บทที่ 20 อิโง่
การแข่งขันคัดเลือกดำเนินไปอย่างดุเดือดทั่วทั้งป่ากึกก้องไปด้วยเสียงต่อสู้ บางคนถูกสัตว์อสูรทำร้ายจนาเ็บางคนโชคร้ายถึงขั้นต้องสังเวยชีวิต จนกระทั่งเข้าสู่่บ่ายของวันสุดท้ายกลุ่มผู้เข้าแข่งขันสี่ถึงห้าคนสามารถฝ่าฟันอันตรายจนใกล้ถึงทางออกแต่แล้วพวกเขากลับต้องหยุดชะงัก เมื่อได้เห็นภาพที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
เบื้องหน้าของพวกเขา ชายหนุ่มคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นดวงตาเบิกกว้างแฝงความหวาดกลัวสุดขีดแต่ที่น่าประหลาดกว่านั้นคือ—ร่างของเขาไร้ซึ่งาแไม่มีร่องรอยของการต่อสู้หรือถูกทำร้ายใด ๆ
ทันใดนั้น หนึ่งในกลุ่มอุทานออกมาเสียงสั่นเครือ
“นั่นมัน... หลี่ซิงจากตระกูลหลี่! ทำไมเขาถึงมาตายอยู่ที่นี่!?”
"ต้องมีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่!"อีกคนกล่าวเสียงต่ำ แววตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ขณะที่มองไปรอบๆ อย่างตึงเครียดพวกเขารู้ดีว่าในป่าลึกแห่งนี้ อันตรายอาจมาในรูปแบบที่คาดไม่ถึง
“ข้าว่าเรารีบออกจากป่านี้เถิด” มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน ก่อนรีบมุ่งหน้าไปยังทางออกโดยไม่คิดจะย้อนกลับไปตรวจสอบอีก
มุมมืดของป่า
จ้าวหลินซึ่งซ่อนตัวอยู่ ยิ้มบางเมื่อเห็นกลุ่มแรกผ่านไปเขายังคงรอคอยอย่างอดทน อีกไม่นานก็เริ่มมีคนทยอยมาถึงทางออกมากขึ้นทุกคนต่างใกับสภาพการตายของหลี่ซิง จนกระทั่งจำนวนผู้รอดชีวิตทะลุสี่สิบคนหานเยว่ก็ปรากฏตัวจากที่ซ่อน และเดินออกจากป่าตามไป
บนเนินเขาใกล้ประตูเข้าสำนัก
ชายหญิงสองคนยืนรออย่างใจจดใจจ่อ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
"ผู้เข้าทดสอบก็ออกมากันเยอะแล้วข้ายังไม่เห็นลูกพี่ลูกน้องของเ้าเลย" จ้าวหยางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"ไม่ต้องห่วงหรอก" หลี่เย่าฉีตอบอย่างใจเย็น"กลุ่มของหลี่ซิงมีระดับรวมจิตถึงสิบคน ต่อให้จ้าวหลินมีปีกก็หนีไม่รอด"
"ถ้าเป็แบบนั้นได้ก็ดี" จ้าวหยางขมวดคิ้วยังคงจ้องมองกลุ่มผู้เข้าแข่งขันที่ทยอยออกจากป่า
ลานกว้างหน้าทางออก
จ้าวหลินกวาดตามองรอบ ๆ ตอนนี้มีผู้รอดชีวิตประมาณเจ็ดสิบคนแล้วได้เวลาที่เขาจะออกไปบ้าง
เมื่อเขาก้าวพ้นแนวต้นไม้ ลานกว้างเบื้องหน้าก็ปรากฏแก่สายตาที่นั่นมีเหล่าผู้เข้าทดสอบรวมตัวกันอยู่จ้าวหลินเลือกเดินไปยืนที่มุมหนึ่งอย่างเงียบ ๆ รอเวลาอย่างอดทน
แต่ทันใดนั้น—
"นั่นมันจ้าวหลิน!" เสียงจ้าวหยางดังขึ้น
หลี่เย่าฉีหันขวับไป มองจ้าวหลินด้วยสายตาคมกริบ ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น"แล้วหลี่ซิงล่ะ... อย่าบอกนะว่า—" นางหยุดพูดกลางคันก่อนจะรีบพุ่งตัวเข้าไปหากลุ่มผู้เข้าทดสอบ
ชายกลุ่มหนึ่งกำลังจับกลุ่มสนทนากันอย่างเคร่งเครียดเมื่อเห็นหลี่เย่าฉีเดินเข้ามา พวกเขารีบประสานมือแล้วโค้งตัวด้วยความเคารพ
“ศิษย์พี่มีอะไรให้พวกข้าช่วยหรือไม่ขอรับ?”
