ทุกๆ วัน บิดามารดายังคงใช้เวลาทั้งหมดสอนสั่งให้ความรู้อย่างรักใคร่เอ็นดูหลินหลินด้วยตนเอง ทั้งฝึกวรยุทธและฝึกงานเย็บปักถักร้อยอย่างไม่รู้เบื่อ ทุกสิ่งที่หลินหลินได้เรียนรู้มีพัฒนาการดีเยี่ยมขึ้นทุกวัน จนบิดามารดาต่างมองหน้ากันอย่างพอใจ พวกเขาช่างโชคดีนักที่มีบุตรสาวที่เก่งกาจและใฝ่รู้เช่นนี้ ทั้งยังมีความอดทนสูงต่อการฝึกฝนทุกอย่าง ไม่ร้องไห้งอแงเช่นเด็กทั่วไปเพื่อขอไปเล่นอย่างอื่นเลย
หลินหลินแม้ตอนนี้จะอายุเพียง 6-7 ขวบ แต่ร่างกายที่เคยอ้วนป้อมกลับเริ่มลดลงแล้ว กลายเป็นมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากขึ้น ไม่นุ่มนิ่มเช่นแต่ก่อนนัก ด้วยฝึกฝนร่างกายมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ในปีแรกๆ บิดาสอนพื้นฐานและฝึกร่างกายให้แข็งแรงเท่านั้น จึงไม่ต่างกับการยืดเส้นยืดสาย ในตอนนี้เริ่มสอนท่วงท่าการต่อสู้ง่ายๆ และให้ฝึกฝนซ้ำๆ ทุกวันจนร่างกายจดจำได้ แทบไม่ต้องนึกคิดสิ่งใดก็ออกกระบวนท่าโต้กลับได้อย่างคล่องแคล่วเมื่อบิดาชวนหลินหลินซ้อมประลองต่อสู้เล็กๆ น้อยๆ แต่ด้วยในชีวิตก่อนหลินหลินเองก็ชื่นชอบการต่อสู้และประลองกำลังอยู่แล้ว เมื่อร่างกายเด็ก 7-8 ขวบนี้เริ่มตอบสนองการออกอาวุธในร่างกายตนได้คล่องขึ้นแล้ว หลายคราหลินหลินจะแอบใช้กระบวนท่าที่บิดาสอนมาประยุกต์ใช้ความรู้การต่อสู้ในโลกเก่าของตนมา จนแอบทำให้บิดานางเกือบเพลี่ยงพล้ำหลายหน ด้วยนิสัยเก่าก่อนของหลินหลินเป็นคนชอบเอาชนะ เมื่อสมัยเด็กก็ชอบเอาชนะเหล่าบอดี้การ์ด เมื่อมาอยู่ในยุคสมัยนี้แม้จะรู้สึกดีที่ได้รับความรักความอบอุ่นอย่างมาก แต่ก็ยังติดนิสัยชอบเอาชนะอยู่ จึงพยายามต่อสู้กับบิดาของตนอย่างเอาเป็นเอาตาย แม้ร่างกายจะเกือบ 7 ขวบ แต่แววตาขณะต่อสู้ของหลินหลินทำให้บิดานางตกใจหลายครั้ง บางคราเขาเหมือนรู้สึกได้ถึงจิตสังหารของหลินหลินที่เป็นเพียงเด็ก
