บทที่ ๑๕ : แก่งแย่ง
โหลเปิ่นเหวยก้มเลียรองเท้าอ๋องเจ็ดแห่งเว่ย ใบหน้าผอมกะหร่องดูตั้งอกตั้งใจเลียเป็พิเศษ นั่นเพราะเขารู้ดีถึงกิตติศัพท์ความเหี้ยมโหดของสายเืัที่แท้จริงแห่งหรานหนาน
อ๋องเจ็ดแห่งเว่ยยิ้มอย่างพึงพอใจใบหน้าคมคายคล้ายกับดาราญี่ปุ่นกำลังอมยิ้มเอ็นดูสุนัขมนุษย์ร่างผอมกะหร่อง “ดี เอาให้สะอาด ข้าพึ่งย่ำโคลนตมรองเท้าเปื้อนไปเสียหมด”
“หมายความว่าอย่างไรที่จะให้ข้ากลับราชอาณาจักรของพวกท่าน?”เฟยหลงก้าวเท้ามายังบริเวณลานกว้าง โดยมีเยี่ยนเอ๋อกับหรงเอ๋อตามติดอยู่ไม่ห่าง
“แม่นางข้าหมายความไปตามที่กล่าว หากท่านกลับไปกลับข้าแล้วไซร้แก้วแหวนเงินทองคนรับใช้จะประเคนให้ท่าน พร้อมตำหนักหลังงามที่ใหญ่โตเสียยิ่งกว่าวังหลวง”อ๋องสี่แห่งมู่ทำไม้ทำมือประกอบ ั์ตาวาวโรจน์มีแบบแผน “ทุกทุกอย่างที่แผ่นดินชนบทแห่งนี้ให้ท่านมิได้ ท่านจะได้จากแผ่นดินแห่งมู่”
ราชรถที่มีสัตว์เทพลากจูงกำลังลอยเอื่อยลงมาจอดเบื้องหน้าเฟยหลงจักรพรรดิหลี่เหวิ่นเทียนคุกเข่าลงจุ่มพิศมือเรียวบางด้วยริมฝีปากนุ่มนิ่ม ท่าทางเ้าชู้“ข้าอยู่เหนือผู้คนใต้หล้า ขอคุกเข่าเบื้องหน้าว่าที่ฮองเฮาของข้าจากดวงหฤทัย”
เฟยหลงหน้าแดงแต่ก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้คืออะไรกันแน่ จึงได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายพรมจูบหลังมือหลายสิบรอบ
“หลี่เหวิ่นเทียนมันจะมากเกินไปแล้วนะ นางยังไม่ใช่ของของเ้า” อ๋องเจ็ดแห่งเว่ยสบถบ่นขึ้นทำให้อีกฝ่ายผละจากการพรมจูบลุกขึ้นยืนจังก้า
“เป็แค่อ๋องลำดับที่เจ็ดแห่งเว่ยกล้าขึ้นเสียงกับจักรพรรดิทิศปะจิมเฉกเช่นข้าเชียวรึ” ชายชุดเขียวแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มยศปล่อยพลังปราณระดับเทวะชีวิตที่สามออกมาข่มขู่“ข้ามาด้วยตัวเอง ย่อมเป็การให้เกียรตินางมากที่สุดหาได้มีอาณาจักรใด...เทียบการให้เกียรติเฉกเช่นนี้เท่ากับต้าหลี่ของข้าไม่?”
