????เหมันต์พ่ายรัก????
บทที่ 20
เสียงควบม้าตรงไปยังพระราชวังเล็ก เหมันต์ อัล ฟารี กระตุกม้าวิ่งอย่างรวดเร็ว แขนแกร่งโอบรอบเอวบางของเธอไว้ หญิงสาวเกาะไหล่แกร่งของชายหนุ่มไว้แน่น เธอไม่ชินกับการขี่ม้าเอาเสียเลย ขี่ม้าทีไรสะโพกเธอแทบหัก ไม่นานก็ถึงพระราชวังเล็ก นับหนึ่งมองพระราชวังด้วยความตื่นตาตื่นใจ มันสวยงามมาก งดงามราวกับภาพวาดในฝัน เธออ้าปากค้างอย่างตกตะลึง ฮาเร็มว่าสวยแล้ว พระราชวังยิ่งสวยกว่า สิ่งของถูกประดับประดาด้วยเพชร ทองแท้ มันระยิบระยับจนแสบตาไปหมด ไม่ทันได้ชมทัศนียภาพอะไรมากมาย ก็ถูกกระตุกให้เดินเข้าไปในพระราชวัง..
"โห้~~ สวยจัง" ยิ่งเข้ามาข้างในยิ่งสวยมาก ของแต่ละชิ้นถูกแกะสลักอย่างดีไม่ว่าจะเป็เสาปูน โคมไฟ ฝาผนัง ฯลฯ
"ตามข้ามา"
เขาเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสองของพระราชวัง เธอมองอย่างตื่นเต้น มือเรียวััราวบันไดที่ถูกแกะสลักสวยงามสีทองอร่าม เธอเดินตามเขาไปยังห้องห้องหนึ่ง ใหญ่มากและกว้างมาเธอสามารถตีลังกาเล่นได้สบายๆเลยแหละ เธอคิดในใจ
"ห้องใครหรือเพคะ" เธอถามพลางมองไปรอบๆห้อง มันถูกตกแต่งด้วยของชิ้นดี โทนห้องเป็สีขาวสะอาดตา มีของใช้เล็กน้อยวางตามมุมต่างๆ แสดงว่าห้องนี้ต้องมีคนอยู่แน่นอน
"ห้องข้าเอง" เขาเอ่ยเสียงเรียบ
"ห๊ะ! ห้องคะ..เอ่อ ห้ององค์ชาย แล้วพาหม่อมฉันมาทำไมเพคะ" เธอถามเขาอย่างแปลกใจ ห้องมีตั้งเยอะตั้งแยะ
"เ้าต้องอยู่กับข้า ที่นี่!" เขาว่าเสร็จก็เดินจ้ำอ้าวเข้าห้องน้ำไป ทิ้งหญิงสาวยืนเอ๋ออยู่คนเดียว
นับหนึ่งเอากระเป๋าวางไว้ก่อนจะเดินดูรอบๆห้อง เธอเปิดหน้าต่างกระจกออกก่อนจะเปิดผ้าม่านออก เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นทิวทัศน์ข้างนอก มันสวยมากเลย มองออกไปเป็สวนดอกไม้หลากหลายชนิด คล้ายๆกับที่ชายหนุ่มพาเธอไปดูวันนั้น มีบ่อน้ำพุขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางสวนดอกไม้ ผีเสื้อบินดอมดมดอกไม้เต็มไปหมด
"ว้าวว สวยจัง" ปากบางพึมพำเบาๆคล้ายละเมอ
เธอเดินกลับมานั่งที่ปลายเตียงอย่างไม่รู้จะทำอะไรดี ก่อนสายตาจะไปสะดุดกับกรอบรูปไม่ใหญ่มากนัก เธอเดินไปที่กรอบรูป ก่อนจะยกรูปนั้นขึ้นมาดูชัดๆ ในรูปเป็ผู้หญิงกับเด็กผู้ชายคนนึง ผู้หญิงหน้าตาสะสวยกับผู้ชายหน้ารักจิ้มลิ้ม แต่หน้าตาไม่เหมือนกันสักนิด เด็กผู้ชายยืนข้างผู้หญิงพลางฉีกยิ้มกว้าง เช่นเดียวกับผู้หญิงที่ยิ้มกว้างเช่นกัน คนในรูปดูท่าจะมีความสุขมาก
"ทำอะไร!!!"
