[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์]

    ตอนที่ 113 เกือบตายยกกวนเสียแล้ว

    ตอนที่ 113 เกือบตายยกกวนเสียแล้ว

            สองพี่น้องต่างตกตะลึงที่จู่ๆ ประตูบานใหญ่มหึมาปรากฏขึ้นมาใจกลางสนามบ้านพักมนุษย์กึ่งเทพลวดลายบนประตูอลังการกว่าที่จะเป็นประตูของโครนอสจนโพรทาเลียกับโฟกัสแอบสงสัยว่ามันใช่หรือไหมแต่ประตูบานใหญ่โผล่มาก็ทำให้คนรอบค่ายที่อยู่โดยรอบต่างตื่นตกใจกับสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแต่ว่าสองสาวไม่คาดคิดว่าเบาะแสที่ตามหาตั้งหลายวันนั้นจะอยู่ใกล้แค่หยิบมือของพวกเธอแต่มันอยู่แค่ใต้เท้าในบ้านโพไซดอนแต่ถ้าพ่อไม่ฟื้นขึ้นมาก็คงไม่รู้ว่ามีสิ่งที่พาไปหาโครนอสอยู่ใกล้แบบนี้ยิ่งคิดเลยว่าถ้าไม่รู้เรื่องนี้คงวนหาอยู่หลายปีแน่ ๆ แต่ว่าพอมองดี ๆประตูบานใหญ่นี้ถึงจะอลังการแค่ไหนก็มีเอกลักษณ์ของชายคนนั้นอยู่

             

            “เคียวใหญ่สองอัน...มีดเล็กโค้ง...ทุ่งธัญพืช...งู...และ...ฮาร์ป...นี่ล่ะ...สัญลักษณ์ของบิดาทวยเทพ...”

             

            ‘ลูกข้าเอ่ย~’ โครนอสเอ่ยเรียกใครสักคน

             

            แต่เสียงนั้นดังก้องข้างในหัวของพวกเธอทำให้รู้ว่ากำลังเอ่ยเรียกพวกเธอนั้นเองทั้งสองมองหน้ากันอย่างเข้าใจว่าประตูบานนี้คือบานประตูที่จะพาพวกเธอข้ามไปหาโครนอสแล้วโครนอสก็กำลังพวกเธอให้ไปหาระหว่างที่พวกเธอกำลังมองหน้ากันนั้นพวกพี่ชายกำลังจดจ่อกับประตูบานใหญ่มหึมาตรงหน้าที่มันน่าสงสัยที่ปรากฏมากลางลานกว้างใหญ่ยิ่งทำให้น่าสงสัยว่ามันซ่อนอยู่ภายในค่ายมานานแค่ไหนกันแล้วยิ่งสองคนที่เป็นน้องสาวเป็นคนทำให้มันปรากฏขึ้นมาเองด้วยยิ่งทำให้สงสัยว่าสองคนนี้ชอบทำอะไรให้เกิดปาฏิหาริย์ตลอดโอราอุสมองสงสัยเช่นกันว่าประตูนี้เลือกคนเปิดงั้นเหรอจนเขาอยากทดสอบอะไรบางอย่างจนเดินไปโดยไม่บอกกล่าวอะไรแล้วคว้ากุญแจออกจากมือของทั้งสองคนทั้งสองตกใจที่พี่ชายมาแย่งกุญแจจากมือพวกเธอแต่แล้วประตูบานใหญ่ก็สลายหายไปจนทุกคนที่เห็นก็ตกใจที่ประตูบานใหญ่นั้นหายไปอย่างง่ายดายโพรทาเลียตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะหันไปมองพี่ชายด้วยสีหน้าหงุดหงิด

             

            “พี่ทำอะไรนะ!?”

            “พี่แค่อยากรู้นะว่าถ้าพี่จับแล้วมันยังปรากฏอยู่ไหม?”

            “แล้วถ้ามันไม่กลับมาล่ะ!!” โพรทาเลียเดินไปคว้ากุญแจคืนแต่เธอจับมันแล้วก็ไร้ปฏิกิริยาแต่อย่างใด

            สถานการณ์ตรงนี้ทำเอาตึงเครียดขึ้นมาในทันใดโอราอุสหันไปมองก็อ้ำอึ้งที่ประตูไม่ปรากฏกลับมาทำให้เขากลืนน้ำลายอย่างช้า ๆเขารู้สึกว่าตัวเองก่อปัญหาขึ้นเสียแล้ว

            “โพร...”