หลี่เย่าฉีจ้องพวกเขา ก่อนเอ่ยเสียงเย็น “ข้าขอถาม...พวกเ้าเห็นหลี่ซิงบ้างหรือไม่?”
กลุ่มศิษย์พากันอึกอัก เหมือนไม่กล้าพูดอะไรออกมา
ใบหน้าหลี่เย่าฉีเคร่งเครียดขึ้นนางถามย้ำด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวกว่าเดิม “ว่ายังไง! เห็นหรือไม่!?”
"ตายแล้วขอรับ!"
เสียงหนึ่งโพล่งขึ้นมา ทุกสายตาหันขวับไปทางเขาทันที
“ตาย... โดยไม่มีาแหรือร่องรอยการต่อสู้ใด ๆขอรับ... อยู่ใกล้ ๆ ทางออกนี้เอง” อีกคนรีบเสริม
หลี่เย่าฉีเบิกตากว้าง สีหน้าฉายแววตื่นตระหนกก่อนจะพุ่งตัวไปยังป่าโดยไม่ลังเล!
แต่ไม่ทันถึงขอบป่า—
"หยุด!"
เสียงทรงอำนาจของผู้าุโดังขึ้น “การทดสอบยังไม่จบไม่อนุญาตให้เข้าไปในป่า!”
หลี่เย่าฉีชะงักฝีเท้า นางกำหมัดแน่นข่มอารมณ์ขุ่นเคืองก่อนจะหมุนตัวกลับไปยังเนินเขา รอคอยเวลาอย่างอดทน...
แต่ในใจของนางตอนนี้ เต็มไปด้วยคำถามและความคั่งแค้น
หลี่เย่าฉีเดินกลับมาหาจ้าวหยางด้วยสีหน้าเคร่งเครียดนางไม่ได้พูดอะไรแต่เพียงสบตากับจ้าวหยางเท่านั้นก็ทำให้ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ
"เป็อย่างไร?" จ้าวหยางถามเสียงต่ำดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย
หลี่เย่าฉีพ่นลมหายใจออกเบา ๆ ก่อนตอบกลับไป "ตายแล้ว..."
จ้าวหยางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม"หมายความว่ายังไง? กลุ่มของหลี่ซิงมีถึงสิบคนที่อยู่ในระดับรวมจิตนะ!จะเป็ไปได้ยังไงที่พวกเขาจะถูกจัดการ?"
