บทที่ 13 ห่านขาวตัวใหญ่กับท่านประธานผู้แสนดี
บรรยากาศในห้องอาหารที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เมื่อเห็นลูกสาวตัวน้อยเงยหน้าขึ้นถามถึง ‘ห่านขาว’ ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงเป็ใย ฉินฮ่าวเฉิน ก็รู้สึกราวกับูเาน้ำแข็งในใจละลายลง เขาคลี่ยิ้มบาง ๆ ที่ดูอ่อนโยนที่สุดในชีวิตแล้วตอบกลับเสียงนุ่ม
"อันอันวางใจได้เลยครับ ห่านขาวไม่ได้ถูกกินหรอก ตอนนี้มันยังอยู่ในสวนที่เดิมนั่นแหละครับ"
ฉินเชียนอี้ พี่ชายคนเล็กที่เพิ่งกลับจากการเฝ้าห่านรีบเสริมทัพทันทีเพื่อให้น้องสาวสบายใจ
"ใช่ครับอันอัน ตอนนี้มันซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ สงสัยจะเล่นซ่อนแอบอยู่ ไม่ยอมออกมาเลยครับ"
พอได้ยินคำยืนยันจากทั้งคุณพ่อและพี่ชาย ฉินซุ่ยอัน ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เธอยกมือน้อย ๆ ขึ้นลูบพุงกะทิของตัวเองที่เริ่มป่องออกมาเล็กน้อยท่าทางน่าเอ็นดูนั้นทำเอาสามหนุ่มตระกูลฉินใจละลายไปตาม ๆ กัน ราวกับถูกดาเมจความน่ารักจู่โจมเข้ากลางอกพร้อมกัน
"งั้นก็ดีแล้วค่ะ~"
ท่าทางน่าเอ็นดูนั้นทำเอาสามหนุ่มตระกูลฉินใจละลายไปตาม ๆ กัน ฉินเหยียนอี้ อดทนความน่ารักไม่ไหว เขารีบคีบลูกชิ้นเนื้อชิ้นเล็กส่งให้อันอัน
"อันอันครับ ลองชิมลูกชิ้นนี่ไหม?"
"ทานค่ะ~ ขอบคุณพี่รองนะคะ~"
อันอันพยักหน้าหงึกหงักแล้วอ้าปากรับลูกชิ้นเข้าปากคำโต
ฉินเชียนอี้เห็นพี่ชายคนรองเริ่มทำคะแนนนำโด่งก็ไม่ยอมแพ้ พอเห็นน้องเคี้ยวคำเก่าใกล้หมด เขาก็รีบคีบอาหารจานโปรดของเขาจ่อที่ปากเล็ก ๆ ทันที
"อันอัน อ้ามมม~"
"ขอบคุณพี่หกค่ะ~ อ้ามมม~"
อันอันทานอย่างมีความสุขจนดวงตากลมโตหยีลงเป็ขีดเดียว เธอเป็เด็กเลี้ยงง่ายที่ไม่เลือกกินเลยสักอย่าง อะไรที่พี่ ๆ ส่งให้ เธอก็จัดการเรียบจนท้องน้อย ๆ เริ่มกลมป่องออกมาจนเห็นได้ชัด อันอันกวาดสายตามองอาหารเลิศรสที่ยังเหลือเต็มโต๊ะตัวยาวแล้วพูดเสียงใส
"คุณพ่อคะ ยังเหลืออีกเยอะเลยนะ"
เธอยังจำคำสอนที่เคยได้ยินมาได้ดีว่าห้ามทิ้งขว้างอาหาร เพราะมันเป็ของล้ำค่า แต่ตอนนี้เธออิ่มจนแทบจะขยับตัวไม่ไหวแล้ว ฉินฮ่าวเฉินที่สังเกตเห็นว่าลูกสาวเริ่มจะทานต่อไม่ไหว จึงวางช้อนส้อมลงแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนนุ่มมาซับคราบนมและซอสที่มุมปากให้เธออย่างเบามือ
"อันอันอิ่มแล้วก็พอครับ ที่เหลือปล่อยให้เป็หน้าที่ของพี่ ๆ เขาจัดการให้หมดเอง รับรองว่าไม่เสียเปล่าแน่นอนครับ"
เด็กน้อยเงยหน้ามองพี่ชายทั้งสองด้วยสายตาใสซื่อ
"พี่รองกับพี่หกจะทานหมดไหมคะ?"
