“มีอะไรหรือเปล่า?”
ซีถามชายที่มายืนด้อมๆ มอง ๆ
อยู่แถวหน้าบ้านของเขา
“เอ่อ...คือว่าผมมีของมาส่งครับ”
เขาตอบอย่างกลัวๆ
“มีอะไรเหรอ?”
หญิงสาวที่อยู่ในบ้านก็เดินออกมา
“เขาบอกว่ามีของมาส่งครับแม่”
ซีอธิบาย
“เอ่อ....นี่ครับ”
เขาส่งกล่องกระดาษลังขนาดเล็กให้
“ขอบคุณค่ะ”
เธอรับกล่องไป
“ต้องขอโทษด้วยนะครับ
พอดีว่าเกิดความผิดพลาดทางการส่ง
มันเลยกินเวลาไปค่อนข้างเยอะ”
เขาโน้มตัวขอโทษอย่างจริงจัง
“อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ
ยังไงตอนนี้มันก็มาถึงแล้ว”
เธอยิ้มให้อย่างไม่ถือสา
“ฮึ!! กินเวลาค่อนข้างเยอะเหรอ?
10กว่าปีเนี่ยนะ เขาไม่เรียกว่าค่อนข้างหรอก”
ซีชะโงกหน้าไปมองกล่องที่อยู่ในมือแม่ของเขา
แล้วอดไม่ได้ที่จะบ่นเมื่อเห็นวันที่บนกล่อง
“ต้องขอโทษจริง ๆ ครับ”
ชายคนนั้นทำสีหน้ารู้สึกผิด
เขาพร้อมที่จะรับทุกการด่าทอ
เพราะมันนานเกินไปจริงๆ
แล้วถ้าของในนั้นมันสำคัญด้วยแล้วล่ะก็
“ไม่เป็นไร ๆ ไปเถอะ”
หญิงสาววัยกลางคนยังคงยิ้มให้
“เจ้าลูกคนนี้นี่”
เธอหันหน้าไปดุซีเล็กน้อย
“อะไรเล่า ก็มันเกินไปจริง ๆ นี่ครับ
ดูวันที่ที่ส่งมาสิมันกี่ปีมาแล้ว”
ซีเถียง
“คนเรามันก็มีผิดพลาดกันบ้าง”
เธอสอนลูกชายของเธอ
“ครับ ๆ”
ซีตอบแบบขอไปที
“ไป!!เข้าไปช่วยแม่ทำขนมสูตรใหม่”
เธอเดินนำเข้าไปในบ้าน
และวางล่องไว้บนโต๊ะ
“............”
ซีจึงเดินตามไปหยิบกล่องกระดาษขึ้นมา
เขย่าอย่างสนใจ
ของอะไรกันนะ
ที่อยู่ในนี้มาตลอดสิบกว่าปี
หน้ากล่องมันซีดจางจนดูไม่ออกแล้ว
ว่าส่งมาจากไหน
เขาจึงทำการแกะกล่องเปิดออกดู
ด้านในเป็นเอกสาร
จดหมายสมุดบัญชี และกุญแจเก่า ๆ
“พินัยกรรม?”
เขาอ่านเอกสาร
มันเป็นพินัยกรรมและมรดก
ที่มอบให้กับเขาและแม่ของเขา
“.............”
เขาแกะจดหมายที่อยู่ด้านล่างสุดของกล่อง
มาเปิดอ่านดู
“แม่ครับ มาดูนี่สิ”
ซีตะโกนเรียกแม่เมื่อเขาอ่านดูคร่าวๆ แล้ว
ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจผิดมาโดยตลอด
“มีอะไร”
หญิงสาววันกลางคนขมวดคิ้วถาม
“...........”
ซีมองหน้าแม่ของเขา
แล้วยื่นเอกสารและจดหมายทั้งหมดให้เธอ
ด้วยมือที่สั่นเทา
“...........”
มันทำให้หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกแปลกใจ
เพราะลูกชายของเธอไม่เคยเป็นแบบนี้
เธอจึงรีบรับมาอ่านอย่างรวดเร็ว
แล้วหยดน้ำตาก็ค่อยๆ ไหลออกมาช้า ๆ
เธอเอามือปิดปากตัวเองและกุมหน้าอก
ก่อนที่จะทรุดตัวนั่งลง
“แม่ครับ”
ซีพยุงเธอไปนั่งที่โซฟา
“เขาต้องเจ็บปวดมากแน่ ๆ”
เธอพูดพลางมองหน้าซี
“ผมไม่รู้เลย”
ซีพูดด้วยแววตาเศร้าสร้อยและรู้สึกผิด
เขาโทษพ่อและเกลียดเขามาโดยตลอด
ที่ทอดทิ้งเขาและแม่ไป
แต่แท้จริงแล้ว
พ่อของเขากลับมาหาพวกเขาไม่ได้อีกแล้วต่างหาก
แม้แต่ลมหายใจสุดท้ายของเขา
เขาก็ยังอยากที่จะได้เห็นหน้าของภรรยา
และลูกชายที่เขารักสุดหัวใจ
แต่มันก็เป็นแค่ความหวังที่ไม่มีวันได้เป็นจริง
จดหมายอีกฉบับถูกเขียน
โดยทนายส่วนตัวของเขา
บอกว่าเมื่อกลับมาถึง
เจ้านายของเขาก็ล้มลงเข้าโรงพยาบาลทันที
และตรวจพบอาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
และดูเหมือนเขาจะเป็นมาสักพักแล้ว
เขาเริ่มขยับแขนขาลำบากและเหนื่อยง่าย
และมักจะสำลักเวลาทานอาหารหรือน้ำ
ทำให้เขากินอะไรได้น้อยลง
เขาได้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายไว้
เขาได้ย้ำเอาไว้ว่าให้ส่ง
หลังจากที่เขาได้เสียชีวิตไปแล้ว
แต่ผมถือโอกาสขัดคำสั่งและส่งก่อน
ผมหวังว่าพวกคุณจะมาทัน
ผมได้แนบที่อยู่และการติดต่อเอาไว้ให้แล้ว
หวังว่าเราจะได้เจอกัน
เมื่ออ่านจดหมายจบ
ทั้งสองก็รู้สึกจุกที่หน้าอก
“ไปตอนนี้ยังทันหรือเปล่านะ?”
หญิงสาวพึมพำ
.
.
.
ข้อมูลเพิ่มเติม
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงALSย่อมาจาก Amyotrophic Lateral Sclerosis ซึ่งไม่ใช่โรคของกล้ามเนื้อโดยตรง
แต่เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ประสาทนำคำสั่ง
แล้วส่งผลทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงเนื่องจากขาดเซลล์ประสาทนำคำสั่งมาควบคุม
โดยที่เซลล์ประสาทนำคำสั่งเหล่านี้ค่อยๆเกิดการเสื่อมและตายไปในที่สุด
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ชัดเจน
แต่พบว่าเกิดจากหลายเหตุปัจจัย เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรมปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมที่มีการปนเปื้อนของสารพิษ
อาการ
มือเท้า แขน ขา อ่อนแรง กล้ามเนื้อแขนและขาลีบ
กลืนลำบากสำลักเวลากลืนน้ำหรืออาหาร พูดไม่ชัด พูดเหมือนลิ้นแข็ง
เหนื่อยง่ายโดยเฉพาะเวลานอนราบ กล้ามเนื้อช่วยหายใจอ่อนแรง
ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ทำกิจวัตรประจำวันลำบาก
อาจเสียชีวิตเนื่องจากภาวะหายใจล้มเหลว