            เขาเอ่ยเรียกอีกฝ่ายแต่ไร้การตอบกลับแต่รอบร่างกายของโพรทาเลียกลับมีเปลวเพลิงปะทุขึ้นทำเอาโอราอุสเห็นก็ตกใจว่าตัวเองซวยแล้วจริง ๆสองแฝดชายเห็นแบบนั้นก็รีบตรงดิ่งเข้าไปขวางทางระหว่างน้องสาวกับพี่ชายของพวกตน

            “โพรทาเลีย พี่เข้าไม่ได้ตั้งใจนะ ใจเย็น ๆ ก่อนนะ”

            “ใช่ ๆ”

            สองแฝดกำลังช่วยปลอบให้น้องใจเย็นลงแต่ว่าใบหน้าที่หันมาของโพรทาเลียอย่างกับยักษ์ที่มีเปลวเพลิงปกคลุมทั้งร่างกายทั้งสามคนเห็นก็ขนลุกไปตาม ๆ กันแล้วยิ่งดวงตาของโพรทาเลียกลายเป็นสีแดงชาดยิ่งน่ากลัวว่าอะไรก่อนที่เธอจะเดินมาหาพวกตน

            “ใจเย็นเหรอ?” โพรทาเลียทวนถามกลับ “แล้วสิ่งที่พี่ทำเมื่อคืนอะไรรรรรร!?”

            พวกพี่ทั้งสามคนต่างสะดุ้งกับเสียงตะโกนของน้องสาวที่พวกเขานั้นไม่เคยเจอทำเอาระหว่างเลยว่าโอราอุสจะโดนอะไร

            “โพร! ใจเย็นก่อนนะ พี่โอราอุสเขาน่าจะมีเหตุผลที่ทำนะ!!”

            “ใช่ ๆ เธอใจเย็นก่อนนะ!!”

            “ใจเย็นเหรอ!?” โพรทาเลียเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์เลย“เมื่อกี้พี่พังโอกาสที่พวกเราจะกลับบ้าน!! แล้วดูสิประตูมันหายไปแล้ว พวกเราจะกลับยังไง!?”

            “โพรทาเลีย พี่ขอโทษ!”

             

            โอราอุสกล่าวขอโทษน้องสาวโดยมีผู้ใหญ่สองคนกำลังมองการกระทำเหล่านั้นว่าจะมีปัญหาอะไรที่ร้ายแรงไหมแอนนาเบ็ธมองลูก ๆ อย่างเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ยแต่โดนสามีห้ามไม่ให้เข้าไปยุ่งให้เด็ก ๆ จัดการกันเองระหว่างที่พวกพี่กำลังจะก่อสงครามกันนั้นโฟกัสกำลังครุ่นคิดว่าจะทำไงให้พี่สาวหยุดอารมณ์โกรธได้จนเสียงของโครนอสดังในหัวของเธอ

             

            ‘2ไม่ใช่ 1’ เสียงโครนอสดังในหัวของโฟกัสคนเดียว

             

            โฟกัสได้ยินก็รู้สึกว่าก่อนหน้านั้นเธอจับกุญแจนั้นพร้อมกับพี่สาวมันถึงปรากฏจนเธอรีบเดินไปหาพี่สาวที่ในมือยังถือกุญแจอยู่เธอรีบเข้าไปจับกุญแจพร้อมกับพี่สาวประตูก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

            “พี่โพรทาเลีย!! ดูนี้!!”

            “อะไร!!”

            โพรทาเลียตะคอกใส่น้องสาวอย่างไม่สนใจอะไรโฟกัสไม่สนใจว่าพี่จะตะคอกใส่เธอ เธอจับใบหน้าพี่หันไปทางที่ประตูปรากฏ ดวงตาของโพรทาเลียก็ลุกวาวอย่างแปลกใจที่มันกลับมาแล้ว

            “หมายความว่าไง?”

            “2ไม่ใช่ 1 เราสองคนเป็นคนเดียวกัน...ประตูคงไม่เปิดให้กับร่างที่ไม่สมบูรณ์หรอกนะ”

            “เพราะเราสองคน...เป็นคนเดียวกัน...”

            “ใช่...ถึงพี่โอราอุสจะทดสอบอะไร...พี่จับคนเดียวมันก็ไม่ปรากฏให้เห็นหรอกนะ”

            “งั้นเหรอ...”