"ข้าก็ไม่แน่ใจ..."หลี่เย่าฉีเม้มริมฝีปากแน่น สายตาของนางเต็มไปด้วยความสงสัยและไม่อยากเชื่อ
ขณะนั้นเองเสียงกลองศิลาแห่งสำนักดังขึ้นเป็สัญญาณว่าการทดสอบได้สิ้นสุดลงแล้วศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ผ่านการคัดเลือกทยอยเดินออกมารวมตัวกันที่ลานกว้าง
หลี่เย่าฉีสบตากับจ้าวหยางเพียงแวบเดียวก่อนจะพุ่งเข้าไปในป่าโดยไม่รอให้จ้าวหยางพูดอะไรอีกนาง้าเห็นกับตาตัวเองว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นเป็เื่จริงหรือไม่
เมื่อมาถึงบริเวณที่ศพของหลี่ซิงอยู่ นางก็ต้องหยุดชะงักภาพที่ปรากฏตรงหน้าเป็ร่างไร้ิญญาของชายหนุ่มที่นอนแน่นิ่งอยู่ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดก็คือ—ไม่มีาแใดๆ บนร่างของเขา
หลี่เย่าฉีใช้เวลาอยู่ในป่าระยะหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะตรวจสอบอย่างไรนางก็ไม่สามารถหาสาเหตุการตายของหลี่ซิงได้เลย ไม่มีาแ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ไม่มีพิษใด ๆ บนร่างของเขา สิ่งนี้ทำให้นางยิ่งขมวดคิ้วแน่นดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
สุดท้าย นางกัดฟันก่อนจะก้มลงแบกศพของหลี่ซิงขึ้นบ่าแล้วเดินออกจากป่าด้วยท่าทางเคร่งเครียดและแฝงไปด้วยโทสะ
เมื่อเดินกลับมาถึงลานกว้างที่เหล่าผู้ผ่านการคัดเลือกยืนรวมตัวกันอยู่หลี่เย่าฉีไม่ได้มองใครอื่นเลย ดวงตาของนางจ้องตรงไปยังชายหนุ่มผู้หนึ่ง—จ้าวหลิน!
ฟึ่บ!
ทันทีที่มาถึงตรงหน้าจ้าวหลิน นางสะบัดร่างของหลี่ซิงลงกับพื้นเสียงดัง ตุบ!ทำให้ผู้คนรอบข้างหันมามองด้วยความใ
"จ้าวหลิน!" หลี่เย่าฉีตวาดเสียงเย็นดวงตาของนางเปล่งประกายความแค้น "หลี่ซิงตายด้วยน้ำมือเ้าใช่หรือไม่!"
พร้อมกับคำพูดของนาง พลังปราณอันรุนแรงก็แผ่ซ่านออกมาความกดดันอันมหาศาลพุ่งตรงไปที่จ้าวหลินจนฝุ่นทรายรอบ ๆ กระจายตัวออก
"ขะ... ข้า?" จ้าวหลินเบิกตากว้างแสร้งทำท่าทางตื่นกลัว ตัวสั่นเล็กน้อยขณะถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"ศิษย์พี่พูดเื่อะไรกันข้าไม่รู้เื่อะไรทั้งนั้น!"
หลี่เย่าฉีเห็นท่าทางของจ้าวหลินก็ยิ่งโกรธ นางยกมือขึ้นเตรียมลงมือ
แต่ทันใดนั้นเอง—
"ผู้าุโ! ศิษย์พี่จะลงมือกับศิษย์ใหม่!!"จ้าวหลินะโขึ้นเสียงดัง
ตู้ม!
ทันทีที่เสียงของจ้าวหลินดังขึ้นคลื่นพลังปราณอันหนักอึ้งก็พุ่งตรงมาที่หลี่เย่าฉี!
"หยุดมือ!"
เสียงของผู้าุโหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลทำให้หลี่เย่าฉีต้องชะงักฝีเท้านางกัดฟันแน่นก่อนจะหันไปมองต้นเสียงด้วยสีหน้าหงุดหงิด
"หลี่เย่าฉี เ้ายังมีสติอยู่หรือไม่!"ผู้าุโกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ "การทดสอบจบลงแล้วเ้าคิดจะลงมือกับศิษย์ใหม่ต่อหน้าผู้าุโเช่นนั้นรึ!"
หลี่เย่าฉีเม้มริมฝีปากแน่นกำหมัดแน่นขณะมองไปยังจ้าวหลินที่ยังคงแสร้งทำท่าทางหวาดกลัว
'เ้าเด็กนี่...!'