เพล้ง!!
ด้วยความใหญิงสาวเผลอปล่อยมือจนรูปในมือหล่นแตกกระจาย เธอหันไปมอง เห็นชายหนุ่มยืนจังก้าด้วยสีหน้าโกรธจัด เธอก้มลงเก็บกรอปรูปที่แตกด้วยมือสั่นเทา
"โอ้ย! " โดยไม่ทันระวังทำให้กระจกบาดมือหญิงสาว เหมันต์ย่างสุขุมเข้าหาหญิงสาวย่างรวดเร็ว ก่อนจะจับเธอเหวี่ยงออกไปอย่างแรง เขาก้มลงเก็บรูปภาพก่อนจะเอาใส่ไว้ในลิ้นชัก เขาหันหน้ามามองหญิงสาวด้วยใบหน้าแดงก่ำ
"มะ..หม่อมฉันขอโทษเพคะ..คะ..คือ..ว๊ายย!! "
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบเขากระชากเธอเข้าหาอย่างแรงจนร่างบางปลิวปะทะกับอกแกร่ง เหมันต์จับเธอกดลงที่นอนก่อนจะเอ่ยเสียงกร้าว
"อย่ามายุ่งกับของของข้า!!!! เ้าไม่มีสิทธิ์แตะต้อง!!!"
เขาบีบแขนเธออย่างแรงราวกับจะให้มันแหลกคามือ หญิงสาวหน้าเหยเกด้วยความเจ็บ ทำไมต้องทำรุนแรงกับเธอด้วย
"โอ้ยย! ปล่อย! หม่อมฉันเจ็บ!!" เธอน้ำตาคลอเมื่อเขาเพิ่มแรงบีบขึ้นไปอีก เธอนิ่วหน้ามองเขาด้วยสายตายากจะเดา
"จำไว้! เ้าไม่มีสิทธิ์แตะต้องของของข้า!!"
"กะอีแค่รูปรูปเดียวมันจะอะไรกันนักกันหนา!! แตกก็ซื้อใหม่ก็ได้นิ!!" เธอะโใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด เหมันต์บีบปากหญิงสาวอย่างแรง แววตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด
"เ้าไม่รู้อะไรก็อย่าพูด!!!" เขาบีบปากเธออย่างแรงจนเธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
"ทำไมหรือ!! ผู้หญิงคนนั้นเขาสำคัญกับท่านมากนักหรือ!!!" ด้วยความเจ็บเธอเผลอตะคอกไปด้วยความลืมตัว
เพี๊ยะ!!!
หน้าเธอหันไปตามแรงตบ เืไหลซิบที่มุมปาก ร่างบางยกมือขึ้นกุมที่ใบหน้า น้ำตาไหลอาบแก้มเธอหันหน้ามามองเขาช้าๆ ด้วยสายตาผิดหวัง
"ใช่!!! เขาสำคัญกับข้ามาก!! ไม่ว่าใครก็มิอาจแทนเขาได้!!!!"
เขาะโเสียงกร้าวใส่เธอก่อนจะเดินออกไปปิดประตูเสียงดังจนเธอสะดุ้ง ทิ้งร่างบางนั่งร้องไห้สะอื้นในห้อง
"คนใจร้าย ฮึก~ ทำไมต้องทำร้ายกันด้วย ฮือ~"
เหมันต์เดินออกมาจากห้องด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวเขาโกรธหญิงสาว โกรธมากๆ เขาได้ยินเสียงสะอื้นดังในห้อง ความรู้สึกผิดชั่วครู่แวบเข้ามา แต่ก็ไม่มากพอที่ชายหนุ่มจะกลับไปขอโทษ
"สมควรแล้ว หึ!"