            โพรทาเลียได้ยินแบบนั้นเธอลองปล่อยมือจากน้องให้ถือกุญแจเอง ประตูก็หายไปเช่นกันทำให้เธอรู้ว่ามันไม่ได้เป็นที่พี่แต่เป็นเหมือนกฎในการเปิดประตูเธอเลยหันไปหาพี่ชายด้วยความละอายใจ

            “พี่...หนูขอโทษ...ที่อารมณ์เสียไปโดยไม่คิดอะไร...”

            “ช่างเถอะ...พี่ผิดเอง...ที่ทำอะไรไม่คิดถึงใจพวกเธอ...ที่หวังจะกลับบ้านนะ...”โอราอุสก็รู้สึกเสียใจที่ตัวเองที่ทำอะไรแบบนั้นเช่นกัน

             

            สองแฝดชายต่างโล่งใจนึกว่าจะเห็นการนองเลือดระหว่างพี่น้องเสียแล้วเพอร์ซีย์หันไปหาภรรยาอย่างบอกว่าเป็นไง ถ้าเราไม่เข้าไปยุ่งกับพวกเขาทำเอาแอนนาเบ็ธตะลึงเหมือนกันที่เธอไม่ค่อยไปยุ่งลูก ๆก็จัดการจบปัญหาได้อย่างง่ายดายแบบนี้เอเดอร์มองประตูอย่างสงสัยว่าทำไมต้องเป็นน้องสองคนของเขาหรือว่าสองคนนี้มีอะไรมากกว่าที่เกี่ยวข้องกับอดีตชาติหรือเปล่า

             

            “ทั้งสองคนมีความเกี่ยวข้องกับโครนอสด้วยงั้นเหรอ?” เอเดอร์เอ่ยถามออกมาจนทั้งสองคนมองหน้าพี่ชายจนโฟกัสพยักหน้าให้พี่ชาย

            “ก็ถูกส่วนหนึ่งเพียงเพราะว่า...เราสองคนในอดีตเกี่ยวข้องกับโครนอสและภรรยาของเขาเรอา”

            “มารดาของทวยเทพ? เกี่ยวข้องกันลึกซึ้งขนาดนั้นเชียวเหรอ?”เพอร์ซีย์ได้ฟังสิ่งที่ลูกพูดก็สงสัย

            “ค่ะ...เพราะชาติแรกก่อนที่เราจะมาเกิดในชาตินี้...หนูกับโฟกัส...เราเป็นลูกคนโตของโครนอสกับเรอา”

            “!!”

            ทุกคนถึงกับตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินว่าน้องสาวพวกเขานั้นเคยเป็นลูกของผู้ใดมาก่อนก่อนที่จะกลับมาเกิดเป็นลูกของบ้านแจ็กสัน

            “ว้าว...ช่าง...เป็นเรื่องประหลาดดีแท้”

            “พ่อคิดว่าประหลาดเหรอ? พวกเราได้ยินครั้งแรกก็โคตรประหลาดนึกว่าน้องๆ เป็นปีศาจเสียอีก!”

            โพรทาเลียได้ยินคำพูดของพี่เบเดอร์ก็ยกมือขึ้นมาชกทันที “อยากโดนปีศาจเล่นงานไหมล่ะ!?”

            “ไม่เอา!! โดนเธอเล่นงานฉันก็คงได้ไปโรงพยาบาลก่อน”

            “หึ ๆ” โพรทาเลียยิ้มอย่างชอบใจ

            ลูกๆ กำลังพูดคุยสนุกกันนั้น เพอร์ซีย์ก็มีคำถามบางอย่างผุดขึ้นมา

            “แต่...ลูกมาเกิดใหม่...แปลว่าชาติแรกของลูกตายแล้วงั้นเหรอ?”

            “โธ่ ถามอะไรแปลก ๆ กัน นายสมองสาหร่าย” แอนนาเบ็ธชนแขนอีกฝ่ายแล้วแซวคำเรียกที่เคยเรียกอีกฝ่าย

            “อ้าว! ก็มันสงสัยนี่น่า”

            สองสาวได้ยินคำถามพ่อที่ถามออกมาจนไม่รู้ว่าจะตอบยังไงแต่โพรทาเลียหันไปมองน้องเพื่อบอกว่าตัวเองจะบอกเอง

            “เกิดใหม่ก็ตรงข้ามกับคำว่าตายนี้ค่ะ”

            “ตาย...”