สองพี่น้องประสานเสียงตอบรับทันที
"หมดแน่นอนครับ!"
ฉินเชียนอี้บอกตัวเองปึ้ง ๆ
"อันอันวางใจได้เลย ให้ภารกิจกวาดจานเป็ของพวกพี่นะครับ!"
"เย้~"
อันอันยิ้มจนตาปิดพลางชูมือน้อย ๆ ขึ้นเชียร์
"พี่รองสู้ ๆ! พี่หกสู้ ๆ นะคะ!"
พอได้รับเสียงเชียร์อันทรงพลังจากน้องสาว สองพี่น้องที่ปกติจะทานอาหารอย่างมีมารยาทและล่าช้า กลับก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารบนโต๊ะราวกับพายุทอร์นาโดลง ภายในเวลาไม่กี่นาที อาหารที่เหลือก็ถูกจัดการจนเกลี้ยงพริบตาเพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งให้น้องสาวดู
หลังจากมื้ออาหาร ฉินฮ่าวเฉินอุ้มลูกสาวออกจากห้องอาหารเพื่อไปพักผ่อน แต่อันอันกลับกระซิบถามที่ข้างหูเขาอย่างเกรงใจ
"คุณพ่อคะ... อันอันขอไปหาห่านขาวได้ไหมคะ?"
"ได้สิครับ"
เขายอมเปลี่ยนทิศทางก้าวเดินออกไปนอกปราสาทแทน
"อันอันอยากทำอะไร พ่อพร้อมจะสนับสนุนหนูเสมอครับ"
อันอันดีใจจนเนื้อเต้น เธอโน้มตัวไปหอมแก้มคุณพ่อฟอดใหญ่
"มั้วะ! ขอบคุณค่ะคุณพ่อ!"
ฉินฮ่าวเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เคยแข็งกระด้างกลับอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด เขาจูบแก้มนุ่มนิ่มของเธอเบา ๆ
"ยินดีเสมอครับ"
เขานึกกังวลมาตลอดว่าลูกสาวที่ผ่านเื่ร้าย ๆ และความลำบากมานานจะต้องใช้เวลาเป็เดือนหรือเป็ปีถึงจะยอมเปิดใจให้เขา แต่เธอกลับไร้เดียงสาและเปี่ยมไปด้วยพลังบวกอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่เื่เล็ก ๆ น้อย ๆ เธอก็มีความสุขเหมือนได้รับของขวัญจาก์ ยิ่งคิดฉินฮ่าวเฉินก็ยิ่งปวดใจที่ปล่อยให้เธอต้องทนทุกข์มานาน เขาปฏิญาณกับตัวเองในใจว่าจะรักษาความสุขและรอยยิ้มนี้ไว้ด้วยชีวิตของเขาเอง
ยามค่ำคืนเริ่มโรยตัวปกคลุมคฤหาสน์ตระกูลฉิน แสงไฟสีนวลในสวนส่องสว่างท่ามกลางเสียงแมลงกลางคืนที่ร้องระงมเบา ๆ ฉินฮ่าวเฉินจำไม่ได้ว่าห่านขาวซ่อนอยู่พุ่มไม้ไหนในสวนที่กว้างขวางนี้ แต่เ้าตัวเล็กในอ้อมแขนกลับชี้มือน้อย ๆ ไปที่พุ่มไม้เขียวขจีหนึ่งอย่างแม่นยำ
"คุณพ่อขา ห่านขาวอยู่ตรงนั้นค่ะ~"
เขาประหลาดใจเล็กน้อย
"อันอันได้ยินเสียงห่านเหรอครับ?"