ร่างสูงเดินออกมาสูดอากาศข้างนอกเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ในตอนนี้ เขาชมทัศนียภาพด้วนนอก ยิ่งเวลาใกล้พลบค่ำยิ่งดูสวยงาม ในขณะเดียวกันก็มีแขกไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามาอย่างไม่ได้รับอนุญาต เหมันต์ตวัดสายตามองอย่างไม่พอใจ
"ใครให้เ้าเข้ามา!!!" อารมณ์ที่กำลังจะเย็นลงกลับขุ่นมัวยิ่งกว่าเดิม
"ใจเย็นสิท่านพี่" วสันต์เอ่ยอย่างยั่วยวน
"ข้าไม่มีน้องอย่างเ้า!!" เขาเอ่ยเสียงเข้ม
"ข้าเพียงแต่ได้ข่าวว่าท่านพาผู้หญิงมาที่นี่ ใครกันที่ท่านยอมให้เข้ามาอยู่ในที่หวงห้ามของท่าน ข้าอยากเห็นเสียจริง" วสันต์เอ่ยเสียงเรียบแต่แววตาไม่เป็มิตรเลยสักนิด
"มันไม่เกี่ยวกับเ้า!!" ข่าวไวเสียจริงเขาพาหญิงสาวมาได้ไม่ถึงชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ
"หึหึ สักวันข้าจะต้องเจอผู้หญิงคนนั้นให้ได้"
"อย่ายุ่งกับเธอ!!" เขาเอ่ยเสียงกร้าวจ้องชายตรงหน้าอย่างกับจะบีบคอให้ตายคามือ
"ข้าไปล่ะ ไว้ข้าจะมาใหม่" วสันต์เอ่ยอย่างท้าทายก่อนจะเดินออกไป
"ข้าไม่ต้อนรับเ้า!!!"
ชายหนุ่มกำหมัดอย่างเคียดแค้น เขาเกลียดสามแม่ลูกนี่ที่สุด ต่อหน้าทำเป็แสนดี ลับหลังร้ายยิ่งกว่างูพิษ เหมันต์กัดกรามแน่นข่มอารมณ์ก่อนจะเดินตรงไปยิ่งสถานที่ฟันดาบ
"องค์ชายจะเสด็จไปไหนหรือพะย่ะค่ะ" ราชิดเอ่ยถาม เมื่อเห็นชายหนุ่มเดินออกไปสีหน้าโกรธเกรี้ยวอย่างเด่นชัด
"เ้ามาสู้กับข้า! ราชิด!" ชายหนุ่มโยนดาบให้กับองค์รักษ์คนสนิท
"ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ"
ราชิดก้มหัวก่อนจะตั้งกาดเพื่อเริ่มต่อสู้ เขาและเหมันต์ซ้อมดาบกันเป็ประจำ ฝีมือกินกันไม่ลงยากที่จะโค่นได้ง่าย เหมันต์พุ่งเข้าใส่ราชิด ทั้งสองฟาดฟันดาบกันไปมาอย่างไม่เกรงกลัว สายตาคมมีแต่ความโกรธทำให้ไม่มีสมาธิ สบจังหวะเผลอ ราชิดตวัดดาบฟันเข้าที่ต้นแขนแกร่งอย่างจัง
ฉึก!
"โอ้ยย!!"
"ฝ่าา! กระหม่อมขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ" ราชิดก้มหัวอย่างรู้สึกผิด เขาใไม่น้อยที่เหมันต์เผลอตัวขนาดนี้
"ไม่เป็ไร ข้าไม่มีสมาธิเอง" มือหนากุมแขนแกร่งที่เืไหลออกเป็ทาง
"กระหม่อมว่าฝ่าาไปทำแผลก่อนเถอะพะย่ะค่ะ" ราชิดเอ่ยอย่างเป็ห่วงเมื่อเห็นเืออกมากแล้ว
"ข้าไม่เป็ไร"
เหมันต์ยื่นดาบให้ราชิดก่อนจะเดินกุมแผลกลับไปยังห้องส่วนพระองค์ เขาพิงกำแพงเมื่อรู้สึกปวดแผล ก่อนจะค่อยๆก้าวขากลับห้องอย่างรวดเร็ว