ภายในเรือนเหมยกุ้ย คุณหนูเ้าของเรือนได้แต่เดินไปมาถอนหายใจ ด้วยคิดไม่ตกว่าจะจัดการอย่างไรดี
“คุณหนูเ้าคะองค์รัชทายาทเสด็จมาขอพบคุณหนูเ้าค่ะ ตอนนี้รออยู่ที่ศาลาริมสระเหลียนฮวา” เสี่ยวหลินสาวรับใช้คนสนิท เข้ามารายงาน
“ได้ เดียวข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้” หลิวซือซือ กล่าวพลางสำรวจเสื้อผ้าก่อนเดินออกจากเรือน เมื่อเดินเข้าใกล้ศาลา พลางได้ยินเสียงหัวเราะ หยอกล้อ ของสองหนุ่มสาว หลิวอี้เฟยน้องสาวต่างมารดาของนางยกมือขึ้นป้องปากเอียงคอเอียงอายหัวเราะกับองค์รัชทายาทซึ่งยกยิ้มในตาหวานซึ้ง
“ซือเออร์ถวายพระพรองค์รัชทายาทเพคะ ที่เสด็จมาหาหม่อมฉันไม่ทราบมาก่อนว่าน้องสามจะมาต้อนรับอยู่ก่อนแล้วเป็หม่อนฉันเองที่ปล่อยให้พระองค์รอนาน ช่างน่าขายหน้าจริงๆ” หลิวซือซือกล่าวพรางก้มหน้าลอบยิ้มน้อยๆ ในขณะที่หลิวอี้เฟยได้แต่เม้มริมฝีปากกำมือแน่น ด้วยความโกรษที่โดนพี่สาวต่างมารดาต่อว่าอ้อมๆ
“มิเป็ไรหรอกซือเออร์ เปิ่นหวางได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับจ้าวจึงได้เดินทางมาเยี่ยม พอดีเฟยเออร์ผ่านมาพอดีจึงได้หยุดเป็เพื่อนสนทนากับเปิ่นหวางเท่านั้นเอง” องค์รัชทายาทกล่าวพร้อมมองไปทางหลิวอี้เฟยด้วยความเห็นใจ
“องค์รัชทายาทคงยังมิทราบว่า พี่รองกำลังจะแต่งกับคุณชายบ้านนอก.. อุ้ย เอ่ออออ... ต่างเมืองเพคะ” หลิวอี้เฟยกล่าวอย่างไร้เดียงสาแต่แววตาที่แสดงออกมาบ่งบอกถึงความสะใจอย่างปิดไม่มิด
“เป็ความจริงหรือ ซือเออร์ เช่นนั้นคำมั้นสัญญาระหว่างเสด็จพ่อของเปิ่นหวางกับตระกูลหลิวจะเป็เยี่ยงไร หรือว่าท่านราชครูต้องเปลี่ยนตัวว่าที่คู่หมั้นเปิ่นหวางเป็เฟยเออร์” พร้อมส่งสายตาเป็กังวลและปลอบใจให้แก่หลิวซือซือ
“เื่นั้นเกรงว่า คงจะเป็ไปได้ยากเพคะ เนื่องจากบุตรสาวท่านพ่อตอนนี้เหลือแต่น้องสามแต่ด้วยติดที่ว่าเป็แค่บุตรีฮูหยินรอง แต่งเข้าวังบูรพาไปคงเป็ได้แค่อนุ อย่างมากก็ชายารอง หาใช่ชายาเอกได้เชิดหน้าชูตา” พร้อมส่งแววตาเห็นใจให้ หลิวอี้เฟย
“พี่รอง...” หลิวอี้เฟย ขบเขี้ยวเค้นฟังกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อกลางฝ่ามือ เอ่ยได้เพียงนั้น โดยไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากตอนนี้อยู่ต่อหน้าองค์รัชทายาท
