บทที่ 36 เข้าเมือง
ภายในห้องนั้นสกปรกเหลือเกิน กว่าจะจัดแจงทำความสะอาดเสร็จท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
เครื่องเรือนบางส่วนไม่สามารถซ่อมแซมได้ ซูชิ่นจึงพาลูก ๆ เข้าไปอยู่อย่างพอถูไถ เพราะอย่างไรเสียนางก็ตั้งใจจะอาศัยอยู่ในมิติวิเศษอยู่แล้ว บ้านหลังนี้เป็นเพียงฉากบังหน้าเท่านั้น
ห้องของสองสามีภรรยาเฉิงเยี่ยนผิงสกปรกจริง ๆ หลังจากเฉิงโจวซื่อทำความสะอาดเสร็จก็เหนื่อยจนปวดเอวไปหมด แต่ซูชิ่นไม่ได้ให้เวลานางได้พักหายใจ กลับเร่งให้นางไปทำอาหารอีก
เฉิงโจวซื่อมีความทุกข์แต่พูดไม่ได้ ได้แต่ระบายโทสะและความแค้นในใจด้วยการใช้มีดสับฟืนในห้องครัวอย่างแรง
ซูชิ่นรู้เรื่องที่เฉิงโจวซื่อนำเรื่องไปฟ้องเป็นอย่างดี แต่นางไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เดิมทีนางตั้งใจจะทรมานคนตระกูลเฉิงแบบนี้แหละ ทรมานจนพวกเขากลัว แล้วยกบ้านให้นางเอง
โบราณว่าไว้ คนชั่วย่อมถูกคนชั่วกว่ากำราบ หากต้องการจัดการคนชั่ว ก็ต้องร้ายยิ่งกว่าคนชั่ว
ช่างประจวบเหมาะที่นางเชี่ยวชาญด้านนี้เป็นพิเศษ
เฉิงโจวซื่อกัดฟันทำอาหารเย็นจนเสร็จ แล้วตะโกนบอกซูชิ่นที่กำลังนั่งรับลมอยู่ในลานบ้านว่า "กินข้าวได้แล้ว!"
ซูชิ่นลุกขึ้นยกโต๊ะตัวเล็กมาวางในลานบ้าน แล้วเข้าไปในครัวยกสำรับอาหารของแม่ลูกสามคนออกมานั่งกินในลานบ้าน
ต้องยอมรับว่าฝีมือการทำอาหารของผู้หญิงตระกูลเฉิง นอกจากเจ้าของร่างเดิมแล้ว คนอื่นล้วนไม่ได้เรื่อง นางสงสัยอย่างยิ่งว่าฝีมือการทำอาหารของหลี่ซื่ออาจจะถูกเฉิงโจวซื่อสอนมากับมือ เพราะรสชาติแย่เหมือนกันหมด
หลังมื้อค่ำ ซูชิ่นยังสั่งให้เฉิงเหลียนเซียงต้มน้ำอาบให้ตนเองอย่างไม่เกรงใจ เฉิงเหลียนเซียงน้อยใจจนตาแดงก่ำแต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง
ซูชิ่นอาบน้ำอุ่นอย่างมีความสุข แล้วช่วยลูกทั้งสองอาบน้ำจนสะอาดสะอ้าน หลังจากนั้นสามแม่ลูกจึงเข้าห้องนอนด้วยความสดชื่น
เฉิงโจวซื่อและเฉิงเหลียนเซียงโกรธจนนอนไม่หลับทั้งคืน ได้แต่ลืมตาเฝ้ารอให้เฒ่าเฉิงรีบพาผู้มีวิชาลับกลับมาโดยเร็ว
ทางด้านเฒ่าเฉิงที่เข้าตัวอำเภอไป เขารออยู่ที่ประตูหลังของจวนตระกูลฉินอยู่นานกว่าเฉิงซีอวี้จะออกมา
ทันทีที่เฉิงซีอวี้เห็นเขา นางก็กล่าวด้วยความดีใจว่า "ท่านพ่อ ข้ากำลังคิดว่าจะกลับบ้านในอีกวันสองวันนี้พอดี ข้าจะบอกท่านให้ว่า ข้าได้เป็นสาวใช้ข้างห้องของคุณชายสามแล้ว ต่อไปลูกสาวท่านจะมีความก้าวหน้าแล้วเจ้าค่ะ"
เฒ่าเฉิงได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น ตบขาฉาดแล้วกล่าวว่า "จริงรึ! ไอหยา ลูกสาวข้านี่มีความสามารถจริง ๆ เจ้าต้องพยายามเข้าล่ะ พยายามเป็นอี๋เหนียงให้ได้"
"แน่นอนอยู่แล้ว ลูกสาวท่านไม่มีทางเป็นสาวใช้รับใช้คนอื่นไปตลอดชีวิตหรอก รอให้ข้าได้เป็นอี๋เหนียงก่อนเถอะ ต่อไปจะรับพวกท่านเข้ามาเสวยสุขในตัวอำเภอให้หมด" เฉิงซีอวี้เชิดหน้าขึ้น
เฒ่าเฉิงเอ่ยชมไม่ขาดปาก
ใบหน้าของเฉิงซีอวี้เต็มไปด้วยความลำพองใจ ครู่ต่อมานางก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม "ท่านพ่อ นังตัวซวยซูชิ่นเหนียงนั่นกลับบ้านเกิดไปหรือยัง? คราวก่อนนางโกงเงินข้าไปห้าตำลึง หากนางกลับไปแล้ว ท่านอย่าลืมทวงเงินคืนมาด้วยนะเจ้าคะ"
เฒ่าเฉิงถอนหายใจยาวทันที ร่างกายดูหดเล็กลงไปถนัดตา
เฉิงซีอวี้เห็นแบบนั้นก็รีบถามว่า "ท่านพ่อ เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าที่บ้านมีเรื่อง?"
