บทที่ 7 ตกเื
หงอวี้เป็คนของท่านย่าที่มอบให้ไว้ก่อนจะเสียไป เพื่อให้ดูแลคุณหนูฉินให้ดี แต่ตอนนี้ท่านย่าจากไปแล้ว หงอวี้ก็ได้แต่คอยรับใช้เคียงข้างฉินหยวนต่อไป ถึงกระนั้นฉินหยวนก็รู้ดีว่าที่หงอวี้พูดไม่ได้มีเจตนาร้ายอันใด
ดั่งที่หงอวี้ได้กล่าวไว้ หากท่านย่ายังอยู่ พวกนางก็คงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้
ถึงแม้ฉินจงเจิ้งจะมีเล่ห์เหลี่ยมและจิตใจอำมหิตเพียงใด แต่เขาก็ยังคงเคารพมารดาที่เลี้ยงดูเขามาั้แ่เด็ก ชื่อเสียงของเขาในแง่ของการเป็ลูกกตัญญูก็นั่นเป็ที่เลื่องลือมาก หากเขามีปัญหากับท่านย่าจริง ๆ ชื่อเสียงของเขาต้องเสียหายอย่างแน่นอน!
“โลกนี้ไม่มีสิ่งใดแน่นอน อดีตก็ไม่อาจย้อนคืนมาได้ อีกอย่างข้าก็คิดแล้วว่า หากยอมจำนนไปเรื่อย ๆ กลัวว่าจะมีแต่คนกดขี่ข่มเหง ถ้าท่านแม่ไม่อาจเข้มแข็งได้ ข้าก็จะเป็ฝ่ายเข้มแข็งเอง” มีเพียงความเข้มแข็งเท่านั้นที่จะปกป้องตนเองและมารดากับน้องชายได้ บางทีตอนนี้นางไม่เพียงแต่ต้องเข้มแข็งเท่านั้น แต่ยังต้องใจดำอำมหิตด้วย
หงอวี้เห็นด้วยกับคำพูดของคุณหนูใหญ่อย่างยิ่ง ในการใช้ชีวิตอยู่ในจวนหลังใหญ่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็คุณหนูใหญ่ ฮูหยินหรือคุณชายน้อยล้วนต้องมีเล่ห์เหลี่ยมบ้าง ไม่เช่นนั้นจะมีชีวิตรอดอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
ส่วนชิงเหอนางไม่ได้มีนิสัยห้าวหาญเฉกเช่นหงอวี้ แม้คำพูดของนางเมื่อครู่จะดูอ่อนแอไปบ้าง แต่ก็หวังดีต่อคุณหนูฉินอย่างจริงใจ นางเกรงว่าหากคุณหนูไปทำให้ฉินจงเจิ้งโกรธ ทุกคนในเรือนบัวหยกรวมทั้งคุณหนูเองก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ฮูหยินยังอยู่ที่วัด ถ้าหากเื่นี้ไปกระทบถึงฮูหยินด้วย พวกนางที่เป็ข้ารับใช้คงหนีความผิดไม่พ้นแน่
ในยามนี้อนุหลี่กับฉินอิงเดินอยู่บนทางเดินเล็ก ๆ ทั้งสองต่างมีความคิดที่แตกต่างกัน แต่ภายในใจของทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจต่อฉินหยวน แม้กระนั้นพวกนางเองก็ไม่กล้าลงมืออย่างโจ่งแจ้ง
“ท่านแม่ ท่านมีวิธีจัดการฉินหยวนหรือไม่?! นางน่ารังเกียจเหลือเกิน ข้าเกลียดชังนางยิ่งนัก!! เมื่อนั้นตอนที่นางตกน้ำ เหตุใดจึงไม่จมน้ำตายไปเสีย!” ฉินอิงแทบจะกระชากผมตัวเองด้วยความโกรธ นางคิดมาตลอดว่าถ้าตนเองได้เป็คุณหนูใหญ่ของตระกูลฉินคงดีไม่ใช่น้อย เหตุใดคุณหนูของตระกูลฉินถึงไม่เป็นาง
ทันใดนั้นแววตาของอนุหลี่ก็วาบผ่านขึ้นมา แล้วเอ่ยกับบุตรสาวอย่างอ่อนโยนว่า “เ้าไม่ต้องเป็กังวล… แม่มีวิธี”
เมื่อฉินอิงได้ยินอนุหลี่พูดเช่นนี้ นางก็รีบเอาตัวไปพิงไหล่ของมารดาทันที
ยามนี้ดอกไม้ภายในสวนผลิบานสะพรั่งสวยงามยิ่งนัก เมื่อมองดูแล้วทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาก หงอวี้ที่เห็นดอกไม้มากมายเช่นนี้ก็ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น นางนึกอยากจะเด็ดมาเก็บไว้ในห้องบ้าง หากเอาไปปักไว้ในแจกันก็คงจะดีไม่น้อย!