“โอ้... น้องสาม พี่สาวขอโทษเ้าด้วย แต่พี่สาวไม่อยากให้เ้าต้องผิดหวัง จึงได้เอ่ยออกไปตามตรง หวังว่าองค์รัชทายาท และน้องสามคงแจ้งใจ” กล่าวพลางทำหน้าสำนึกผิด
“เปิ่นหวางมานานแล้ว เห็นทีคงต้องขอตัวกลับแล้ว ไม่ต้องส่งเปิ่นหวางหรอก” กล่าวจบก็เดินออกไปจากจวนพร้อมองค์รักษ์คู่กาย ทิ้งให้สองพี่น้องสกุลหลิวจ้องมองกันอย่างไม่วางตา
“พี่รอง ท่านกล่าวเกินไปแล้วนะ พี่ก็รู้ว่าข้ามีใจกับองค์รัชทายาท ข้าสามารถแต่งเป็ชายาเอกได้ ถ้าท่านพ่อยกท่านแม่ข้าเป็ฮูหยินเอกคนใหม่ แต่ท่านนี่สิ บุตรีฮูหยินเอกกแล้วไง สุดท้ายก็ไม่แคล้วเป็ได้แค่ฮูหยินเอกคหบดีบ้านนอก” หลิวอี้เฟยพูดพร้อมหัวเราะเยาะเย้ย ในชะตากรรมของหลิวซือซือ
“หึหึ งั้นชาตินี้ เ้าคงไม่มีโอกาสได้แต่งเป็ชายาแยกแล้วหล่ะ เ้าและฮูหยินรองคงได้แต่หวังอย่างลมๆแล้งๆ แล้วหล่ะ” หลิวซือซือ พูดพร้อมหัวเราะเย้ยหยันแล้วเดินกลับเรือนจากไป ทิ้งให้หลิวอี้เฟยกรีดร้องกระทืบเท้า อย่างไม่พอใจ
เมื่อเข้ามาถึงเรือน หลิวซือซือ ได้แต่นั่งนิ่งเงียบ ทบทวนความคิด
“คุณหนูจ้าวคะ ท่านอย่าไปฟังที่คุณหนูสามพูดเลยเ้าค่ะ คุณหนูของบ่าวต้องไม่อับโชคขนาดนั้น อีกอย่างถ้านายท่านกับคุณชายใหญ่ถึงขนาดยอมยกคุณหนูให้คุณชายผู้นั้นไป แสดงว่าฐานะของคุณชายท่านต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ เ้าค่ะ” เสี่ยวหลินพูดพลางนวดแขน ไหล่ให้
หลิวซือซือ เป็การผ่อนคลาย
“เสี่ยวหลินคนดี เ้าไปเตรียมน้ำอุ่นให้ข้าที ข้าเหนียวตัวอยากอาบน้ำ” หลินซือซือยิ้มให้สาวใช้ตัวน้อย นางชอบแช่น้ำอุ่นมากยิ่งเวลามีเื่ให้ขบคิดไม่ตก วันนี้ทั้งวันนางมีแต่เื่ปวดหัว การแช่น้ำอุ่นน่าจะดีไม่น้อย
“เสี่ยวหลินเมื่อเ้าเตรียมน้ำเสร็จก็ออกไปพักได้แล้ว คืนนี้ไม่ต้องมาปรนนิบัติเข้าแล้ว ข้าอยากใช้ความคิดลำพัง” เสี่ยวหลินรับคำเสร็จก็ออกไปจากห้อง
“คุณหนู น้ำอุ่นพร้อมแล้วเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเ้าก็ออกไปเถอะ พรุ่งนี้เช้าค่อยเข้ามา” ว่าพลางเดินเข้าไปห้องอาบน้ำ สาวใช้จึงออกจากห้องไป หญิงสาวกวาดตามองเมื่อไม่มีผู้ใดอยู่อีกจึงปลดสายคาดเอว แล้วถอดเสื้อผ้าออก เมื่อเดินลงอ่างก็พบกับกลิ่นดอกเหมยกุ้ย ทำให้นางผ่อนคลายลงอย่างไม่รู้ตัว