เฒ่าเฉิงลูบหน้าตนเอง แล้วเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่บ้านในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาให้นางฟังจนจบ ก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง
"เอ้อร์ยา ที่บ้านไม่มีทางเลือกจริง ๆ ถึงได้มาหาเจ้า เจ้าอยู่ในตัวอำเภอมาหลายปี ทั้งยังมีความรู้กว้างขวาง ย่อมมีวิธีมากกว่าพวกข้า เจ้าลองสืบดูว่ามีนักพรตเต๋าที่เชื่อถือได้ที่ใดบ้าง รีบเชิญมาทำพิธีขับไล่นางออกไปเสีย มิเช่นนั้นหากเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกข้าคงไม่มีชีวิตรอด"
เฉิงซีอวี้ฟังแล้วใจสั่นระรัว ยกมือกุมหน้าอกแล้วกล่าวว่า "ถึงว่า... วันที่ข้าเจอนางที่ประตูเมืองแล้วพบว่านางเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แท้จริงแล้วเป็นเช่นนี้เอง! ท่านพ่อ พวกท่านรีบย้ายออกมาดีกว่าหรือไม่ การต้องอยู่ใต้ชายคาเดียวกันกับนางทุกวัน หากถูกนางทำร้ายจะทำอย่างไร?"
เฒ่าเฉิงโบกมือ แล้วบอกความกังวลของตนให้นางฟัง
"หากไม่กำจัดนางให้สิ้นซาก ไม่ว่าครอบครัวเราจะไปที่ไหน นางต้องตามไปที่นั่น ไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุข เจ้ารีบหาทางเถิด ลองถามคุณชายสามดู เขาอาจจะรู้เรื่องนี้มากกว่า"
เฉิงซีอวี้สงสารเฒ่าเฉิง กลัวว่าหากเขากลับไปจะถูกทำร้ายจึงมอบเงินให้จำนวนหนึ่ง เพื่อให้เขาหาโรงเตี๊ยมพักในตัวอำเภอ ส่วนนางจะไปขอความช่วยเหลือจากคุณชายสามตระกูลฉิน
ทางด้านเฉิงซีอวี้ นางใช้ทั้งคำพูดหว่านล้อมและปรนนิบัติคุณชายสามตระกูลฉินอย่างดีตลอดทั้งคืน จนในที่สุดเขาก็ยอมตกลงไปช่วยเชิญนักพรตเต๋าจากอารามนอกเมืองมาทำพิธีให้
ในหมู่บ้านเสี่ยวเหอ ซูชิ่นขุดโสมจากมิติวิเศษออกมาหนึ่งหัว เพื่อเตรียมจะนำไปขายในตัวอำเภอ
มิติวิเศษทรงพลังมากจริง ๆ โสมที่ปลูกไว้เพียงหนึ่งวันหนึ่งคืน กลับเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อายุของโสมเองก็เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปี
ซูชิ่นอาศัยโสมหัวนี้จนเข้าใจการทำงานของดินในมิติวิเศษ ว่ามันสามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชได้ โดยหนึ่งวันเท่ากับหนึ่งปี ทั้งยังสามารถยกระดับคุณภาพของพืช ให้เติบโตในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด
ด้วยความสามารถทั้งสองประการนี้ ซูชิ่นย่อมหาทางทำกำไรได้อย่างมหาศาล
นางเด็ดผลไม้ในมิติวิเศษมาจำนวนหนึ่ง จากนั้นจึงพาลูกทั้งสองออกจากบ้านตระกูลเฉิงโดยไม่บอกใคร แล้วมุ่งหน้าไปยังตัวอำเภอ