อันอันส่ายหน้า
"เปล่าค่ะ ห่านขาวเงียบมาก ไม่ได้พูดอะไรเลย"
ฉินฮ่าวเฉินยิ่งแปลกใจ 'ถ้ามันไม่ได้ร้อง แล้วเด็กตัวแค่นี้จำพุ่มไม้ได้แม่นขนาดนี้เลยเหรอ?' เขาค่อย ๆ วางลูกสาวลงบนผืนหญ้าหน้าพุ่มไม้นั้น
อันอันย่อตัวลงมองเข้าไปในพุ่มไม้
"ห่านขาว... หลับอยู่เหรอ?"
"ก้าบ!"
เสียงห่านร้องตอบกลับมาทันควัน ก่อนที่มันจะเดินต้วมเตี้ยมออกมาพร้อมยืดคอยาวเข้ามาใกล้เด็กน้อย
ฉินฮ่าวเฉินยืนเฝ้าระวังทุกฝีก้าว ร่างกายอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมจะปกป้องลูกสาวทันทีถ้าเ้าสัตว์ปีกตัวนี้แสดงท่าทางคุกคาม แต่มันกลับแค่กระพือปีกเบา ๆ สองสามครั้งแล้วก้มหัวให้อันอัน
"ไม่หรอก คุณพ่อบอกว่าจะไม่กินห่านขาวแล้ว"
อันอันยื่นมือน้อย ๆ ไปลูบหัวมันอย่างปลอบโยน
"คุณพ่อของอันอันเป็คนดี ห่านขาวไม่ต้องกลัวนะ!"
คำว่า ‘คุณพ่อเป็คนดี’ ทำเอาฉินฮ่าวเฉินถึงกับยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว นี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกภูมิใจกับคำชมนี้ เพราะมันออกมาจากปากลูกสาวที่เขารักที่สุด
ห่านขาวผู้สง่างามยอมให้อันอันลูบหัวอย่างว่าง่าย แต่มันกลับเหลือบดวงตาเล็ก ๆ มองมนุษย์ร่างสูงข้าง ๆ อย่างหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจ ก่อนจะส่งเสียงร้องยาว ๆ ออกมาอีกครั้ง
"ก้าาาาบ!"
ออกมาอีกครั้ง
อันอันขมวดคิ้วมุ่นพลางบ่นอุบ
"ห่านขาวพูดมั่ว! คุณพ่อเป็คนดีมากเลยนะ!"
ฉินฮ่าวเฉินรีบถามทันที
"มีอะไรครับอันอัน? ห่านมันพูดว่าอะไรเหรอ?"
"ห่านบอกว่า มีคนพูดกันเยอะแยะเลยว่าคุณพ่อเป็คนไม่ดีค่ะ"
อันอันเบ้ปากอย่างไม่พอใจ
"ฮึ่ม! คุณพ่อเป็คนดีมาก ๆ! อันอันรู้ดีที่สุดค่ะ!"
สำหรับเธอ คุณพ่อคือฮีโร่ที่ช่วยเธอมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่น่ากลัว มอบบ้านหลังใหญ่ มอบอาหารอร่อย ๆ และมอบอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดให้เธอขนาดนี้ จะไม่เป็คนดีได้อย่างไรในสายตาของเด็กสามขวบครึ่ง!
ฉินฮ่าวเฉินดึงร่างเล็กเข้ามากอดปลอบใจพลางลูบหัวเธอเบา ๆ
"ไม่เป็ไรครับ แค่อันอันรู้ว่าพ่อเป็คนดี แค่นี้ก็พอแล้วครับ"
ห่านขาวร้อง
"ก้าบ ก้าบ ก้าบ"
ติดกันหลายครั้งพลางกระพือปีกอย่างตื่นเต้น เหมือนกำลังพยายามจะอธิบายความจริงบางอย่างให้อันอันฟัง...