เื่ราวที่เกิดขึ้นทำให้นางเป็กังวล แต่ก็ทำได้แค่เก็บอาการไว้ไม่ให้แสดงออกมา ใช่แล้วนางต้องไปเจรจาเื่นี้กับชายผู้นั้น เพื่อให้เขายกเลิกการแต่งงาน นางจะไม่ยินยอมแต่งให้ชายที่นางไม่มีใจเป็อันขาด ทำไมนางจะไม่รู้จักหลิวอี้เฟยภายใต้ใบหน้าน่ารัก กิริยาเรียบร้อยอ่อนหวานนั้น หลิวอี้เฟย้าอยู่เหนือนางมาตลอด ยิ่งเมื่อรู้ว่านางจะได้หมั้นหมายกับองค์รัชทายาท หลิวอี้เฟยก็ยิ่งพยายามเข้าหาองค์รัชทายาท และทั้งสองแอบลักลอบพบกันโดยที่นางไม่รู้อีก ด
ความอุ่นของน้ำทำให้นางเผลอปล่อยตัวตามสบาย โดยหารู้ไม่ว่ามีบุรุษแอบเข้ามาในเรือนของนางเขาผู้ผ่านด่านองค์รักษ์ของพี่ใหญ่ของนางเข้ามา แน่นอนว่าวรยุทธต้องไม่ธรรมดา เขาลักลอบเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดแง้มอยู่ ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วห้อง ภายในห้องตกแต่งอย่างเรียบง่าย เครื่องใช้ภายในเรือนดูเรียบง่าย แต่หรูหราบ่งบอกถึงรสนิยมเ้าของเรือน จนเขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยกุ้ย เขาจึงได้นั่งจิบชารอนางอย่างสบายใจเหมือนเป็ห้องของตัวเอง
หลิวซือซือหลังจากรู้สึกว่าน้ำที่อาบเริ่มเย็นแล้วจึงสวมชุดคลุมแต่งตัวลวกๆ เดินออกมา เมื่อเดินมาถึงโต๊ะชากลางห้องจึงสะดุดตากับชายหนุ่มว่าที่สามีของนาง ทว่าภาพที่เห็นนอกจากนางจะใแล้ว หยางเฟยหลงเองก็แทบจะลืมหายใจไปชั่วขณะผิวขาวละเอียดราวหยกมันแพะต้องแสงเทียนแวววับดูเย้ายวนจนน่าัั
“ท่านแอบเข้ามาที่ห้องของข้ายามวิกาลทำไม ทำตัวเยี่ยงโจรเด็ดบุปผา” หลิวซือซือถลึงตาใส่พร้อมยกมือกอดอกปกปิดสายตาที่ชายหนุ่มมองมา
“ข้าซึ่งเป็ว่าที่สามีของเ้ามีนามว่า หยางเฟยหลง ต่อไปเ้าเรียกข้าว่าท่านพี่ หรือเฟยหลง ดีหรือดีไม่พร้อมเดินเข้ามาหา