ช่างน่าตกใจยิ่งนักที่เด็กตัวแค่นี้จะมีจิตสังหารแรงกล้า ท่านแม่ทัพหลินฮุยอยู่ในสมรภูมิรบมานาน เขารู้ว่าบุตรสาวเป็นคนชอบเอาชนะและไม่ยอมใครมาตั้งแต่เด็ก หากเขาทักท้วงสิ่งใดก็จะแง่งอน นางชอบให้คนรักใคร่ชื่นชมนาง ทั้งยังชอบการต่อสู้ หลายครั้งการออกอาวุธกระบวนท่าต่างๆ ของนางเด็ดขาดนัก แต่ด้วยสรีระร่างกายยังเป็นเด็ก เขาจึงยังรับมือได้ นางสามารถใช้สิ่งที่เขาสอนมาดัดแปลงเป็นวิชายุทธใหม่ๆ จนเขาแปลกใจ บางคราก็แทบรับมือไม่ได้ เพราะความตื่นตะลึงจากสิ่งที่ได้เห็นจากบุตรสาวตน หากเขาไม่ได้เลี้ยงดูนางมากับมือ เขากลับคิดว่านางเป็นผู้ใหญ่ที่อยู่ในร่างเด็กเท่านั้น ด้วยหลายครั้งที่นางใช้ไหวพริบตลบหลังเขา หลอกล่อและทำให้เขาแทบเสียท่าบ่อยครั้ง ยังดีที่เขาไหวตัวทันทุกครั้งเท่านั้น ช่างอันตรายยิ่งนัก หากเขาพ่ายแพ้บุตรสาวที่อายุเพียงเท่านี้ ก็ไม่กล้าสอนสั่งนางอีกแล้ว
หลายครั้งที่เขาพร่ำสอนทั้งการต่อสู้ ทั้งยังสอนเกี่ยวกับกลยุทธทางทหารเพื่อให้นางสามารถนำมาปรับใช้กับการวางแผนชีวิตต่างๆ อย่างเป็นหลักการเท่านั้น เขาเคยสอนให้หลินหลินเดินหมากกับเขา เพื่อให้นางเข้าใจเกี่ยวกับการวางแผนการต่างๆ ในการเอาชนะผู้อื่นด้วยสมองก่อน นางทำได้ดีเกินคาดจนเขาเองแทบไม่รู้จะสอนสั่งสิ่งใดนางแล้ว นางรู้ทันเขาทุกอย่างจนเขาเดินหมากต่อไปไม่ได้ แม้ไม่แพ้แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะหลินหลินได้ บุตรสาวตัวน้อยของเขาช่างน่าอัศจรรย์นัก เขาคิดว่าจะหลบซ่อนตัวกลางป่าเขานี้ไปอีกนาน แต่เมื่อเห็นบุตรสาวของเขาแข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย เขาจึงไม่กลัวสิ่งใดแล้ว
หลินหลินพร่ำบอกกับเขาทุกวันว่าอยากปกป้องดูแลบิดามารดาให้ปลอดภัยจากคนไม่ดี นางสัญญาว่าจะแข็งแกร่งให้มากกว่าบิดาและจะอ่อนโยนเช่นมารดา และนางมักทำหน้าจริงจังขึงขังใส่เขาเสมอ
เขานึกขบขันความคิดของหลินหลินที่เหมือนเด็กรู้ความเกินเหตุ จนบางคราเขาคิดว่านางโตเกินกว่าอายุที่เป็นอยู่ นางคิดแทนเขาและมารดาของนางแทบทุกอย่าง รวมทั้งนางยังรู้ว่าพวกเขาอยากพานางไปใช้ชีวิตในเมืองใกล้ๆ ชายแดนนี้อีก ทั้งที่เขาไม่เคยบอกนางเลย นางช่างฉลาดเกินไปแล้ว!