“พวกเ้าหยุดโวยวายกันได้แล้ว เก็บไปแค่ดอกไม้ที่ดูสดหน่อยก็พอแล้วล่ะ ภายในเรือนของเรานั้นดูไร้ชีวิตชีวาจริง ๆ หากมีดอกไม้เหล่านี้มาประดับ คงจะทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นมากทีเดียว” เมื่อมองดูดอกไม้เหล่านี้ สีหน้าของฉินหยวนก็ผ่อนคลายลงไป
ชิงเหอประคองฉินหยวนไปนั่งบนเก้าอี้ จากนั้นก็ช่วยหงอวี้หาดอกไม้สวย ๆ ที่อยู่ในสวน
ฉินหยวนจ้องมองไปยังดอกไม้ที่บานสะพรั่งที่สุดตรงกลางสวน ดอกไม้นั้นฉินจงเจิ้งสั่งให้คนนำปลูกไว้ที่นี่โดยเฉพาะ เนื่องจากเป็ดอกไม้ที่สหายผู้หนึ่งมอบให้เป็ของขวัญ และดอกไม้นี้เดิมทีขึ้นอยู่ในป่าลึก ทว่าเมื่อย้ายมาปลูกในสวนดอกไม้แห่งนี้ก็ยังคงบานสะพรั่งงดงาม
“หงอวี้ เ้าเด็ดเอาดอกไม้ที่อยู่ตรงกลางมาด้วยนะ ดอกไม้นี้งดงามมากและมันบานปีละครั้งเท่านั้น!” ฉินหยวนพูดพลางชี้ไปที่ดอกไม้ตรงกลางสวน
หงอวี้ตอบรับด้วยเสียงใส ก่อนจะวิ่งไปที่ดอกไม้ตรงกลางสวนอย่างรวดเร็ว หงอวี้เด็ดดอกไม้มาถือไว้ในมือพอสมควร เมื่อเก็บดอกไม้เสร็จแล้ว ฉินหยวนก็รู้สึกเหนื่อยล้าจึงให้สาวใช้ทั้งสองพานางไปยังเรือนบัวหยก
ณ เรือนหยก
เมื่ออนุหลี่ได้ยินว่าฉินจงเจิ้งจะมาหานางในคืนนี้ ใบหน้าของนางก็ไม่อาจปิดบังความดีใจเอาไว้ได้ นางสั่งให้สาวใช้ทั้งหลายแต่งตัวให้นางอย่างงดงาม จากนั้นสวมอาภรณ์สีแดงเข้มพร้อมกับส่องกระจกดูความเรียบร้อย นางสะบัดแขนเสื้อกว้างไปมาแล้วพยักหน้าอย่างพึงใจ
“พวกเ้าว่าข้าแต่งตัวเช่นนี้ นายท่านจะชอบหรือไม่?” อนุหลี่มองโฉมหน้าของตนเองด้วยสายตาที่พึงใจ
เดิมทีหลังจากคลอดบุตร หน้าอกของนางก็ยังหย่อนคล้อยอยู่บ้าง แต่ตอนนี้หลังจากฟังคำแนะนำของท่านหมอโดยใช้วิธีพิเศษในการนวดหน้าอกของนางก็ตึงขึ้นพอสมควร เหมือนกับเมื่อครั้งก่อนที่นางจะคลอดบุตรไม่มีผิด
สาวใช้ในห้องจะกล้าพูดว่าไม่สวยได้อย่างไร พวกนางต่างพากันชมเชยเสียงดังว่า อนุหลี่งดงามดั่งดอกไม้ ไม่มีใครเทียบได้ อนุหลี่เมื่อถูกพวกนางชมก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ มือของนางถือพัดขนนกโบกไปมาก่อนจะเดินไปมาสองสามก้าวแล้วหยุดลง
“อืม งดงามอย่างพวกเ้าว่า… แต่ดูเหมือนจะขาดอะไรไปสักอย่าง” อนุหลี่ผู้เชี่ยวชาญเื่พวกนี้เอ่ยขึ้น เพราะนี่ถือเป็สิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากนายท่านฉินมาที่เรือนหยกบ่อย ๆ คนในตระกูลฉินก็จะไม่สามารถเหยียดหยามนางได้