ไม่นานนักเกี้ยวทองคำลายัพร้อมผู้คนมากมายก็เคลื่อนขบวนตรงมาหาเฟยหลงชายชราผู้นำขบวนคุกเข่าหมอบกราบเบื้องหน้าเฟยหลงอย่างอ่อนน้อม “เทพธิดาแห่งพฤกษา หม่อมฉันมหาอุปราชแห่งต้าหยูขอถวายบังคมเชิญเสด็จขึ้นเกี้ยวที่เตรียมมา และดื่มน้ำผลไม้ดับกระหายสักหน่อยจะดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
เฟยหลงตาเบิกกว้างเขายังคงไม่รู้ว่าเื่ที่เกิดขึ้นมันเื่อะไรกันแน่
“ไอ้แก่คิดจะชุบมือเปิบกระนั้นรึ ช่างฉวยโอกาสเสียจริงนะ” จักรพรรดิหลี่เหวิ่นเทียนตวาดแหวหน้านิ่วคิ้วขมวดเป็ปม
“มือใครยาวย่อมสาวได้สาวเอาเ้าก็แค่ฮ่องเต้ต่างแดน ใยข้าต้องให้ความยำเกรง” มหาอุปราชชราเครายาวเฟี้ยวเอื้อนเอ่ยั์ตาหรี่ลงแบบมุ่งร้าย “ราชอาณาจักรต้าหยูของเรามีผู้ะถึงหกคนเกรงว่า เ้าควรเก็บไปคิดให้ดีๆ จักรพรรดิวัยเยาว์ อย่าทำให้ชีวิตของเ้าสั้นลงโดยใช่เหตุ”
“นี่เ้า!”หลี่เหวิ่นเทียนกำกำปั้นแน่น เส้นเืปูนโปนแต่ก็ยับยั้งช่างใจไม่ลงมือกระทำการแต่อย่างใด “ดูเหมือนในเวลานี้จะมีเว่ย มู่ หยู และหลี่ ที่้าตัวนาง ทำไมเราไม่มาจับไม้สั้นไม้ยาวกันล่ะ”
“ปัญญาอ่อน! นี่เ้าเป็จักรพรรดิจริงๆ รึ เหวิ่นเทียน ใครจะยอมเล่นของจำอวดเพื่อแลกกับตัวนางข้าผู้หนึ่งแหละที่จะไม่ยอมจับไม้สั้นไม้ยาว” อ๋องเจ็ดแห่งเว่ยตัดบทใบหน้ายังคงยียวนกวนประสาท
ครู่ต่อมาก็มีเกี้ยวสีเงินยวงประดับประดาไปด้วยเพชรนิลจินดาและงาช้างตรงเข้ามาหาเฟยหลงขบวนราชรถนี้เข้าจอดเบียดเสียดกันกับเกี้ยวทองคำที่มาก่อนหน้า สีหน้าคร่าตาของเหล่าผู้คนในขบวนล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เป็เครื่องแบบสวยสดงดงามใบหน้าของแต่ละคนล้วนคัดสรรมาอย่างดี
“หม่อมฉันคือหลิวเสี่ยวเฟิน ธิดาเทพแห่งอาณาจักรเฉิน ขอถวายบังคมเทพเซียนศักดิ์สิทธิ์ผู้กลับมาจุติใหม่แห่งหรานหนาน”สตรีผู้งดงามย่อขาทำความเคารพต่อหน้าฟางเซียนใบหน้าคมสวยหลับตาพริ้มแบบอ่อนน้อม ขณะที่เฟยหลงเกาศีรษะอย่างคิดหนัก
คนทุกผู้หันมาสบตากันแบบไม่ได้ตั้งใจก่อนจะอุทานขึ้นมาพร้อมกันว่า “เทพเซียนแห่งหรานหนาน!”
“จะเล่นแย่งชิงตัวแม่นางผู้นี้ก็ขอให้อยู่ในกฎเกณฑ์องค์หญิงเสี่ยวเฟิน แม้ท่านจะยกตำแหน่งเทพเซียนศักดิ์สิทธิ์ให้ท่านผู้นี้ก็อย่าหมายนำตัวนางกลับอาณาจักรไปโดยง่าย” มหาอุปราชชราแห่งหยูเอ่ยขัดพลางทำสายตาเหมือนข่มขู่อีกฝ่าย
หญิงสาวร่างขาวราวภาพวาดหัวเราะชอบใจหนึ่งมุมปากฉีกยิ้มเย้ยหยันตอบโต้กลับ “สายตาท่านคงฝ้าฟางไปแล้วกระมังหากมิรู้สิ่งใด ไม่พูดออกมาเสียจะดีกว่า”
ทว่า...
