ตอนที่ 7
ชายหนุ่มสองคนหายไปร่วมสิบนาทีคนที่เดินตามหลังกลับมาอย่างลายเสือยิ้มแป้น เหมือนยกภูเขาออกจากอกแต่คนที่เดินนำหน้าอย่างกัลปพฤกษ์กลับหน้าบอกบุญไม่รับ
หญิงสาวคนเดียวที่นั่งอยู่ในโต๊ะอาหารกำลังกอดอกแน่น จับจ้องชายหนุ่มทั้งสองคนไม่วางตา ใบหน้านั้นหุบสนิท ไม่ต้องรอให้ผู้ชายคนหนึ่งคนใดเอ่ยขึ้นมาก่อนเธอก็ชิงถามในสิ่งที่ลายเสือพูดทิ้งท้ายไว้
‘เพราะเดี๋ยวก็ต้องอยู่ด้วยกัน’
ประโยคนี้มันเข้านอกออกในความคิดของมานาลีตลอดแม้จะเข้าใจภาษาไทยแจ่มแจ้ง ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษคำไทยคำอย่างคนที่ไปอยู่เมืองนอกเมืองนานิยมพูดกัน...คงเป็นเพราะเธอไม่อยากจะตีความไปเองอย่างที่เข้าใจต่างหาก
มานาลีลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นทั้งสองคนไม่ยอมนั่งลงรอยยิ้มของลายเสือเจื่อนลงหากแต่คนหน้าเรียบเฉยอย่างกัลปพฤกษ์กลับบึ้งตึงขึ้นกว่าเก่า
“มีอะไรกันรึเปล่า” น้ำเสียงของเธอจริงจัง
กัลปพฤกษ์จึงหันไปมองต้นตอขอความช่วยเหลือ...จะเอายังไงก็รีบพูดซะทีทำเป็นยืนอมพะนำอยู่ได้ หากแต่ลายเสือกลับโพล่งขึ้น โบ้ยให้เขาเป็นคนพูด
“ไอ้ปลามันมีอะไรอยากบอกเมนี่น่ะ”
คราวนี้สาวลูกครึ่งกระแทกตัวลงนั่งอย่างแรง...นึกในใจมันจะอะไรกันนักกันหนา“ตกลงใครจะเป็นคนพูด แล้วเรื่องที่จะพูดมันเกี่ยวกับเมนี่รึเปล่าคะดาร์ลิงค์” เธอหันหน้าไปถามลายเสือ
คนถูกถามจึงเดินเข้ามายืนใกล้โอบรอบคอหญิงสาวใช้มือสองข้างลูบไล้เนินไหล่ หวังให้ใจเย็นลงแล้วก็ทำหน้าพยักพเยิดให้คนที่ยืนฝั่งตรงข้ามเป็นคนพูดโดยเจ้าตัวทำปากขมุบขมิบส่งสัญญาณจับใจความจากการอ่านริมฝีปากได้ว่า ‘ช่วยข้าหน่อย’
คิ้วของหนุ่มปากจัดข้างหนึ่งเลิกขึ้นสูงหัวคิ้วเอียงจนแทบจะชิดอีกข้าง...อยู่ดีดีก็โยนภาระอันไม่จำเป็นมาให้เขา...เรื่องผู้หญิง...ตัวเขาเองก็ไม่ได้น้อยหน้าลายเสือสักเท่าไหร่หรอกหากแต่ปฏิบัติการในการจีบหญิงแต่ละครั้ง ชั้นเชิงมันจะแตกต่างจากลายเสือคนละทางยิ่งรสนิยมในการเลือกผู้หญิงของเขายิ่งแล้วใหญ่ สิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจทำให้เขามองผู้หญิงเหล่านั้นไม่วางตาก็คือ...เนื้อ นม ไข่
เขาชอบผู้หญิงประเภททรวดทรงบ๊ะละฮึ่มอกไซส์ภูเขา...แค่มองก็เต็มตา หากสัมผัสก็เต็มมือ...แต่นี่สาวฝรั่งตรงหน้ามีอะไรทุกอย่างดูราบเรียบไปหมด ไม่มีจุดไหนดึงดูดความเร้าใจแก่เขาได้เลย
แล้วอย่างนี้จะให้เขาอ้าแขนรับเธอเพื่อให้มานอนค้างที่บ้านของเขานึกแล้วตัวเขาจะมีแต่เสีย ไม่มีได้...แต่เมื่อรับปากกลายๆว่าไม่มีปัญหากัลปพฤกษ์จึงใช้เวลาประมาณเสี้ยวนาทีครุ่นคิดถ้อยคำเพื่อจะเรียบเรียงเป็นประโยคให้มานาลีเข้าใจง่าย