หญิงสาวอ้าปากจะกรีดร้องแต่มือเรียวยาวยื่นเข้ามาจับไหล่และปิดปากนางไว้แน่น หญิงสาวดิ้นรนใช้ท่อนแขนข้างหนึ่งปกปิดทรวงอก ส่วนมือก็พยายามแกะมือใหญ่แข็งแกร่งออก ดิ้นต่อสู้จนทำให้เสียหลักล้มลงบนเตียง กลิ่นหอมของดอกเหมยกุ้ยทำให้หลางเฟยหลงไม่อยากถอยห่างจากร่างนุ่นนิ่มเย้ายวน เขาทาบทับร่างเล็กที่นุ่มนิ่ม ทรวงอกนางสะท้อนขึ้นลงเพราะการหายใจแรง ทำให้เขาเห็นปทุมคู่งามน่าััได้ชัดเจนขึ้น เขาสูดลมหายใจเพื่อสกัดกั้นอารมณ์ดิบของตนเอง พลางกล่าวยอกล้อว่าที่ฮูหยินตัวน้อย
“ข้าชักไม่แน่ใจแล้วว่า เวลาที่เราเจอกันนั้นเป็เพราะชะตาลิขิต หรือเ้าเต็มใจยั่วยวนข้ากันแน่” พลางทำสีหน้าครุ่นคิด ยกยิ้มเ้าเล่ห์ แววตาใสซื่อส่งมา เหมือนกวางน้อยโดนจิ้งจอกล่อลวงก็มาปาน
“นี่ท่าน เป็ข้าเองที่เป็ฝ่ายเสียหาย ท่านกล้าดีเช่นไร ถึงคิดจะปีนเตียงข้าทำตัวเยี่ยงโจรเด็ดบุปผา ถ้าท่านยังไม่รีบออกไปข้าจะะโเรียกคนเข้ามาช่วย” ขณะที่กำลังจะอ้าปากร้องขอความช่วยเหลือ เขาก็ฉวยโอกาสโน้มหน้าลงไปประกบปากบาง แทรกลิ้นอุ่นร้อนเข้ามาลิ้มรสความหวานในปากนาง เรียวลิ้นไล่ต้อนนางที่ไม่ประสาริมฝีปากบางถูกขบกัดทำให้นางรู้สึกเจ็บแปลบ ทำให้ได้สติอีกครั้งจึงดิ้นรนจึงทำให้ร่างแนบชิดกันอีกครั้ง และก็เป็เขาที่เป็ฝ่ายผละออกมาอย่างรวดเร็ว นางทำได้เพียงนอนหายใจหอบ ร่างสูงโปร่งก้มลงกระซิบข้างใบหูเล็กเสียงแ่เบา
“วันนี้ข้าติดธุระสำคัญจำเป็ต้องจากเ้าไปก่อน ที่จริงวันนี้ข้าเพียงจะเข้ามาพบ และแนะนำตัวอย่างเป็ทางการเท่านั้นเอง แต่ไม่คิดว่าเ้าจะให้การต้อนรับข้าอย่างอบอุ่นเช่นนี้ ว่าที่ฮูหยินข้าช่างน่ารักยิ่งนัก ขอบคุณสำหรับการต้อนรับนี้ แล้วพบกันใหม่”
ร่างสูงโปร่งขยับมือครั้งเดียวเปลวเทียนในห้องก็ดับสนิทลงพร้อมกับพาร่างกลืนหายไปกับความมืดทิ้งไว้เพียงร่างของหญิงสาวที่หอบหายใจแรงบนเตียงนอน
หลิวซือซือยกมือแตะริมฝีปาก รสคาวของเืยังฝาดลิ้นอยู่ นี่มันเื่บ้าบออะไรกันนี่หรือบุรุษผู้ที่เป็ว่าที่สามีของนาง ในเมื่อทำอะไรไม่ได้แล้ว นางก็เริ่มทำใจและเตรียมรับมือก้มหน้าสู้กับโชคชะตาของตัวเอง ในโชคร้ายก็ยังมีโชคดีอย่างน้อยถึงแม้นางจะไม่ได้เป็พระชายาองค์รัชทายาท ที่มีวังหลังเต็มไปด้วยบุปผาร้ายต้องสู้รบปรบมือเพื่อแย่งชิงความโปรปราน แต่นางก็สามารถเป็ฮูหยินเอกเพียงหนึ่งเดียวของสามีได้ ใช้ชีวิตเรียบง่ายนอกเมืองพลางถอนหายใจข่มตานอนให้หลับ