เวลานั้นเองกลุ่มชายชุดดำก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง และคราวนี้มีชายแก่ผู้หนึ่งเป็ผู้นำขบวนมา
“ข้าไม่ให้หลานสาวของข้าไปไหนทั้งนั้น” หนึ่งมุมปากสบถก้องเอื้อนเอ่ย สายตามุ่งมั่นจับจ้องไปที่เฟยหลงไม่ลดละ “ไม่เป็ไรนะยัยหนู ปู่อุตส่าห์เขียนจดหมายมาหาให้ลี้ภัยไปูเาเหม่ยฮัวทำไมเ้าถึงรีรอไม่เคลื่อนไหว จนภัยมาถึงที่”
“ท่านปู่”เฟยหลงอุทานออกมาแบบไม่ตั้งใจ น้ำตาไหลออกมาเองอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนนั่นอาจเป็เพราะความทรงจำของฟางเซียนที่ซ้อนทับอยู่ในตัวของเขาก็เป็ได้
ร่างระหงวิ่งเข้าไปโผกอดชายชราชุดดำทันควันพลันร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสา
“ฉีคังสกุลอี้ของเราอุตส่าห์ตบแต่งผู้มีพร์สูงสุดไว้ให้เป็ฮองเฮาข้างกายเ้าแต่เ้ากลับดูแลรักษานางไว้ไม่ได้ จนนำภัยมาถึงหลานรักของข้า” ชายชราชุดดำะโลั่น “ฉีฉู่บิดาของเ้าสัญญากับข้าเมื่อครั้งยังหนุ่มหากก่อตั้งอาณาจักรสำเร็จ เครือญาติทั้งสองจะดองกันเป็แผ่น ทว่า... เวลานี้สกุลอี้ขอประกาศกร้าว ตัดสัมพันธ์กับสกุลฉี”
คนทั้งหมดในบริเวณหันมามองหน้ากันไปมาก่อนที่จักรพรรดิหลี่เหวิ่นเทียนแห่งต้าหลี่จะชิงตัดหน้าปรบมือแบบเห็นพ้อง
แปะ แปะ แปะ!
“ดี! ในนามจักรพรรดิแห่งต้าหลี่ ข้าขอแต่งตั้งสถานภาพใหม่ให้แก่อี้ ฟางเซียนให้ดำรงตำแหน่งผู้ครองแคว้นฉี เป็ปฐมกษัตริย์องค์แรกแห่งอี้” กษัตริย์หนุ่มต่างแดนยิ้มกว้าง พลางหันหน้าไปซุบซิบกับเฟยหลงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ“จะอย่างไรก็แล้วแต่ ข้าสนับสนุนสถานะของเ้า...แม่นาง! ในวันข้างหน้า ช่วยขายผลผลิตทางการเกษตรที่เ้าผลิตได้ให้อาณาจักรข้าในราคาถูกด้วยล่ะแต่... ถ้าจะให้ดีจริงๆ มาเป็ฮองเฮาของข้าเลยจะดีกว่า”
อ๋องสี่แห่งมู่และอ๋องเจ็ดแห่งเว่ยตาเบิกกว้างพร้อมกันเพราะพวกเขาเพิ่งรู้ตัวว่าโดนแย่งชิงผลประโยชน์จากแคว้นหลี่แบบซึ่งๆ หน้า
“ข้ามู่หยงอ๋องอันดับที่สี่แห่งอาณาจักรมู่ขอสนับสนุนแม่นางฟางเซียนอีกเสียงยืนยันสถานะปฐมกษัตริย์แห่งอี้” บุรุษรูปงามะโป่าวประกาศก้องั์ตาหรี่ลงเหมือนเล็งเห็นผลประโยชน์อะไรบางอย่างในภายภาคหน้า