            “ค่ะ...ชาติแรกของเราโดนเทพตนหนึ่งฆ่าตาย...เพราะความอิจฉาในอำนาจของพี่ชายตนเอง...อย่างโครนอส...”

            “เดียวนะ...หรือว่า...คนที่ว่านั้น...จะเป็น...”

            “ใช่...เทพ...เคยโดนพวกทวยเทพผนึกอย่างไม่รับรู้ว่าคนคนนั้นเป็นโครนอสตัวจริงหรือไหม?แซเทิร์น...น้องชายของโครนอส”

            “เดียว...” เพอร์ซีย์ได้ฟังก็สับสนว่าโครนอสกับแซเทิร์นไม่ใช่ร่างเดียวกันเหรอ “ลูกหมายความว่าไง...?”

            ลูกชายทั้งสามคนมาแตะไหล่พอเบาๆ จนคนเป็นพ่อมองลูก ๆ แต่ละคนที่เข้ามาหาเขา

            “เดียวพวกผมอธิบายตามที่น้อง ๆเคยบอกนะ...เพราะถ้าบอกพ่อตอนนี้ก็คงสับสนเหมือนพวกเรานะครับ”

            “ใช่ ๆ ตามที่พี่โอราอุสบอกเลยครับ”

            “อืม ๆ”

            “งั้นเหรอ...”

             

            เพอร์ซีย์ถึงกับรู้สึกสับสนกว่าเดิมว่าเรื่องนี้มันอะไรเขาฟื้นจากความตายมากได้แค่ไม่กี่วันเองกับต้องมาเจอเรื่องปวดหัวเพิ่มอีกสองสาวเห็นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ แต่ว่าพวกเธอจะทำยังไงกับประตูที่พวกเธอเจอกันมันอาจจะเป็นเส้นทางพาไปหาโครนอสให้พาพวกเธอไปหาจุดเบื่อก็ได้แต่พวกเธอกับรู้สึกกังวลว่าไปแล้วมันจะสามารถเปลี่ยนอดีตได้จริง ๆ ไหมโอราอุสหันไปมองน้องทั้งสองที่กำลังมองกันและกันอยู่นั้นเขาก็เดินกลับมาหาทั้งสองคน

             

            “แล้วพวกเธอจะเอาไงต่อกับเจ้าประตูบานนั้นกัน?”

            “พวกเรา...” โฟกัสหันไปมองพี่ชายที่เข้ามาถามพวกเธอ

            “จะกลับโลกเดิมกันแล้วใช่ไหม?”

            “ใช่ค่ะ!”

            “แต่พี่สงสัยนะ พวกเธอบอกเคยบอกว่าหาเบาะแสตามหาโครนอสแล้วให้เขาส่งตัวพวกเธอไปหาจุดเปลี่ยนอนาคตใช่ไหม?”

            “ใช่ค่ะ” สองสาวมองพี่ชายที่จู่ ๆ ถามแบบนั้นขึ้นมา

            “แล้วพวกเธอคิดว่ามันจะสำเร็จเหรอ?”

            คำถามนั้นทำให้สองสาวเคืองขึ้นมาก่อนที่โพรทาเลียจะตะโกนออกไป“มันต้องได้สิคะ!! ท่านพ่อไม่มีทางโกหกเราแน่ ๆ”

            “จริงของพี่โพรทาเลียค่ะ!! มันต้องสำเร็จด้วยมือของเรา!!”

            “แล้วพวกเธอจะรออะไร?”

            “อ๊ะ...”

            “ไม่รีบกลับโลกของตัวเองกันล่ะ? ไปช่วยโลกพวกเธอจะได้กลับไปเจอครอบครัว เพื่อน คนรู้จักที่พวกเธอบอกว่ารักนักรักหนาไง”

             

             

            พวกเธอถึงกับนิ่งไปเลยที่คำพูดของพี่ชายทำเอาพวกเธอที่ยังไม่กล้าตัดสินใจที่จะไปจากที่นี่ต้องมาผุดคิดถึงทุกอย่างที่ตัวเองคิดถึงกันแต่พวกเธอก็เป็นห่วงคนทางนี้ที่จะไม่มีพวกเธอค่อยช่วยเหลือโพรทาเลียก้มหน้าลงด้วยความละอายใจที่ตัวเองในโลกนี้ไม่ได้แข็งแกร่งพอจะช่วยคนอื่นๆ ได้ แต่ชะตากรรมของโลกใครก็ต้องจัดการกันเองเธอเดินตรงไปหาพี่ชายพร้อมกับกอดเขาอย่างขอบคุณกับคำพูดนั้น