นางรู้สึกเหมือนถูกหยามเกียรติ แต่ภายใต้สายตาของผู้าุโนางไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าสะกดกลั้นโทสะเอาไว้
จ้าวหลินก้มศีรษะลงเล็กน้อยคล้ายกับกำลังขอบคุณที่ผู้าุโเข้ามาห้าม แต่ลึกลงไปในดวงตาของเขากลับแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
หลี่เย่าฉีกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูนนางจำต้องระงับโทสะและหันหลังเดินจากไป แต่ภายในใจนั้นเต็มไปด้วยความคับแค้น
แต่เพียงไม่กี่ก้าวหลังจากเดินออกมา—
"โง่..."
เสียงแ่เบาเปล่งออกมาจากปากของจ้าวหลินมันแ่เบาแทบจะเหมือนเสียงกระซิบ แต่หูของหลี่เย่าฉีกลับจับมันได้อย่างชัดเจน!
ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นความอดทนที่พยายามสะกดกลั้นพังทลายลงในพริบตา
ฟึ่บ!
พลังปราณะเิออกจากร่างของหลี่เย่าฉีทันทีสายลมรุนแรงพัดกระจายไปรอบตัว นางชักกระบี่ออกจากฝักด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงแล้วพุ่งตรงไปที่จ้าวหลินด้วยความโกรธสุดขีด!
"เ้ากล้าดูถูกข้าเรอะ! ตายซะ!"
เงาของกระบี่ส่องประกายวูบวาบพุ่งตรงไปยังลำคอของจ้าวหลินด้วยความเร็วเหนืุ์!
แต่ทันทีที่ปลายกระบี่กำลังจะแทงทะลุเนื้อของเขา—
ปัง!
เสียงะเิดังขึ้นราวกับฟ้าผ่า!
ร่างของหลี่เย่าฉีกระเด็นกระแทกออกไปไกลหลายจั้งนางกลิ้งไปกับพื้นก่อนจะกระอักเืออกมาสายหนึ่ง สีหน้าซีดเซียวในพริบตา!
ทุกคนรอบข้างต่างเบิกตากว้างมองไปยังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึง
เบื้องหน้าของจ้าวหลิน ปรากฏร่างของผู้าุโผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่เขาสวมชุดยาวสีขาวที่พลิ้วไหวตามแรงลมแววตาคมกริบมองไปยังหลี่เย่าฉีด้วยสายตาเย็นเยียบ
"หลี่เย่าฉี เ้าเริ่มเสียสติแล้วรึ?"
เสียงของผู้าุโดังขึ้นดังก้องไปทั่วลาน ดวงตาของเขาเปี่ยมไปด้วยอำนาจและความไม่พอใจ
"เ้า!..." หลี่เย่าฉีพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่มือของนางสั่นเทานางััได้ว่าพลังภายในของตนเองถูกสะท้อนกลับมาจนาเ็ภายใน
"ในสำนักนี้ มีระเบียบและกฎเกณฑ์หากเ้าคิดจะฆ่าศิษย์ใหม่ต่อหน้าผู้าุโเช่นนั้นเ้าก็อย่าได้อยู่ในสำนักนี้อีกต่อไป!"
คำพูดของผู้าุโทำให้ร่างของหลี่เย่าฉีสั่นสะท้านนางเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความอับอายและโทสะแต่ไม่สามารถกล่าวโต้เถียงสิ่งใดได้
ด้านหลัง ผู้าุโ จ้าวหลินยังคงยืนอยู่ที่เดิมดวงตาของเขาฉายแววเ้าเล่ห์ แสร้งทำเป็ใแต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความขบขัน
‘เ้ามันก็แค่หมาบ้าที่ไม่มีสมองแค่นี้ก็ติดกับง่ายดายแล้ว’
"ข้า..." หลี่เย่าฉีฝืนพูดออกมาแต่นางกลับไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้
สถานการณ์ในตอนนี้... เป็นางที่ผิดอย่างเห็นได้ชัด!