อนุหลี่รู้ดีว่าตอนนี้นางเป็เพียงแค่หญิงสาวที่ใช้ความงามเพื่อปรนนิบัติผู้อื่นเท่านั้น หากคุณสมบัติในเื่ความงามนางยังไม่มี นั่นก็น่าสมเพชเกินไปแล้ว อย่างน้อยก่อนที่จะสำเร็จ ใบหน้าของนางก็ยังสำคัญมาก
หลังจากได้ยินสิ่งที่นางพูดแล้ว หลิวหลีสาวใช้คนสนิทในเรือนหยกแห่งนี้ก็รีบก้าวไปข้างหน้าแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “นายหญิง บางทีในห้องอาจจะขาดแจกันดอกไม้ ข้าได้ยินคนใช้ในสวนดอกไม้พูดว่า ดอกไม้ที่สหายของนายท่านส่งมาให้นั้นสวยงามมาก ถ้าเอาดอกไม้นั่นมาตั้งไว้ในห้อง คู่กับชุดผ้าแพรบางสีแดงที่นายหญิงสวมใส่คงจะสวยงามยิ่งนักเ้าค่ะ”
หลิวหลีเป็ที่โปรดปรานของอนุหลี่มาโดยตลอด ความคิดที่นางเสนอมาก็เรียกได้ว่าเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป
เมื่อหลิวหลีพูดเช่นนี้ อนุหลี่ก็รู้สึกว่าเป็อย่างนั้นจริง ๆ วันนี้ตอนไปที่สวนดอกไม้ก็เห็นดอกไม้นั่นกำลังบานสะพรั่งสวยงามยิ่งนัก
“ดี เ้าช่างเข้าใจข้าเสียจริง งั้นก็อย่ารอช้า รีบไปเอาดอกไม้นั้นมาเร็วเข้า! อย่าลืมเลือกแจกันดอกไม้ให้ดีด้วยนะ นายท่านชื่นชอบการดูดอกไม้ที่อยู่ในแจกันสวย ๆ” อนุหลี่ลูบหางตาของตัวเองอย่างเร่งเร้า
หลิวหลีรีบรับคำทันที ก่อนจะพาสาวใช้อีกคนในห้องไปเอาดอกไม้ที่สวนดอกไม้
ทว่ายังไม่ทันไรก็เห็นพวกนางกลับมามือเปล่า อนุหลี่จึงได้ซักถามแล้วรู้ว่าดอกไม้นั่นถูกฉินหยวนเอาไปแล้ว อนุหลี่อยากจะโยนไข่มุกอันเป็ที่รักยิ่งของตัวเองลงพื้นแล้วเหยียบเพื่อระบายอารมณ์เสียให้ได้
“ดี ดี ดีจริง ๆ …ยังเด็กยังเล็กแต่กลับร้ายกาจนัก รู้จักที่จะขัดใจข้าแล้ว เ้าไม่ต้องไปเอาดอกไม้อื่นแล้ว แค่ไปเรียนนายท่านว่า ข้าเห็นว่าดอกไม้ที่สหายของนายท่านนำมานั้นกำลังเบ่งบานสวยงามพอดี จึงอยากจะให้นายท่านได้ชมในตอนทานมื้อเย็น แต่ไม่คาดคิดเลยว่าคุณหนูใหญ่จะชอบมันเช่นนั้น คุณหนูใหญ่ช่างมีเมตตา คงคิดจะเก็บไว้ให้ฮูหยินได้ชมดอกไม้นี้เมื่อตอนกลับมาเป็แน่!”
“เ้าจงไปเรียนนายท่านเช่นนี้ อย่าให้ตกหล่นแม้แต่คำเดียว เข้าใจหรือไม่?”
เมื่อหลิวหลีได้ยินนายหญิงของตนเองสั่งเช่นนั้น จึงรีบตอบรับทันที จากนั้นนางก็รีบไปยังเรือนของฉินจงเจิ้ง
และก็เป็ดั่งที่อนุหลี่คาดการณ์ไว้ เมื่อฉินจงเจิ้งได้ยินคำพูดของนางก็รีบสั่งให้ข้ารับใช้ของตนเองพร้อมกับหลิวหลีไปเอาดอกไม้นั่นมาให้อนุหลี่ทันที