             

            “พวกหนูคงคิดถึงพี่ชายเป็นแน่...ถึงจะคิดถึงทุกวันอยู่แล้วก็ตามที”

            โอราอุสกอดน้องสาวพร้อมกับหอมศีรษะน้องสาวเบาๆ“พี่ก็เหมือนกัน...การได้เจอน้องที่ต่างจากน้องของเรามันช่างเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มากๆ”

            “คิก ๆ หนูต่างจากโพรเทียนะ หนูแข็งแกร่ง...เกินสาวนะ” โพรทาเลียเงยหน้ามองพี่ชายด้วยรอยยิ้มสดใส

            “พี่ว่าโคตรเกินสาวนะ แต่ว่าพี่ก็ชอบน้องสาวแบบฉบับนี้นะ!”

            “นี่พี่กินยาไม่เขย่าขวดหรือเปล่าเนี่ย!?” โพรทาเลียเอ่ยถามขึ้น

            “นี่เธอ!?”

             

            ทุกคนต่างหัวเราะกันอย่างมีความสุขที่ได้มีเสียงหัวเราะร่วมกันเป็นครั้งสุดท้ายโพรทาเลียมองทุกอย่างมีความสุขจนเธอคิดบางอย่างที่อยากจะตอบแทนทุกคนจนเธอเอากระเป๋าบางอย่างไปให้พ่อกับแม่สองคนแถมยังแอบกระซิบบางอย่างกับพวกท่านอย่างชอบใจเธออยากเอาไว้เซอร์ไพรส์พวกเขาก่อนจากไปหลังจากที่พวกเขาบอกลากันได้สักระยะถึงจะนานก็ตามทีก็ถึงเวลาที่จะเปิดประตูสู่เขตแดนของโครนอสทั้งสองคนมายืนอยู่จุดที่ประตูปรากฏขึ้นพวกเธอต่างหายใจกันอย่างตื่นเต้นหัวใจเต้นเร็วจนไม่รู้ว่าเป็นเพราะตื่นเต้นหรือประหม่ากันพวกเธอหันไปหาทุกคนที่ทำท่าทางเป็นกำลังใจให้พวกเธอ ทั้งสองก็หันมามองหน้ากัน

             

            “พร้อมไหม? โฟกัส”

            “พร้อม...มั้ง...”

            น้องสาวพูดแบบนั้นเล่นทำให้คนเป็นพี่หันไปมองท่าทางอันประหม่าของน้องที่ยังรู้สึกไม่พร้อมที่จะกลับแต่พวกเธอต้องไปจากที่นี่เพื่อที่จะช่วยทุกคนและช่วยตัวเองกลับบ้านกันเธอนำกุญแจใส่มือน้องสาวแล้วจับมือน้องขึ้นมา

            “ไปหาโครนอสกัน!”

            “ค่ะ!”

            โฟกัสพยักหน้าทั้งสองคนต่างยกมือตัวเองขึ้นแล้วยื่นมือไปข้างหน้าให้ลูกกุญแจเสียบเข้ารูกุญแจเมื่อเสียงเขานั้นเสียงกึกบางอย่างก็เริ่มทำงานก่อนที่พวกเธอจะหมุนมันอย่างช้าๆจนกระทั่งประตูเปิดออกพร้อมแสงเจิดจ้าทั้งสองคนกระโดดถอยหนีกันหลบประตูที่กำลังเปิดออกทุกคนโดยรอบต่างมองกันอย่างสงสัยว่าประตูนั้นเปิดออกมาจะมีอะไรที่เลวร้ายออกมาหรือเปล่าแต่ประตูที่เปิดออกมีเสียภาพเหมือนคลื่นหน้าเหมือนประตูต่าง ๆที่ชอบใช้อย่างประตูข้ามค่ายหรือประตูเดินทางโพรทาเลียเห็นก็รู้สึกกังวลเหมือนครั้งแรกที่เดินทางด้วยประตูเดินทาง

             

            “รู้สึกกังวลเลยแฮะ...”