ซูชิ่นเป็นคนที่ไม่ยอมให้ตนเองต้องลำบาก จากหมู่บ้านเสี่ยวเหอไปยังตัวอำเภอมีระยะทางห้าลี้ แม้จะไม่ไกลมากแต่การเดินเท้าไปก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นนางจึงยืนรออยู่ที่ถนนครู่หนึ่ง เมื่อมีเกวียนวัวผ่านมา ซูชิ่นก็เรียกให้หยุดรถแล้วพาลูกทั้งสองขึ้นเกวียนวัวไป
หมู่บ้านเสี่ยวเหอไม่มีเกวียนวัว และเนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอ ชาวบ้านจึงไม่ยอมเสียเงิน เกวียนวัวส่วนใหญ่จึงเป็นของหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไป ปกติเมื่อมาถึงหมู่บ้านเสี่ยวเหอ บนรถมักจะมีคนนั่งจนเต็มแล้ว
โชคดีที่สามแม่ลูกดวงดี เกวียนวัวเที่ยวนี้ยังมีที่ว่างเหลืออยู่บ้าง
หลังจากจ่ายค่ารถสามอีแปะ พวกเขาก็นั่งอยู่ที่ท้ายเกวียนวัวที่โยกเยกมุ่งหน้าเข้าเมืองไป
ตั้งแต่เด็กน้อยทั้งสองเกิดมา นี่เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งเกวียนวัวจึงตื่นเต้นจนดวงตาเป็นประกาย
เดินทางไปไม่ถึงสองเค่อก็ถึงตัวอำเภอ
ซูชิ่นพาลูกทั้งสองไปยังตลาดขายผลไม้ ผัก และของเบ็ดเตล็ดตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม
แม้อำเภอชีฝูจะตั้งอยู่ในที่ห่างไกล แต่การวางผังในตัวอำเภอทำได้ค่อนข้างดี ถนนหนทางไม่วุ่นวาย
เมื่อถึงตลาด ซูชิ่นไม่ได้รีบร้อนหาที่ทาง แต่นางควักเงินสิบอีแปะซื้อกระด้งไม้ไผ่ใบใหญ่สองใบ จากนั้นจึงหาที่ที่ไม่มีคนเพื่อนำผลไม้ที่เก็บมาออกมา แล้วจึงสุ่มหาที่ว่างแห่งหนึ่ง ใช้กระด้งไม้ไผ่วางผลไม้ให้สวยงาม ก่อนที่สามแม่ลูกจะเริ่มเปิดแผงขายของครั้งแรกในชีวิต
อำเภอชีฝูเพิ่งผ่านพ้นความวุ่นวายมา ผู้ขายในตลาดจึงมีมากกว่าผู้ซื้อ และผู้ขายส่วนใหญ่ก็ขายเพียงผักป่าและผลไม้ป่า เพราะทุกคนเพิ่งอพยพกลับมา ต่อให้ที่ดินจะปลูกอะไรขึ้นมาได้ก็ต้องใช้เวลาอีกหนึ่งถึงสองเดือน
ผลไม้ป่าเหล่านั้นหน้าตาไม่น่ากิน ทำให้การค้าขายของทุกคนไม่ค่อยดีนัก แต่พอผลไม้ของซูชิ่นวางออกมาก็ดึงดูดสายตาผู้คนได้ทันที
ทว่าของดีก็ย่อมมีราคาแพง ในยามที่ทุกคนยังกินไม่อิ่มท้องเช่นนี้ จะมีใครยอมเสียเงินซื้อผลไม้มากิน ดังนั้นการค้าขายของซูชิ่นและลูก ๆ จึงไม่คืบหน้า นั่งรออยู่นานก็ยังขายไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว
โจวโจวและเยว่เยว่มองดูผู้คนที่เดินผ่านไปมาก็เริ่มรู้สึกกังวล
แต่ซูชิ่นกลับไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย ผลไม้พวกนี้เดิมทีก็ไม่ได้มีค่าอะไรมาก การมาตั้งแผงขายครั้งนี้เพียงต้องการให้ลูกทั้งสองได้ลองสัมผัสประสบการณ์เท่านั้น จะขายได้หรือไม่นางไม่ได้ใส่ใจเลย เพราะเป้าหมายที่นางมาตัวอำเภอคือการขายโสม
เงินเล็กน้อยจากผลไม้ไม่กี่ลูกนั้น นางไม่ได้เห็นอยู่ในสายตาเลยจริง ๆ