“ตัวแทนพระองค์มหาอุปราชเคอะหงเสวี่ยแห่งต้าหยูขอรับรองเช่นกัน” ชายชราในชุดข้าราชการจีนชั้นผู้ใหญ่ก้าวเท้าถวายบังคมฟางเซียนเบื้องหน้าใบหน้ายับย่นยิ้มกว้าง
“ข้าหูเก๋อ อ๋องอันดับเจ็ดแห่งราชอาณาจักรเว่ย ขอมอบคนงานห้าหมื่นคนแก้วแหวนเงินทองอีกหนึ่งล้านตำลึง เพื่อปรับปรุงอาณาจักรอี้ที่ทรุดโทรมและขอยืนยันอีกหนึ่งเสียง รับรองสถานะปฐมกษัตริย์ของแม่นางฟางเซียน” ชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงินอ่อนเตะโหลเปิ่นเหวยให้ออกห่างพลางทำไม้ทำมือคาราวะแก่เฟยหลงแบบนอบน้อม
“ในเมื่อห้าอาณาจักรแห่งทวีปเฟิงหยูยืนยันสถานะของแม่นางเกินสามต่อหกข้าจะทำพิธีเรียกสัญลักษณ์เทพแห่งหรานหนานเพื่อบรรจุพลังโอรส์บนร่างกายแม่นางฟางเซียน”ธิดาเทพแห่งเฉินถวายความเคารพเฟยหลง พลันยกคทาชูขึ้นฟ้า “อย่างที่ทราบโดยทั่วกัน ว่าการเป็โอรส์ต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายหาใช่เป็เื่เล่นขำขัน ซึ่งด่านสุดท้ายที่แม่นางฟางเซียนจะต้องได้รับ คือการยืนยันสถานะจากเทพหรานหนานเสียก่อน”
ท้องฟ้าปรากฏลำแสงพวยพุ่งฉายเป็เส้นตรงสาดส่องลงบนตัวฟางเซียน
เสี้ยววินาทีต่อมาตราสัญลักษณ์สีทองสุกสว่างก็ลอยเด่นปรากฏบนฟากฟ้า เป็ตัวอักษรภาษาจีนเขียนว่า
“เซียน”
ตัวอักษรขนาดใหญ่ค่อยๆหดเล็กลงและหายไปในหน้าผากของร่างระหง ในขณะที่ผู้คนโดยรอบตาเบิกกว้างตกตะลึงในเหตุการเมื่อสักครู่
“อักษรเซียน(เทพ)มันเป็อักษรตัวสุดท้ายในบัญญัติแห่งโอรส์ ั้แ่ข้าเกิดมายังไม่เคยเห็นใครได้อักษรตัวนี้” อ๋องสี่แห่งมู่พูดกับตัวเองราวกับคนบ้า“ท่านพี่ของข้า กษัตริย์แห่งอาณาจักรมู่...ยังได้ตัวอักษรเล้ง(ั)เท่านั้นเื่แบบนี้เป็ไปได้อย่างไร”
“ไม่คิดว่าการมาเยือนแผ่นดินทุรกันดารของพวกเราจะให้กำเนิดโอรส์คนที่เจ็ดแถมเป็สตรีเสียด้วย” มหาอุปราชแห่งหยูหันไปเอื้อนเอ่ยกับธิดาเทพแห่งเฉิน“โดยปกติแล้วตราสัญลักษณ์โอรส์หากผู้ใดมิคู่ควรได้รับ ก็จะโดน์ลงทัณฑ์จนตายไม่ทราบว่า...ท่านไต่ตรองมาดีแล้วหรือไม่? องค์ธิดาเทพเสี่ยวเฟิน ท่านคงมิได้คิดสังหารบุคคลที่พวกเรา้านำตัวกลับไปอาณาจักรหรอกใช่ไหม?”
สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งอาณาจักรเฉินอมยิ้มก่อนเอื้อนเอ่ยตอบกลับว่า “ท่านยังไม่รู้สิ่งใดอีกเยอะมหาอุปราชเฒ่า”
จักรพรรดิหลี่เหวิ่นเทียนยังคงค้างนิ่งเขายังมิอาจเชื่อสายตาตนเองว่าสตรีผู้อยู่เบื้องหน้าจะได้รับอักษร ‘เซียน’
“ขนาดตัวข้ายังได้รับแค่เทียนถาง(์)แม่นางผู้นี้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก”
เมื่อเหตุการณ์ทั้งหมดสงบลงหลี่เหวิ่นเทียนก็ออกปากเสนอแก่ทุกคนในบริเวณลานกว้างที่มาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมายขึ้นว่า “ไหนๆพวกเราก็มายังดินแดนแห่งนี้กันแล้ว ร่วมกันส่งเสด็จพระนางโอรส์คนใหม่กลับเมืองหลวงฉีอิงกันจะมิดีกว่าหรือ”
ทุกคนในบริเวณพยักหน้าอย่างเห็นด้วยขณะที่อี้ เฟิงหู่ปู่ของฟางเซียนก้มหน้าร้องไห้อย่างปลื้มปีติ “สมกับเป็หลานรักของข้า”
“เรามาส่งพระนางกลับฉีอิงและสร้างพระตำหนักใหม่ให้พระนางอย่างสมพระเกียรติกันจะดีกว่า เผื่อว่ายามว่างจะได้คุยธุระปะปังกับพระนางได้ในเื่ของทิพโอสถ...ที่ทำให้บุคคลบรรลุปราณบ่มเพาะอย่างง่ายดาย” อ๋องสี่แห่งมู่กล่าวสำทับ ในขณะที่อ๋องเจ็ดแห่งเว่ยเอ่ยแทรก “เหมือนสายลับอาณาจักรเ้าจะมีหูตากว้างไกลดี แต่ที่พวกเ้ารู้ว่าพระนางทำอะไรได้บ้างยังไม่หมดหรอกนะเพราะทางอาณาจักรข้า ต่างสนใจคัมภีร์ยุทธของนางเสียมากกว่า”
เวลาเดียวกันนั้น...
ม้าเร็วแห่งอาณาจักรต้าฉีกำลังควบบึ่งทะยานกลับฉีอิงแบบเร่งรีบก่อนจะรุดหน้าเข้าแจ้งข่าวในท้องพระโรงของพระราชตำหนักวังหลวงด้วยหน้าตาตื่น
“ในที่สุดอาณาจักรอื่นๆก็ยอมรับในตัวข้าเสียที! ถึงได้เดินทางกันมาถึงต้าฉีของเราเฉกเช่นนี้...คงจะมาแสดงความยินดีในการก่อตั้งราชอาณาจักรของพวกเราเป็แน่” องค์ฮ่องเต้ฉีคังพูดโพล่งอย่างภูมิใจ ขณะที่เหล่าบริวารน้อยใหญ่ถวายบังคมสรรเสริญ
“ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
“แบบนี้หม่อมฉันว่าพระองค์จะทรงได้รับสัญลักษณ์โอรส์เป็แน่แท้เห็นทีบ้านเมืองคงร่มเย็นเป็สุขก็วันนี้”อำมาตย์หวังเอื้อนเอ่ยตอบ...
อีกด้านหนึ่ง...
ในส่วนของวังหลังพระตำหนักหงส์ทอง...
องค์ไทเฮากำลังยิ้มหน้าบานระรื่นหนึ่งมุมปากอวดยิ้มโชว์ฟันทองคำ หลังจากได้ยินพวกม้าเร็วเข้าแจ้งข่าว “การมาเยือนในครั้ง เห็นว่ามีถึงห้าอาณาจักรในขณะที่อาณาจักรหยวนกำลังจะตามมาสมทบ ถือเวลานี้ให้พวกเขาคัดสรรฮ่องเต้พระองค์ใหม่ไปเสียเลย เด็กๆ ไปตามท่านอ๋องแปดชิงเหอมาเข้าเฝ้าข้าเร็วๆอย่าให้โอกาสนี้หลุดมือไปได้”
และด้านสุดท้าย...
พระตำหนักดอกเหมยที่ซึ่งหวงกุ้ยเฟยอ้ายเหรินแย่งชิงพระตำหนักไปจากอดีตฮองเฮาฟางเซียน
“มีข่าวดีมาเยือนแล้วรึ”หญิงงามกำลังวาดรูปตวัดลายเส้นลงบนหนังสัตว์พร้อมเงี่ยหูฟังม้าเร็วที่มารายงานข่าวสาร “ถ้าเป็เื่ของฟางเซียนไม่ต้องรายงานข้าหรอกนะนางมิอาจทำอะไรข้าได้อีกแล้ว เพราะอีกไม่นาน ตำแหน่งฮองเฮาแห่งฉีจะกลายเป็ของข้า” ั์ตาวาวโรจน์ระคนเย้ยหยันปรากฏฉาย
โปรดติดตามตอนต่อไป