            “จริงค่ะ...ข้างหน้าจะเป็นที่ที่โครนอสอยู่หรือเปล่า?”

            “ไม่รู้สินะ...” โพรทาเลียหันไปมองคนข้างหลังที่กำลังมองพวกเธออยู่

            เธอมองพวกเขาที่กำลังมองเธอด้วยความเป็นห่วงและส่งสายตาให้พวกเธอเดินไปตามทางนั้นอย่างปลอดภัยโพรทาเลียเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะจับมือน้องสาวเบา ๆ

            “ช่างเถอะ!! เส้นทางตรงหน้าคืออะไร! เราก็ต้องเดินต่อ!! ไปกันเถอะ!!”

            “อ๊ะ อืม!!”

             

            โฟกัสเดินตามพี่สาวที่จูงมือเธอเข้าไปข้างในประตูบานใหญ่ที่อ้าต้อนรับพวกเธอเมื่อเดินผ่านคลื่นน้ำที่กั้นระหว่างทางเข้าแสงสว่างก็เจิดจ้ามากขึ้นทุกคนเอามือปัดสายตาของพวกเขาพวกเขามองอีกครั้งสองสาวเดินหายเข้าไปข้างในนั้นอย่างไร้ร่องรอยแต่ครอบครัวแจ็กสันกับไม่เห็นอีกสองคนที่พวกเขาคิดว่าจะกลับมาแทนสองคนนั้น

             

            “โพรเทียกับเมก้าล่ะ?”

            “น้องสาวไม่กลับมาเหรอ?”

            “คงไม่จริงหรอกนะ...”

             

            พวกโอราอุสต่างมีสีหน้ากังวลที่ไม่มีน้องพวกเขาออกมาแต่ที่น่าสงสัยคือประตูยังไม่หายไปจนกระทั่งคลื่นน้ำตรงประตูจะเจิดจ้าขึ้นมีเงาสีเทาๆ กำลังเดินตรงมาทางพวกเขา ทุกคนต่างสงสัยว่าอะไรกำลังเดินมาจนเข้ามาใกล้เรื่อย ๆแล้วเงานั้นก็เดินทะลุคลื่นน้ำมาพวกโอราอุสเห็นต่างก็รีบวิ่งกันเข้าไปเพราะสองคนนั้นคือคนที่พวกเขารอให้กลับมาน้องสาวทั้งสองคนที่พวกเขารอ

             

            ก้าวข้ามคลื่นน้ำผ่านบานประตูใหญ่โพรทาเลียกับโฟกัสก็ไม่คิดว่าข้างในนั้นจะสว่างมากๆ จากการใช้สิ่งก่อสร้างสีขาวโพรทาเลียเห็นแล้วมันต่างจากบ้านของโครนอสที่ทำจากไม้ ทั้งสองคนต่างลองเดินไปตามทางเรื่อยๆ จนทางเดินทางอิฐกลายเป็นไม้โพรทาเลียรู้สึกเลยว่าเหมือนเป็นแค่ภาพลวงตาก่อนที่พวกเธอจะเดินมาถึงทางจนกระทั่งถึงปลายทางที่เห็นต้นไม้ใหญ่สูงตระหง่านภาพที่เธอเคยเห็นบ้านหลังใหญ่ของโครนอสที่ทำจากธรรมชาติมากกว่าหินอ่อนหรืออิฐ ระหว่างที่พวกเธอนั้นกำลังมองอยู่นั้นก็เห็นชายคนคนหนึ่งกำลังเดินออกมาจากทางเข้าบ้านอันกว้างใหญ่ทั้งสองเห็นก็ฉีกยิ้มออกมา

             

            “งั้นลูกเอ่ย...พวกเจ้าตายหาข้าฤๅไม่?”

            “เจ้าค่ะ!!”

            เสียงอันสดใสตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำชายหนุ่มยิ้มให้แก่เด็กทั้งสองที่พยายามจนมาถึงจุดนี้ได้แต่เขาจะไม่รอช้าที่จะนำทางให้เด็กน้อยทั้งสองไปยังที่ที่หนึ่ง

            “ตามหามา...กาลเวลากำลังรอพวกเจ้าไปสู่อดีตที่ไม่ได้ถูกเปลี่ยน”

             

    จบตอนที่ 113 โปรดติดตามตอนที่ 114 ต่อไป

    คล้ายกับเรื่อง[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์] ที่คุณอ่าน