“คืออย่างนี้นะ...วันนี้คุณเมนี่ต้องค้างที่บ้านของผม”เขาเว้นวรรค ผ่อนลมหายใจบางๆ ก่อนจะพูดต่อ “อ๊ะ...ไม่ใช่แค่วันนี้สิตลอดทริปทุกวันที่คุณเมนี่มาอยู่เมืองไทย”
มานาลีหันขวับเอียงคอขึ้นไปมองหน้าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังทันที“หมายความว่าไงคะไทเกอร์ทำไมเมนี่ต้องมานอนที่บ้านเพื่อนของคุณด้วย”
กัลปพฤกษ์ส่งสายตาให้เพื่อนรับรู้ว่าเขาเปิดประโยคการสนทนาให้แล้ว...ส่วนเหตุผลคนผูกก็ต้องเป็นคนคลายเหตุผลให้หญิงสาวฟังเอาเอง
“คือ...คืออย่างนี้นะครับเมนี่”ลายเสือเริ่มตีหน้าเศร้า
“ผมอยากให้คุณไปพักที่บ้านของผม...แต่ตอนนี้ไม่สะดวกจริงๆเพราะว่าคุณแม่ของผมท่านไม่สบายมาก...ท่านเป็นโรคติดต่อร้ายแรง...ผมเกรงว่าเมนี่อาจจะติดโรคนั้นได้”
“โรคอะไรคะ...ทำไมมันถึงแพร่เชื้อร้ายแรงขนาดนั้น...แล้วดาร์ลิงค์ล่ะไม่กลัวจะติดเหรอ”
“เอ่อ...เอ่อ...คุณหมอว่าโรคนี้มันไม่ติดต่อทางพันธุกรรม...หรือคนที่มีสายเลือดเดียวกันแต่มันจะติดต่อกับคนนอกน่ะครับ...ใช่ไหมวะไอ้ปลา” คนพูดโกหกหน้าด้านๆแถกไปข้างๆคูๆ แถมยังโยนการรับส่งมุขไปยังอีกฝั่งหน้าตาเฉย
สาวฝรั่งยังทำหน้าไม่เชื่ออยู่ดี “โรคอะไรคะดาร์ลิงค์”
ลายเสือคอแข็ง...ทำปากขมุบขมิบเหมือนจำชื่อโรคไม่ได้แล้วก็หาตัวช่วยอีกครั้ง “โรคอะไรวะไอ้ปลา วันนั้นข้าเห็นหมอบอกกับเอ็งชื่อมันจำยากจังว่ะ”
มานาลีจึงเบนหน้ากลับมาจ้องคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแววตาคาดคั้นรอฟังคำตอบ...แล้วก็แทบสะดุดหัวทิ่มเมื่อฟังชื่อโรคประหลาดที่กัลปพฤกษ์พูดออกมามั่วๆ
“โรค...อะราไนกูโรซิสโทไซรัส...อะไรประมาณนี้ล่ะครับ”
ลายเสือจึงช่วยสมทบขึ้น “ใช่ครับ...เมนี่อย่าไปสนใจเลยแต่มันมีความจำเป็นจริงๆนะครับที่เมนี่ต้องค้างบ้านไอ้ปลามัน”
“แล้วดาร์ลิงค์ล่ะคะมาค้างที่นี่ด้วยหรือเปล่า...แล้วเมนี่จะอยู่กับใคร”
“ผมสัญญานะครับ...ว่าจะมาหาทุกวัน”
เมื่อเสียงของมานาลีอ่อนลง...ชายหนุ่มจอมกะล่อนก็ทำเป็นเอาอกเอาใจบรรจงหอมแก้มสองข้างเข้าเต็มฟอด คนหน้าง้ำจึงใจชื้นขึ้นบ้าง
เหมือนปัญหาจะจบ...เมื่อมานาลีพยักหน้ารับเออออ...ลายเสือถามอีกครั้ง“เมนี่โอเคไหมครับ”
แต่มันก็ไม่จบ...เพราะปัญหามันเพิ่งเริ่มต้น
เมื่อเสียงโทรศัพท์ของกัลปพฤกษ์ดังขึ้น...หน้าจอโชว์รายชื่อของคนที่เขาบันทึกเอาไว้ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ลายเสือเพิ่งจะพูดถึงเมื่อครู่ว่า ‘แม่เอ็งน่ะใจดีที่สุดแล้วคุยคำสองคำก็ใจอ่อน’
......................................................