้าบอกแล้วไงว่าอยู่บ้านได้”
“ฉันว่าคุณออกไปเปิดหูเปิดตาดีกว่าค่ะไม่แน่น้า...คุณอาจเจอเบาะแสใหม่ก็ได้” มนตราน้ำเสียงตื่นเต้น
ตกเย็นวันนั้นมนตราขึ้นรถยนต์ที่เรียกมาจากแอปพลิเคชันหนึ่ง พร้อมหอบหิ้วตะกร้าใส่แมวไปด้วยปกป้องที่ผลักประตูร้านกาแฟซึ่งอยู่เยื้องกับบ้านมนตราออกมาทันเห็นเธอแต่เรียกเธอไม่ทัน
“อ้าว! ไม่ทันบอกเลยว่าต้องปิดร้านไปทำธุระหลายวันแล้วหิ้วตะกร้าอะไรของเขาน่ะ” ปกป้องบ่นพึมพำ
แล้วมนตราก็มาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งที่มีทั้งโซนอินดอร์กรุกระจกใสตกแต่งแชนเดอเลียร์งามระยับเฟอร์นิเจอร์สีโรสโกลด์ยิ่งเสริมให้ร้านดูแวววาวหรูหรา ส่วนโซนเอาท์ดอร์ที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปได้นั้นจัดเป็สวนร่มรื่นมีบ่อปลาคาร์ปที่จัดสวนหินแบบเซนล้อมรอบ แถมยังมีบาร์ค็อกเทลที่เคาน์เตอร์ทำด้วยหินอ่อนสีดำหรูหราลึกลับซึ่งเวลานี้ยังไม่เปิดให้บริการอีกด้วย
“ฮายยยยายมนตรา” เสียงสดใสดังมาจากด้านหลัง
มนตราหันไปแล้วร้องทัก “เอม” อย่างดีใจเอมผู้มีเพศสภาพเป็ชายนั้นมีรูปร่างผอมสูง สวมเสื้อแหวกอกและกางเกงขาบานสไตล์เรโทรคล้องกระเป๋าแบรนด์เนมที่หาซื้อไม่ได้ง่ายๆ ไว้ที่แขนใบหน้าผ่องผุดเกลี้ยงเกลาราวเกิดมาไม่มีหนวดสักเส้นแต่ก็แย้มยิ้มได้ไม่เต็มที่เพราะฤทธิ์โบท็อกซ์
“โอ๊ยตายยังแต่งองค์ทรงเครื่องเวอร์วังไม่เปลี่ยนนะยะ” มนตราแซวเพื่อน
“จ้า แล้วใครจะใส่เสื้อยืดย้วยๆ กางเกงยีนหลวมโพรกกับถุงผ้าไซส์ถุงสายรุ้งพะรุงพะรัง ผมเผ้าก็ไม่หวี หน้าเน่อไม่แต่งเหมือนเธอละจ๊ะ”
“แฮ่ๆ จะว่าไปก็เขินเหมือนกันที่นี่มีแต่คนแต่งตัวดีๆ สวยๆ”
“ก็ฉันบอกแล้ว... เอาเถอะ สั่งอาหารกันดีกว่า”
ระหว่างรออาหาร มนตราอุ้มเ้าเหมียวออกมาจากตะกร้าเอมลูบคางและจกพุงเ้าเหมียวอย่างเอ็นดูมนตรากลั้นหัวเราะเพราะรู้ว่าเขาต้องหงุดหงิดแน่ๆ
“เออลืมถามไปเลย แมวเธอชื่ออะไรนะ”
มนตราตาเลิ่กลั่กเล็กน้อยเธอจะไปรู้ได้อย่างไรในเมื่อเขายังไม่รู้ชื่อตัวเองเลย เ้าเหมียวหันมาสบตามนตราเหมือนจะสื่อความบางอย่างแต่มนตราอ่านใจเขาไม่ออก