หลายเรื่องที่เขาพยายามปกปิดไว้ ด้วยกลัวว่าจะทำให้ฮูหยินและบุตรสาวต้องลำบากมากไปกว่านี้ ก่อนหน้าที่หลินหลินจะเกิดเขากับฮูหยินก็แทบเอาตัวไม่รอดจากการถูกใส่ร้ายจากผู้อื่น หลักฐานทุกอย่างมัดตัวเขาจนหาทางรอดไม่ได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งที่เขาระวังตัวที่สุดแล้ว ครานี้เขาจึงต้องวางแผนให้รัดกุมมากกว่าเดิม ก่อนที่จะกลับไปอยู่ในที่แจ้งอีกครา ตอนนี้เขาขออยู่ในที่ลับตาคนไปก่อน เพื่อฝึกฝนบุตรสาวให้สามารถเอาตัวรอดได้แม้ไม่มีเขาและภรรยาคอยดูแล บุตรสาวคนนี้ของเขาคือสิ่งมีค่าที่สุดแล้วในชีวิตนี้ เขาไม่อาจพลาดพลั้งสูญเสียนางไปได้
หลินหลินที่ได้รับหน้าที่มาเกิดใหม่เพื่อดูแลบิดามารดาทั้งสองคนนั้น ตั้งใจจะดูแลพวกเขาด้วยความเต็มใจ มากกว่าทำเพียงเพราะเป็นคำสั่งจากคนผู้นั้นที่ส่งนางมาเกิด พวกเขาดีกับนางเช่นนี้แล้ว ใครจะใจดำไม่ตอบแทนบุญคุณบุพการีกัน
นางตั้งใจฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งมากขึ้นทุกวันทุกคืนโดยไม่ปริปากบ่น หวังเพียงว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจากอดีตแม่ทัพผู้นี้จะทำให้เธอช่วยเหลือพวกเขาในยามที่เจอวิกฤติได้ คนผู้นั้นบอกว่าจะต้องเจอความยากลำบากและต้องช่วยเหลือผู้ที่นางมาอยู่ด้วย ทั้งยังให้ของวิเศษมาอีก แต่ตอนนี้นอกจากความลำบากที่อยู่ในป่าและไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบสมัยใหม่เท่านั้นที่หลินหลินพบเจอ สิ่งที่หนักหนายังไม่มี คาดว่าในอนาคตคงจะต้องมีสิ่งใดที่นางจะต้องเผชิญเป็นแน่ จึงต้องเตรียมความพร้อมให้มาก
ผ่านไป 2-3 ปี วิชาการต่อสู้จากบิดาและงานบ้านงานเรือนที่มารดาสอนสั่งให้แก่หลินหลินนั้นก็แตกฉาน ทั้งยังทำได้ดีกว่าบิดามารดาเสียอีก จนทั้งคู่แทบหลั่งน้ำตาให้นางเมื่อพวกเขาบอกว่าไม่มีสิ่งใดจะสอนสั่งนางแล้ว มีเพียงให้นางมีสติและใจเย็นเท่านั้น ด้วยรู้ว่าหลินหลินเป็นคนชอบเอาชนะ ทั้งกลัวจะใจร้อนจนพลาดพลั้งศัตรูเสียเองเท่านั้น
ตอนนี้หลินหลินอายุได้ 10 ขวบปีแล้ว ทั้งยังเรียนรู้ทุกสิ่งจากบิดามารดาจนเก่งกาจแล้ว หากใครไม่รู้จักหลินหลินมาก่อนย่อมคิดว่าเป็นเพียงเด็ก 10 ขวบที่ไร้พิษสง แต่หารู้ไม่ว่านางมีวิธีจัดการศัตรูได้หลายร้อยรูปแบบเลยทีเดียว
ท่านแม่ทัพและฮูหยินจึงตกลงกันว่าพวกเขาพร้อมแล้วที่จะออกไปสู่โลกภายนอก และจะเดินทางไปขนทรัพย์สมบัติมายังเมืองแถบชายแดนแห่งนี้ให้หมดเพื่อจะใช้ชีวิตที่ไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป เขาถูกลงโทษให้ออกจากเมืองหลวงและเวลาผ่านไป 10 ปีแล้ว ย่อมมีคนที่จดจำเรื่องราวเหล่านั้นได้น้อยแล้ว ทั้งบุตรสาวก็เก่งกาจยิ่งกว่าเขาอีก ไม่มีสิ่งใดต้องกลัวอีกต่อไป หากศัตรูยังคิดแผนชั่วหวังเอาชีวิตเขาและครอบครัวอีกเขาก็จะสู้ตาย