ตอนที่ 6 ความปรารถนาดีจากจางอี้ (1)
เมื่อดูซ่งจื่อเซวียนเตรียมงานที่ได้ชื่อว่าเป็พิธีศพ แต่ความจริงกลับเป็ละครฉากหนึ่งนี้จบแล้ว มู่ชิงก็ปิดข่าว แล้วเปลี่ยนไปค้นหาข้อมูลเื่การถ่ายทำละคร่นี้แทน
ผ่านไปพักใหญ่ ร่างของเขาเอนพิงไปกับพนักเก้าอี้ มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มที่มีนัย คิดไม่ถึงเลยว่า แท้จริงแล้วละครที่ให้ความหวังเ้าของร่างเดิม และมอบความผิดหวังให้กับเขาเช่นกันจะเป็เื่ ‘บทลงโทษของปีศาจ’
เขาจำได้ชัดเจนว่า ก่อนที่จะถูกฆ่าไม่นาน ทางกองถ่ายเื่บทลงโทษของปีศาจเคยเชิญซ่งจื่อเซวียนมาก่อน และยังส่งบทละครมาให้ด้วย เพราะว่าปกติแล้วตัวละครที่ซ่งจื่อเซวียนแสดงมักจะมีเขาเป็ผู้คัดกรองให้ ดังนั้นเขาจึงจดจำเนื้อหาในบทได้อย่างชัดเจน
ตอนนั้นกองถ่ายเชิญให้ซ่งจื่อเซวียนไปออดิชั่นเพื่อเป็พระเอก แต่มู่ชิงคิดว่าแม้ในเื่นี้บทพระเอกจะสำคัญมาก แต่ยังขาดความโดดเด่น ดังนั้นจึงปฏิเสธการเชื้อเชิญของทีมงานกองถ่ายไป แต่ในนั้นกลับมีตัวร้ายชื่อ ‘ม่อยวน’ ที่เขาประทับใจเอามากๆ
และที่บังเอิญก็คือ ตัวละครนี้ยังคงอยู่ใน่ออดิชั่นจนถึงปัจจุบัน
ขณะที่มู่ชิงกำลังคิดสนใจตัวละครนี้อยู่นั้น มือถือที่สงบนิ่งมาสามวันกลับดังขึ้น เขามองไปยังชื่อ 'จางอี้' บนหน้าจออย่างประหลาดใจ ในใจก็พลันสั่นไหวแล้วรีบกดรับอย่างรวดเร็ว “สวัสดีครับ พี่จาง อรุณสวัสดิ์”
เมื่อต่อสายติด เสียงสดใสของผู้ชายก็ดังมาจากในสาย “เสี่ยวมู่ ฉันโทรมาหานายเช้าขนาดนี้ ไม่ได้รบกวนการพักผ่อนของนายใช่ไหม”
“จะใช่ได้ยังไงล่ะ! ผมตื่นมาได้สักพักแล้ว” มู่ชิงรู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นไม่เลว ดังนั้นจึงคาดเดาว่าอีกฝ่ายโทรมาเพราะอะไรพลางหยอกเล่นไปด้วย “พี่จางต่างหาก อารมณ์ดีั้แ่เช้าเลยนะ! พี่ถูกลอตเตอรี่แล้วโทรมาอวดผมเหรอ!”
“ใช้ได้นี่! นายยังมีอารมณ์มาล้อเล่น! ก่อนหน้านี้ฉันยังเป็ห่วงว่านายจะเสียใจที่เสียบทนั่นไป ดูแล้วนายจัดการตัวเองได้ไม่เลวเลย นี่สิถึงจะถูก! อายุยังน้อยต้องเป็แบบนี้นี่ละ อย่าท้อแท้เวลาเจอกับอุปสรรคนิดๆ หน่อยๆ โอกาสมักจะเหลือให้คนที่เตรียมการมาอย่างดี...นายดูคนนั้นสิ...ตอนอายุยังน้อย...แต่ตอนนี้เขา...แล้วยังมีคนนั้นอีก...”
หลังจากจางอี้ช่วยชี้แนะให้กับมู่ชิงอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็นึกถึงจุดประสงค์แรกเริ่มที่โทรมาได้ เสียงพูดแกมหัวเราะของเขาดังมาจากอีกฝั่ง “ยังจำที่ฉันบอกก่อนหน้านี้ได้ไหมว่าจะช่วยนายหาบทให้เล่นน่ะ ตอนหลังไม่ใช่ว่าถูกเ้าผู้จัดการสารเลวนั่นเอาไปแล้วใช่ไหม เมื่อคืนนี้ฉันได้โอกาสคุยกับผู้กำกับหลี่ เลยบอกไปว่านายหน้าตาใช้ได้ แม้ทักษะการแสดงจะยังไม่โดดเด่นมากนัก แต่นายมีดีที่จริงจัง ทุ่มเทและเคารพในอาชีพ นับว่าเป็ต้นกล้าชั้นดี ผู้กำกับหลี่ได้ยินก็รู้สึกว่าน่าเสียดาย วันพรุ่งนี้เขาเลยจะให้นายไปที่กองถ่าย อยากจะดูนายสักหน่อย แล้วยังบอกว่าถ้ามีบทบาทที่เหมาะสม เขาจะให้นายมาแสดงด้วย”
มู่ชิงได้ยินก็ชะงักไป “พี่จาง ผมขอบคุณพี่ แต่ว่า...”
“โอย พี่น้องกัน ยังจะขอบคุณอะไร! ก่อนหน้านี้ฉันก็บอกแล้วว่าไม่ต้องท้อใจไป ไม่ช้าก็เร็วจะต้องมีโอกาสแน่! นายดูสิ โอกาสมาถึงแล้วไม่ใช่เหรอ!” เสียงจางอี้จากปลายสายฟังดูตื่นเต้นมาก มู่ชิงถึงกับได้ยินเสียงน้ำลายแตกฝอยดังมาจากอีกฝั่ง “เื่นี้เอาตามนี้แหละ! วันนี้เป็วันออดิชั่นของม่อยวนวันสุดท้าย ผู้กำกับให้ความสำคัญมาก ฉันเองก็ยุ่งจนหัวหมุนไปหมด ไม่คุยกับนายแล้ว ถึงจะโทรมาเช้าไปสักหน่อย แต่นายเองก็จะได้มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น พรุ่งนี้พอถึงกองถ่าย ฉันจะพานายไปหาผู้กำกับหลี่!” พูดจบก็ไม่รอให้มู่ชิงตอบรับ แล้ววางสายไปทันที
มู่ชิงมองโทรศัพท์ในมือที่มีเสียงสัญญาณ ตื๊ด ตื๊ด ดังออกมาไม่หยุดด้วยสีหน้าไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี เขาได้เห็นความตรงไปตรงมาและร่าเริงของชายจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเต็มตาอีกครั้ง ก่อนจะวางโทรศัพท์แล้วมองเงาสะท้อนของตนเองจากหน้าต่าง เผยรอยยิ้มน้อยๆ เป็ครั้งแรกนับั้แ่กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง จางอี้ไม่ได้โทรมาเช้าไปเลยสักนิด
‘ม่อยวน’ บทบาทนี้เดิมก็เป็บทที่เขาสนใจอยู่แล้ว ตอนนี้เขามีโอกาสได้แสดง ทั้งยังเป็การออดิชั่นวันสุดท้ายของตัวละครนี้ แล้วเขาจะพลาดมันไปได้อย่างไร