“เอ่อ...ชื่อจับฉ่าย”มนตราลืมเสียสนิทว่าเธอเคยตั้งชื่อเขาว่าบุช
“จับฉ่ายเนี่ยนะ! โอ๊ยครีเอตมากเวอร์ยัยมนตรา ฮ่าๆๆ”
มนตราแอบเห็นเ้าเหมียวทำหน้าเหมือนขบขันก่อนจะเดินหนีไป
“อ้าว! แมวเธอจะไม่หนีใช่ไหมนั้น”เอมร้องแล้วชี้นิ้วไปทางเ้าเหมียวที่มุ่งหน้าไปยังรั้วของร้าน
“ไม่หนีหรอก ฉันคุยกับเขา...เอ๊ย!เอาเป็ว่าจับฉ่ายเชื่องกับฉันแหละ” มนตราเกือบหลุดปากเล่าไปแล้วว่าเธอตกลงกันกับเขาแล้วว่าให้เขาเดินเล่นบริเวณร้านเผื่อเจอสิ่งที่ช่วยกระตุ้นความทรงจำได้
“จ้า...ถ้าหายมาฉันไม่ช่วย...ว้ายๆ เธอๆอย่าเพิ่งหันนะ”
ดวงตาวาววับ สีหน้าตื่นเต้นแบบเก็บไม่มิดของเอมนั้นไม่ต้องบอกมนตราก็รู้ว่าเอมต้องเห็นหนุ่มหล่อแน่นอนและแล้วมนตราก็เห็นชายหนุ่มร่างสูง รูปร่างผอมเพรียวผมที่ย้อมสีเทาสว่างนั้นเซตแบบเกาหลีแทบไม่มีกระดิกดวงตากลมโตนั้นระยิบระยับมีเสน่ห์แบบที่ชวนสาวๆ ให้ลุ่มหลงได้ไม่ยากจมูกโด่งที่คดเล็กน้อยก็ไม่ได้ดูเป็จุดด้อยบนใบหน้า แต่กลับรับกับปากอิ่มชมพูระเรื่อนั้นด้วยซ้ำเขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำพับขึ้นมาถึงข้อศอกและกางเกงสแลคสีดำแค่เพียงเท่านั้นมนตราก็เผลอจ้องมองตาไม่กะพริบแล้ว
“เธอๆๆ เห็นไหม เขายิ้มให้ฉันด้วยเขาต้องหลงเสน่ห์ฉันแน่ๆ” เอมสะกิดมนตรา พลางลูบผมและจัดระเบียบเสื้อผ้า
อาหารเรียงรายเต็มโต๊ะมนตราแม้จะบ่นว่าเอมสั่งมาเยอะเกินไป แต่ก็กินทุกจานอย่างเอร็ดอร่อย ผิดกับเอมที่กินไปแอบเหล่ชายหนุ่มเชิ้ตดำไป
“เธออิ่มหรือยัง”
“หา! เธอสั่งอาหารมาตั้งเยอะแยะ จะรีบไปไหนยะ”มนตราถามเสียงเขียว
“โอ๊ยเธอ ก็ฉันอยากไปนั่งแอ๊วหนุ่มน้อยบาร์เทนเดอร์คนนั้นที่หน้าบาร์อะตอนนี้ลูกค้าไม่เยอะ ฉันน่าจะมีโอกาส” เอมกุมมือ น้ำเสียงมีความหวัง
“แต่ฉันยังไม่อิ่มเลยนี่ เหลือเยอะแยะ เสียดายอะ”มนตราหน้าม่อย
“เอางี้ ฉันเลี้ยงเธอเองมื้อนี้แล้วให้เธอห่อกลับไปกินทั้งโต๊ะนี้เลย!”
