การนับหนึ่งใหม่ของผู้กองเมธัสเริ่มส่งผลอย่างมีนัยสำคัญชายหนุ่มเดินทางไปสอบถามข้อมูลจากภรรยาของเชฟก้อง ภรรยาของนายวุฒิรวมถึงลูกชายของจ่าสมศักดิ์ด้วยตัวเอง และเขาก็ได้รับเบาะแสชวนขนลุกบางอย่าง...
ครอบครัวของเชฟก้องและวุฒิต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าหลังจากที่ทั้งสองหายตัวไปได้ราวๆ 10 วัน ก็มี ซองจดหมายปริศนาบรรจุเงินสดจำนวนหนึ่งแสนบาท มาเสียบไว้ที่กล่องรับจดหมายหน้าบ้านบนหน้าซองพิมพ์ข้อความสั้นๆ ด้วยเครื่องพิมพ์พิมพ์ดีดรุ่นเก่าว่า ‘ค่าวัตถุดิบ’ ส่วนในเคสของนายชัยและนายเก่งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างนั้น ไม่มีเงินส่งไป เพราะทั้งคู่เป็คนตัวคนเดียวไม่มีภรรยาหรือลูกที่ต้องดูแลรับผิดชอบ
เมธัสไม่รอช้าเขาขอรับซองกระดาษคราฟต์สีน้ำตาลฉบับนั้นจากภรรยาของเชฟก้องนำใส่ถุงซิปล็อกเพื่อยึดเป็วัตถุพยานทันที! ความหวังในการกู้ ‘รอยนิ้วมือแฝง’ และ 'ดีเอ็นเอจากกาวซองจดหมาย'สว่างวาบขึ้นมาในหัวใจของตำรวจหนุ่มอีกครั้งเขาเร่งส่งวัตถุพยานชิ้นนี้เข้าพิสูจน์หลักฐานกลางทันทีเพื่อตรวจหาคราบเหงื่อหรือละอองิัที่อาจเล็ดลอดอยู่
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเมธัสปูพรมไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบตลาดสดที่ร้านของบัวตั้งอยู่ ในที่สุดเขาก็ส่องเจอ รถกระบะแวนสีเข้มที่มีรอยแตกรูปดาวตรงกระจกมองข้างด้านซ้ายซึ่งเป็ตำหนิเดียวกับรถแวนรุ่นเก่าของบัว!เขาขับรถสะกดรอยภาพตามเส้นทางอย่างระมัดระวังจนพบว่ารถแวนคันนั้นเลี้ยวหายเข้าไปทางท้ายซอยแยก 4 ซึ่งเป็จุดอับสายตาที่ไม่มีกล้องติดตั้งอยู่เลยเมธัสรู้ดีว่าขั้นตอนต่อไปคือการต้องเดินเท้าไล่ขอดูกล้องหน้าบ้านของชาวบ้านในซอยนั้นอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อหาว่าใครคือผู้รถคันนี้หลังจากการ "โอนลอย" ของบัว
.
ทว่า...แผนการสืบเื่คนหายกลับต้องชะงักลงชั่วคราว เมื่อผู้บังคับบัญชาการระดับสูงมีคำสั่งด่วนกดดันลงมาให้ชุดสืบสวนเร่งกู้หน้าองค์กรตำรวจด้วยการปราบปราม 'ยาไอซ์เกรดพรีเมียม' ล็อตใหม่ที่กำลังกลับมาระบาดหนักในกลุ่มไฮโซและคลับหรู
เมธัสจึงต้องแบ่งเวลาไปสืบคดียาเสพติดเขาเดินทางไปยังบาร์เหล้าในซอยลึกที่นายวุฒิชอบไปและได้เปิดห้องคุยเป็การส่วนตัวกับบาร์เทนเดอร์ซึ่งเป็สายข่าวเก่าที่เคยทำงานส่งข่าวให้จ่าสมศักดิ์บาร์เทนเดอร์ให้การด้วยท่าทางหวาดกลัวว่า... คนที่เอา ยาไอซ์ล็อตนี้มาปล่อยในวงการลูกคนรวย ไม่ใช่เอเย่นต์กระจอกทั่วไป แต่มี ‘สายส่งระดับตัวกระจาย’ เป็วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งโดยมีผู้อยู่เื้ัการควบคุมสายส่งทั้งหมดคือ ซันนี่ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านรัฐมนตรีชาญ!
เมธัสซุ่มติดตามพฤติกรรมของซันนี่อยู่นานหลายสัปดาห์จนกระทั่งสังเกตเห็นรูปแบบและจังหวะเวลาที่น่าสงสัย... ทุกคืนวันศุกร์ซันนี่จะขับรถหรูไปทานอาหารที่ร้าน Melody’s Table ของเชฟเพลงและทุกครั้งที่ซันนี่ขับรถออกจากร้านสายตาอันแหลมคมของผู้กองหนุ่มก็สังเกตเห็นความผิดปกติที่ล้อหลัง—แก้มยางล้อหลังของรถซันนี่จะยุบตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับตอนขาเข้าไป
แก้มยางที่กดทับลงต่ำบ่งบอกว่ามีน้ำหนักของหนักบางอย่างระดับสิบกิโลกรัมถูกบรรทุกเพิ่มไว้ที่ท้ายรถในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงที่เขาเข้าไปนั่งทานอาหารอยู่ในร้าน!
เมธัสรู้ดีว่าหากวู่วามบุกเข้าค้นตอนนี้ก็จะได้แค่ซันนี่คนเดียวและไม่รู้ตัวเอเย่นต์ใหญ่ผู้อยู่เื้ัชายหนุ่มจึงอดทนเฝ้ารอ แอบติดตั้งกล้องทางไกลถ่ายบันทึกป้ายทะเบียนรถทุกคันที่ขับเข้าออกร้านเพลงในคืนวันศุกร์อย่างใจเย็น
.
.
จนกระทั่งในที่สุด... เมธัสก็พบความเกี่ยวพันอันซับซ้อน!
ทุกครั้งที่ซันนี่ขับรถมาที่ร้านเพลงจะต้องมี รถยนต์ทรงพาณิชย์ที่จดทะเบียนในนามบริษัทลูกของเสี่ยอมร ขับเข้ามาจอดในลานจอดรถของร้านด้วยเสมอถึงแม้เสี่ยอมรจะฉลาดพอในการสั่งให้ลูกน้องสลับเปลี่ยนประเภทคันรถไปเรื่อยๆทุกสัปดาห์—สลับั้แ่รถตู้ VIP, รถ SUVไปจนถึงรถกระบะสี่ประตู—เพื่อหลีกเลี่ยงการจับตาแต่ชื่อผู้ถือครองในระบบทะเบียนราษฎร์และเครือข่ายบริษัทบังหน้าที่เมธัสไล่เช็กอย่างละเอียดก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาอันแหลมคมของเขาไปได้!
ซันนี่มารับของบางอย่างจากลูกน้องของเสี่ยอมรอย่างแน่นอน...ส่วนร้านของเชฟเพลงคือ 'จุดนัดพบและจุดถ่ายของ' ที่ปลอดสายตาตำรวจ!
จิ๊กซอว์คดีคนหายคดียาเสพติด ร้านชำแหละเนื้อของบัว และร้านอาหารหรูของเชฟเพลง...บัดนี้เริ่มหมุนเข้ามาต่อชนกันเป็ภาพใหญ่ที่น่ากลัวและอันตรายขึ้นเรื่อยๆ แล้ว!