มนตราร้องกรี๊ด แกล้งก้มกราบเพื่อนแทบโต๊ะทันทีที่เช็กบิลและได้อาหาร เอมก็รีบพุ่งไปที่เคาน์เตอร์บาร์ที่บาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อกำลังจัดข้าวของทันทีปล่อยให้มนตราหิ้วถุงอาหารพะรุงพะรังตามหลัง หลังเคาน์เตอร์นั้นยังมีชายหนุ่มอีกคนที่รูปร่างใกล้เคียงกันใบหน้าเกลี้ยงเกลาหมดจด แต่ดูโดยรวมกลับไม่มีเสน่ห์ราวกับถูกเพื่อนดูดกลืนไปจนหมด เอมเริ่มปฏิบัติการแกล้งอ่อยบาร์เทนเดอร์หนุ่มทันทีด้วยการออกตัวว่าไม่สันทัดการดื่มเหล้าและขอให้บาร์เทนเดอร์ช่วยแนะนำเมนูให้
“สวยร้อนแรงอย่างพี่ ผมขอแนะนำเป็ Sex on the Beach แล้วกันนะครับ”
บาร์เทนเดอร์หนุ่มเชคอย่างคล่องแคล่ว มนตราเผลอมองท่อนแขนที่มีเส้นเืโปนข้อมือที่พลิ้วไหวราวมีชีวิต ชายหนุ่มในเวลานี้ดูหล่อเหลาขึ้นอีก 10 เท่า
“และสำหรับหญิงสาวใสซื่อ ผมขอเสนอ ‘โฉมงามกับเ้าชายอสูร’ครับ”
บาร์เทนเดอร์หนุ่มยื่นแก้วค็อกเทลปากกว้างมาให้มนตราค็อกเทลแบ่งเป็สองชั้น ้าเป็สีเหลืองอำพัน ตกแต่งกลีบกุหลาบสีแดง ตรงก้นแก้วมีสีน้ำตาล
“อุ๊ย! ยังไม่ได้สั่งเลยค่ะ” มนตรารีบโบกมือปฏิเสธ
“เป็บริการพิเศษสำหรับคนพิเศษครับ”
เอมที่นั่งจิบค็อกเทลของตนเองแกล้งโวยวายและอ้างว่าตนเองก็เป็คนพิเศษเหมือนกันแต่บาร์เทนเดอร์หนุ่มเอาตัวรอดอย่างไหลลื่นด้วยการบอกให้เอมสั่งอีก 2 แก้วแล้วตนจะแถมให้ 1 แก้ว
“ทำไมถึงเป็โฉมงามกับเ้าชายอสูรล่ะคะ” มนตราจิบค็อกเทลอีกหนึ่งอึกก่อนจะชูแก้วขึ้นส่องกับแสงไฟ
“เพราะผมคิดว่าคุณคือเบลล์ครับหญิงสาวที่หลงใหลในหนังสือ เต็มไปด้วยความกล้าหาญและยึดถือคำมั่นสัญญาคุณเป็อย่างนั้นหรือเปล่าครับ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มอมยิ้มเ้าเล่ห์
มนตราไม่ตอบ ส่วนเอมกรีดร้องกรี๊ดกร๊าดว่าบาร์เทนเดอร์หนุ่มอ่านขาดมนตราเป็หนอนหนังสือและนักเขียน มนตราพยายามอ้าปากโต้แย้งแต่ไม่ทัน ฤทธิ์แอลกอฮอล์เสมือนแทรกซึมเข้าไปในสมองจนเธอรู้สึกหัวหนักตื้อขณะที่เอมก็ถามชื่อบาร์เทนเดอร์จนรู้ว่าเขาชื่อฟิล์ม
“บอกได้ไหมคะว่าใช้เหล้าอะไรมันเปรี้ยวอมหวานอร่อยดีนะคะ แต่รู้สึกว่ามันแรงจังเลย”
“ใช้ DarkRum ครับ ผมอยากให้ลิงค์กับการเต้นรำของเบลล์กับเ้าชายอสูรDancing in theDark ทำนองนี้อะครับ”
มนตรามองั์ตาของฟิล์มที่เธอรู้สึกว่าช่างหวานฉ่ำ ทันใดเธอก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาพันที่ขามนตราก้มมองแล้วเผลอทำค็อกเทลหกเลอะพื้นสามหยด เ้าเหมียวเงยหน้าส่งสายตาบอกว่ากลับมาแล้วนั่นเอง
“เอ่อ เดี๋ยวฉันคงต้องขอตัวกลับก่อนแล้วค่ะ”
“อะไรยายมนตรา! เธอคออ่อนก็จริงแต่ลิมิตเธอได้ 2 แก้วนี่ จะรีบกลับไปไหนรอกลับพร้อมกันเดี๋ยวฉันไปส่ง”
“ฉันไม่ได้เมา แต่เพลียๆ มึนๆ เลยอยากกลับไปนอนน่ะ”
“คุณชื่อมนตราเหรอครับ ชื่อเพราะเหมาะกับคุณจังผม...”
ฟิล์มพูดยังไม่ทันจบประโยคมนตราก็ร้องกรี๊ดขึ้นมาเพราะเห็นเ้าเหมียวนอนแน่นิ่งกับพื้น มนตราเขย่าเ้าเหมียวและสังเกตเห็นทันทีว่ารอยค็อกเทลที่หกนั้นหายไปแล้ว
จากผู้เขียน...
ฟิล์มบอกคนกำลังจะเกิดดันโดนแมวส้มคุมกำเนิดซะได้!